All of my feeling (7)

posted on 29 Apr 2008 10:18 by femodos  in Fic-All-of-my-feeling

Chapter 7

 

 

:  All of my feeling
 

 

“อึก..ทำไม?..อึก..ไปซะให้พ้น..เลย” ฮีชอลสะอื้นจนตัวโยนในอ้อมกอดของซองมิน ใบหน้าหวานเปรอะไปด้วยหยดน้ำสีใส จนน้องๆแทบจะร้องไห้ออกมาตามโดยเฉพาะคนที่กำลังกอดฮีชอลอยู่อย่าง...ลีซองมิน…


“พี่ฮะ...อย่าร้องไห้สิฮะ” นิ้วเรียวของซองมินยกขึ้น ก่อนจะปาดหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาโตคู่นี้ ที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็นว่าร้องไห้มากขนาดนี้มากก่อน…


“นั่นสิ…พี่ฮีชอลร้องไห้แล้วไม่สวยเลย ยิ้มสิฮะพี่ชายของผม” รยออุคเดินกลับมานั่งด้านข้างของซองมินและทงแฮ เด็กหนุ่มพยายามทำให้พี่ชายคนสวยยิ้ม


อย่างที่เจ้าตัวชอบยิ้มให้เสมอเวลาที่พวกเขาอ่อนแอ แต่ดูเหมือนพูดยังไงฮีชอลก็ไม่สนใจ ใบหน้าหวานยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มเนียนสวยของตัวเอง


จนสุดท้ายทงแฮ ซองมินและรยออุคเลยได้แต่นั่งอยู่ข้างๆคนที่กำลังร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายตอนนี้


“พวกนาย...ไปนอนเถอะ” เสียงหวานแหบพล่าดังขั้นเรียกสติของแต่ละคนที่กำลังนั่งคิดไปต่างๆนานา ฮีชอลยกมือปากหยดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะดันตัวเองออกจากซองมิน ใบหน้าหวานซีดขาวจนคนมองทั้งสองอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง


“แต่...” ทงแฮออกปากจะขัด


ไม่ใช่ว่าอะไรแต่...เพราะสภาพของฮีชอลตอนนี้ดูยังไงก็มีหวังต้องล้มแน่ๆ ถ้าไม่มีคนดูแล


“ไม่ต้องห่วงน่า...พรุ่งนี้มีงานนะ อย่าลืมสิ...อย่าให้ฉันเป็นคนทำลายงานทั้งหมดให้พวกนายไม่มีแรงเอาพรุ่งนี้ดีกว่า” พูดตัดคำของทงแฮ ก่อนจะบอกเสียงเรียบทั้งที่ยังสะอื้นอยู่ 


ทั้งสามคนมองหน้ากัน ก่อนจะต้องยอมแพ้แล้วลุกออกจากห้องไป เพราะไงๆ...ฮีชอลก็คงไม่ยอมให้พวกเค้านั่งเฝ้าอยู่แบบนี้อีกเป็นแน่


ร่างบางลุกขึ้นยืนหลังจากที่เห็นน้องๆเดินออกไปจนหมด เพียงแค่นั้นคนที่เพิ่งยืนขึ้นก็ต้องรีบหาอะไรสักอย่างมาพยุงตัวไว้ เพราะอาการมึนหัวจนเกือบจะล้มลงไปอีกรอบ


ฮีชอลกัดฟันแน่นก่อนจะยืนตรงแล้วเดินไปนั่งลงที่เตียง หากแต่ไม่มีการล้มตัวลงนอน ร่างบางเพียงแค่ขึ้นไปนั่ง ก่อนจะยกขาขึ้นแล้วกอดตัวเองเอาไว้อย่างนั้น


หยดน้ำตายังคงไหลออกมา แต่ไม่มีเพียงแค่เสียงสะอื้น ร่างบางก้มหน้าซุกตัวเองลงกับเข่าเนียน


ผิดเหรอ?...ที่เขาจะช่วยอะไรซองมินบ้าง


แต่ที่ทำให้เจ็บมากกว่านั้น ก็คือการกระทำที่ออกมาจากอีทึกต่างหาก...


อีทึกไม่เคยรู้..ว่าฮีชอลเหนื่อยใจแค่ไหนกับการกระทำที่เจ้าตัวมีให้กับคังอินเสมอ การกระทำที่ทำให้ร่างบางอดไม่ได้ที่จะคอยเอาแต่ใจ ดึงรั้งทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้อีทึกหันกลับมาสนใจ


ทำไมจะไม่รู้...ว่าบ้างครั้ง...ใครต่อใครก็บอกว่าเขา...’เอาแต่ใจเกินไป’ แต่เคยรู้บ้างมั้ยว่าทำไมถึงต้องแสดงออกแบบนั้น ทั้งที่ความจริงแล้วคิมฮีชอลคนนี้ก็ไม่ได้อยากจะเป็นคนเอาแต่ใจขนาดนั้นหรอกนะ


ก็ถ้าเขาไม่ทำ...อีทึกจะแสดงออกว่ารักเขาเหรอ?


ถ้าเขาไม่พูด..อีทึกจะบอกว่ารักเขามั้ยล่ะ?


แล้วถ้าคิมฮีชอลคนนี้ขี้เหงา...อีทึกจะสนใจมั้ย!?

 

 

ถ้าเขาไม่แสดงออก...ให้ตัวเองเป็นคนเอาแต่ใจ อีทึกจะยอมดูแล จะยอมสนใจ จะยอมพูดอะไรให้เขาเชื่อในตัวของอีทึกบ้างมั้ย?


ในเมื่อ...แฟนเซอร์วิสของเขากับฮันคยองเยอะขนาดไหน อีทึกยังไม่แคร์อะไรเลย!!  อีทึกยังคงเล่นสนุกกับคังอิน กับทงแฮแบบนั้น...


อีทึก...เคยมีคิมฮีชอลอยู่ในใจตัวเองบ้างรึเปล่า?


คิดแล้วหยดน้ำตามากมายก็ไหลลงมาอาบแก้ม มือเรียวยกขึ้นปาดมันลวกๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็น เพราะภายในห้องนี้มืดสนิทและมันเป็นห้องส่วนตัวของเขา...ที่เขาต้องนอนคนเดียว


เพราะตารางงานที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เวลาที่ต้องลุกออกไปทำงานดึกๆดื่นๆ หรือไม่ก็ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สร่าง


หากแต่เมื่อร่างบางเงยหน้าขึ้นมา...แสงสว่างด้านนอกทำให้รู้ว่า ‘คนคนนั้น’ ยังคงอยู่ และที่สำคัญ...เจ้าตัวกำลังนั่งอยู่ที่หน้าประตู เพราะเงาของแสงไฟขาดหายไป จะเป็นอะไรได้อีก ถ้าคนคนนั้น..ไม่ได้นั่งพิงประตูอยู่


จะลุกออกไป..แล้วรอฟังคำขอโทษจากอีทึกอีกงั้นเหรอ?  หรือจะ..ปล่อยให้เรื่องมันจบลงแค่นี้


ใบหน้าหวานก้มลงซบลงไปกับเข่าอีกครั้ง หากแต่คราวนี้ไม่มีวี่แววว่าคนสวยจะเลื่อนตัวเองไปหาคนที่นั่งอยู่ด้านนอก หรือจะขยับไปไหน มีเพียงหยดน้ำตาที่ยังคงหยดลงบนกางเกงตัวโปรดให้สีมมันเข้มกว่าเดิม

 

...แกร๊ก...

 

เท้าเรียวของคนมาใหม่ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ทุกอย่างภายในมืดสนิท แต่เพราะแสงจากดวงจันทร์ที่ส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อยทำให้ยังพอมองเห็นว่าคนอีกคนที่อยู่ในห้องนี้กำลังทำอะไรอยู่


ลีซองมิน ถอนหายใจกับสภาพของคนที่ไล่เขาออกไปเมื่อครู่...ไหนบอกว่าไม่ต้องห่วง?...แบบนี้นะเหรอไม่ต้องห่วง …มีแต่น่าห่วงมากกว่าเดิมซะมากกว่าล่ะมั้ง?


คิดแล้วก็อยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆสักที รู้ทั้งรู้ว่าพี่ชายหน้าสวยไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นแต่ทั้งที่รู้แบบนั้นกลับยอมปล่อยให้คนตรงหน้าคนนี้อยู่คนเดียว


นิ้วเล็กสะกิดที่ไหล่เนียนเบาๆ คนถูกสะกิดเงยหน้าขึ้นมองช้าๆ ก่อนจะยกมือเรียวสวยของตัวเองปาดหยดน้ำตาทิ้งแล้วฝืนยิ้มให้กับคนมาใหม่


“มีอะไรซองมิน” ถามกลับเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกลับมาอีกครั้งทั้งที่เค้าไล่ให้ไปนอนแล้วแท้ๆ


