All of my feeling (4)

posted on 29 Apr 2008 10:10 by femodos  in Fic-All-of-my-feeling

Chapter 4

 


:  All of my feeling
 


“เฮ้! มานั่งกินข้าวด้วยกินทุกคนดีกว่า” เสียงทุ้มของคังอินดังหลังจากที่ตัวเจ้ามองสภาพพี่ใหญ่สองคน แล้วคยูฮยอนกระซิบบอกให้เรียกทุกคนมากกินข้าวด้วยกันน่าจะอร่อยกว่า


เด็กหนุ่มคนอื่นๆหันมองหน้ากันก่อนจะพาตัวเองมานั่งล้อมวงกลางห้อง


“อ๊ะ..อย่ามาแย่งฉันกินหมดสิคังอิน!” รยออุคอดที่นั่งมองเยซองที่นั่งติดกับคังอินแย่งกันคีบหมูของแต่ละคนเข้าปาก ก่อนจะนั่งกลั้นหัวเราะจนตัวโยนเมื่อเยซองเริ่มที่จะโดนพี่หมีของวงขโมยกับข้าวทุกอย่างไปจนหมด


รยออุคมองเยซองที่นั่งนิ่งก่อนจะเริ่มโวยวายอีกรอบแล้วดึงกล่องข้าวของคังอินกลับมา เด็กหนุ่มหน้าหวานส่ายหน้าเบาๆ เหลือบมองคู่พี่ฮีชอลกับพี่อีทึก
...นู่นก็เด็ก...แต่นี่...เด็กกว่า!!


“ไม่กินมันแล้ว!! ให้ตายเถอะไอ้บ้าคังอิน” เยซองตะโกนใส่หน้าคังอินไม่ดังมาก ก่อนจะหันกลับไปอีกด้านนึงที่รยออุคนั่งอยู่ แวบนึงที่เด็กหนุ่มเห็นว่าเยซองอมยิ้ม


ร่างท้วมนิดๆของเยซองเขยิบเข้าใกล้เท่าไหร่ รยออุคก็เขยิบห่างเท่านั้น หากแต่อีกด้านเป็นพี่ฮีชอลจะให้รยออุคหลบไปถึงไหนอีกก็คง...ทำไม่ได้


“เยฮยองจะทำอะไร” หยุดหนีก่อนจะถามอีกฝ่ายเสียงเบา เพราะประโยคที่ใช้เรียก ‘ฮยอง’ สื่อความหมายได้มากแล้วว่ารยออุคกับเยซองเป็นอะไรกัน หากแต่รยออุคไม่กล้าที่จะบอกให้คนในวงรู้ เพราะคู่สุดท้ายของวงคงไม่พ้นรยออุคกับเยฮยอง ถ้าเปิดปากบอกออกไปพวกทงแฮก็ต้องล้อรยออุคเล่นแน่ๆ


“รยออุคจะปล่อยให้ฮยองอดข้าวงั้นเหรอ” เสียงทุ้มตอบกลับมา ยิ่งเรียกให้รยออุคเงียบไปอีก เด็กหนุ่มเขยิบตัวเข้าใกล้เยซองใบหน้าหวานถูกแต้มด้วยสีระเรื่อจากความเขินอาย แต่ถึงอย่างนั้นรยออุคก็ยังเลื่อนกล่องข้าวมาวางไว้ตรงกลางเพื่อให้เยฮยองได้กินด้วย


ฮีชอลมองรยออุคกับเยซองก่อนจะยิ้มในความน่ารักของน้องชายตัวเอง เพราะฮีชอลคอยแอบมองสองคนนี้มาตลอด


...ความสัมพันธ์ที่มองยังไงก็ไม่ใช่แค่น้องชายพี่ชาย หากแต่รยออุคไม่คิดจะบอกฮีชอลก็ไม่อยากจะถาม แต่ถึงรยออุคจะปิดใครได้แต่รยออุคก็ปิดฮีชอลไม่ได้อยู่ดี...


“ยิ้มอะไรหือม์?” เสียงทุ้มของอีทึกเรียกให้คนสวยที่มองคู่ของน้องชายตัวเล็กหันกลับมา ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างขึ้นอีก มือเรียวชี้ไปทางคู่รักที่ดูเหมือนรยออุคจะโดนเยซองแกล้งให้ป้อนอีกฝ่ายด้วย


อีทึกมองก่อนจะหัวเราะขำๆ ไม่คิดว่าที่ฮีชอลเล่าให้ฟังทุกคืนจะเป็นจริง ...เยซองรยออุค...งั้นเหรอ?


