All of my feeling (5)
posted on 29 Apr 2008 10:12 by femodos in Fic-All-of-my-feelingChapter 5
: All of my feeling
“เราเลิก..กันดีกว่า...” เงยหน้ามองเด็กหนุ่มก่อนจะบอกเสียงเบา ปนกับเสียงสะอื้น
“ไม่! ซองมิน!...มันเกิดอะไรขึ้นบอกชั้นสิ! ทำไม...!” ฮยอกแจส่ายหน้าไปมาอย่างแรง พอๆกับแรงที่เริ่มบีบข้อมือของอีกฝ่าย
หากแต่ตอนนี้ความเจ็บปวดไม่ได้เข้าสู่จิตใจของซองมิน เพราะคนตรงหน้าเอาแต่ร้องไห้ทันทีที่เห็นการกระทำของคนรัก!
ร่างโปร่งเพรียวของฮยอกแจดึงซองมินเข้ามากอด น้ำตาเอ่อคลอที่ดวงตาของเด็กหนุ่ม หากแต่เจ้าตัวยังคงบังคับไม่ให้มันไหลออกมาอยู่
“ซองมินเป็นอะไร? บอกฮยอกแจสิ...ฉันทำอะไรผิดรึเปล่า ฉันขอโทษ!”
“...ขอโทษฮยอกแจ…ฉัน...ฉันไม่ได้รักฮยอกแจแล้ว” เสียงหวานใสสั่นตามแรงอารมณ์ มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ ก็จะลุกขึ้นยืนแหละยิ้มให้อีกฝ่าย
ยิ้ม…ที่ดูอ่อนโยนมากที่สุดเท่าที่ฮยอกแจเคยเห็น
ใช่...แบบนี้คงดีที่สุด เพราะลีฮยอกแจเหมาะที่จะคู่กับคนร่าเริงสดใสอย่างลีทงแฮมากกว่าคนงี่เง่า เอาแต่ใจ แบบลีซองมิน
“ขอโทษนะที่ฉัน...มันไม่ดีเอง เรากลับมา...เป็นเพื่อนกันได้มั้ย?” พูดทั้งๆที่น้ำตายังคงไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย แต่ตอนนี้ซองมินไม่คิดที่จะเช็ดมันออก ถึงมันจะทำให้คำพูดที่พูดออกไปทั้งหมดดูไม่น่าเชื่อก็เถอะ
ซองมินยืนมือเรียวออกมาค้างไว้กลางอากาศ ฮยอกแจมองคนรักตรงหน้า หยดน้ำตาไหลออกมาจากด้วยตา แต่ถึงอย่างนั้นลีฮยอกแจ...ก็ยังคงยิ้ม
“ฉันไม่รู้ว่าซองมินโกรธอะไรฉัน...แต่ฉัน...รักซองมินมากนะ...ถ้านี่คือสิ่งที่ซองมินต้องการ...ฉันก็ยินดี” พูดจบก็ยื่นมือเรียวออกไปจับกับอีกฝ่าย
ลีซองมินเพียงแค่ยิ้มน้อยๆ หยดน้ำตาเหือดหายไปจากดวงตา แตกต่างจากฮยอกแจ เด็กหนุ่มยิ้มให้ซองมินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยมือเรียวของตัวเองออก
“งั้น...เรากลับมาเป็นเพื่อนกันนะ”
“อื้อ เพื่อน...ฮยอกแจเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยนะ” ยิ้มจนตาปิด บอกอีกฝ่าย เสียงหวานสดใสขึ้น ยืนยิ้มส่งคนที่กำลังร้องไห้อย่างฮยอกแจเดินออกไปเข้าห้อง ส่วนตัวเองยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ทันทีที่ร่างโปร่งบางของฮยอกแจลับสายตา ลีซองมินก็ปล่อยตัวเองลงกับพื้นร้องไห้อย่างไม่อายใคร เสียงสะอื้นทั้งที่ดังออกมามากมายแต่กลับไม่มีใครได้ยิน
หยดน้ำตารินไหลราวกับต้องการชำระล้างความเจ็บปวด ใช่...จะต้องอายอะไรอีก ในเมื่อ...ทุกอย่างมันจบสิ้นแล้ว จบแล้วความสัมพันธ์ที่เคยสร้างรอยยิ้มมาด้วยกัน ลงเหลือเพียงเส้นบางๆที่ดึงรั้งพวกเขาสองคนเอาไว้
...ในฐานะ...เพื่อน
พระเจ้า...สิ่งที่ลูกทำ...มันถูกแล้วใช่มั้ย?
