[Fic] All of my feeling (2)

posted on 28 Apr 2008 20:34 by femodos  in Fic-All-of-my-feeling

Chapter 2

 

:  All of my feeling
 

 

 

...ซ่าซ่า...


ซองมินพลิกตัวหลบเสียงที่จำได้ดีว่าเป็นเสียงน้ำในห้องน้ำ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ เปลือกตาเรียวสวยเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา


...ตีสาม...


ใครกันจะลุกขึ้นมาอาบน้ำตอนนี้? คิดแล้วก็แปลกใจจำได้ว่าตัวเองเข้านอนตอนตั้งแต่สามทุ่ม ดึกป่านนี้ยังมีคนอาบน้ำอีกงั้นหรอ?


ร่างเพรียวนั่งบนเตียงแสงสว่างจากพระจันทร์ทำให้พอมองเห็นว่าเตียงที่ว่างอยู่ของเพื่อนร่วมห้องอีกสองเตียงมีคนนอนแล้ว หากแต่กลับแปลกใจมากกว่าเมื่อเห็นว่าเตียงของฮีชอลว่างเปล่า  ก่อนจะพาตัวเองเดินไปที่ห้องน้ำ


นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า คนสวยของวงอย่างพี่ฮีชอลกำลังอาเจียนออกมาเป็นเลือด!!


“พี่..ฮีชอล?” เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง นึกคำพูดแทบไม่ออกว่าจะทักคนตรงหน้ายังไง ยิ่งเมื่อเสียงที่เอ่ยออกไปเมื่อครู่เรียกให้ใบหน้าหวานซีดขาว หันกลับมาก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่...พี่ฮีชอลที่เคยน่ารักสดใส ตอนนี้กลับบอบบาง ใบหน้าเนียนสวยซีดจนน่าเป็นห่วง


ซองมินเห็นสีหน้าตกใจของพี่ฮีชอลแวบนึง ก่อนที่คนตรงหน้าจะหันกลับไปอาเจียนอีกครั้ง เด็กหนุ่มเรียกสติตัวเองกลับมาก่อนจะรีบถลาตัวเข้าไปช่วยอีกฝ่าย มือเรียวที่มีเนื้อหนังมากหน่อยของซองมินลูบเบาๆบนหลังบางของฮีชอล


เด็กหนุ่มมองคนตัวเล็กตรงหน้า...ถึงพี่ฮีชอลจะสูงกว่าตัวเองแต่...กลับบอบบางมากกว่า


“เอ่อ...ไว้มั้ยฮะ” นานจนฮีชอลสงบลง มือเรียวยังคงลูบเบาๆบนหลังของอีกฝ่าย ร่างบางหันกลับมาหาน้องก่อนจะพยักหน้าช้า...ไม่มีแรงแม้แต่จะออกเสียง


สุดท้ายก็เลยต้องให้ซองมินพยุงตัวเองออกจากห้องน้ำ เพราะเพียงแค่ปล่อยมือเรี่ยวแรงทั้งหมดก็เหมือนจะเลื่อนหายไปจนทรงตัวไว้ไม่อยู่


“ไม่สบายเหรอฮะ ทำไมไม่บอกพี่อีทึกล่ะ...ถ้าผมไม่ตื่นขึ้นมาคงไม่รู้ว่าพี่เป็นแบบนี้” ซองมินพูดเบาๆทันทีที่พาอีกฝ่ายมานอนบนเตียงเช่นเดิม เหลือบมองเตียงอื่นจะพูดดังๆก็คงไม่ดี เพราะต่างคนก็คงอยากพักผ่อน


ฮีชอลหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะตอบคำถาม “ไม่ได้เป็นอะไรหรอกซองมิน...ไม่ต้องบอกอีทึกนะ!” ซองมินมองคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเบาๆ...


เฮ้อ...อย่างนี้ทุกที...ชอบเก็บอะไรไว้คนเดียว! แล้วแบบนี้จะไม่ให้ซองมินเป็นห่วงได้ยังไง?


