[Fic] Exodus 5
posted on 27 Apr 2008 14:19 by femodos in Fic-Exodus
Exodus
คราวก่อนไม่ได้เอาเพลงที่ฮีชอลเลือกในอัลบั้มไวท์เดย์มาลงให้ฟังด้วย วันนี้เลยเอามาให้ฟังกันแทนนะค่ะ เพลง Honey ของวง L'Arc~en~Ciel เป็นเพลงที่เหมาะกับเจ๊จริงๆ เนื้องหาเพลงก็อย่างที่เคยลงเอาไว้ในฟิคตอนที่แล้วนะค่ะ ^w^
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
edit :
มีคนถามถึงเนื้อหาเต็มๆของเพลง..ก็เลยไปเอามาให้
Title: Honey
Artist: L'arc~en~ciel
zutto nagameteita
tooku osanai koro kara
ima mo iro aseta sono keshiki wa
masshiro na kabe ni kazatte aru
kawaita kaze o karamase
anata o tsureteku no sa
honey so sweet kagirinai yume o
kono ryoute ni tsukande
korogatte yuku michi de
sukoshi ikareta dake sa
fukai itami wa torenai kedo
sonna kanashii me o shinai de
kawaita kaze o karamase
anata o tsureteku no sa
honey so sweet shinjite hoshii
kono sekai ga uso demo
i want to fly, waitin' for sunrise
itsudemo itsudemo
amai amai egao ni tokete itai
unmei ga boku o tsukande
atari wa kasundeku kedo
fusaganai de kikoeru darou
ano basho ga yonderu
kawaita kaze o karamase
anata o tsureteku no sa
honey so sweet kagirinai yume o
kono ryoute ni tsukande
i want to fly, waitin' for sunrise
i want to fly, waitin' for sunrise
ไม่ขอแปลนะค่ะ ^-^
เครดิต : sakura*sasuke
Chapter Five
“งั้นผมเข้าห้องเลยนะฮะ...ดึกแล้ว” นัยน์ตากลมโตหันมองต้นเสียงที่เดินผ่านเข้าไปที่ห้องพักด้านข้าง พยักหน้ารับมือเรียวเลื่อนนิ้วให้เครื่องเช็คชักน้อยๆก่อนจะเอ่ยปากบอกอีกคนที่ยังคงอยู่หน้าห้องเหมือนกัน
“ขอบใจนะ รีบนอนล่ะ...เจ้ากระต่าย!”
คำพูดขอบคุณเบาที่หลุดออกมาจากปากเรียวทำให้ลีซองมินได้แต่ยืนนิ่งก่อนจะยิ้มแหย่ๆรับคำแซวของพี่ชายหน้าหวานที่หันมาบอกราตรีสวัสดิ์ก่อนเข้าห้อง
“ฮะ...พี่ก็เหมือนกัน เดี๋ยวจองฮีต้องนอนดึกจะไม่ดีนะฮะ” ตอบรับเสียงอ่อย เดินเข้าห้องทันทีที่ประตูเปิดออก ฮีชอลมองสภาพน้องชายยิ้มๆ มือเรียวกระชับกระเป๋าที่สะพายอยู่ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องของตัวเอง
“กลับมาแล้ว” ฮีชอลวางกระเป๋าลงกับโซฟา มองห้องที่น่าจะมีแสงสว่างอย่างเคยแต่กลับดูผิดปกติ สายตากวาดหาร่างสูงคุ้นตาที่น่าจะกลับมาถึงก่อน แต่กลับไม่มีวี่แววว่ามีคนอยู่ในห้องเลยด้วยซ้ำ
...นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ...ตาบ้านั่นทำไมยังไม่กลับมาอีก?
ความกลัวจากเหตุการณ์เก่าๆฉายชัดเข้ามาในหัว จนนึกใจเสียไม่ได้
“อีทึก...อยู่รึเปล่า?”
“นี่! ตาบ้า...นายอยู่ไหน? กลับมาแล้วใช่มั้ย?!” ไร้เสียงตอบกลับอย่างที่คาดหวัง มีเพียงความเงียบอย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นคำตอบ จนคนที่คิดมากอยู่แล้วต้องคิดมากขึ้นไปอีก เท้าเรียวหันกลับทันที
“อ๊ะ...!” ก่อนจะต้องทรุดลงไปนั่งกับพื้น เพราะขาเกิดขัดกันขึ้นมาเองซะอย่างนั้น...ฮีชอลหันมองรอบตัว ทุกครั้งเคยมีอีทึกอยู่ด้วยแต่ตอนนี้...ทำไมถึงได้ว่างเปล่าแบบนี้? ขยับลุกขึ้นก่อนจะต้องกัดฟันแน่น
เจ็บ...เจ็บที่ขาข้างที่ยังคงมีเหล็กฝังเอาไว้
แต่ถึงอย่างนั้นฮีชอลก็ยังไม่สนใจ ดันตัวลุกขึ้นเพราะความเป็นห่วง...ที่มันมีมากกว่า เขายังหวังว่าอีทึกจะกลับมาถึงแล้ว และเพียงแค่ทำงานอยู่ในห้องเท่านั้น!