ไม่นานนักร่างบางของซองมินก็พาตัวเองกลับมาที่ห้องอัดอีกครั้ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม...คนอื่นๆยังคงเล่นยิ้มแย้มสดใส เหมือนเช่นเคย หากแต่มีเพียงเขา…และฮยอกแจเท่านั้นที่รู้...รู้ว่ามันเปลี่ยนไป
“ไปไหนมาซองมิน~” เสียงหวานของฮีชอลทักน้องชายคนสนิทที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างของพี่ชายคนสวยนั่งมองคนอื่นๆที่เล่นอะไรกันอยู่กลางห้อง
“ไปเดินเล่นฮะ” หันไปยิ้มให้ก่อนจะตอบคำถาม หากแต่สายตากลับเหม่อลอยมองหาคนอีกคนที่น่าจะเดินเข้ามาก่อน จนฮีชอลอดที่จะถามไม่ได้ “หาฮยอกแจเหรอ? นู่น..อยู่ตรงนั้นไง อยู่กับอีทึกแล้วก็ทงแฮ”
ทงแฮ...สุดท้ายไม่ว่าเมื่อไหร่ถ้าพูดถึงลีฮยอกแจ ชื่อนี้ก็ต้องมาด้วยเสมอ ซองมินยิ้มรับกับคำบอกของพี่ชายหน้าสวย ก่อนจะเอนตัวเองลงนอนตักของฮีชอล
”ขอนอนหน่อยได้มั้ยฮะ ผมรู้สึกไม่สบาย”
คิ้วเรียวสวยของฮีชอลยกขึ้นอย่างแปลกใจกับท่าทีของเด็กหนุ่ม หากแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไร เพราะเท่าที่ดูแล้วคนตัวเล็กคงไปแอบร้องไห้ที่ไหนมา ไม่งั้นตาสวยๆคู่นั้นคงไม่บวมขนาดนี้
ส่วนฮยอกแจ...รายนั้นตั้งแต่กลับเข้าห้องมายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ...บางทีสองคนนี้อาจจะทะเลาะกัน....
ซองมินซุกตัวเองเข้ากับเอวบางของฮีชอล มือเรียวสั่นน้อยๆ หากแต่เจ้าตัวยังคงไม่เงยหน้าขึ้น จนฮีชอลเองก็ไม่รู้จะพูดอะไร เลยได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายสวมกอดเขาเอาไว้แบบนี้ ทั้งที่อยากจะเรียกขึ้นมาถามก็เถอะว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างบางของฮีชอลเลยทำได้เพียงแค่ยกมือเรียวลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ อยู่อย่างนั้นจนผู้จัดการมาเรียกเข้าห้องอัดอีกที
จบแล้ว ...ลีซองมิน
ในที่สุด ..ความรักก็แพ้ความสนิทสนมและใกล้ชิด ..อย่างนั้นเหรอ?
…
“โอเค!! พอได้วันนี้พอแค่นี้ แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนนะ ถ้าให้ดีก็นอนหอเดียวกันให้หมดเลยก็ดีจะได้ไม่ต้องลำบากตอนเช้า...หรือยังไงก็แล้วแต่พวกนาย อ๋อ..พรุ่งนี้ยังมีอัดต่อ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ” เสียงทุ้มเข้มของอีซูมานดังขึ้น
หลังจากที่ผ่านพ้นการอัดรอบสุดท้ายที่ดูเหมือนจะดีที่สุด...เด็กหนุ่มหลายคนถอนหายใจออกมา ก่อนจะตอบรับอย่างพร้อมเพรียง
“ครับ! ขอบคุณมากครับทุกคน!” ก้มหัวขอบคุณก่อนจะแทบถลาเดินออกจากห้องกลับห้องพักทันที
ฮีชอลเดินผละจากกลุ่มออกไปหาผู้จัดการคิม มือเรียวรับกระดาษสองสามแผ่นมาไว้ในมือ ก่อนจะบอกลาผู้จัดการแล้วเดินกลับมาสมทบกับคนอื่น และอีทึกที่ดึงรั้งท้ายรออยู่
“งานเหรอ” เสียงทุ้มแหบถามเบาๆหลังจากที่เค้าเดินเข้ามาหา ร่างบางพยักหน้าตอบสายตาเรียวก้มลงอ่านตารางงานที่มีการเลื่อนออกไป อย่างสนใจก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เพราะอัดพวกนี้ พออัดเสร็จฉันได้ออกเปิดตัวไม่กี่รายการเอง นอกนั้นก็จะติดงานหมดเลย เฮ้อ...อดออกไปเต้นกับพวกนายอีกแล้ว คยูฮยอนยังได้ขึ้นด้วยทุกเวทีเลย ทึกกี้~”