“ผมว่าบอกพี่เขาดีกว่านะฮะ...พี่อีทึกจะได้ดูแลพี่บ้าง” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ ปลายประโยคเงียบหายไป แต่ฮีชอลไม่ได้สนใจ ร่างบางยกมือเรียวลูบผมอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มหวานให้


“อย่าเลยซองมิน...แค่นี้อีทึกก็งานเยอะพอแล้ว...พี่ไม่อยากเป็นภาระให้อีทึกเหนื่อยขึ้นหรอกนะ”


“เฮ้อ...งั้นพี่มีอะไรก็บอกผมนะ...นอนเถอะฮะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็มีงานอีก” ฮีชอลพยักหน้ารับ ก่อนจะหลับตาลง


ซองมินจัดการห่มผ้าให้อีกฝ่ายแล้วค่อยเดินมานอนลงที่เตียงของตัวเอง ถอนหายใจเบาๆแล้วค่อยปิดเปลือกตาลงช้าๆ แล้วเข้าสู่นิทราอีกคน

 

“เฮ้..ซองมิน...ลีซองมิน!” มือเรียวสะกิดที่ต้นแขนของเจ้าของชื่อ เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นช้าๆ มองคนตรงหน้า คิ้วเรียวหมุนอย่างแปลกใจ เหลือบดูนาฬิกาข้างฝาห้อง


...เจ็ดโมงกว่า...

 

“หือม์ มีอะไรทงแฮ?” ถามอีกฝ่ายก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง


“ตื่นได้แล้ว!!! วันนี้อัด don’t don วันแรกนะอย่างลืมสิ! คนอื่นก็ตื่นกันหมดแล้ว...ลุกซิ ซองมิน~” ทงแฮตอบคำถามอีกฝ่าย ก่อนจะเขย่าร่างเพรียวที่นอนอยู่เบาๆ ให้ลุกขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทตัวเองจะหลับต่ออีก


“น่า...ขออีกห้านาทีนะ” บอกเสียงหวาน ฝังใบหน้าของตัวเองลงกับหมอน จนทงแฮอดไม่ได้ที่จะต้องดึงหมอนออกมาทั้งอย่างนั้น


“ผู้จัดการจะมารับแล้ว!! ตื่นเถอะซองมิน~ นายอยากโดนคุณอีฆ่ารึไง?!” ไม่พูดเปล่ามือเรียวยังดึงร่างเพรียวของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น จนสุดท้ายลีซองมินก็ต้องยอมลุกตามที่...ลีทงแฮ....สั่ง!


ร่างเพรียวของซองมินลุกขึ้น ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำสวนกับฮีชอลที่เพิ่มเดินออกมาในชุดใหม่ มือเรียวบางตีที่แขนขาวอวบแรงๆที่นึงจนซองมินอดที่จะร้องออกมาไม่ได้

“โอ๊ย! พี่ฮีชอลตีผมทำไม”


“ก็ดูนายสิ! ตื่นได้แล้วเดี๋ยวต้องไปทำงาน ดูทงแฮมันสิ ตื่นก่อนอาชิริซะอีก!!” ตอบน้องแต่มือเรียวก็ยังลูบผมอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู


ซองมินหัวเราะขำในประโยคของฮีชอลที่แอบว่าทงแฮในตัว ก่อนจะหันไปมองเห็นเพื่อนสนิทยืนยิ้มอยู่ที่เดิม แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป


“มากันครบแล้วนะ งั้นเดี๋ยวเราจะไปที่บริษัทก่อนแล้วจะเริ่มอัดเสียงเลย!” เสียงประกาศของมิสเตอร์อีดังขึ้นทันทีที่ฮีชอลเดินออกมาจากห้องเป็นคนสุดท้าย


ร่างบางเลี่ยงตัวออกไปหาผู้จัดการส่วนตัว ทักทายไม่กี่คำก็เดินตามผู้จัดการออกไป ทิ้งให้คนอื่นๆมองตามพี่ชายหน้าสวย ก่อนจะเดินตามออกไปอีกที