“อีทึก” เท้าเรียวก้าวยาวๆให้ถึงประตู มองร่างสูงที่กำลังตามหานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงสีขาวตัวโปรดของเจ้าตัว ถอนหายใจหนักๆ ย้ายร่างของตัวเองเข้าไปหาอีกฝ่ายที่ขยุกขยิกไปมานิดๆบนเตียง...เมื่อครู่เขาเผลอคิดว่าตาบ้านี่...
เขาเผลอคิดว่า....จะเกิดอะไรขึ้นกับคนคนนี้!
มือเรียวสวยสั่นจนเห็นได้ชัด อีทึกเคยเจออุบัติเหตุเช่นเดียวกันกับเขา...ความเจ็บปวดที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ลืมเลื่อน ฮีชอลเงยหน้าขึ้นมองเพดานก่อนจะถอนหายใจยาวอีกครั้ง ปิดเปลือกตาลงกลั้นหยดน้ำตาที่เอ่อคลอที่หน่วยตาของตัวเอง
“เป็นอะไร” เสียงทุ้มคุ้นเคยเรียกให้ใบหน้าหวานรั้งกลับมามอง มองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกหลากหลาย จนอีทึกต้องขยับดันตัวเองขึ้นมานั่งให้อยู่ระดับเดียวกับคนคนนี้
...ขอบคุณพระเจ้า...
“ฮีชอล?” มือเรียวเอื้อมเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาโตคู่นั้น ยิ่งฮีชอลเงียบเท่าไหร่เขาก็ใจไม่ดีมากเท่านั้น เพราะเขารู้ดีว่าคนอย่างฮีชอลเป็นคนคิดมาก...มากในแบบที่คนอื่นไม่คิด ฮีชอลแคร์ความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าใครเพื่อนและเป็นห่วงน้องๆยิ่งกว่าใคร แต่ที่เขาไม่รู้...คือความคิดของคนตรงหน้าตอนนี้!
ฮีชอลไม่ชอบร้องไห้ให้ใครเห็น ยกเว้น...กับเขา
ฮีชอลไม่เคยเงียบแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงจะร้องไห้แค่ไหนแต่ทุกครั้งก็จะพูดกับเขาตลอด ระบายให้เขาฟัง บ่นว่าหรือหาเรื่องเขาแทน ไม่ใช่คนที่ร้องไห้เงียบๆแบบนี้ ร้องไห้โดยไม่มีเสียงสะอื้นอย่างที่คนตรงหน้า!
แค่คิดอีทึกก็แทบจะเป็นบ้า! เขาไม่ชอบเห็นใครร้องไห้โดยเฉพาะฮีชอล เพราะมันเหมือนฮีชอลจะแตกสลายไปต่อหน้าของเขา จิตใจของฮีชอลบอบบางอ่อนแอแค่ไหนเขารู้ดี! มือเรียวดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแทนคำปลอบโยนทุกอย่าง
เพียงแค่นั้นก็เหมือนความกังวลทั้งหมดที่มีมันหายไปจนหมด อ้อมกอดของอีทึกทำให้เขารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ทำให้ความกลัวหายไปจากใจดวงนี้ มือเรียวกอดตอบกระชับเข้าหาไออุ่นของอีกฝ่ายอย่างโหยหา รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้าสวยก่อนที่เจ้าตัวจะซุกลงกับไหลเนียนของอีทึก
จองฮี...พ่อของลูกนะเขาเป็นคนน่ารักมากเลยใช่มั้ย? ถึงจะงี่เง่าไปบ้าง ซื่อบื้อไปหน่อย หน้าตาก็งั้นๆ แต่แม่...ก็รักเขามากเลยนะ เพราะงั้นอยู่กับพ่อและแม่แบบนี้ เราจะเป็นครอบครัวที่มีความสุขนะ...จองฮี
“นี่” ขยับตัวก่อนจะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย อีทึกเงยหน้ามองใบหน้าสวยที่เอ่ยปาก “ทำไม...ถึงไม่บอก ไม่บอกอะไรเลยสักอย่าง! ฉัน...ฉันมันโง่มากเลยใช่มั้ยจองซู!? ตลอดเวลาที่ผ่านมามีแต่ฉันคนเดียวที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ไม่เคยรู้ว่านายทำอะไรให้ฉันบ้าง!!...ฉํนมันโง่มากเลยสินะในสายตาของนายใช่มั้ยจองซู?!!!”