เสียงหวานบ่นขึ้นหลังจากที่เห็นว่าน้องๆตามเดินนำไปได้ไกลพอควร มือเรียวสวยเอื้อมไปจับมือของอีทึก ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะเลื่อนมือเรียวของตัวเองมากุมไว้
ที่แสดงออก เพราะ...ไม่มีใครเห็นแล้วต่างหาก บรรดาทีมงานส่วนมากก็กลับกันไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่บางคนที่กำลังจัดของอยู่...ใครกันล่ะจะหันมาสนใจ
“เหนื่อยมั้ย” อีทึกถามหากแต่ใบหน้าเรียวยังคงมองตรงไปด้านหน้า ฮีชอลพยักหน้ารับช้าๆ...ใครบางล่ะที่จะไม่เหนื่อย กว่าจะเลิกอัดก็ปาเข้าไปตีสอง...พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นมาอัดกันแต่เช้าอีก
“วันนี้…ซองมินเป็นอะไรไม่รู้ ทึกกี้เห็นรึเปล่า?” ฮีชอลเอนหัวตัวเองพิงไหล่หนาหลังจากที่เดินมายืนคอยลิฟต์ เพราะน้องๆลงไปหมดแล้ว มือเรียวของฮีชอลอีกข้างที่ไม่ได้ถูกร่างสูงจับไว้เอื้อมมาจิ้มเบาๆลงบนมือของอีทึกที่จับมือตัวเองอยู่ อีทึกมองคนด้านข้างยิ้มๆ
จะน่ารัก...เหมือนเด็กไปถึงไหน?
“อืม...แต่ฮยอกแจก็เหมือนกันนะ รายนั้นเรียกว่าเงียบไปเลย...สงสัยจะทะเลาะกันล่ะมั้ง?” อีทึกก้มลงสูดความหอมจากกลุ่มผมเนียนเบาๆทีนึง
ฮีชอลถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองสบตาอีทึกตรงๆไม่หลบ คิ้วเรียวของอีทึกยกขึ้นอย่างแปลกใจ “เป็นอะไร”
“ทึกกี้~ ฉัน...เป็นห่วงน้อง วันนี้ซองมินมานอนกอดชฉันแต่เหมือนหมอนั่นกำลังกลัวอะไรอยู่ ซองมินตัวสั่น...แล้วก็เหมือนจะร้องไห้มา” ฮีชอลพูดบอกอีกฝ่าย สายตาเรียวสวยมองลึกลงไปในตาของอีทึก มือเรียวอีกข้างของอีทึกเอื้อมดึงรั้งอีกฝ่ายเข้าสู่อ้อมกอดตัวเอง
รู้หรอกว่าคนตัวเล็กคนนี้...รักและเอ็นดูพวกน้องๆแค่ไหน แต่มาเจอแบบนี้...ความเป็นห่วงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“ไม่มีอะไรหรอกน่า อย่าคิดมากสิ ซองมินอาจจะทะเลาะกับฮยอกแจเฉยๆเดี๋ยวก็ดีกันเองนั่นแหละ” มือเรียวลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อปลอบใจ ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นคนในอ้อมกอดเงียบไปซะเฉยๆ
“ฮีชอล…?”
“...”
มือเรียวรั้งร่างคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดตัวเอง หากแต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่ก้มหน้า อีทึกเลยได้แต่ถามอีกฝ่ายว่าเป็นอะไร
“...คริคริ ฮ่าๆ ทึกกี้!” ฮีชอลเงยหน้าพร้อมทั้งหัวเราะหลังจากที่แกล้งคนรักของตัวเองได้ ก่อนจะหนีทันทีที่ลิฟต์เปิด ร่างบางย้ายร่างตัวเองเข้าไปหากแต่กลับโดนคนตัวสูงดึงรั้งตัวเองกลับมาอีกรอบ ฮีชอลจิ๊ปากเมื่อตอนนี้สภาพของเค้ากำลังโดนคนตัวสูงกักเอาไว้กับผนังด้านข้าง
ใบหน้าเนียนหันหนี การแก้แค้นของอีกฝ่าย ...เพราะเวลาเล่นแบบนี้ทีไร อีทึก...ไม่เคยเสียเปรียบเลยสักครั้ง!