“พี่ฮีชอลไม่ได้ไปกับพวกเราเหรอฮะ” เสียงหวานของซองมินถามอีทึกที่ยืนรอลิฟต์อยู่ด้านข้าง ร่างสูงหันมามองก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ


“อื้อ...ฮีชอลจะไปเอาของที่หอก่อนแล้วจะตามมากับพวกคิบอมเลย” เสียงทุ้มตอบอีกฝ่าย หากแต่สายตาเรียวกลับมองลงไปข้างล่าง


...มองคนรักของตัวเองเดินตามผู้จัดการออกไป เห็นฮีชอลกระชับเสื้อเข้าตัวก็อยากจะลงไปหา แต่...อีทึกทำไม่ได้!


เพราะลีดเดอร์ต้องเป็นที่พึงให้กับน้องๆในวง และความรับผิดชอบที่ว่าก็ทำให้เค้าไม่สามารถจะออกนอกกรอบไปดูแลใครเพียงคนเดียวได้ ...ถึงจะอยากมากแค่ไหนก็เถอะ...!


“พี่อีทึก! เดี๋ยวผมจะไปกับมิสเตอร์อีนะ...จะไปรับคยูฮยอน พี่ไปกับน้องๆเลย แล้วเดี๋ยวเจอกันที่ห้องอัด!” เสียงทุ้มเรียกให้คนที่เหม่ออยู่ต้องหันกลับมามอง


พยักหน้าตอบแล้วเดินนำน้องคนอื่นออกจากลิฟต์ แยกไปคนละทางกับมิสเตอร์อีและคังอิน


เพราะบ้านพักอยู่ห่างจากตัวตึกของบริษัทไม่เท่าไหร่ แต่จะให้คนเป็นกลุ่มเดินไปก็ไม่ได้อยู่ดี...สุดท้ายก็ต้องขึ้นรถที่ทางบริษัทจัดมาให้ เหมือนที่ทำทุกวัน


เท้าเรียวของคนกลุ่มใหญ่ เดินเข้ามาในห้องซ้อมก่อนจะวางสิ่งของและกระเป๋าลงบนโต๊ะด้านข้างที่ใช้ประจำ แล้วเดินเข้าไปทักทายคนอีกสี่คนที่มาถึงก่อนแล้ว


...ฮีชอล ฮันคยอง คิบอม และซีวอน...

 

“มาแล้วเหรอ” เสียงหวานของฮีชอลดังขึ้นถามบรรดาสมาชิกคนอื่นๆ เมื่อเห็นว่าทยอยกันเข้ามาในห้องบางแล้ว ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายตัวเองไปอยู่ข้างลีดเดอร์คนรัก


“ทำไมมาถึงเร็วจังเลยล่ะ” อีทึกถาม  มือเรียวถอดผ้าพันคอผืนเดิมที่ชอบใช้มาตลอดตั้งแต่...ได้รับมาจากคนตรงหน้า เอี่ยวตัวเล็กน้อยก่อนจะจัดการพันให้คนสวยตรงหน้า


“พวกคิบอมออกมาก่อนแล้ว เตรียมของมาให้ด้วยเลยไม่ต้องกลับไปเอา” ฮีชอลยิ้มร่าเมื่อเห็นท่าทางที่อีกฝ่ายแสดง มือเรียวเอื้อมไปดึงมือเรียวของอีกฝ่ายมาจับไว้ ใบหน้าสวยยิ้มกว้างจนอีทึกอดที่จะขยีผมสีแดงเข้มที่อีกฝ่ายไปทำมาไม่ได้


“อ๊ะ...อย่าสิ เดี๋ยวต้องไปทำผมอีกไม่เอา!” บอกปัดๆปิดบังอาการเขินอาย หากแต่ฮีชอลก็รู้ดีว่าตัวเอง...ชอบ