“ฮีชอล....คือ”
“ถ้าวันนี้ซองมินไม่ให้ฉันอ่านเนื้อเพลงของนาย...ฉันก็คงเป็นคนโง่ตลอดไปเลยสินะ! แล้วนายนะ...อึ่ก...ทำไม...ทำไมถึงไม่บอก นายกลับมาแล้วทำไมไม่เปิดไฟ ทำไม! ฉัน...อึ่ก เป็นห่วงแค่ไหนนายรู้มั้ย?! ฉันนึกว่า...จะเกิดอะไรขึ้นซะอีก!” พร่ำคำพูดที่กักเก็บอยู่ในใจทั้งน้ำตา มือเรียวสั่นจนต้องยกขึ้นมาดูก่อนจะใช้มันปิดหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาไม่ให้อีทึกเห็น
ร่างสูงของอีทึกมองสภาพคนรักตรงหน้าที่เอาแต่ร้องไห้ ใบหน้าเนียนหล่อระบายยิ้มอย่างดีใจ...ที่คนคนนี้เป็นห่วงเขามากแค่ไหน อีทึกรั้งมือเรียวเล็กของฮีชอลที่ยกขึ้นปิดบังหยดน้ำตาออก นิ้วเรียวอุ่นเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของร่างเพรียวช้าๆ สบตากลมโตด้วยดวงตาที่อบอุ่น อ่อนโยนและห่วงใย
“แล้วฉัน...ก็ทำนายร้องไห้อีกแล้วสินะ” อีทึกพูดขำๆ แต่ฮีชอลก็รู้ดีว่าตอนนี้อีทึกรู้สึกยังไง แววตาเรียวสวยสั่นไหวอย่างประหลาดที่ทำเอาให้ความรู้สึกในใจดูสับสนเข้าไปอีก
“เรื่องเนื้อเพลงนะ...ขอโทษนะ ที่เอาแต่สนใจมันจนไม่ได้สนใจนาย ฉัน...ส่งหลังกำหนดนะ เพิ่งส่งเมื่อเช้านี้เอง ขอโทษนะ...มันเลือกเพลงให้เข้ากับนายไม่ได้สักที” อีกครั้งที่อีทึกขยับตัวดึงให้ฮีชอลลงมานั่งบนตักของตัวเอง กลีบปากอิ่มแนบใบหูกระซิบคำขอโทษที่ทำให้รู้สึกใจอ่อน
“...อีทึก”
“ฉันอยากหาเพลงที่เข้ากับนาย และมีความหมายถึงพวกเราสามคน...ฉัน นาย แล้วก็จองฮี อยากจะบอกนาย...ว่าฉันรู้สึกยังไง ที่ผ่านมาฉันอาจจะพูดอะไรไม่เก่ง แต่ฉันก็อยากบอกนายแบบนั้นจริงๆนะ” เสียงหวานอบอุ่นที่พร่ำบอกข้างหู ได้แต่ทำให้ฮีชอลกัดริมฝีปากบางแน่น
“ขอโทษทำให้เป็นห่วงนะ...ฮีชอล จองฮี”
“ตาบ้า...อึ่ก!...”
“รู้อะไรมั้ย นายไม่ใช่ดอกไม้...แต่นายเป็นผีเสื้อต่างหาก” ใบหน้าสวยหันกลับมองคนที่กอดตัวเองอยู่ กลีบปากอิ่มเพยอน้อยๆก่อนก้มลงกระซิบข้างหูของอีทึกที่ยังกอดเขาเอาไว้ไม่ปล่อย มือเรียวอบอุ่นที่ยกขึ้นเช็ดน้ำตากับรอยยิ้มหวานแฝงคำขอโทษ
อีทึกไม่ใช่ดอกไม้จริงอย่างที่เขาพูด...แต่อีทึกคือผีเสื้อต่างหาก
ในบทเรียนผีเสื้อและดอกไม้จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอด แต่วันนึงผีเสื้อก็ต้องบินจากดอกไม้ไป เพราะโชคชะตาของมันคงไม่ได้ถูกกำหนดให้มีอยู่กับดอกไม้เพียงดอกเดียวตลอดชั่วชีวิต และดอกไม้เองก็ยังคงอยู่ได้แม้ว่าจะขาดผีเสื้อที่คอยช่วยเหลือ
แต่สำหรับผีเสื้อและดอกไม้คู่นี้...หากวันใดที่ต้องแยกจากกัน ดอกไม้อย่างฉันก็คงไม่อาจอยู่ได้ ถ้าขาดผีเสื้อที่คอยอยู่เคียงข้างปกป้องและช่วยเหลือตลอดเวลา หากนายคิดจะบินจากไปเมื่อไหร่...ไม่นานนักดอกไม้ก็คงต้องเหี่ยวเฉาและตายลงในที่สุด ไม่ต่างจากผีเสื้ออย่างนาย...วันใดที่ขาดน้ำหวานที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตจากดอกไม้ วันนั้น...ก็คงหมดแรงบินและเฉาตายไม่ต่างกัน
‘เป็นปาฏิหาริย์ที่ได้เจอกับเธอ’
‘การได้เจอกับเธอคือ โชคชะตา นั่นเอง’
“ไม่ใช่ทั้งปาฏิหาริย์และโชคชะตา...แต่สำหรับเรามันคือชะตากรรม...ชะตากรรมของนายกับฉัน ของดอกไม้กับผีเสื้ออย่างเราต่างหาก...จองซู” อีกครั้งที่อีทึกต้องเงียบนิ่งคิดตามที่ฮีชอลพูด
นั่นสินะ...ชะตากรรมของฉันกับนายที่แยกกันไม่ได้
อ้อมกอดอบอุ่นกระชับให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด ก่อนที่อีทึกจะดันให้อีกฝ่ายนอนราบไปกับที่นอนด้านข้าง เท้าแขนกับเตียงมองใบหน้าสวยที่ยังพราวไปด้วยหยดน้ำอุ่นๆจากเปลือกตาคู่สวย จูบซับน้ำตาเบาๆที่หางตา ฮีชอลหัวเราะคิกคักอย่างเคย เพราะอีทึกอ่อนโยนแบบนี่นี่แหละ....ถึงได้เป็นห่วงมากกว่าใครเพื่อน เพราะห่วงคนคนนี้มากที่สุด
นัยน์ตากลมโตชื้นจากหยดน้ำตาที่เพิ่งไหลออกไปเมื่อครู่ ตัดกับริมฝีปากอิ่มแดงและใบหน้าเนียนขาวติดจะซีด อีทึกมองฮีชอลอย่างไม่เข้าใจ ทำไมไม่ว่ากี่ครั้ง...เขาก็ละสายตาจากคนคนนี้ไม่ได้ซะทีสินะ
“จูบ...ได้มั้ย”
ไม่มีเสียงตอบรับจากคนใต้ร่าง มีเพียงมือเรียวที่เอื้อมมาโอบล้อมรอบคอของอีทึกเท่านั้น ร่างสูงหัวเราะนิดๆมองใบหน้าเนียนสวยที่ขึ้นสีระเรื่อ ก่อนจะก้มลงกดจูบกับเรียวปากอิ่มที่เพยอขึ้นน้อยๆ ลิ้นชื้นดุนดันริมฝีปากอิ่มเบาๆ ไม่นานก็เลื่อนเข้าไปกวาดเอาความหวาน....หวานปานน้ำผึ้งที่ไม่ว่าจะดูดดื่มไปสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด
เปลือกตาสวยค่อยๆปรือลงช้าๆ รับรู้ถึงสัมผัสของรสจูบ เนิ่นนานกว่าที่อีทึกจะผละออกห่าง ฮีชอลหอบน้อยๆถึงเขาจะไม่ใช่คนที่ถนัดกับเรื่องแบบนี้แต่...ทุกครั้งที่ถูกอีทึกจูบ เรี่ยวแรงที่มีมันพล่านจะหดหายไปซะดื้อๆ ความหวานที่เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้
“อื้อ...จอง...อืมมม” ครางเสียงหวานกับสัมผัสร้อนที่อีทึกมอบให้ จูบอ่อนหวานนุ่มนวลที่ไล้ไปตามเรียวแก้มขาว ขบเม้มเบาๆที่ติงหูก่อนจะวกกลับมากัดเบาๆที่ซอกคอขาวเนียนของอีกฝ่าย กดจูบแรงๆที่ปากอิ่มแดงอีกครั้งก่อนจะผละออกมาเมื่อรู้สึกถึงความสั่นจากคนตัวเล็กด้านล่าง
อีทึกทิ้งตัวลงนอนด้านข้างของฮีชอล หันหน้ามองใบหน้าสวยที่เอียงมาทางเขา สบตากันก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆ มือเรียวขยับหัวคนตัวเล็กให้อิงที่ไหล่ของตัวเอง
“พรุ่งนี้แม่ฉันจะมา เขาจะเชื่อมั้ยนะ...ว่าเราสองคนกำลังจะมีหลานให้เขา”
“ไม่รู้สิ...อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะนะ...ว่าแต่วันนี้ทำไมใส่ชุดแบบนั้นล่ะ เหมือนผู้หญิงเกินไปนะรู้มั้ย?” ตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มเสียง เพราะเขาเองก็คงตอบอะไรไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดนึกถึงชุดที่ฮีชอลใส่ออกไปเมื่อตอนบ่าย นิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“...แต่ก็เหมาะกับนายดี”
“หึงเหรอ”
เสียงหวานพูดกลั้วหัวเราะอย่างขำๆ ถามไปอย่างนั้นแหละ...อย่างอีทึกนะเหรอจะสนใจเรื่องแบบนี้? แต่พอนึกถึงเรื่องที่เขาเลือกเสื้อผ้าในอัลบั้ม Don’t don ที่อีทึกออกแนวโมโหจนออกนอกหน้า ก็ฉุดคิดขึ้นมาได้
ตอนนั้นเสื้อผ้าทรงผมของทุกคนผู้ใหญ่อนุญาตให้คิดออกมาเอง เขาก็เลยเลือกเสื้อที่ผ่ากลางหลังและใส่ข้างนอนครึ่งตัวแบบนั้น แล้วใครจะไปรู้เหล่า! ว่าตาบ้านี่....จะหึงจะหวงจนออกนอกหน้าขนาดนั้น ก็นะ...เขาต้องเต้นต่อหน้าเด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างเฮนรี่ ถึงท่าเต้นมันจะไม่มีอะไรมาก...เพราะเขาเองก็อยู่หลังบ่อยๆ แต่จะมีก็ตอนที่อยู่ต่อหน้าน้องเขาจะต้องหันหลังให้แล้วเต้นตรงหน้านี่สิ กับท่อนที่ต้องนั่งลงกับพื้นแล้วเสื้อของเขามันก็ต้องเปิดขึ้นมาให้เห็นหลังแค่นั้น! ตาบ้านี่ก็โมโหจะเป็นจะตาย....หึงคนนู่นคนนี้ไปทั่ว ถึงจะไม่แสดงออกก็เถอะนะ....
“หึงสิ...ก็นายสวยขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่ใช่นางฟ้าใจดีอะไรขนาดนั้นหรอกนะ...หวงนายกับลูกมากๆด้วยสิ!”
“ฮ่าๆ จริงสิ! ทึกกี้วันนี้ซองมินบอกว่าฉันอ้วนขึ้น นายว่างั้นมั้ย...อ้วนจนเห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ ลดน้ำหนักดีกว่าแหะ” อีทึกดันตัวเองขึ้นมามองใบหน้าสวยที่หัวเราะคิกคักแบบเด็กๆ จนอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ มือเรียวยกขึ้นบีบที่จมูกเบาๆ
“ไม่หรอก แค่วันนี้นาย...ใส่ชุดเดรสล่ะมั้งมันเลยทำให้นายดูคล้ายผู้หญิงแล้วก็ดูอ้วนกว่าเดิมนะ...อ๊ะ!...แต่ไม่ต้องลดเลยนะ! ผอมจนจะปลิวได้อยู่แล้ว...ยิ่งตอนนี้มีจองฮีอีก อยากกินอะไรก็กินไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายซะเปล่าๆทำงานหนักซะขนาดนี้”
“ห่วงแต่จองฮีสินะ! ทั้งนายแล้วก็เด็กพวกนั้น....นี่เห็นฉันเป็นอะไรเนี่ย? เชอะ!” มือเรียวปัดมือของอีทึกออก เชิดใส่อีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด
“คิดมากน่า...ฉันก็ต้องห่วงทั้งนายแล้วก็ลูกสิ” กระซิบข้างหู ก่อนจะทาบมือเรียวของตัวเองเข้ากับท้องเนียนของอีกฝ่าย “จองฮี...แม่เขาหึงเราแน่ะดูสิ!”
“ตาบ้า! ทำอะไรนะ...ใครจะไปหึงจองฮีกันเล่า!! เขาเป็นลูกชั้นนะ!” มือเรียวสวยฟาดลงกับแขนของอีทึกอย่างแรง จนร่างสูงต้องร้องออกมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยิ้มหวานให้ จูบเบาๆที่หน้าผากหนึ่งที
“เอางี้มั้ย?....เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็อยู่กับแม่นายแล้วก็กลับไปนอนที่บ้านของฉัน วันรุ่งขึ้นจะได้ไปเที่ยวทะเลกัน....จะได้ไปบอกพวกพี่จองอากับพี่ฮีจินแล้วก็คุณพ่อคุณแม่ด้วย” ร่างสูงของอีทึกขยับดันตัวลุกขึ้นมานั่งมองใบหน้าสวยอย่างเป็นคำถาม
“จะยกโขยงกันไปเที่ยวรึไง” ฮีชอลโคลงหัวไปมา ปากอิ่มขยับถามกลับร่างสูงอย่างหมั่นไส้ “พี่นายกับพี่ฉันได้เม้าส์กันกระจายแน่เลยงานนี้....คงจะเพี้ยนเรื่องจองฮีกันเป็นเดือนแน่ๆ”
“ฮ่ะๆ ก็นะ...นิสัยสองคนนั้นเป็นไงนายก็รู้ แต่ก็ดีออก...ถือโอกาสไปพักซะเลย ยังไงนายกับฉันสามวันนี้ก็ว่างอยู่แล้วนี่” หัวเราะกับคำพูดของฮีชอล ก็จริงล่ะนะ...พี่ฮีจินกับพี่จองอาเป็นยังไงพวกเขารู้ดีกว่าคนอื่น ยิ่งไอ้นิสัยเพี้ยนๆนี่! ยิ่งแล้วใหญ่...แต่ถึงอย่างนั้นก็คงดีไม่น้อยได้ไปนอนที่บ้าน คุยเล่นกับพวกพี่อีกครั้ง
“ฉันว่าพี่จองอาของนายกับพี่ฮีจินของฉันต้องกระโดดกอดกันแน่ๆเลย ยิ่งเป็นพวกหัววายอยู่ด้วย มีหวัง...ต้องโดนสองคนนั้นรุมเรื่องจองฮีแน่ๆ ทึกกี้! ฉันไม่ไปดีกว่า!!” ฮีชอลขยับตัวเล็กน้อย บ่นให้คนข้างตัวฟังอย่างเคย อีทึกได้แต่หัวเราะ...เพราะฮีชอลขี้เล่นแบบนี้เสมอ จนพี่จองอายังเคยบอกเลยว่าอยากได้เป็นน้องมากกว่าเขาด้วยซ้ำ
“เอาน่าาา...เดี๋ยวค่อยจัดการสองคนนั้น นายมีจองฮีอยู่พี่จองอากับพี่ฮีจินคงไม่ทารุณอะไรมากหรอก” อีทึกส่ายหัวขำๆ ปากเรียวขยับแซวให้คนตัวเล็กนิ่วหน้าเข้าไปอีก ก่อนจะต้องรับมือกับมือเรียวที่ทุบลงมาไม่ยั้ง
“ทารุณ?!”
“หุบปากไปเลย ไอ้ตาแก่บ้าเอ๊ย!!”
พูดจบก็พลิกตัวไปอีกด้าน หันหลังให้อีทึก จนร่างเพรียวได้แต่ยิ้มขำๆกับท่าทางงอนของอีกฝ่าย อีทึกขยับตัวดันตัวเองขึ้นทิ้งน้ำหนักลงที่แขนอีกข้างที่เท้ากับเตียง มือเรียวอีกข้างเอื้อมผ่านไหล่เนียนก่อนจะวางลงกักคนตัวเล็กให้อยู่ในอ้อมแขน
“นี่” ใบหน้าหล่อคมคายกระซิบเรียกคนตัวเล็กที่ยังคงหันหน้าหนีอย่างเคย ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอขาวเนียนจนฮีชอลขยับหนี “โกรธเหรอ”
ใบหน้าสวยแดงระเรื่อยิ่งทำให้ร่างสูงได้ใจ “งั้น...ให้ทำโทษเอามั้ย” กระซิบถาม ปากเรียวขยับจูบอ่อนหวานไล้ไปตามแก้มเนียนขาวที่เริ่มสั่นน้อยๆ โดยไม่รั้งรอคำตอบ จนร่างเพรียวต้องหันกลับมาดันอกกว้างของอีกฝ่ายออกห่าง แต่เรี่ยวแรงที่มีกระเริ่มหายไปเรื่อยๆ
“อื้อ....ไม่....พรุ่งนี้แม่....จะ...อ๊ะ!...มานะ....อืมม” เสียงหวานขาดหายไม่เป็นประโยค เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเอง ตาบ้านี่...ไม่หยุดแน่ๆ
“ไม่เห็นเป็นไรเลย...ได้รึเปล่าล่ะ” ผละออกช้าๆ มือเรียวดึงนิ้วมือของอีกฝ่ายที่ดันอกของตัวเองเอาไว้ขึ้นมากดจูบไปตามปลายนิ้ว แววตาสวยสีนิลสนิทมองอีกฝ่ายอย่างโหยหา....เพราะช่วงหลังมานี่เขาและฮีชอลต่างก็มีงานมากขึ้นเรื่อยๆ โดยส่วนตัวเองก็มากพอแต่ยิ่งเจอตารางงานของฮีชอลเข้าไปอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่....ยิ่งมาถูกไล่ออกไปนอนนอกห้องแบบนั้น
ปาร์คจองซูก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนหรอกนะ!....เขาเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน...อยากจะกอด อยากจะจูบอยากจะดูแลคนรักของเขาเหมือนที่ใครต่อใครเขาทำ...! ถ้าฮีชอลจะเจ็บไปบ้าง ช้ำไปนิดแต่ก็รู้ไว้เถอะ ความรักของเขาก็มากกว่านั้นหลายเท่า!
“ฉันยังไม่หายโกรธเรื่องถูกไล่ออกไปนอนนอกห้องหรอกนะ...”
สิ้นเสียงของอีทึก ดวงตากลมโตของฮีชอลก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ...ปากอิ่มขยับเถียงทันทีอย่างเคย “ความผิดฉันที่ไหนเล่า! นายทำตัวนายเองนะ...ก็ไม่ อ๊ะ!....” ประโยคต่อว่าถูกหยุดด้วยริมฝีปากเนียนที่ปิดทับลงมา ลิ้นชื้นเกี่ยวกระวัดรุกไล้อย่างชำนาญจนฮีชอลต้องครางออกมาอย่างสุดกลั้น
“อืมมม....จองซู...อื้อ....!”
จูบร้อนซุกไซร้ลงมาตามเรียวแก้มเนียนขาว ขบเม้มที่ซอกคอด้วยแรงที่ทำให้ฮีชอลต้องนิ่วหน้า อีทึกยิ้มมองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ นิ้วเรียวทาบลงกับรอยจูบแดงที่เด่นชัดขึ้นมาทันทีที่ผละออก
“เจ็บนะ! อีตาบ้า...ทำแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็เห็นหรอก!!”
“ก็นายยั่วชั้นก่อนนี่น่า...” กระซิบข้างหูอีกฝ่าย ก่อนจะต้องหัวเราะออกมาน้อยๆเมื่อใบหน้าเนียนสวยที่ติดจะแดงเริ่มไม่สบอารมณ์จนเห็นได้ชัด
“ฉัน...อยากกินนายแล้วสิ”
น้ำเสียงพูดติดล้อเล่นแต่ใบหน้าหล่อกลับไม่แสดงออกแบบนั้น ฮีชอลถอนหายใจหนักๆ...วันนี้เขาคงไม่รอดพ้นจากน้ำมือของนางฟ้าปีกหักคนนี้แน่ๆ... มือเรียวขยับรั้งใบหน้าหล่อคมคายให้มาอยู่ระดับเดียวกันก่อนจะเป็นฝ่ายจูบ ผละออกพร้อมกับใบหน้าสวยที่กระซิบคำพูดข้างหู
“งั้น...ก็กินซะสิ”
ประโยคที่ทำให้อีทึกต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นอมยิ้ม...ยิ้มที่พูดได้คำเดียวว่ามีเล่ห์นัยน์ที่สุด แต่ไม่ทันทีร่างสูงจะได้ทำอะไรมือเรียวเมื่อครู่ก็เลื่อนมาดันอกกว้างของเขาเอาไว้ “ล้อเล่นนะ!! พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า...ต้องไปรับแม่นะ อย่าลืมสิ!”
“นายนี่มัน!...” ขยับยิ้มอย่างเคย ก้มลงจูบเบาๆที่หน้าผากเนียน....ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนด้านข้าง ถอนหายใจเบาๆจนฮีชอลต้องขยับเลื่อนตัวเองเข้ามาใกล้จนติดกับหน้าอกกว้างของอีกฝ่ายหนุนแขนของอีทึกแทนหมอน
“นอนเถอะ...” อีทึกลูบผมเนียนของฮีชอลเล่น ปากเรียวบอกอีกฝ่ายที่เริ่มปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น...
...แกร็ก...