รยออุคน่ารักฮีชอลเลยชอบ


รยออุคเงียบน่าแกล้งยิ่งทำให้ฮีชอลชอบมากขึ้น


อีทึกเองก็เลยไม่คิดจะพูดอะไรถ้ารยออุคจะเลือกเยซองจริงๆ


เยซอง..นิสัยดี แต่เป็นคนเงียบๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังได้ดีกรีว่าเป็นเพื่อนของคังอินอยู่ดี เพราะงั้น...ความบ้าก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกนะ


คิดแล้วก็ต้องหัวเราะเบาๆในลำคอ  น่าสงสารรยออุคเหมือนกันนะ...ไอ้ซาลาเปามันก็พวกเดียวกับคังอินนั่นแหละ!


จะว่าไปแฟนเซอร์วิสคู่นี้ก็ไม่น้อย...คงไม่เป็นอะไรหรอก อีกอย่างคนอย่างเยซองดูแลรยออุคได้แน่อยู่แล้ว ขนาดตอนที่ดาบงตาย เยซองยังลงทุนไปหาหมาตัวใหม่มาให้รยออุค เพราะรยออุคเอาแต่เศร้าและร้องไห้ สุดท้ายเยซองก็ทำให้รยออุคยิ้มได้เหมือนเดิม!


“เอาล่ะ พร้อมมั้ยเราจะอัดกันอีกรอบจนกว่าจะดีที่สุด” มิสเตอร์อีเดินมาเรียกเด็กหนุ่มที่กินข้าวกันเสร็จหมดแล้ว หลายคนพยักหน้าก่อนจะเริ่มทยอยเดินเข้าห้องอัดเสียง...ไม่เว้นแม้แต่ฮีชอล
ร่างเพรียวบางของเด็กหนุ่มหลายคนยืนอยู่ในตำแหน่งของตัวเองก่อนจะเริ่มต้นลงมืออัดเพลงใหม่อีกครั้ง


หากแต่คราวนี้...นานกว่าเก่ามากขึ้นอีก เพราะยิ่งร้องไปเท่าไหร่ เพลงก็เหมือนจะไม่ใช่ตามที่คิดเอาไว้สักที จนอดที่จะโดนว่าจากมิสเตอร์อีไม่ได้หลายต่อหลายครั้ง


ใบหน้าเนียนของแต่ล่ะคนพราวด้วยหยดน้ำ..และความเหนื่อยอ่อน แต่ถึงอย่างนั้นนัยน์ตาก็ยังไม่คิดจะยอมแพ้


“เป็นอะไรกันหึ?! ทำไมวันนี้ทำไม่ได้ดีเลยสักครั้ง พวกนายคิดว่าแฟนเพลงเขารอดูเพลงที่ไม่มีคุณภาพรึยังไงกัน!” เสียงทุ้มแหบของมิสเตอร์อีตวาดดังขึ้น ชายหนุ่มมองไปทางเด็กๆแต่ละคน ที่มีสีหน้าและท่าทางเหนื่อยจนเห็นได้ชัด ก่อนจะถอนหายใจออกมาดังๆ


“เฮ้อ...พอก่อน พักสักสิบนาทีเดี๋ยวค่อยลุยต่อ!”


ประกาศเสียงดัง จนหลายคนตกใจ อีทึกยืมก้มหน้าอยู่กับที่ไม่ยอมไปไหน จนฮีชอลอดไม่ได้ที่จะต้องเดินเข้ามาหา เพราะความเป็นห่วง...ที่มันมีมากกว่า


รู้ดีว่าคนตรงหน้า...ชอบเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว

อยากให้อีทึกไม่เครียดไปมากกว่านี้ก็พอ

 


“ไหวมั้ย?” เสียงหวานถามเบาๆ มือเรียวลูบหลังอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน อีทึกเงยหน้ามองก่อนจะฝืนยิ้มให้บางๆ ฮีชอลเองก็ยิ้มรับ รู้ดีว่าตอนนี้อีทึกคงกำลังเหนื่อยมาก...เพราะความรับผิดชอบที่จำเป็นต้องดูแลและทำให้ผลงานมันออกมาดีที่สุด