“ผม...อยากนอนกับพี่” ก้มหน้าบอก หลบซ่อนแววตาที่เหมือนจะมองลึกลงไปในดวงตาของเขาเป็นคำถามของฮีชอล


ร่างบางบนเตียงขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบคนมาใหม่ “อืม...แต่นาย..คงต้องตอบคำถามพี่แล้วล่ะ” ยังไงซะเรื่องของเขา...เรื่องของซองมิน..ก็สำคัญกว่าอยู่ดี


ซองมินมองฮีชอลไม่หลบ เช่นเดียวกับอีกคน ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เพียงแค่นั้นดวงตาเรียวสวยก็คลอไปด้วยหยดน้ำที่พร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ...เพียงแค่เอ่ยปากเรื่องนั้น


ฮีชอลดึงน้องเล็กเข้ามากอด มือเรียวยกขึ้นลูบหลังซองมินทันทีที่เจ้าตัวถูกดึงลงมา ...ก็เหมือนกับลีซองมิน...ที่กำลังหาที่ยึด...ยึดเอาไว้...คนตัวเล็กในอ้อมกอดของฮีชอลปล่อยโฮทันทีที่ถูกพี่ชายหน้าสวยกอด


หลายอย่างที่เก็บมาในวันนี้ รวมทั้งสายตาที่ฮยอกแจมองเขามาตลอด…ทำยังไงก็ไม่สามารถลบออกไปได้


“อยากร้องก็ร้องเถอะ...พี่จะอยู่กับนาย” คำพูดที่ไม่เป็นทั้งคำปลอบโยน และไม่เป็นทั้งคำเบื่อหน่าย แต่กลับทำให้จิตใจที่อ่อนล้าของซองมิน ยอมที่จะทิ้งทุกอย่างให้คนตรงหน้านี้รับเอาไว้ทั้งหมด...แม้แต่หัวใจของตัวเอง


“อึก..ฮือ...ผม...ผมเลิกกับฮยอกแจแล้ว...พี่ฮะ..ผม...อึก...ทำร้ายฮยอกแจไปแล้ว...ฮือ” บอกคนที่กอดตัวเองอยู่เสียงสั่น เพราะกลั้นสะอื้นฮีชอลชะงักมือเรียวที่กำลังลูบหลังเนียนเล็กน้อย ไม่คิดว่า...ที่เขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย...จะถึงขนาดนี้


“ทำไม…ซองมิน”


นานกว่าที่ซองมินจะเล่าทุกอย่างให้กับคนตรงหน้าฟัง พอๆกับฮีชอลที่ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการจับใจความจากปากเรียวของน้องเล็กที่กำลังควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ ถอนหายใจหนักๆ ทันทีที่เข้าใจเรื่องทั้งหมด


“ซองมิน...พี่...นาย...จะไม่รักฮยอกแจแล้วจริงๆงั้นเหรอ?” ใช่...นี่คือสิ่งที่ฮีชอลอยากรู้มากที่สุดตอนนี้ อยากรู้ว่าหัวใจของคนตรงหน้ายังซื่อสัตย์กับตัวเองอยู่รึเปล่า


“ไม่รู้...ผมไม่รู้...ผม..รักฮยอกแจมาก!! แต่ผม...ก็ไม่ใช่คนที่จะไม่สนใจอะไรเลนนะฮะพี่ฮีชอล...ผม..กลัว” ซองมินส่ายหน้าไปมา เสียงหวานใสสั่นกว่าเคย ยิ่งทำให้ดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก ฮีชอลดึงน้องเข้ามากอดอีกครั้ง อีกครั้งที่ลีซองมินต้องอ่อนแอ


ทำไมจะไม่รู้...ว่าซองมินกลัวอะไร?


เป็นเพื่อนกันมานาน พอความสัมพันธ์เป็นมากกว่าเพื่อน ตอนแรกมันก็ดีอยู่หรอก...แต่ตอนนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน อะไรๆก็มีแต่ฮยอกแจกับทงแฮ


...ซองมินเข้มเข็งมามากเกินไปแล้ว...


หลายครั้งที่เด็กสองคนนั้นทำอะไรไม่เกรงใจคนรักของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้น...ซองมินก็ไม่เคยปริปากพูด หรือหาเรื่องทะเลาะอะไรกับฮยอกแจแรงๆ
ซองมินเพียงแค่...ยิ้มรับกับทุกอย่างที่ได้ยิน


ไม่ว่าจะการกระทำ...ที่ฮยอกแจกับทงแฮ...ทำมากกว่าเพื่อน ทั้งกอด หรือ จูบ!!  คำพูดที่ออกมา...อะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย ที่เอาแต่ตอกย้ำกระแสความแรงของอึนแฮ


ยิ่งซองมินฮยอกแจ สนิทกับเขาและอีทึกมากเท่าไหร่
คงไม่แปลกหรอกที่คนตัวเล็กคนนี้จะคิดอะไรไปมากกว่าเดิมอีก...เพราะลีซองมินก็คือคนธรรมดา!!!


ซองมินเห็นเค้ากับอีทึกคอยดูแลกันตลอดเวลา แต่ตัวเองกับฮยอกแจ...แทบจะไม่มีเวลาอยู่ข้างกัน


ซองมินเห็นอีทึกกล้า...กล้าที่จะทำตามที่ฮีชอลขอ...แต่ตัวเองไม่มีสิทธิแม้แต่จะเอ่ยขออะไรฮยอกแจเลยสักนิด


ซองมินเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากความรักของคนสองคน...แต่ตัวเองกลับถูกทิ้งอยู่คนเดียว!!!


แล้วจะไม่ให้...ลีซองมินอิจฉาได้ยังไง?


อิจฉาที่.. คนๆหนึ่งเป็นห่วงคนอีกคนหนึ่งจนออกนอกหน้า ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรมากมาย


เพราะตอนนี้ลีซองมินคนนี้ ไม่ได้รับความอ่อนโยนแบบนั้นจากคนที่ตัวเองรัก ทั้งที่ตัวเองรักเข้าไปซะมากมาย


..รักมากแท้ๆ...
 

แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นเพียงคำพูดและภาพมากมายที่คอยแต่จะทำร้ายจิตใจลงไปเรื่อยๆ


แล้วจะไม่ให้...ลีซองมินกำลังอ่อนแอได้ยังไง?


ในเมื่อความหวัง..ที่จะได้ความรักกลับมาจาก..ลี ฮยอกแจ!...มันไม่มีเลยสักนิด


.......

 

ร่างบางของฮีชอลลุกขึ้นจากเตียงอย่างงงๆ มือเรียวขยีตาไปมาเพื่อปรับภาพให้มองเห็นมากขึ้น ถึงจะไม่ชัดมากก็เถอะ แต่คิมฮีชอลก็ยังมองเห็นน้องเล็กที่กำลังนอนหลับอยู่ด้านข้างของเขา


มือเรียวลูบผมนิ่มเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมา ..เมื่อคืน กว่าจะทำให้ซองมินนอนได้ ตัวเองก็กลายเป็นนอนไม่หลับแทน...เพิ่งจะมาหลับได้ก็สักสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ แต่ถึงอย่างนั้น  วันนี้ก็ต้องออกไปอัดเพลงต่อเหมือนเดิม


วันนี้...เขาคงต้องเคลียร์เรื่องซองมินกับฮยอกแจให้จบไม่งั้น...คนที่จะเจ็บมากที่สุดคงไม่พ้นทั้งสองคนนี้  เพราะฮยอกแจเองก็คงรักซองมินมาก...เหมือนที่ซองมินรักฮยอกแจมาก


ร่างบางลุกขึ้นยืนจากเตียง แต่สุดท้ายก็ต้องนั่งลงมาอีกครั้งในเมื่อเพียงแค่ลุกขึ้น ทุกอย่างก็มึนจนแทบทำให้ล้มลงไปนั่งกับพื้น


ฮีชอลยกมือขึ้นยันหน้าผากของตัวเอง อย่างน้อยก็ยังทำให้เขา..ยังนั่งอยู่ได้ สะบัดหัวเล็กน้อยเพื่อลดความมึนให้หายก่อนจะกัดฟันแล้วลุกเดินเข้าห้องน้ำ


...เหนื่อยทั้งกาย ทั้งใจ...แต่...จะให้ล้มตอนนี้คงทำไม่ได้  อย่างน้อยก็ไม่อยากเป็นภาระให้ใคร...โดยเฉพาะ...ปาร์คจองซูคนนั้น


เท้าเรียวพาร่างที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและอยู่ในชุดใหม่ของฮีชอลออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะเดินมานั่งลงข้างด้านของตัวเองที่น้องเล็กยังคงนอนอยู่ ใช้มือเรียวสะกิดคนหลับให้ลุกขึ้นมา


“ซองมิน...ตื่นเถอะ” เรียกซองมินเบาๆ สองสามที คนตัวเล็กก็ดันตัวเองลุกขึ้นมานั่ง ยิ้มให้น้อยๆ