ประตูสีขาวถูกดันเปิดออกมา อีทึกและฮีชอลหรี่ตามองหาร่างของคนที่น่าจะเป็นคนเปิดเข้ามาแต่กลับไม่พบ...ร่างสูงขยับตัวเตรียมลุกขึ้นหาร่างของคนที่มาแกล้งแบบนี้ ก่อนจะถูกมือเรียวของฮีชอลดึงรั้งเอาไว้ ใบหน้าหล่อหันกลับมามองอย่างเป็นคำถาม
“เมี้ยวววว~”
อีทึกขยับหัวคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินเสียงจากผู้บุกลุกคนสำคัญ...มองแมวสีเทาตัวโปรดของคนข้างตัวที่เดินเข้ามาคลอเคลียที่เตียงด้านข้างอย่างน่าเอ็นดู
“ฮีบอมนะ...หมอนั่นเขาดันประตูเปิดเข้ามาเองได้แล้วนะ” เสียงหวานบอกอีทึกที่เอื้อมมือลงไปอุ้มเจ้าตัวยุ่งขึ้นมา ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะยกขึ้นลูบหัวฮีบอมมี่ที่อยู่ในอ้อมแขนของอีทึก
“เก่งจริงนะ...ฮีบอม นอนด้วยมั้ยล่ะ” หัวเราะน้อยๆกับคำบอกเล่าของฮีชอล หันกลับมามองหน้ากวนๆของฮีบอมอย่างเป็นคำถาม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับเตียงทั้งที่มือยังคงอุ้มอีกฝ่ายอยู่
ร่างเพรียวขยับตัวขึ้นมาหนุนอกกว้างของอีทึก นิ้วเรียวลูบบนหัวของฮีบอมก่อนจะเล่นกับมันเหมือนเด็ก จนอีทึกได้แต่มองเงียบๆ “ฉันว่า...เปลี่ยนชื่อฮีบอมเป็นฮีจองดีมั้ย? จะได้เป็นลูกของนายกับฉันอีกตัว”
“ฮ่าๆ...จะบ้าเหรอไง?! ฉันคงโดนพวกฮัน เจย์ คิบอมว่าตายเลยสิ! เกิดไปเปลี่ยนชื่อเจ้านี่แบบนั้น...” หัวเราะกับคำพูดของอีทึก มือเรียวดึงฮีบอมมาจากอีกฝ่าย
“นอนเถอะ...ฉันง่วงแล้วล่ะ” บอกเสียงหวานยกมือเรียวขึ้นมาปองปากหาวน้อยๆ อีทึกพยักหน้าอย่างเข้าใจ ขยับตัวให้ฮีชอลได้นอนหนุนแขนของเขาสบายๆ ดึงฮีบอมออกจากอ้อมกอดขออีกฝ่าย วางมันไว้ข้างตัวอีกฝั่งที่ยังวางอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองอีกคนที่นอนปรือตาด้วยความง่วง ลูบเบาบนผมเนียนของฮีชอล...
“นอนได้แล้ว ฮีชอล...ไม่ต้องฝืนหรอก พรุ่งนี้จะได้ตื่นไปรับแม่ด้วยกันแต่เช้า” เสียงทุ้มบอกอีกฝ่ายอย่างเคย กระชับอ้อมแขนให้ความอบอุ่นกับคนตัวเล็ก มือเรียวอีกข้างขยับผ้าห่มชึ้นมาห่มให้อีกฝ่าย อมยิ้มมองร่างเพรียวข้างตัวที่หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ
“ฮีชอล จองฮี พ่อรักพวกเรามากนะ...” บอกรักข้างหูของคนที่เข้าสู่นิทรา ก่อนจะหันกลับไปมองอีกร่างของเจ้าตัวยุ่ง...ที่ลอยหน้าลอยตามองเขาสองคนอย่างสนอกสนใจ “ฉันเองก็...รักแกเหมือนกับที่เจ้านายแกรักเหมือนกันน่าา ฮีบอม”
“เหมี้ยวววว”
“ฮ่าๆ...นอนได้แล้วเจ้าตัวยุ่ง! อย่าซนเหมือนเจ้าของแกเลยนะ...ฉันง่วงแล้วเหมือนกัน” หัวเราะกับเสียงร้องที่ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เกาคางของอีกฝ่ายก่อนจะจัดที่ว่างด้านข้างให้ แล้วหันกลับมามองใบหน้าสวยก่อนจะเข้าสู่นิทราไปอีกคน
.........................................................
.......................................................................





ตอนนี้อิจฉาฮีบอมได้มั๊ย ฮ่าๆๆ
หม่าม๊ากะปะป๊าสวีทได้อีก
ดูเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดีจัง
สู้ๆ รออ่านตอนต่อไปจ้า ^^
#1 By D R E A M (58.9.143.97) on 2008-04-27 15:29