“เล่นแบบนี้...มันต้องโดนลงโทษรู้เปล่า?” เสียงหวานใสหายไปกับความเงียบในช่วงดึกของตึก เรียวปากได้รูปบรรจงมอบสัมผัสอ่อนหวานให้อีกฝ่าย ร่างบางหลับตารอรับสัมผัสที่คุ้นเคย...ไม่มีสักครั้งที่จะปฏิเสธจูบอ่อนหวานแต่ร้อนแรงของคนตรงหน้านี้ได้
“อ๊ะ...อื้อ! ...ทึก...ทึกกี้...เดี๋ยวมีคน...มา” พูดไม่เป็นประโยค เพราะคนตรงหน้าเอาแต่ลุกไล้มาซะอย่างนั้น อีทึกเลื่อนมือเข้าไปในสาบเสื้อของอีกฝ่าย ก่อนจะลูบเบาๆบนหลังเนียน หันกลับมามองคนสวยตรงหน้าที่ก้มหน้างุด หลบสายตาตัวเองแล้วก็ต้องยิ้มออกมา
“นี่...รู้มั้ย? ว่าเมื่อกี้คุณซังฮวานเพิ่งออกไปกับผู้หญิงนะ” เสียงคุยจอกแจกเรียกสติของฮีชอลและอีทึกได้ดี
ร่างสูงปล่อยฮีชอลให้เป็นอิสระก่อนจะขยับเลื่อนตัวไปกดลิฟต์ที่น่าจะจอดอยู่เพราะไม่มีคนใช้
ประตูลิฟต์เปิดออกเท้าเรียวของอีทึกและฮีชอลก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็ว หากแต่ก่อนจะปิดประตูบรรดาสตัฟฟ์ที่เป็นคนจัดการเก็บของที่เหลือก็เดินมาพอดี
อีทึกเลยได้แต่กดลิฟต์ค้างเอาไว้ ไม่ให้ดูเป็นการเสียมารยาท หญิงสาวสามสี่คนก้าวเข้ามาในลิฟต์พร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณ ฮีชอลเลื่อนตัวเองไปยืนอยู่มุมในของลิฟต์ใช้ร่างของอีทึกบังตัวเอง เงียบๆ
“คุณฮีชอลเป็นอะไรรึเปล่าค่ะ...หน้าแดงเหมือนคนไม่สบายเลย” สตาฟ์ที่ยืนมองฮีชอลสลับกับอีทึกอยู่เอ่ยถามเบาๆ หากแต่เมื่อภายในลิฟต์มันเงียบสงบ ทุกคนจึงได้ยินกันหมด ฮีชอลเงยหน้าก่อนจะส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยเป็นคำตอบ
มือเรียวของอีทึกเลื่อนขึ้นมาทาบลงบนหน้าผากเนียนเบาๆ กระซิบเบาๆพูดอะไรกับร่างบางด้านข้าง ฮีชอลพยักหน้ารับแล้วเอนตัวเองซบลงกับไหล่กว้างของอีทึก มือเรียวของอีทึกจับมืออีกฝ่ายซุกลงในเสื้อโค้ทของตัวเอง
การกระทำทุกอย่าง...อยู่ในสายตาของหญิงสาว
หากแต่ความคิดทั้งหมดที่พวกเธอเคยคิดว่าปาร์คจองซู หรืออีทึก...เป็นอะไรกับคังอินกลับเลื่อนหายไปในทันที ที่ได้เห็นการกระทำตรงหน้าระหว่างคนที่ได้ชื่อว่า
‘นางฟ้า’ และ ‘เจ้าหญิง’
“ไม่สบายนิดหน่อยนะครับ ไม่เป็นอะไรมากหรอก ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ” อีทึกจัดการคนข้างตัวเสร็จแล้วจึงหันกลับมาตอบคำถาม สตาฟ์ที่อยู่ด้วย
หลายคนมองภาพตรงหน้าจนลืมตัว ก่อนจะมีสีแดงระเรื่อแต้มบนใบหน้าเมื่อได้เห็นความสัมพันธ์ที่เหมือนจะเป็นเพื่อนร่วมวง หากแต่...พวกเธอรู้ดีว่ามัน...ไม่ใช่
เท่าที่พวกเธอรู้ ...คิมฮีชอล...เป็นคนที่เข้าถึงตัวยากเหมือนตอนที่พวกหล่อนเดินเข้ามาในลิฟต์ครั้งแรก แทบจะไม่สังเกตเห็นคนสวยคนนี้เลย เพราะเจ้าตัวเล่นใช้อีทึกเป็นที่บังตัวเอง และหลายข่าวที่ได้ยินมาว่า
ผู้ชายคนนี้...หยิ่งและเย็นชา...ขนาดที่ว่าทำงานที่นี่แต่แทบจะไม่ได้เห็นร่างบางสักเท่าไหร่ เพราะ..เจ้าตัวจะมีผู้จัดการคอยตามเสมอ...จนอดที่จะแปลกใจไม่ได้ที่เห็นท่าทางของคนตรงหน้ากับปาร์คจองซู ลีดเดอร์วงคนเก่ง
“อ๊ะ...ค่ะ ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ เอ่อ...คุณอีทึกค่ะ พวกเราขอลงชั้นนี้แหละค่ะ” ใบหน้าเนียนของหญิงสาวคนหนึ่งพูดออกมาเบาๆ เพราะหลังจากมองภาพตรงหน้าก็แทบจะไร้สติไปเลย อีทึกพยักหน้ารับก่อนจะกดเปิดให้พวกหล่อนทุกคน หญิงสาวหันมาก่อนจะขอบคุณ อีทึกเองก็ยิ้มให้บางๆ
ประตูลิฟต์ปิดลง หากแต่ไม่มีการเคลื่อนตัวไปไหน อีทึกกดล็อกเอาไว้ก่อนจะหันกลับมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวสัมผัสลงใบหน้าเนียนที่พราวไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
เพราะคิมฮีชอล...ไม่ชอบที่จะต้องอยู่กับพวกผู้หญิง กันแบบนี้โดยไม่มีใครเลย ...อึดอัด
“ไม่มีอะไรแล้ว..ขอโทษนะที่ต้องเปิดรับพวกเขา” บอกเสียงเบาๆ ก่อนจะจูบเบาๆลงบนหน้าฝากเนียนเป็นการปลอบทีนึง ฮีชอลเงยหน้ามองคนรักแล้วส่ายหน้าเบาๆ
“ช่างมันเถอะทึกกี้...ฉันอยากกลับบ้านแล้ว” อีทึกพยักหน้าหน่อยๆ หันกลับไปกดเลขก่อนจะเลื่อนตัวเองกลับมาอยู่กับคนตัวเล็กอีกครั้ง มือเรียวบีบมืออีกฝ่ายเบาๆ
.
.
“กรี๊ดดดดดดดด พวก...พวกเธอคิดเหมือนชั้นมั้ย?!” ทันทีที่เท้าเรียวของหญิงสาวทั้งสามเดินหลบพ้นตรงมุมของลิฟต์ ก็แทบจะร้องออกมาไม่เป็นภาษา
“ใช่! ชั้นไม่คิดเลยนะว่า...พวกเขาจะน่ารักได้แบบนี้ อร๊ายย ดูที่อีทึกทำสิ กรี๊ด!”
“นั่นสิ…สงสัยเพราะพวกเรามัวแต่มองคุณอีทึกกับคังอิน จนลืมสังเกตไปมั้งว่า...จริงๆแล้วมันคุณฮีชอลกับอีทึกมากกว่า! ตายแล้วชั้นนี่แทบละลายในลิฟต์แล้วรู้มั้ย?”
เสียงโวยวายของหญิงสาวที่เพิ่งออกมาจากลิฟต์ดังขึ้นมากมายกับสิ่งที่เธอได้เห็น ...ก็ใครจะไปนึกว่าจะได้มองอะไรใกล้ๆขนาดนั้น การกระทำที่แสดงออกขนาดพวกเธอเป็นเพื่อนกันเองยังไม่ทำแบนั้นเลย!...แล้วทีนี้จะให้คิดยังไงอีก?!
แต่ถ้าจะให้ไปบอกใครต่อใคร...ก็คงไม่มีใครเชื่อ...เพราะการแสดงออกของสองคนนั้นถ้าไม่สังเกตคงไม่มีคนเห็น
...อีกนานมั้ยนะที่พวกเค้าจะปิดเรื่องนี้กันต่อไป?
.........
TBc.





เม้นอีกรอบว่าแต่
ฟิคexodusอ่ะจบแล้วหรอ
#1 By Oneel (119.42.64.166) on 2008-04-30 17:44