ชอบการกระทำ...ที่อีทึกแสดงออกมาแบบนี้เช่นกัน


“เฮ้อ...ทีเมื่อวานล่ะทะเลาะกันเสียงดัง แล้วดูตอนนี้สิหวานซะจนไม่สนใจใคร!” คังอินมองคนทั้งคู่ที่ยืนห่างออกไปอดที่จะประชดประชันขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็นะ...ถึงอย่างนั้นใบหน้าหล่อของคังอินก็ยังแอบยิ้มตลอดเวลา มือเรียวเองก็ยังจับกับมือของน้องเล็กคนที่สิบสามของวงไม่ปล่อย


“อะไรกันฮะ?...หึงพี่อีทึกเหรอหรือว่าหึงพี่ฮีชอล?” ทงแฮที่ยืนอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะหันกลับมาแซว เรียกให้สีแดงระเรื่อเติมขึ้นบนใบหน้าของคังอิน ร่างหนารีบอธิบาย


“เฮ้ย! พูดแบบนั้นได้ไงทงแฮ เดี๋ยวพี่ฮีชอลก็มาฆ่าฉันตายพอดี!” แต่สีแดงยังคงแต้มบนใบหน้าของคังอินจนคนมองหลายคนอดที่จะแปลกใจไม่ได้...ไม่แม้แต่...ลีซองมินที่ยืนอยู่ด้วย


เพราะแบบนี้ไง...จะไม่ให้พี่ฮีชอลคิดมากได้ยังไง? ดูการกระทำของคนรักและน้องชายคนสนิทเข้าสิ ยิ่งอัลบั้มที่สองจะออกเมื่อไหร่ก็เหมือนเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันน้อยลงเรื่อยๆ


...เพราะการกลับมาของแฟนเซอร์วิส..อย่างคังทึกและฮันชอล...กำลังจะกลับมา!


“หัวเราะอะไรกันเหรอ” เสียงทุ้มหวานของอีทึกทักหลังจากที่เจ้าตัวเดินพาฮีชอลและตัวเองมาหาน้องๆ หลังจากที่เห็นคุยกันสนุกสนานแบบนั้น


“ก็คุยเรื่องคังอินกับพี่นั่นแหละ!” เยซองที่ยืนหัวเราะอยู่ไม่ห่างอดที่จะโยนระเบิดให้เพื่อนไม่ได้


...หมั่นไส้มานาน...


“ก็ทงแฮมันแซวพี่กับคังอิน ไอ้หมอนั่นก็นะเกิดหน้าแดงขึ้นมาซะงั้น!..ไม่รู้ว่าอายหรือว่าโกรธกัน เพราะคยูฮยอนก็ยืนอยู่ด้วย” อธิบายเพิ่มเมื่อเห็นสีหน้างงของลีดเดอร์ อีทึกเลยพยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองหน้าคู่กรณีอีกที


“อะไรคังอิน นายนอกใจฉันงั้นเหรอ”


 เท้าเรียวพาร่างของตัวเองเดินเข้าไปหาคังอินที่ยืนอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะเอ่ยปากแล้วทำหน้างอนน้อยๆให้ดูน่ารัก หากแต่ในสายตาของฮีชอล


มัน...ดูปัญญาอ่อน!


มือเรียวเลยสะบัดออกก่อนจะแยกตัวเดินออกจากตรงนั้นไปหาฮันคยองแทน เช่นเดียวกับคยูฮยอนที่แยกตัวเดินออกมา


เพราะ...ไม่ชอบเลยที่จะต้องเห็นคู่แฟนเซอร์วิสคู่นี้เล่นอะไรกัน!!


จะบอกว่าเขางี่เง่าก็ได้..ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยที่จะแสดงออกอะไรแบบนี้ อาจเพราะตอนนั้นไมได้เป็นอะไรกับคนข้างตัวก็ได้มั้ง? คยูฮยอนเลยไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้


คิดแล้วก็เหนื่อยใจแทนพี่ฮีชอล…พี่ฮีชอลคบกับพี่อีทึกก่อนที่จะมาเป็นซูเปอร์จูเนียร์ซะอีก แล้วต้องมองพี่อีทึกกับพี่คังอินเล่นอะไรแบบนี้...ไม่อึดอัดก็แปลกแล้วล่ะ!!


เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ นึกถึงคำที่พี่ซองมินเคยพูด...’ทำไมพี่ฮีชอลถึงชอบทำตัวแบบเด็กนะเหรอ…เพราะพี่เขากลัวนะสิคยู...กลัวว่าสักวันพี่อีทึกจะเปลี่ยนใจ เลยอดไม่ได้ที่จะแสดงออกแบบนั้น...เพราะพี่เขาอึดอัดที่ต้องมองคนที่ตัวเองรักเป็นคนรักของคนอื่น!’...ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ


“แต่พี่ฮีชอลก็เก่งนะ ทนมาได้ตั้งหลายปี..ถ้าเป็นผมอาจจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลยก็ได้มั้ง?” บ่นพึมพำเบาๆกับตัวเอง ก่อนจะเดินเข้าไปหาฮีชอลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกวักมือเรียก


“แต่เพราะมีพี่อยู่...ผมถึงได้กล้าที่จะคบกับพี่คังอิน”


“คยูกี้!!” เสียงหวานตะโกนเรียกเด็กหนุ่มที่ยืนเหม่ออยู่คนเดียว หลังจากที่ได้ยินจากพวกฮันคยองว่าคยูฮยอนกลับมาแล้ว ก็อดที่จะมองหาไม่ได้สุดท้ายก็เห็นว่ายืนอยู่ระหว่างอีทึกกับคังอิน คิดแล้วก็เลยต้องตะโกนเรียกออกมา...


เพราะฮีชอลรู้ดีว่า..น้องคงรู้สึกอึดอัดที่สองคนนั้นเล่นอะไรแบบไม่เกรงใจแบบนั้น...เหมือนที่เขาเองก็เป็น


ก็เขาเองก็ไม่ใช่คนใจกว้างอะไรแบบนั้นหรอกนะ...เวลา

เห็นมันก็ต้องเหงาบ้างเป็นธรรมดา  ถึงจะเห็นบ่อยแค่ไหน  แต่ก็ยังทำใจไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ

 

...ก็รักมากนี่น่า...


“สวัสดีฮะ พี่ฮีชอล~” คยูฮยอนเดินเข้ามาทันที ก่อนจะถูกคนตัวเล็กว่าดึงเข้าไปกอดเอาไว้...เพราะคยูฮยอนก็เหมือนน้องชายคนเล็กฮีชอลอีกคน ถึงจะตัวสูงกว่า แข็งแรงกว่า แต่ฮีชอลก็รักน้อง…เพราะคยูฮยอนอ้อนเก่ง น่ารัก สดใส ที่สำคัญ...แกล้งแล้วสนุก!


“เป็นไงหือม์...หายดีแล้วใช่มั้ย?” ฮีชอลดันตัวคยูฮยอนออกก่อนจะถามอีกฝ่าย เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนจะสวมกอดพี่ใหญ่อีกครั้ง...แล้วแบบนี้ฮีชอลจะไม่รักได้ยังไง?


“ผอมลงไปเยอะเลยนะ คยูกี้...พี่เกือบลืมหน้านายแล้วเนี้ย! ถ้ามาช้าไปอีกนิดพี่คงลืมหน้านายไปเรียบร้อย” ฮีชอลกอดตอบอีกฝ่าย มือเรียวลูบผม ก่อนจะรับรู้ได้ถึงแรงสั่นเล็กน้อยจากคนในอ้อมกอด


“คิดถึงพี่จังเลยฮะ” เสียงหวานของคยูฮยอนสั่น จนคนฟังรู้ทันทีว่าน้องกำลังร้องไห้ เด็กหนุ่มก็ยิ่งกอดคนตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ


“ไม่เอาน่าาา..คยูกี้!! อย่าร้องไห้สิ...รู้มั้ยพี่เกือบลืมหน้านายแล้วจริงๆนะเนี้ย! ดูสิหล่อขึ้นเป็นกองเลย ฮ่าๆ” ฮีชอลลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะค่อยๆดันตัวเด็กหนุ่มออก มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาจากใบหน้าเนียน ก่อนจะส่งยิ้มให้ คยูฮยอนยิ้มรับจนคนมองอดไม่ได้ที่จะเอ็นดู


“เดี๋ยวพี่อีทึกก็หึงผมหรอกฮะ ดูสิมองมาทางนี้ใหญ่เลย!” สิ้นเสียงคยูฮยอนฮีชอลก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้หันมองตามที่เด็กหนุ่มบอก


มองคนรักของตัวเองกับคู่แฟนเซอร์วิสอย่างหงุดหงิดมือเรียวเลยดึงมือของอีกฝ่ายให้เดินไปหาที่นั่งกัน ...จะได้คุยกันให้มันส์ไปเลย!!


เพราะแบบนี้ไง คยูฮยอนถึงได้บอกว่าตัวเองดีใจที่มีพี่ฮีชอลอยู่...เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังเชื่อได้ว่าพี่อีทึกไม่ได้คิดอะไรกับพี่คังอิน เพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่สายตาของพี่อีทึกก็มองหาพี่ฮีชอลเสมอ


ไม่งั้นเขาคงไม่เชื่อมั่นในตัวคังอินหรอก เพราะสิ่งที่พี่คังอินกับพี่อีทึกแสดงออกบางครั้ง...มันก็สมจริงกันเกินไป


เสียงหวานของฮีชอลเงียบลง จนอีทึกต้องหันไปมองหาก่อนจะเห็นว่าร่างบางถูกเด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในวงกอดอยู่ อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้...เพราะฮีชอลถึงจะดูร้ายๆ น่ากลัวแบบนั้นก็เถอะ แต่ก็เป็นที่รักของน้องๆไม่แพ้กันหรอกนะ...


อีทึกชอบมองรอยยิ้มของฮีชอลเวลาที่อยู่กับพวกน้องๆ เพราะมันดูอ่อนโยนน่ามอง


“เฮ้อ...แล้วแบบนี้จะมีคู่คยูซินมั้ยเนี้ย” คังอินถอนหายใจหลังจากที่มอง ‘แฟน’ ตัวเองยืนอยู่กับพี่ชายคนสวย อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา เพราะดูจากสภาพแล้วเกิดออกไปข้างนอกแล้ว...ทำแบบนี้


มีหวังเขากับพี่อีทึกได้ตกกระป๋องแน่ๆ …คยูฮยอนบางมุมก็หล่อไม่เบา ส่วนพี่ฮีชอลรายนั้นไม่ต้องพูดถึง!


“คังอิน!!” เสียงทุ้มหวานของคนทื่ยืนอยู่ด้านข้างดังขึ้นจนเรียกว่าตวาดเลยก็ว่าได้ ทำให้คังอินได้แต่ยิ้มแหยๆกลับไป


...ลืมไปว่าพี่อีทึกไม่ชอบ...


ให้พี่ฮีชอลเป็นคู่กับคนนั้นคนนี้!! อีทึกมองหน้าคังอินก่อนจะเป็นฝ่ายเดินออกไปหาฮีชอลเอง


เท้าเรียวของอีทึกก้าวเดินเข้าไปหาฮีชอล หากแต่ก่อนจะถึงร่างบางของโกอาราก็เดินเข้ามาในห้อง ร่างสูงหยุดมองหญิงสาวที่กำลังเดินตรงมาหา ก่อนจะยิ้มให้เมื่ออีกฝ่ายทักทาย


“มีอะไรรึเปล่าครับ มาหาพวกพี่ถึงห้องเลย” อีทึกถามคนตรงหน้า หญิงสาวอธิบายเหตุผลไม่นานอีทึกก็เดินตามอีกฝ่ายออกไป


....


TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry