[Fic] Exodus 4
posted on 26 Apr 2008 07:20 by femodos in Fic-Exodus
Exodus 4
Chapter Four
“อืมมม”
น้ำเสียงงัวเงียอย่างเห็นได้ชัด อีทึกขยับตัวน้อยๆก่อนจะดันตัวเองลุกจากตักของร่างบาง มือเรียวยกขึ้นจัดทรงผมให้เข้าที่พลางมองใบหน้าสวยที่กลายเป็นหลับแทนเข้าไปซะแล้ว
“พี่อีทึก…ฮีชอลอยู่นี่รึ…อ้าว? ทำไมมานอนตรงนี้กันล่ะฮะ” เสียงหวานของรยออุค
ถามร่างสูงทันทีที่เดินเข้ามาหา ก่อนจะชะงักปลายประโยคเมื่อเห็นเจ้าของชื่อที่กำลังตามตัวอยู่
“หาฮีชอลอยู่เหรอ” พยักหน้ารับ ก็เขาเพิ่งรู้ว่าพี่ฮีชอลมาที่ห้องจากปากของเยฮยอง เดินหาจนทั่วก็ยังไม่เจอ สุดท้ายก็เลยต้องเดินเข้ามาหาพี่อีทึก…และก็เจอจนได้
“คือ…ผมกับซองมิน ทงเฮแล้วก็คยู กำลังหาความหมายของเพลงอัลบั้มไวทเดย์ของแต่ละคนในวงอยู่นะฮะ เลยอยากรู้คำแปลของพี่ฮีชอลบ้าง…จริงสิแล้วพี่ส่งเพลงรึยังฮะ วันนี้วันสุดท้ายแล้วด้วย แล้วเพลงเปิดคิสล่ะ”
“อืม…ส่งไปเมื่อเช้า เกือบไม่ทันเหมือนกัน…ยังดีว่าคุณอีช่วยพูดให้ ไม่งั้นก็คงแย่ ส่วนเพลงเปิดคิสก็..เสร็จนานแล้วล่ะ” บอกเสียงหวานพลางขยับให้คนตัวเล็กมานอนบนตักตัวเองบ้าง
“โห! นี่อย่าบอกนะว่าพี่แต่งเพลงเปิดคิสเสร็จไปนานแล้ว...แต่มาตายที่เพลงในอัลบั้มไวท์เดย์...”
“อื้อ...โทษทีที่ไม่ได้บอก”
“ช่างเถอะฮะ... ก็ดีแล้วนี่ อุส่านั่งคิดมาตั้งหลายวัน…ว่าแต่ผมขอคำแปลได้รึเปล่า?” รยออุคมองการกระทำของอีทึกยิ้มๆ ถึงจะเห็นบ่อย…แต่ก็อดอิจฉาไม่ได้อยู่ดี “นะฮะ~ พี่อีทึกสุดหล่อ..พี่อีทึกคนเก่ง นะฮะ!”
อีทึกมองคนตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจเบา…ติดนิสัยฮีชอลกันมาหมดเลยรึไงเนี่ย?… “ได้สิ…แต่อย่าบอกยัยนี่นะ”
รยออุครับกระดาษสีขาวสองแผ่นมาถือไว้ในมือ สบตาร่างสูงอย่างเป็นคำถาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้คำตอบ สุดท้ายเลยได้แต่พยักหน้ายอมรับกับสิ่งที่อีกฝ่ายสั่งห้าม
“งั้น…ถ้าพี่ฮีชอลตื่นแล้วบอกว่าพวกผมขอเนื้อเพลงด้วยนะฮะ”
“อื้อ ได้สิ!”
มองพี่อีทึกกับพี่ฮีชอลยิ้มๆ ท่าทางเป็นห่วงแล้วก็แคร์เอามากๆแบบนั้นของพี่อีทึก กี่คนที่จะได้เห็นและได้รับกันนะ…จะว่าไปวันนี้พี่อีทึกก็ใส่เสื้อเดรสสีแดงเหมือนพี่ฮีชอลเลยแหะ! นัดกันมารึเปล่าหว่า…ไหนว่ากลัวผู้ใหญ่ว่าไง แล้วทำไมยังแต่งเหมือนกันอีก?
