[Fic] Exodus 2
posted on 21 Apr 2008 11:28 by femodos in Fic-Exodus
*บลอกนี้ไม่สนับสนุน SJ-M แต่ก็ไม่ขัดค้าน SJ-M นะค่ะ*
Exodus

Chapter Two
“อืมมม” ฮีชอลงัวเงียตื่นขึ้นท่ามกลางความเย็นของอากาศตอนค่ำ สองแขนเรียวยันตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียง บิดขี้เกียจเสียสองสามรอบ
นี่เขาหลับไปนานเท่าไหร่แล้วกันนะ...คงเพราะยาที่หมอจองมินให้ก่อนกลับแน่ๆ
เสียงเจือยแจวนอกห้องดังบอกได้ดีว่าตอนนี้ทุกคนคงกลับมาบ้านหมดแล้ว ถ้าจะหายไปก็คงเป็น…อีทึก ฮยอกแจ และซองมิน ที่ต้องไปจัดรายการวิทยุ
ขยับตัวลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา ใบหน้าสวยมองตัวเองในกระจก…ตอนนี้เขาบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง เคยสงสัยว่าทำไมผู้หญิงท้องส่วนมากถึงอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย คงเพราะ…ความรู้สึกที่อยู่ในท้องตัวเองล่ะมั้ง
อบอุ่น…จนพูดไม่ออก แต่บางครั้งก็…รู้สึกกลัวและเหงาจนบรรยายไม่ได้
ใบหน้าหวานเจือสีชมพูอ่อน นึกถึงเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้อง…ถ้าเป็นผู้หญิงคนจะดีไม่น้อย แต่ทึกกี้ล่ะ…ตาบ้าอย่างหมอนั่นอยากได้ลูกชายหรือลูกสาวกันนะ?
…แกร็ก…
มือเรียวของฮีชอลปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะต้องยืนนิ่งเมื่อบรรดาน้องแต่ละคนวิ่งเข้ามาหาอย่างกับลูกระเบิด และท่าเป็นจริงมีหรือที่คนอย่างคิมฮีชอลจะยอมยืนเฉยๆ ฮีชอลเอียงตัวหลบเล็กน้อยใบหน้าหวานเค้นยิ้มอย่างหงุดหงิด
“พี่ฮีชอ~~ล” เสียงหวานเรียกชื่อของเขา ลีซองมินวิ่งเข้ามาพร้อมกับน้องคนอื่นๆ ทั้งทงเฮตัวยุ่ง รยออุค และคยูฮยอน ที่ยิ้มกว้างดีใจอย่างสุดๆ
“ผมอยากเห็นหน้าหลานเร็วๆ!”
“ใช่ฮะ! ว่าแต่…พี่ฮีชอลตั้งชื่อรึยังฮะ?”
“พี่คิดว่าผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ ผมอยากเห็นหลานชายมากกว่า!”
“แต่ชั้นอยากได้หลานสาวนี่!”
“หลายชายสิ”
“ชั้นว่าหลานสาว!!!”
“หลานชาย!!!”
“นี่! พวกนายทำบ้าอะไรกันเนี่ย?!!” ใบหน้าสวยหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ตวาดใส่น้องแต่ละคนที่เอาแต่ซักคำถามใส่จนตอบไม่ถูก ก่อนจะหอบน้อยๆมองน้องรักแต่ละคนอย่างเหนื่อยใจ
รู้หรอกว่าดีใจ…แต่! แบบนี้มันเกินไปรึเปล่า?
ร่างเพรียวบางของแต่ละคนสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะยิ้มฝืดให้พี่ชายหน้าสวย ซองมินและทงเฮพร้อมรยออุค ปิดปากเงียบก้มหน้าสำนึกผิด คยูฮยอนหัวเราะเบากับท่าทางของพี่แต่ละคน
“ไปนั่งที่โซฟาดีกว่านะฮะพี่ฮีชอล” บอกพี่ชายหน้าหวาน
ฮีชอลพยักหน้ารับน้อยๆ ร่างเพรียวขยับนิดเดียวก็ถูกทั้งซองมิน รยออุคและทงเฮพยุงจนเหมือนคนเจ็บที่เดินไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้น้องๆลากไปทั้งอย่างนั้น…ไม่อยากจะขัดใจ…หลังจากเห็นสีหน้าของแต่ละคน
ร่างเพรียวทิ้งตัวเองลงกับโซฟา มองหน้าคนอื่นที่พร้อมใจกันมาอยู่ในห้อง ถอนหายใจหนักๆอย่างเห็นได้ชัด
“นี่! ถ้าพวกนายจะมาถามเรื่องลูกของฉันละก็…กลับไปเถอะ วันนี้ฉันเหนื่อย” ปากเรียวเอ่ยขัดก่อนที่แต่ละคนจะพร้อมใจกันเปิดปากถาม แววตากลมโตแข็งกร้าวจนแต่ละคนต้องนั่งเงียบ
“โธ่…พี่ฮีชอล พวกเราก็แค่อยากรู้ว่าทำไม…ถึงเป็นแบบนี้”
คำถามที่หลุดออกจากปากเรียวของเยซอง ทำให้คนตัวเล็กได้แต่ก้มหน้าใบหน้าสวยซับสีเลือดจนน่ามอง
“ฉันจะไปรู้ได้ไงเล่า!!” เสียงหวานดังลั่นกลบความร้อนที่อยู่ใบหน้า
เด็กหนุ่มที่เหลือมองใบหน้าหวานซับสีเลือดอ่อนๆอย่างขำๆ รู้หรอกว่าพี่กำลังอายเรื่องอะไร…ก็นะเล่นถามแบบนั้นใครบ้างจะไม่อาย?
“อ้าว?…แล้ว…ว่าแต่พี่สองคนจะเอาไง แต่นะ…ผมชักอยากเห็นหน้าหลานเร็วๆแล้วสิ…จะสวยเหมือนพี่หรือว่าหล่อแบบพี่อีทึกกัน ส่วนนิสัย…ขอเป็นพี่อีทึกได้รึเปล่า…ถ้าเป็นแบบพี่ผมคงต้องตายคามือหลานแน่ๆ” คำพูดหยอกล้อเอาจริงของคังอินกับชินดงทำให้ร่างเพรียวบางต้องแยกเขี้ยวใส่
ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นอย่างที่เคยเป็น ใบหน้าเนียนของหลายคนถูกแต้มไปด้วยรอยยิ้ม…คงเพราะช่วงนี้มีเรื่องเครียดไม่น้อยเหมือนกัน ตั้งแต่ทางสังกัดเลือกที่จะออกโปรเจคจีนจริงๆ สมาชิกคนอื่นก็จำเป็นต้องเตรียมตัวกับความเปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะบางคนที่ต้องเดินทางไปที่จีนด้วยอย่างทงเฮและรยออุค แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวแยกไปอยู่กับคนรักของตัวเอง ตักตวงเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้…
...อย่างน้อยก็ต้องไปจากที่เกาหลีเป็นเดือน…
“เตรียมตัวไปถึงไหนแล้วรยออุค” ฮีชอลถามคนตัวเล็กที่เลี่ยงออกมานั่งคนเดียว เสียงหวานที่เอ่ยถามทำให้คนถูกถามสะดุ้งสุดตัวก่อนจะหันกลับไปมองคนถาม
“อ่า…ก็ไม่เห็นต้องเตรียมตัวเลยนี่ฮะ ก็แค่ไปอัดเพลงที่นั่นแล้วเดี๋ยวก็กลับมา…ไม่กี่เดือนเอง“ ขยับตัวเล็กน้อย ใบหน้าเรียวสวยหลบสายตาพี่ใหญ่อย่างไม่คิดจะต่อความ
ทุกคนรู้…รู้ดีว่าโปรเจคที่ผู้ใหญ่กำลังจะออกนี้เป็นยังไง? ถ้าดังก็คงไม่มีอะไรเสียหาย…แต่ถ้าทำไม่ได้ผมลัพธ์ที่จะตามมาก็คงแย่ไม่น้อย…เพราะจีนเป็นประเทศที่ใหญ่ ถึงซูปเปอร์จูเนียร์จะมีเอลฟ์อยู่ทั่วเอเชีย
แต่ในความเป็นจริงเอลฟ์ที่จีนรักฮันเกิงมาก…มากที่สุดเลยด้วยซ้ำ การสนับสนุนและการต่อต้านของบรรดาแฟนคลับที่พวกเขาเองก็เพิ่งจะรู้ การต่อต้านของสมาชิกคนที่สิบสี่ หากแต่ตอนนี้…การต่อต้านที่ว่านั้นถูกรวมเข้ากับโปรเจคที่กำลังจะเกิด
ฮีชอลพยักหน้าเข้าใจ เขาเองก็หูตากว้างไกลไม่น้อย อาจจะมากกว่าคนอื่นในวงด้วยซ้ำ…รู้ดีว่าอะไรทำให้รยออุคเป็นแบบนี้ คงไม่ใช่เพราะถูกแยกออกไปจากเยซองหรอก
“เอาเถอะจะทำอะไรก็รีบทำเข้า…ระวังเยซองมันจะไปเหล่สาวที่ไหนล่ะ ยิ่งอยู่กับคังอินมากเข้าแบบนี้เดี๋ยวก็ติดนิสัยอย่างอีทึกหรอก!” หัวเราะกับคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงของอีกฝ่าย
“หรือว่าถูกเยซองเบื่อแล้วล่ะ…ถึงมานั่งคนเดียวเงียบๆ” ดวงตาคมหันมองฮีชอลอย่างไม่เข้าใจ…ทำไมถึงคิดแบบนั้น
เหลือบมองตามเจ้าของชื่อที่หลุดออกมาจากปากเรียวของฮีชอล โคลงหัวไปมาอย่างไม่คิดจะใส่ใจ เขา…รักเยฮยองก็จริง แต่…เยฮยองรักเขาบ้างรึเปล่า?
หลายครั้งที่ความคิดแบบนี้แล่นเข้ามาในหัว รยออุคเป็นคนเงียบๆไม่แสดงออก จนใครต่อใครอดที่จะถามไม่ได้ว่าทำไมรยออุคถึงมาอยู่กับพวกอยู่ไม่สุขอย่างซูปเปอร์จูเนียร์แบบนี้ และทุกครั้งรยออุคก็ได้แต่หัวเราะกับคำถาม
หันมองกลับไปที่อีกคน ‘เยซอง’ หรือ ‘เยฮยอง’ ที่รยออุคเรียก
เยฮยองเป็นคนน่ารัก…แต่บางครั้งรยออุคก็บอกไม่ถูกว่าในดวงตาสีนิลของเยฮยองกำลังมองอะไร คิดอะไรหรือแม้แต่รู้สึกยังไง เหมือนกำแพงที่เยฮยองสร้างรยออุคยังทลายเข้าไปไม่ได้ ทั้งที่คิดว่าได้อยู่ใกล้มากที่สุด…แต่ก็เหมือนไกลกว่าคนอื่น
‘คนรัก’ คือฐานะที่รยออุคเป็นอยู่ในตอนนี้ แต่ต่อไปล่ะ…เมื่อเขาต้องไปทำงานที่จีนเป็นเดือน ทั้งที่คิดว่าคงได้เห็นปฏิกิริยาของเยฮยองบ้างแต่คนคนนั้นก็เพียงแต่นั่งเงียบรับฟัง…ด้วยความเข้าใจ
...หรือเยฮยองจะเบื่อรยออุคอย่างที่พี่ฮีชอลพูด?...
“คงงั้นมั้งฮะ…” ตอบรับเสียงเบา นัยน์ตาหวานที่เคยสดใสฉายแววเศร้าจนฮีชอลอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ ก็ในเมื่อเผลอพูดอะไรที่มันร้ายแรงกับเด็กหนุ่มตรงหน้าไปแล้วนี่สิ!
“รยออุค…” เสียงหวานแหบพล่าหลุดออกจากปากเรียวสวยน้อยๆ คิ้วเรียวสวยหมุนขึ้นอย่างเป็นคำถาม “เกิดอะไรขึ้น…ไอ้บ้านั่นทำอะไรนาย?”
รยออุคขยับตัวน้อยๆ เขาไม่คิดว่าแค่สีหน้าของเขาจะทำให้ฮีชอลรู้สึกแย่ได้ขนาดนี้…รอยยิ้มกว้างถูกสร้างขึ้นมาแทนทีทันที
“เปล่าหรอกฮะ…ผมพูดไปงั้นแหละ”
“ฉันไม่เชื่อ! นายจะบอกเองหรือจะให้ฉันไปลากตัวมันมาถาม” นิ้วเรียวสวยชี้ไปที่ร่างท้วมของเยซองที่กำลังเล่นอะไรสักอย่างกับพวกคังอิน ใบหน้าสวยดูจริงจังจนน่ากลัว รยออุคได้แต่นั่งนิ่งเหงื่อตก
…จะให้เขาพูดได้ยังไงก็ในเมื่อเยซองไม่ชอบคนคิดมาก!!...
“พี่ฮีชอลฮะ…ผมว่ามันดึกแล้วนะ ไปนอนดีกว่า” พูดจบก็ลุกเดินออกไปทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนาของเยซองก่อนจะกระซิบอะไรที่หูสองสามคำ ร่างสูงก็ลุกเดินออกไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว
ฮีชอลมองตามก่อนจะถอนหายใจ…คนรึอุส่าจะช่วย! แต่อย่างน้อยรยออุคก็กล้าขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ…หนุ่มน้อยหน้าหวานน่าแกล้งคนเดิมหายไปไหนแล้วนะ อยากจะแกล้งให้เข็ดซะจริงๆ
มองเด็กหนุ่มสองคนที่พร้อมใจเดินออกจากห้อง ปากเรียวบ่นพึมพำอย่างหมั่นไส้ก่อนจะย้ายตัวเองเข้าไปนั่งกับคนอื่นๆกลางห้อง ร่างบางเอนตัวลงกับโซฟานอนราบมองน้องๆแต่ละคนเล่นเกมต่อคำ ส่วนมือเรียวก็กดเปลี่ยนช่องรีโมททีวีไปเรื่อย ถอนหายใจออกมาเสียงดัง…
ทำไม…วันนี้บ้านมันถึงดูน่าเบื่อแบบนี้กันนะ?
หรือเพราะตาบ้านั่นไม่อยู่กัน!
คิมฮีชอล…นายจะคิดถึงตาแก่นั่นไปทำไมกันเนี่ย?! ท่าจะเป็นหนักแล้วเรา!
หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว อยากให้อีทึกกลับมาเร็วๆไม่น้อย…อยู่กับไอ้พวกลิงนี่ก็ไม่มีอะไรจะทำ วันๆเอาแต่เล่นไม่งั้นก็นั่งเถียงกันไร้สาระ…สู้อยู่กับทึกกี้ก็ไม่ได้ แกล้งก็สนุกกว่า...อีกอย่าง เขาเองก็อยากอยู่กับอีทึกให้มากกว่าที่อยู่ตอนนี้ ใครจะรู้...ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะถูกสั่งย้ายออกไปจากที่นี่หรือถูกเปลี่ยนไปนอนห้องอื่น
เขาอยากเก็บช่วงเวลานี้ให้ได้นานที่สุด...อยากตักตวงความสุขให้มากกว่านี้
“นี่” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกสติคนตัวเล็กให้กลับมา “บ้ารึเปล่าหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว” เปลือกตาเรียวสวยหันมองคนพูดที่อยู่ด้านหลัง
“กลับมาซะทีนะตาบ้า!” ขยับตัวลุกขึ้นนั่งเขยิบที่ให้อีกฝ่าย อีทึกมองร่างเพรียวยิ้มๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่ว่างด้านข้าง
“ตื่นนานแล้วเหรอ” หัวเราะน้อยๆ ยกมือเรียวลูบผมเนียนของอีกฝ่ายถามกลับมากกว่าจะตอบคำถาม ใบหน้าสวยคล้ายยิ้มกว้าง…เขาชอบ…ชอบการกระทำแบบนี้ของอีทึก
“ได้สักพักแล้วล่ะ นี่…ฉันหิวล่ะ” เสียงหวานอ้อนร่างสูงก่อนจะเอนศีรษะเล็กของตัวเองพิงกับไหล่ของอีทึก มือเรียวลูบท้องตัวเองไปมาจนร่างสูงต้องส่ายหัวอย่างระอา
“แล้วทำไมไม่บอกพวกซองมินล่ะ” ถามกลับ ก่อนจะหันไปค้นของของในกระเป๋าถือใบโปรด ฮีชอลมองตามใบหน้าสวยบึ้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือเรียกยกขึ้นมากอดอก…อาการงอนที่คนตัวเล็กแสดงออกเสมอเวลาโดนขัดใจ
“ก็แล้วนายเห็นว่าซองมินอยู่รึเปล่าล่ะ?! จะให้ไอ้พวกบ้านี่ทำก็กลัวมันทำบ้านพัง!” บ่นเสียงดังให้พวกที่นั่งจับกลุ่มตรงหน้าได้ยิน อีทึกหัวเราะอย่างเข้าใจ…
“แล้วทำไมพี่ไม่ทำเองเล่า!”
“เงียบไปเลยนะไอ้ไก่!! ฉันจะทำไม่ทำมันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน…พวกนายต่างหากที่ต้องไปหัดทำอาหารให้เป็น!” ใบหน้าบูดตวาดใส่ฮยอกแจ เด็กหนุ่มหน้าเหวอไปพักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจนั่งเงียบเก็บปากเก็บคำเล่นเกมกับคนอื่นคงจะดีกว่า
แล้วมันเกี่ยวอะไรที่พวกเขาจะต้องเรียนทำอาหารล่ะเนี่ย?
….
เค้กสตอรเบอร์รี่ถูกส่งให้ตรงหน้า ฮีชอลหันมองร่างสูงที่ยื่นให้อย่างไม่เข้าใจ
“หิวไม่ใช่เหรอ…กินไปก่อนสิ พอดีตอนกลับผู้จัดการเขาแวะซื้อก็เลยไปซื้อให้นายด้วย…ของชอบนี่ รอนี่นะเดี๋ยวจะไปทำอะไรให้กิน” บอกเสียงหวาน มือเรียวโคลงหัวอีกฝ่ายไปมาเบาๆ
“แล้วนาย…กินอะไรมารึยัง” ฮีชอลถามร่างสูงที่กำลังลุกเดินออกจากห้องไปที่ห้องครัว คนถูกถามชะงักเท้าเรียวที่กำลังจะก้าว
“ยัง…แต่นายกินไปก่อนเถอะฉันยังไม่หิวเท่าไหร่” นัยน์ตาเรียวสวยมองแผ่นหลังเนียนของอีทึกจนลับสายตา หันกลับมามองเค้กก้อนเล็กตรงหน้า อมยิ้มน้อยๆมือเรียวเก็บเค้กใส่กล่องก่อนจะลุกตามร่างสูงเข้าไปที่ห้องครัว
“ฉันชักอิจฉาพี่ฮีชอลแล้วสิ!” ทงเฮพูดเปรยๆกับซองมินที่เดินเข้ามานั่งด้านข้าง มองร่างเพรียวบางของฮีชอลที่เดินเข้าไปในห้องครัวตามร่างสูง
“แต่ฉันอิจฉาพี่อีทึกมากกว่านะ” ฮยอกแจพูดขัด ทิ้งตัวลงนั่งข้างคนรักตัวเอง
“ฉันว่า…อิจฉาพี่เขาสองคนเลยดีกว่ามั้งพวกนายนะ!” เสียงหวานของซองมินประชดคนข้างตัวทั้งคู่ ฮยอกแจและทงเฮมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้ารับ…อิจฉาสิ…ออกจะรักกันขนาดนั้น ไม่ต้องพูดแต่สายตาก็บอกได้ทุกอย่าง
…
เท้าเรียวก้าวเข้าไปในห้องครัวเงียบๆ ฮีชอลมองแผ่นหลังเนียนของอีทึกที่ยืนวุ่นอยู่กับการทำหารตรงหน้า เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆจากด้านหลังเรียกให้อีทึกหันกลับไปมองก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
“ไม่นั่งกับน้องๆล่ะ มาอยู่นี่ทำไม”
“ก็คนมันเบื่อนี่! ไอ้พวกนั้นวันๆไม่เห็นทำอะไรนอกจาก…เล่นอะไรไร้สาระไปเรื่อย อีกอย่าง…ฉันหิวแล้วนะ!!” ปากเรียวเพยอน้อยๆบอกร่างสูง ก่อนจะว่างกล่องเค้กในมือลงบนโต๊ะ
อีทึกหัวเราะน้อยๆ “งั้นกินเค้กไปก่อนนะ…เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เดินเข้ามาใกล้ร่างบางที่นั่งอยู่บนโต๊ะ มือเรียวของอีทึกตักเค้กจากจานก่อนจะป้อนให้กับฮีชอล คนตัวเล็กยิ้มขำกับสิ่งที่อีทึกมอบให้ ก่อนที่มือเรียวสวยจะดันเค้กอีกคำที่ร่างสูงตักเข้าปากเรียวของอีทึก
“นายเองก็หิวเหมือนกันนี่!” ก้มหน้าบอก ใบหน้าเรียวสวยเจือสีแดงระเรือ
ใบหน้าเนียนของอีทึกชะงักไปเล็กน้อย ลักยิ้มสวยปรากฏบนใบหน้าก่อนมือเรียวของเจ้าตัวจะยกขึ้นหยีผมนุ่มสีส้มอ่อนของอีกฝ่ายเหมือนเด็กๆ
ไม่ว่าเมื่อไหร่…ฮีชอลก็คิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่วันที่ได้เจอกันเลยสินะ…
“ไปทำกับข้าวได้แล้วตาบ้า!! คนยิ่งหิวๆอยู่ ไม่ใช่ฉันคนเดียวแล้วนะ…แต่มีเจ้าตัวเล็กอีกคนด้วย” พูดไล่อีกฝ่ายเสียงดัง ก่อนจะเบือนหน้าหนีเมื่อพูดประโยคหลังออกไป ร่างสูงของอีทึกชะงักน้อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้าง
“คร้า~~บ ว่าแต่…จองฮีอยากกินอะไรเอ่ย? ซุปสาหร่ายมั้ยหรือว่าข้าวผัด เอ…หรือรามฮยอนดี” ก้มลงไปถามคนตัวเล็กที่นั่งงงกับการกระทำของร่างสูงก่อนจะผลักออกแรงๆ
“บ้า!! ใครจองฮี?” ใบหน้าสวยขึ้นสีนึกโมโหในชื่อที่ร่างสูงเอ่ยออกมา
จองฮี?...ผู้หญิงที่ไหนอีกล่ะเนี่ย?...คอยดูนะอีทึกชั้นจะไปกิ๊กกับคนอื่นให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย!
“ก็…ปาร์คจองฮี…ชื่อของลูกเราไง…ไม่ชอบเหรอ”
“จองฮี…จองซู ฮีชอล…บ้าแน่ๆ ทึกกี้นายเพี้ยนไปแล้ว!!” ฮีชอลพึมพำเบากับตัวเอง หัวเราะออกมาน้อยๆ ชื่อของเขากับอีทึก รวมกันเป็นชื่อของลูกงั้นเหรอ?
…ตาบ้านี่ทำอะไรไม่เข้ากับตัวเองเลยให้ตาย!…
อีทึกยืนนิ่งมองใบหน้าเนียนของฮีชอลที่เงยขึ้นมาว่าเขาว่า ’เพี้ยนไปแล้ว’ ใบหน้าหล่อเรียบชัดจนฮีชอลเอะใจ ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะคว้าข้อมือของคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนจะหันหลังกลับไปทำกับข้าวต่อ
“หือ?”
“…ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบนี่” ก้มหน้าบอก เพราะรู้ดีว่าหน้าของเขาจะต้องแดงจัดแน่ๆ ที่พูดออกไปแบบนั้น
มือเรียวอีกข้างที่ว่างถูกยกขึ้นมา อีทึกเชยคางคนตัวเล็กให้เงยหน้าขึ้นมองว่าตอนนี้เขากำลังยิ้ม…ดีใจขนาดไหน กระซิบข้างหูคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาๆ คำพูดที่เรียกให้ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วต้องแดงขึ้นไปอีก
‘ฉัน…อยากกินนายมากกว่าแล้วสิ’
“ตาบ้า!! ทำกับข้าวไปเลยนะ…ฉันจะกินเค้กลองท้องไปก่อน ไม่ต้องยิ้มเลย!!! หันไปนะ!” มือเรียวตีอีกฝ่ายอย่างแรงจนคนตัวสูงต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง ตอบรับเสียงนุ่มหันกลับไปทำกับข้าวให้จองฮีและฮีชอลต่อ
ครอบครัว…ครอบครัวของปาร์คจองซูกับคิมฮีชอลงั้นเหรอ ไม่เคยคิดถึงเลยสินะ…แต่ตอนนี้สิ่งที่ว่านั่นกลับรู้สึกผูกพัน…จนตัดไม่ขาดแน่ๆ ถ้าใครจะมาแยกเขากับฮีชอลให้ออกจากกัน…
ไม่นานนักกับข้าวสองสามอย่างก็ถูกวางลงบนโต๊ะ กลิ่นหอมของมันเรียกให้ชายหนุ่มหน้าหวานละสายตาจากตารางงานในมือที่เอามาดูฆ่าเวลา
“อิ่มรึยังเนี่ย กินเค้กไปตั้งชิ้นหนึ่ง…จะกินอีกเหรอ” อีทึกถามร่างบางตรงหน้า พลางขยับเก้าอี้ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามมือเรียวส่งจานเปล่าให้อีกฝ่ายที่แยกเขี้ยวใส่อย่างหาเรื่องทีหนึ่ง
“ทึกกี้” เรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ “นายคิดว่าลูกของเราจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” นัยน์ตากลมโตสีนิลดูอ่อนโยนทันทีที่พูดถึงอีกชีวิตหนึ่ง
“…ไม่รู้สิ แต่ยังไงก็คือลูกของเรา ว่าแต่…นายอยากได้ลูกสาวนี่ ชั้นจำได้ว่าฮีชอลเคยบอกกับรายการว่าอยากได้ลูกสาว ถ้าเป็นลูกสาว…ชื่อจองฮีคงดูเหมาะดีว่ามั้ย”
“แล้วถ้า…เป็นลูกชายล่ะ”
“ฮ่ะๆ…ถ้าเป็นลูกชายก็ต้องหน้าเหมือนฉัน แต่ถ้าลูกสาว…อยากให้หน้าเหมือนนาย เฮ้อ~…ฉันคงหวงลูกของเราตายเลยสิเนี่ย ยิ่ง…ถ้าเขาหน้าเหมือนนาย” ใบหน้าเนียนของอีทึกอมยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุข
“แต่ฉัน…คิดว่าเขาเป็นผู้หญิง”
“เอาน่าา...ยังไงพวกเราก็จะเลี้ยงให้ดี”
วันนี้ทั้งวันเขานั่งคุยกับฮยอกแจตลอดการอัดรายการหรือบนรถ…คุยเรื่องลูกของเขา และเรื่องชื่อที่อยากจะเรียกตั้งแต่ตอนนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องเถียงกันสุดตัวกว่าจะมาลงเอยที่ชื่อของเขากับฮีชอล
…ปาร์คจองฮี…
เด็กที่จะเป็นเครื่องหมายบอกว่าเขา…และฮีชอลเป็นอะไรกัน
เสียงพูดคุยดังรอดออกมาจากห้องครัว บรรดาลิงทั้งหลายที่พร้อมใจกับเข้ามาแอบฟังต่างก็ได้แต่อมยิ้ม พวกเขารู้ดีว่าพี่สองคนนี้รักกันมากแค่ไหน…แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสแบบนี้ด้วยซ้ำ ถ้าพวกเขาจะมีหลานที่ชื่อ ‘จองฮี’ มาวิ่งเล่นและขี้อ้อนเร็วๆ คงจะดูเป็นครอบครัวที่ใหญ่และอบอุ่นมากแน่ๆ
หลานคนสวย....ที่จะมีบรรดาอาเป็นสิบ!
.........................................................
.......................................................................
แสงแดดอุ่นส่องเข้ามาบางๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้คนที่กำลังหลับสนิทลุกหรือขยับตัวออกจากเตียงเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเปลือกตาเรียวสวยที่กระพริบถี่ๆไล่หยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มอย่างไม่คิดจะหยุด
ฮีชอลหันมองเตียงด้านข้างที่ว่างเปล่าไร้วี่แววของเจ้าของมัน เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เสียงฮึดฮัดดังขึ้นเบาๆก่อนที่หมอนข้างในมือจะถูกปาใส่เตียงของอีทึก หมอนสีขาวใบเล็กถูกเหวี่ยงกระทบข้างฝาก่อนจะหล่นตุบลงบนเตียงสีขาวที่ถูกจัดเอาไว้อย่างดี
สามวันแล้วสินะ…ที่เขาทะเลาะกับอีทึก
จนเผลอไล่ให้อีกฝ่ายออกไปนอนที่ห้องของฮยอกแจซะอย่างนั้น แค่คิดเสียงสะอื้นที่ถูกกลั้นเอาไว้ก็ดังรอดออกมาจากปากเรียวสวยทันที
“นายกำลังทำบ้าอะไรกันแน่?!!!” เสียงหวานตวาดใส่ร่างสูงที่เอาแต่นั่งแต่งเพลงจนไม่สนใจเขามาตั้งแต่ช่วงเช้า หรือแม้แต่ตอนกลับมาจากทำงานอีตาบ้านี่ก็ไม่คิดจะพูดอะไรสักคำ ถามอะไรก็ไม่ตอบ…
กว่าจะนอนก็ปาเข้าไปตีสามตีสี่ จนเหนื่อยที่จะพูดแล้วด้วยซ้ำ…ไอ้ไม่สนใจเขานะ มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่…ไม่สนใจตัวเองจนข้าวปลาก็ไม่กินนี่สิ! จะทำบ้าแบบนี้ไปอีกสักเท่าไหร่ นอนก็ไม่นอน แล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน พอจะนอนก็เกือบเช้า…แล้วก็ต้องให้เขาคอยปลุกทุกวัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นนับวันตาบ้านี่ก็เหนื่อยจนแทบจะลุกไม่ขึ้นกว่าจะฉุดให้ลุกขึ้นได้ก็เล่นเอาเหนื่อยใจ
…จนสุดท้ายเขาเองก็ต้องยอมแพ้…
เพราะคนอย่างฮีชอลเองก็ไม่มีเวลาอะไรขนาดนั้น! งานของเขาไม่ได้ว่างช่วงเช้าให้คอยปลุกอีทึกได้ตลอดเวลาหรอกนะ แล้วบางครั้งก็ต้องกลับดึกมากๆจนอดรู้สึกเป็นห่วงคนที่เอาแต่แต่งเพลงจนไม่สนใจตัวเองไม่ได้
“ฉันก็ต้องทำงานของฉันสิ!”
“ปาร์คจองซู!! นายรู้ตัวบางมั้ยว่าตอนนี้ นายเอาแต่แต่งเพลงจนไม่สนใจคนรอบข้างเขาไปหมดแล้ว” มือเรียวกระชากกระดาษโน๊ตเพลงออกจากมือของอีทึก
“ฮีชอล…เอาคืนมาเถอะ ฉันจะรีบทำให้มันเสร็จ”
“นาย! ฉันไม่คืน…จนกว่านายจะบอกว่านายกำลังทำอะไรกันแน่?!! วันๆเอาแต่นั่งแต่งเพลงบ้าๆนี่…ข้าวปลาก็ไม่กิน…ถ้ารักมันมากก็อยู่กับมันไปซะเลยสิ ไม่ต้องมาอยู่กับฉัน!!” ฮีชอลมองตาคนตรงหน้าไม่หลบ มือเรียวสะบัดกระดาษสีขาวสองสามแผ่นในมือไปมาอย่างอารมณ์เสีย…เขากำลังอดทน
นัยน์ตาสีนิลที่ดูหวั่นไหวสับสนของอีทึกยิ่งทำให้ร่างบางหมดความอดทนเอาง่ายๆ มือเรียวปาเนื้อเพลงในมือใส่อีกฝ่าย ก่อนจะทั้งผลักทั้งดันร่างสูงให้ออกไปจากห้อง
“ช่วงนี้ฉันมีงานยุ่ง! นายไปนอนที่อื่น!! ไปนอนกับไอ้เนื้อเพลงบ้านั่นของนายซะ…อยู่กับมันซะให้พอใจเลย ปาร์คจองซู!!!”
มือเรียวสวยยกขึ้นปิดหน้ากลั้นเสียงสะอื้นก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ เขาโกรธ…ที่อีทึกเอาแต่สนใจกับงาน จนไม่มองคนรอบข้าง ไม่สนใจน้องๆ ตัวเขาเองหรือแม้แต่ลูก…แต่ในส่วนลึกเขาก็แค่เป็นห่วง
...เพราะรู้ว่าอีทึกเป็นคนยังไง…
แต่คิมฮีชอลก็คือคิมฮีชอลวันยังค่ำ ทั้งที่อยากจะบอกว่าเป็นห่วง อยากให้อีทึกให้ความสนใจกับคนอื่นและตัวเองบ้าง…แต่คนปากแข็งก็พูดไม่ตรงกับใจเลยสักครั้ง
“นาย…อึ่ก…มันบ้าที่สุด!…ลืมฉันกับลูก…แล้วรึไง?” สะอื้นกับตัวเอง ยกมือเรียวขึ้นกอดเข่า กอดตัวเองเอาไว้ให้แน่น หนาว…แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากให้ลูกต้องหนาวเหมือนอย่างที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้
…คิดถึงอ้อมกอดคุ้นเคย…
…อ้อมกอดที่อยากได้…เวลาที่หนาวแบบนี้…
บางทีอีทึกอาจจะแค่…มีงานที่ต้องรีบส่งในกำหนดก็ได้ล่ะมั้ง? ถึงได้สนใจขนาดนั้น…แต่เขาก็ไม่เห็นคนอื่นจะรีบอะไรขนาดนี้เลยนี่นา
ทึกกี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่…?
.........................................................
.......................................................................





พึ่งเคยเห็นปกติเห็นแต่คนอื่นท้อง -*-
ปล. เอ่อ บังเอิญผ่านมาเจอ -_-' จะรอตอนต่อไปน้า ^O^
#1 By dds (125.25.139.36) on 2008-04-23 11:57