มือเรียวของอีทึกเลื่อนมาจับข้อมือสวยไว้ ก่อนจะเป็นฝ่ายพาอีกคนเดินเลี่ยงน้องๆที่นั่งนิ่งเงียบๆพักเหนื่อยกันอยู่ ฮีชอลก้าวตามอีกฝ่ายไปที่มุมห้อง ก่อนจะนั่งลงพิงผนังเมื่อเห็นว่าไม่มีคนมองร่างสูงถึงได้เอนหัวตัวเองซบลงที่ไหล่เล็กข้างตัว


ฮีชอลมองคนด้านข้าง รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า...เหลือแต่เพียงความอึกอักที่อัดแน่นอยู่ภายใน มือเรียวสวยยกขึ้นปิดปากก่อนจะไอเบาๆ หันหน้าหนีไม่ให้คนที่เอนหัวพิงตัวเองอยู่ต้องเห็น อีทึกลืมตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นเล็กๆจากคนด้านข้าง
“ฮีชอล?”


ใบหน้าเนียนสวยของฮีชอลพราวไปด้วยหยดน้ำ ส่วนตัวเค้าแค่ได้นั่งพักก็ดีขึ้นแล้ว มือเรียวเอื้อมไปเช็ดออกให้อย่างอ่อนโยน ฮีชอลเค้นยิ้มจางๆตอบ หากแต่ก็ยังคงหันไปไอเบาๆอยู่ดี คิ้วเรียวสวยของอีทึกยกขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ไม่ทันจะได้ถามอะไร


“ทึกกี้..ชั้นไปห้องน้ำหน่อยนะ” บอกอีกฝ่ายเสียงเบา ไม่ให้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง กลบอาการสั่นเล็กน้อยของเสียงเอาไว้ แล้วรีบลุกเดินออกไปทันที อีทึกมองคนสวยอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เจ้าตัวส่ายหัวเบาๆก่อนจะลุกพาตัวเองไปนั่งกับน้องๆคนอื่น


เท้าเรียวก้าวพาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของฮีชอลมาที่ห้องน้ำ ใบหน้าหวานถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่ภายใน ก่อนจะก้าวไปหยุดที่อ่างล้างหน้า แบมือเรียวสวยออกช้าๆ ก่อนที่ใบหน้าเนียนจะซีดขึ้นไปอีก


มือเรียว....เปื้อนไปด้วยเลือด


ฮีชอลเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นเฉียบล้างชำระคราบเลือดที่มีอยู่ให้หายไป ก่อนที่ใบหน้าสวยจะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำที่เย็นเฉียบ เพราะมือเรียวเมื่อครู่กลับวักน้ำที่เปิดสาดกระเซ็นใส่หน้าตัวเอง


แม้จะเจ็บที่โดนน้ำเย็นสาดใส่ แต่มันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้คนตรงหน้ากระจกตอนนี้มีความรู้สึกอีกครั้ง


ต่อให้ต้องเข้าโรงพยาบาล...วันนี้คิมฮีชอลก็ต้องอัดเพลงให้เสร็จ  จะให้งานทั้งหมดมาล่มเพราะเขาคนเดียว...ไม่ได้!!


ยิ่งคิดความพะอืดพะอมก็ยิ่งรวมตัวกันมากขึ้น..มากขึ้น ก่อนจะเริ่มไอเบาๆ แล้วเปลี่ยนเป็นแรงขึ้น ไม่นานนักฮีชอลก็อาเจียนออกมา


หากเพราะเมื่อตอนเที่ยงได้กินข้าวไปเพียงไม่กี่คำ ที่อีทึกบังคับให้เค้ากินลงไปบ้าง เล็กน้อยกับน้ำเพียงแค่นั้น

 


ทันทีที่ระบายออกไป เท้าเรียวก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง หากแต่ร่างบางยังคงกัดฟังแน่น แล้ววักน้ำสาดใส่หน้าตัวเองอีกครั้ง


ใบหน้าเนียนสวยขึ้นสีระเรื่อจากการกระทำเมื่อครู่ แต่ถึงอย่างนั้นฮีชอลก็ไม่สนใจ ร่างบางล้างหน้าก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากห้องน้ำ


ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นร่างเพรียวบางอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ นัยน์ตาเรียวสวยกระตุกวูบ...เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร


“ผมว่าพี่พักสักหน่อยดีกว่า” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นการสั่นศีรษะไปมาเล็กน้อย เหมือนขับไล่อาการมึนงงมากกว่า


“อีทึกให้มาตามเหรอซองมิน” ถามกลับเสียงสั่นปนแหบน้อยๆ ซองมินถอนหายใจก่อนจะพยักหน้ารับ เท้าเรียวเดินเข้ามาหาพี่ชายคนสวย ก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่าย


ฮีชอลอยากจะดันอีกฝ่ายออกแต่เพราะตอนนี้ตัวเองก็แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงอะไรแล้ว จึงต้องจำใจปล่อยให้อีกฝ่ายช่วยพยุง


“ไปอะไรไปหึเรา? ทำไมวันนี้อัดไม่ได้ดีเลย” เสียงหวานเอ่ยทำลายความเงียบ ซองมินหันมองใบหน้าหวานก่อนจะก้มหน้าลงสำนึกผิด มือเรียวของฮีชอลลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะเลื่อนไปจับคางอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมา แล้วยิ้มให้


“ผม...ไม่รู้สิฮะ” นัยน์ตาสวยคลอไปด้วยหยดน้ำตา จนคนตัวเล็กกว่าอดไม่ได้ที่จะปาดมันทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ


ที่อัดไม่ดีวันนี้...อาจเพราะเขาไม่มีสมาธิก็ได้


เพราะเมื่อตอนเที่ยงมัวแต่นั่งคุยกับคยูฮยอน ถึงจะสบายใจแต่ก็อดไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีที่สนิทของทงแฮและฮยอกแจ ยิ่งตอนนี้ทั้งคิบอมและทงแฮยังไม่คืนดีกัน เขาก็เหมือนเป็นส่วนเกินระหว่างฮยอกแจและทงแฮอยู่ดี


“เฮ้อ..อย่าคิดมากสิ จะโทษนายคนเดียวก็ไม่ได้ วันนี้พวกเราคงล้ากันเลยอัดได้แบบนี้ ตัวพี่เอง...ก็พลาดตั้งหลายครั้ง” ฮีชอลถอนหายใจเมื่อเห็นสภาพน้องชายคนสนิท


อดไม่ได้ที่จะนึกถึงอีกคน ที่ตอนนี้ไม่รู้จะทำหน้ายังไง?


“เป็นห่วงพี่อีทึกเหรอฮะ” เสียงหวานดึงสติร่างสูงกับมา ใบหน้าสวยขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง


ทำไมจะไม่รู้ว่าพี่ฮีชอลคิดอะไรอยู่ เพราะพี่ชายคนสวยคิดอะไรก็บอกออกมาทางสายตาหมด...ถึงจะมองออกยากก็เถอะ แต่เวลาไหนที่พี่คนนี้อ่อนแอไม่มีสักครั้งที่...นัยน์ตาเรียวสวยคู่นี้จะปิดบัง


“น่าอิจฉานะฮะ”


เสียงหวานบ่นกับตัวเองเบาๆ เรียกให้ฮีชอลหันกลับมามองก่อนจะยกมือเรียวขยีผมอีกอย่างอย่างเบามือ ไร้คำพูดเดินนำอีกฝ่ายเข้าไปในห้องอัด ซองมินยืนนิ่งอยู่หลังจากที่คนสวยเดินเข้าไปแล้ว


ใช่...ลีซองมินกำลังอิจฉา


อิจฉาที่…คนๆหนึ่งเป็นห่วงคนอีกคนหนึ่งจนออกนอกหน้า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมาย


แต่ทำไม?...ลีซองมินคนนี้ ถึงไม่ได้รับความอ่อนโยนแบบนั้นบ้างกันนะ ทั้งที่ตัวเองรักเข้าไปซะมากมาย


...รัก...


รักจนไม่คิดจะมองใครอีก แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นเพียงคำพูดและภาพมากมายที่คอยแต่จะทำร้ายจิตใจของเค้าให้แย่ลงไปเรื่อยๆ


ใช่...ตอนนี้ลีซองมินกำลังอ่อนแอ


และหวัง...ที่จะได้ความรักกลับมาจาก...ลี ฮยอกแจ!


ยิ่งเห็นสภาพพี่ใหญ่ของตัวเอง ที่มีคนคอยดูแลตลอดเวลาอย่างพี่ฮีชอลและพี่อีทึก ที่ถึงจะทะเลาะกันบ้าง งอนกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยที่จะละเลย...คนรักของตัวเอง เหมือนอย่างที่ลีฮยอกแจกำลังทำตอนนี้!


ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งเริ่มที่เอ่อไหลออกมา จนคนตัวเล็กต้องยกมือขึ้นปาดมันทิ้งหลายครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าหยดน้ำสีใสบริสุทธิ์นี่จะหยุดไหลเลยสักนิด


“ทำไมนายมันถึงอ่อนแอขนาดนี้กันนะ ลีซองมิน” ก้มหน้าบ่นกับตัวเอง หากแต่พอมือเรียวจะยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้งอีกรอบ กลับมีมือของใครบางขึ้นเลื่อนเข้ามาเช็ดให้ซะนี่


ใบหน้าหวานยังคงก้มอยู่อย่างเดิม แค่สัมผัสที่ได้รับก็เพียงพอที่จะบอกให้รู้ว่าคนที่กำลังเช็ดน้ำตาให้อยู่คือใคร มือเรียวยกขึ้นปัดออก ก่อนจะถูกคนตัวโตกว่าจับข้อมือเรียวไว้แล้วลากเดินออกจากตรงนั้น


ฮยอกแจปล่อยข้อมือเรียวสวยทันทีที่หลบพ้นจากสายตาหลายคู่ที่กำลังสงสัยถึงเรื่องระหว่างเขากับซองมิน ขาเรียวของเด็กหนุ่มนั่งลงด้านข้างของคนที่กำลังร้องไห้อยู่ เสียงสะอื้นยิ่งทำให้ฮยอกแจเงียบเข้าไปอีก


เป็นห่วง...ตั้งแต่เห็นคนตัวเล็กเงียบไปตั้งแต่ตอนเที่ยง หากแต่ไม่มีเวลาที่จะได้เข้ามาหาเพราะมัวแต่ต้องอัดเพลงไปตลอดเวลา พอถึงเวลาพักร่างเพรียวของซองมินก็หายไปทันที จนเขาเองก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ แต่พอสังเกตว่าคนในห้องขาดไปแค่พี่ฮีชอลกับซองมิน สมองก็แทบจะออกคำสั่งให้เค้าออกไปหาทันที


หากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสวนทางกับพี่ชายคนสวยที่หายไปและคำพูดที่กรีดหัวใจของเค้า ‘ทะเลาะกับซองมินเหรอ’


ทันทีที่ได้ยินก็แทบจะวิ่งออกจากห้องรู้ดีว่าคนตัวเล็กต้องร้องไห้เป็นแน่ หากแต่สุดท้ายก็ไม่ต้องไปหาที่ไหนในเมื่อเจ้าตัวยืนก้มหน้าเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กๆอยู่ตรงทางเข้าห้อง คิดแล้วก็แทบจะถลาเข้าไปหาทันที ถ้าไม่ติดว่าบรรดาทีมงานกำลังจ้องมองอยู่


“ร้องไห้ทำไมซองมิน?” ถามคนด้านข้างเสียงเบาๆ เพราะเสียงสะอื้นมากมายที่หลุดออกมาทำให้ฮยอกแจรู้ดีว่าคนตัวเล็กน่าจะกำลังอ่อนแอถึงขีดสุด


มือเรียวของเด็กหนุ่มเอื้อมไปดึงรั้งตัวของอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอด เพียงแค่นั้นก็เหมือนกำแพงถูกทลายลง ซองมินปล่อยโฮทันที


“ซองมินเป็นอะไร บอกฮยอกแจสิ” ฮยอกแจยังคงถามอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา พอๆกับอ้อมกอดอ่อนโยนที่กอดรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ให้อีกฝ่ายรู้ถึงสิ่งที่เขากำลังรู้สึก


...ใช่...รู้ว่าตอนนี้ฮยอกแจเองก็เจ็บไม่แพ้กัน


“เราเลิก..กันดีกว่า...” เงยหน้ามองเด็กหนุ่มก่อนจะบอกเสียงเบา ปนกับเสียงสะอื้น


....................


TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่ปอนค่ะมันต่อจากอันที่1ป่ะ
ทำไมมันมีอันที่4เลยอ่ะหนูหาอันที่2กับ3ไม่เจออ่ะ

#1 By oneel (119.42.64.166) on 2008-04-30 17:41