รยออุคเดินกลับมาที่กลุ่มของตัวเอง ใบหน้าหวานยิ้มสวยอย่างเคยจนซองมินอดที่จะแซวไม่ได้ “นี่! ไปเอาเนื้อเพลงนะ…ทำไมยิ้มมาซะขนาดนั้นไปเห็นอะไรเข้าอีกล่ะเนี่ย?”
ทิ้งตัวลงนั่งข้างคยูฮยอนที่หันมามองหน้า ส่ายหัวไปมาน้อยๆอย่างไม่สนใจ รอยยิ้มหวานยังคงแต้งอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาอย่างเคย “ลีซองมิน!…วันนี้นายอยู่กับพี่ฮีชอลนี่ ทำไมพี่เขาใส่ชุดสีแดงมาล่ะ”
คนถูกถามหยุดนิ่งพลางทำหน้านึกน้อย ไม่นานนักก็ฉีกยิ้มกว้าง…มือเรียวดีดนิ้วเสียงดังอย่างที่คนนึกออกชอบทำ “จริงสิ! วันนี้พี่ฮีชอลเขาเลือกเสื้อสีแดง จะว่าไป..พี่อีทึกก็ใส่สีแดงเหมือนกันนี่น่า ถึงจะคนละแบบก็เถอะ”
“อ่าาา…นั่นสิ แต่พวกเขาไม่ได้พักด้วยกันนะ พี่อีทึกออกมานอกกับฮยอกแจตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้วนี่”
“ก็ใจตรงกันไงเล่า!! จะคิดอะไรมาก!”
“นั่นสินะ…ว่าแต่เนื้อเพลงล่ะ พี่ฮีชอลเขาเลือกเพลงอะไรกัน?” หัวเราะกับสิ่งที่คิด ก่อนที่ทงเฮจะเปลี่ยนเรื่อง มือเรียวดึงกระดาษออกจากมือของรยออุคมาวางไว้กลางวง
“ของพี่อีทึกนะ…พี่ฮีชอลเขานอนอยู่ก็เลยไม่ได้เรียก” รยออุคบอก เสียงหวานติดจะอึกอักและเบาน้อยๆมองเพื่อนที่เหลืออย่างขอความเห็น
…ก็รู้กันไม่ใช่เหรอ เวลาพี่ฮีชอลหลับนะน่ากลัวขนาดไหน!…
“เอาเถอะ ของพี่อีทึกก็ได้!” สิ้นเสียงของซองมิน ทุกคนต่างก็ต้องนิ่งเงียบเมื่อได้ยิน
คยูฮยอนน้องคนสุดท้องของวงอ่านชื่อเพลงของพี่อีทึก
“เพลง…ฮานะ”
บทเพลงประกอบละครเรื่องดังของญี่ปุ่น ที่พวกเขาเองก็เคยดูมาแล้ว…’Be with you’ ซีรีย์เรื่องสั้นที่เคยเห็นพี่อีทึกเอามาเปิดอยู่พักใหญ่ เรื่องที่พวกเขาทั้งสี่คนต้องเสียน้ำตาให้กับความรักบริสุทธิ์…ของครอบครัว
น้ำเสียงทุ้มหวานพูดอย่างราบเรียบแต่ก็ทำให้บรรดาคนชอบแซวอย่างซองมินและทงเฮเงียบปากได้สนิท เนื้อเพลงคำแปลของพี่อีทึก…สื่อได้ดีว่าพี่อีทึกกำลังพูดถึงใคร
ฮานะ…ดอกไม้
“พี่ฮีชอล” คยูฮยอนพึมพำชื่อของพี่ใหญ่ออกมาเบาๆ
คนที่เป็นดอกไม้เพียงคนเดียวในวงของเรา พี่ใหญ่ที่เรียกตัวเองว่าดอกไม้…และเรียกคนรอบข้างว่ากลีบดอกไม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา…
“ฉันว่า…บางทีคนที่ควรอ่านคือพี่ฮีชอลมากกว่า”
คำพูดประสั้นๆเพียงประโยคเดียวของทงเฮ ทำให้ทุกคนได้แต่พยักหน้า ถึงพวกเขาจะอ่าน…จะรู้ความหมายแต่ก็คงไม่มีค่าหากคนที่อ่านหรือฟังไม่ใช่พี่ฮีชอล
สิ่งที่พี่อีทึกอยากจะบอก…ผ่านบทเพลงเพลงนี้ คำที่ไม่อาจจะพูดออกมาจากปากของตัวเองไม่อาจตีความออกมาเป็นการกระทำ
บอกกับคนที่รักที่สุดในชีวิต…อย่างคิมฮีชอล
….
“นี่!…ตื่นเถอะเย็นแล้ว...ฮีชอลเดี๋ยวนายต้องไปคลื่นซองมินอีกนะ” เสียงทุ้มหวานเรียกและสะกิดคนตัวเล็กที่นอนหลับบนตักของตัวเอง ฮีชอลขยับตัวน้อยๆ
“อืมมม” ลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีอีทึกคอยช่วย ขยับตัวจะหยิบกระเป๋า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมือเรียวของอีทึกเป็นฝ่ายหยิบไปถือเองซะอย่างนั้น ก่อนที่มืออีกข้างจะถูกร่างสูงจูงออกไปด้วย
“ทึกกี้” ฮีชอลเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาทันทีที่เดินพ้นประตูห้องซ้อมของพวกเขา ใบหน้าเรียวหันกลับมามองอย่างเป็นคำถาม
“พรุ่งนี้…แม่ฉันจะมา”
ชะงักเท้าเรียวที่กำลังจะก้าว หันกลับมามองใบหน้าสวยที่ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตา “บอกไปแล้วเหรอ? เอาสิ…งั้นพรุ่งนี้ตอนเช้าก็ว่างทั้งคู่สินะ ฉันไม่มีงานหรอก…ไม่ต้องห่วง!”
“ใครบอกว่าฉันห่วง! ฉันแค่กลัวว่าแม่จะมาเห็นนาย…นอนไม่ยอมตื่นต่างหากเล่า!! คอยดูนะตาบ้า! ถ้ายังแต่งเพลงแล้วไม่คิดจะนอนอีกล่ะก็…วันนี้นายตายแน่ คุณลีดเดอร์งี่เง่า!!!” สะดุ้งสุดตัวเมืออยู่ๆ คนที่เอาแต่ก้มหน้าเมื่อครู่จู่ๆก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ว่าเป็นชุด พร้อมทั้งสะบัดมือเรียวของเขาเดินหน้าไปก่อนอีกด้วยซ้ำ
เฮ้อ…ให้ตาย เขาตามอารมณ์ยัยนี่ไม่ทันจริงๆ!
อีทึกยืนนิ่งอยู่กับท่าอย่างปลงกับตัวเอง…ถึงจองมินจะบอกว่าอารมณ์จะเปลี่ยนไปอีกก็เถอะนะ แต่เขาก็…ยังตามไม่ทันอยู่ดีนั่นแหละ
“ปาร์คจองซู!! นายจะไปรึเปล่า คนอื่นเขาคอยนายอยู่นะ!!” สะดุ้งอีกรอบเมื่อเสียงหวานตะโกนมาจากรถ พลางกวักมือเรียกให้เขาเดินเข้าไปเร็วๆ
อมยิ้มกับท่าทางเหมือนเด็กของฮีชอลก่อนจะรีบวิ่งตามไป…
หยุดไม่ได้แล้วนี่นา…รู้ตัวตั้งแต่วันที่เผลอเปลี่ยนมุมมองในการมองคนตัวเล็กแล้ว…ความรู้สึกที่ไม่คิดจะเกิด ทั้งที่เขาเองก็คบกับเฮียวริแต่ทุกอย่าง…กลับมีแต่เรื่องของฮีชอลอยู่ในหัวตลอดเวลา…จนสุดท้ายวันที่เลิกกับเธอ
คนเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้าง…คนที่มอบรอยยิ้มให้อีกครั้ง ‘คิมฮีชอล’
กว่าจะรู้ว่า ‘รัก’ ก็ทำให้เจ็บไปไม่รู้สักเท่าไหร่…แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะปกป้องและอยู่เคียงข้างคนคนนี้ตลอดไป
สัญญา…จากปาร์คจองซู
…
“อ่านอะไรอยู่นะ ซองมิน” เสียงหวานดังถามคนตัวเล็กที่นั่งเงียบอ่านเนื้อเพลงของพี่อีทึกคนเดียว ในช่วงเวลาพักของชุนจิ ฮีชอลเลื่อนเก้าอี้เข้ามาหาอีกฝ่ายอย่างสนใจ
“อ่อ…อ่านเนื้อเพลง เฮ้ย!... เอ่อ พี่ฮีชอล…ผมอยากได้คำแปลเพลงของพี่…ได้รึเปล่า” ปากเรียวตอบคำถาม ก่อนจะต้องรีบตะครุบปากตัวเองทันที เปลี่ยนเรื่องถามอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่าฮีชอลเอาแต่จ้อง นัยน์ตากลมโตท้อประกายสดใสร่าเริงจนรู้สึกเสียวสันหลัง
“เนื้อเพลง?…เพลงไหนล่ะ”
“เพลงที่พี่เลือกในอัลบั้มไวทเดย์ไงฮะ…พอดีผมอยากรู้ความหมาย” ตอบรับด้วยเสียงหวานแบบเดิม นัยน์ตาเรียวสวยดูอ้อนเหมือนแมวจนฮีชอลอดที่จะใจอ่อนไม่ได้
ก็เขา…รักแมวมากๆนี่!
ถอนหายใจหนักๆ กับสิ่งที่คนตัวเล็กตรงหน้าแสดงออก มือเรียวเลื่อนเครื่องโน๊ตบุ๊คตรงหน้าของซองมินมานิ้วเรียวพิมพ์ลงไปไม่นานก็เลื่อนกับมาให้เจ้าของอย่างเดิม “เอา! จะเอาไม่ใช่เหรอ…อ่านดูสิ”
“ขอบคุณฮะ!” ตอบรับเสียงหวาน กับแววตาออดอ้อนเหมือนแมว จนฮีชอลได้แต่ถอนหายใจส่ายหน้าอย่างระอา ถ้าลูกเขาออกมาแบบซองมิน…สงสัยว่าทั้งเขาและอีทึกคงต้องกลายเป็นตาแก่กับยายแก่ที่น่าเหนื่อยใจที่สุดแล้วล่ะมั้ง
“เห?…เพลงฮันนี่” หลุดพึมพำออกมาไม่ได้ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคนอย่างฮีชอลคงจะหวานไม่เป็น แต่ก็ไม่คิดว่าจะเลือกเพลงนี้….
“เอ่อ…พี่ฮะ ผมอ่านภาษาอังกฤษไม่เก่ง พี่…บอกผมแทนได้มั้ย” ลีซองมินเลื่อนโน๊ตบุ๊คตรงหน้าออกช้าๆ เอ่ยเรียกพี่ชายข้างตัวอย่างเบาๆ ก็เล่นเปิด…เวบภาษาอังกฤษมาหมดแบบนี้ใครจะไปอ่านได้กันเล่า!
พี่ฮีชอลเก่งภาษานี่ จบด้านนี้มาแต่ผม…เฮ้อ…แกล้งกันชัดๆ!
“ฮันนี่”
“เป็นเพลง…ของคนงี่เง่าคนหนึ่งนะ…คนงี่เง่าที่เปี่ยมไปด้วย ‘ความหวัง’ อยากจะพาเธอเดินไปด้วยกัน แม้ว่าโชคชะตาจะคอยกลั่นแกล้งหรือขัดขวาง แต่คนงี่เง่าคนนั้นก็ยังเลือกที่จะสู้…แม้เพียงคนเดียว ก็จะฝ่าฟันไปด้วยแรงของตัวเอง ต่อให้ความฝันนั้นจะเลือนรางแค่ไหนก็เถอะ…คนงี่เง่าคนนั้นก็ยังจะสู้แล้วพาเธอเดินไปด้วยกันให้ได้”
ใบหน้าหวานขาวติดซีดเหม่อมองบทเพลงจากเวบตรงหน้า แววตาเรียวดูหวั่นไหวจนซองมินอ่านไม่ออกว่าตอนนี้ พี่ฮีชอลกำลังรู้สึกยังไง…ก่อนที่จะต้องนิ่งเงียบไปอีกหลังจากฟังคำแปลของเพลง
ความหวัง…ของคนงี่เง่า…
ไม่ว่ายังไงก็จะสู้…แล้วพาเดินไปด้วยกัน….
ต่อให้โชคชะตาขัดขวาง…ความฝันเลือนราง….
แต่ก็ยังจะพาเธอเดินไปด้วยกัน…ด้วยแรงเพียงคนเดียว…?
“เอ่อ…พี่หมายถึงพี่อีทึกรึเปล่าฮะ” ซองมินถามเบาๆ ก็ความหมายเมื่อครู่มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพี่อีทึกเลยไม่ใช่เหรอ?
ฮีชอลไม่ตอบ แต่นิ้วเรียวกลับคลิกไปเรื่อยๆ ก่อนจะเปิดไซเวิลด์หน้าคุ้นเคยของตัวเองขึ้นมาช้าๆ กี่วันแล้วกันนะที่ไม่ได้เข้ามาจัดการอะไรด้วยเลย นอกจากปิดไปเงียบๆแบบนี้…หายไปทั้งที่เคยคิดว่าจะเปิดเอาไว้ตลอดจนมีคนเข้าชมเยอะที่สุดด้วยซ้ำ
ลีซองมินนั่งมองอีกฝ่ายเงียบๆ เขาไม่รู้ว่าพี่ฮีชอลกำลังทำอะไร…แต่เหมือนจะเปิดอะไรสักอย่างจากโฟร์เดอร์ที่เจ้าตัวยังคงเก็บเอาไว้
ภาพเก่าๆสองรูปถูกเปิดขึ้นมา ภาพที่ซองมินเองก็เคยเห็นมาก่อนจากเวบต่างๆ ภาพของพี่ฮีชอลและพี่อีทึก ภาพที่ร่างเพรียวด้านข้างของซองมินกำลังยืนจับมือพี่อีทึกที่เอาแต่ก้มหน้า มือสองคู่…ที่จับกันแน่น
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น…ฉันก็จะพาอีทึกและพวกนายเดินไปด้วยกันให้ได้”
“พี่ฮีชอล…”
“ทำงานได้แล้วซองมิน เพลงจะจบแล้ว” บอกปัดเรียบๆอย่างเคย ก่อนจะเลื่อนตัวเองกลับไปที่ด้านว่างที่เดิม ใบหน้าเรียวสวยคล้ายยิ้มบนใบหน้าพูดคุยกับซันนี่อย่างสนุกสนาน หัวเราะคิกคักจนต้องหลอบถอนหายใจเบาๆ
“พี่จะบอกว่า…พี่จะอยู่จะช่วยเหลือและเคียงข้างกับพี่อีทึกตลอดไปสินะ…จะก้าวไปด้วยกันให้ถึงที่สุด แม้ว่ามันจะผิดก็ตามงั้นเหรอฮะ” พึมพำคนเดียว ก่อนจะขยับตัวกลับเข้าสู่รายการตามเดิม
นี่คือสิ่งที่อยู่ในใจพี่งั้นสินะฮะ…ต่อให้อะไรจะเกิดขึ้น
ก็จะสู้จนสุดกำลัง…เพราะไม่อยากเห็นความฝันของพี่อีทึกล้มสลายสินะ ถ้าพี่อีทึกล้ม…พี่ก็จะล้มไปด้วยใช่มั้ย?
“เหนื่อยหน่อยนะฮะ! ขอบคุณทุกคนมากครับ…” สองเสียงนักร้องกลุ่มประสานกันดังพอจะกล่าวขอบคุณบรรดาทีมงานทุกคนที่อยู่ในห้องอัด ก่อนจะก้มหัวลงทักทายอย่างมีมารยาท
ฮีชอลเดินนำร่างเพรียวของซองมินออกมาก่อน วันนี้เขาเหนื่อย…อยากจะรีบกลับไปนอนพักเร็วๆ จนอดที่จะขึ้นรถไปก่อนคนอื่นไม่ได้ ทันทีที่ขึ้นนั่งเปลือกตาสวยก็แทบปิดสนิท เพราะหยุดงานไปหลายวันเลยรู้สึกเพลียๆหรือเปล่ากันนะ?
ซองมินมองตามร่างเพรียวที่เดิมตรงขึ้นรถอย่างขำๆ ท่าทางก็พอบอกอยู่หรอกว่าง่วงแค่ไหน แต่ก็ยังฝืนรับงานมาเป็นเกสของรายการวิทยุชุนจิซะอีก
“พี่ฮีชอล…ผม…เอ่อ มีอะไรให้พี่อ่านนะ” บอกเสียงหวาน ฮีชอลลืมตาขึ้นมาน้อยๆ มองใบหน้าเนียนอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยื่นมือออกไปรับกระดาษสีขาวสองสามแผ่นในมือของซองมิน
นัยน์ตาเรียวสวยกวาดมองผ่านๆ “เนื้อเพลง? นี่ซองมิน! ตอนนี้ฉันง่วงมาก…เอาไว้พรุ่งนี้ได้รึเปล่า” ส่งคืนให้ร่างเพรียวที่ทำหน้าไม่ถูก
“อ่านเถอะฮะ…มันสำคัญสำหรับพี่”
“เหอะ! จะมีอะไรสำคัญถึงขนาดต้องอ่านตอนนี้ด้วยเหรอ” บอกอย่างไม่ชอบใจ มองใบหน้าเนียนของซองมินที่อมยิ้มอย่างมีเล่ห์นัย ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะจำใจอ่านเนื้อเพลงในมือที่ถืออยู่
“…ฮานะ” นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างทันทีที่เห็นชื่อเพลง
เขาจำได้…ว่าอีทึกเคยชอบเพลงนี้มากๆ จนถึงขนาดเปิดฟังเวลาที่อยู่ในห้องคนเดียว แต่เขาเองก็ยังไม่เคยอ่านเนื้อเพลงและคำแปลสักที
ก็ตาบ้านั่น…ไม่คิดจะพูด ส่วนเขาเองทำงานมาเหนื่อยๆทุกวันจะให้ไปสนใจเรื่องแค่นี้ก็ดูจะไร้สาระเกินไป!!
“ฮานะ…ดอกไม้?” เสียงหวานพึมพำอย่างคนไม่เชื่อในตัวเอง ฮีชอลเป็นคนทีเรียนด้านภาษามาก็ไม่น้อย ส่วนเพลงหรืออะไรที่ชอบก็ดูจะเกี่ยวกับญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ คำศัพท์พื้นๆแบบนี้แน่นอนว่าเขาเองก็เข้าใจ
เพราะเขาคือฮานะ…ในประเทศญี่ปุ่น
กระชับกระดาษในมือ นัยน์ตากลมโตกวาดอ่านตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้ดี…ลายมือของอีทึก อ่านไปได้ไม่เท่าไหร่มือเรียวอีกข้างก็ต้องยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น หยดน้ำตาอุ่นเอ่อคลอดวงตาเรียวสวยก่อนจะไหลอาบแก้มเนียนช้าๆ
花 (hana) -Orange Range
Like being in the middle of scattering flower petals. The miracle of our meeting was like a dream. We love each other, we fight,We get over whatever stands in our way And if I should be reborn. I’d like to meet you again. And become that flower. let it fully bloom, more, more, more.
…
“พี่อีทึก…คงอยากให้พี่ฟังเพลงนี้” ซองมินนั่งตัวตรง ใบหน้าหวานหลุบต่ำมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก พูดกับพี่ชายหน้าสวยด้วยเสียงที่สั่นครือไม่แพ้กัน “พี่เคยถามว่าพี่อีทึกแต่งเพลงอะไร…ทำไมถึงไม่สนใจคนรอบข้างแล้วก็แต่งจนไม่ดูแลตัวเองเลยใช่มั้ยฮะ…นี่ก็คือคำตอบ”
“จริงๆพี่เขาก็แต่งเพลงเปิดคิสด้วยล่ะฮะ...แต่ผมได้ยินว่าเสร็จนานแล้ว ไอ้ที่นั่งคิดอยู่ทุกวันนะ..เพลงนี้ต่างหาก”
ยิ่งซองมินพูดมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ร่างเพรียวของฮีชอลร้องไห้ออกมามากเท่านั้น หยดน้ำตาที่พยายามเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หยุดไหล
เขา…จำได้ว่าอีทึกเคยอัพไซเวิร์ดว่า ‘เอาแต่คิดมากเรื่องเดิมๆ…จนนอนไม่หลับ’
อีทึกนั่งแต่งเพลงจนถึงตีสามตีสี่ ก็เพียงเพื่อหาคำแปลและหาเพลงที่จะบอกอะไรให้เขารู้งั้นสินะ…ว่าอีทึกอยากจะบอกอะไรกับคนงี่เง่าคนนี้
แต่เขาก็ยัง…ทั้งไล่ทั้งด่าว่า ไม่สนใจว่าอีทึกกำลังแต่งเพลงให้ใคร ไม่สนอะไรทั้งสิ้น!
นายมันบ้าที่สุด…คิมฮีชอล!!!
“อึก!…บ้าที่สุด! ทำไมไม่มีใครคิดจะบอกเรื่องนี้กับฉันสักคน! ถ้าบอกฉันก็ไม่ต้องไล่ตาบ้านั่นออกไปนอนข้างนอกแบบนั้นหรอกนะ!!”
“ขอโทษฮะ…ผมเองก็เพิ่งได้อ่านคำแปลวันนี้ พี่อีทึกบอกว่าอย่าบอกพี่ แต่…ผมคิดว่าพี่ควรจะรู้ ลองไปฟังดูนะฮะ…มันเพราะมากเลยล่ะ” ดวงตากลมโตใสซื่อดูสดใสซะจนโกรธไม่ลง ยิ่งคำพูดทีพลั่งพรูออกมาจากกลีบปากเรียวอิ่มสวยนั่น ยิ่งทำให้ฮีชอลต้องเงียบ แล้วก็ได้แต่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับคำแปลของบทเพลงรักในมือ
“มือถือ…” สะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมาค้นมือถือในกระเป๋าถือของตัวเอง ใบหน้าหวานคลายยิ้มกว้างกดเลื่อนดูโปรแกรมเพลงในเครื่อง เพลงฮานะ…ที่เขาเคยอัพโหลดมาจากเครื่องของอีทึก
หูฟังถูกยืนให้จากมือเรียกของเด็กหนุ่มข้างตัว ฮีชอลมองใบหน้าหวานอย่างชั่งใจก่อนจะคว้ามาทันทีกดเปิดเพลงฟังเงียบๆ
‘เป็นปาฏิหาริย์ที่ได้พบเจอกับเธอ มีบ้างที่เราทะเลาะกัน แต่ก็จะฝ่าฟันมันไปให้ได้ จะปกป้อง…จะเข้มแข็งด้วยความรัก ด้วยความเชื่อใจ…โอบกอดเอาไว้…แทนคำขอบคุณที่ทำให้รอยยิ้มกลับคืนมา โอบกอดเอาไว้ด้วยความรู้สึกจากภายใน การได้เจอกลับเธอคือโชคชะตา ’ความรัก’ จะก้าวเดินต่อไปด้วยกัน…ถ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง จะขอรักเธออีกครา…’
‘จะเป็นดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับเธอ’
“นาย...มันบ้าที่สุด ปาร์คจองซู” ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินจากปากของฮีชอล เด็กหนุ่มหน้าหวานด้านข้างอย่างลีซองมินได้แต่แอบเหลือบมองใบหน้าหวานที่พราวไปด้วยหยดน้ำอุ่นๆที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย แต่ถึงอย่างนั้นพี่ฮีชอล...ก็ยังคงยิ้ม
บางที...ฮันนี่ คงเหมาะกับพี่อีทึกจริงๆนั่นแหละ
ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าพี่ฮีชอลแคร์ผู้ใหญ่ขนาดไหน....เพลงของพี่ฮีชอลกับพี่ฮันคยอง แน่นอนว่าสองคนนี้...เลือกให้คล้องจองกัน ให้กระแสแฟนเซอร์วิสกลับมาอีกครั้ง...เพราะพี่ฮันคยองกำลังจะไปจีน
แต่ที่คนอื่นไม่รู้....ก็น่าจะหมายถึงความหมายที่พี่ชายของเขาต้องการจะบอกต่างหาก...ความหมายของเพลง และความหมายของชื่อเพลง
ที่เขาเองก็....พูดอะไรไม่ได้
.........................................................
.......................................................................





เจ๊โชคดีมากๆเลยนะที่เป็นคนที่ทึกกี้รัก^^
#1 By Peppermint (58.9.183.66) on 2008-04-26 09:39