“อรุณสวัสดิ์ฮะพี่ฮีชอล” บอกเสียงหวาน ยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ แต่ถึงอย่างนั้นนัยน์ตาเรียวสวยก็ยังคงเศร้าอยู่เสมอ


ฮีชอลพยักหน้ารับก่อนจะยกมือเรียวขยีผมอีกฝ่ายเล่นอย่างเคย “ไปอาบน้ำเถอะ...เดี๋ยวผู้จัดการจะมาแล้ว”


ซองมินส่ายหน้าคร้านๆ ก่อนจะจำใจพาร่างตัวเองเดินเข้าห้องน้ำ ฮีชอลถอนหายเมื่อเห็นสภาพของน้องชายคนสนิท ก่อนจะหันกลับมามองตัวเอง หลับตาลง ยันหลังตัวเองพิงเข้ากับฝาผนัง


วันนี้...จะทำหน้ายังไงกับอีทึกดีนะ?


หมอนั่น...จะเบื่อเราจริงๆรึเปล่า? จะเข้ามาขอโทษเหมือนเดิมมั้ยนะ?  หรือว่า...จะให้เรื่องของเขากับอีทึกจบลงแค่นี้ เพราะอีทึก...เหนื่อย...กับคนเอาแต่ใจคนนี้มากแล้วใช่มั้ย?


ถ้าออกไปบอกว่าขอโทษกับอีทึก...อีทึกจะยกโทษให้รึเปล่า?  ช่างมันเถอะ!...


ยังไงซะ...คิมฮีชอลก็เป็นแค่คนที่ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ แค่นั้น...


อยู่แบบนี้อีทึกคงจะสบายใจกว่าที่ต้องมาคอยดูแลคนแบบเขาอีกล่ะมั้ง? ไม่ต้องคอยดูแลคนงี่เง่าที่เอาแต่ใจ ไม่ต้องคอยมาง้อเวลาที่เขาหาเรื่องทะเลาะกับอีทึก


ไม่ต้อง...สนใจคนคนนี้...คงดีสินะ?


“พี่ฮีชอล...พี่ฮีชอล!” เสียงหวานใสที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่นั่งคิดอะไรไปเรื่องเปื่อยถึงกับสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันกลับมามอง แววตาเรียวฉายแววเป็นคำถามทันที


“ไปกันรึยังฮะ? ผมได้ยินเสียงข้างนอกเขาตื่นกันแล้ว” ซองมินบอกคนตรงหน้าเสียงสั่น ทันทีที่เห็นแววตาสดใสของฮีชอล แวบเดียวเท่านั้น


...ไม่รู้ว่าพี่ฮีชอลกำลังคิดว่าใครกันที่เป็นคนเรียก...พี่อีทึกสินะ ไม่งั้นแววตาที่สดใสเมื่อครู่จะกลับมาได้ยังไง


“อ๊ะ...อื้อไปสิ” ฮีชอลชะงักรอยยิ้มที่เติมขึ้นมาบนหน้าเล็กน้อย ก่อนจะที่ฝืนยิ้มส่งให้เด็กหนุ่มที่มาเรียกแล้วดันตัวเองลุกจากเตียง เดินออกไปกับน้องชายหน้าหวาน



...แกร๊ก…


เสียงปิดประตูเบาๆ เรียกให้คนอีกสามคนที่กำลังเดินออกจากห้องตรงข้ามให้หันกลับมามอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าคนออกมาใหม่สองคนเป็นใคร


“ตื่นแล้วเหรอฮะพี่ฮีชอล ซองมิน” ทงแฮรีบเดินเข้ามาหาฮีชอลอย่างเป็นห่วงใบหน้าเนียนสวยแย้มยิ้มจนคนมองอดที่จะยิ้มตอบไม่ได้


“ถ้าไม่ตื่นแล้วนายจะเห็นเหรอ ถามอะไรบ้าๆ”


มือเรียวขยีผมอีกฝ่ายเล่น คนตัวเล็กนิ่วหน้า ก่อนจะยิ้มออกกวักมือให้รยออุคเข้าไปเดินข้างๆกับซองมินและตัวเอง ฮีชอลปล่อยเด็กสามคนเดินนำหน้าแล้วหันไปให้ความสนใจอีกคน..โจคยูฮยอน...


“ไงตื่นซะเช้าเลยหึ? ไม่เหนื่อยเหรอไงเมื่อวานก็กว่าจะได้นอน” ถามน้องอีกคนที่เดินตามมาเงียบๆ คยูฮยอนส่ายหน้าตอบ


“พี่...ไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยฮะ” มือเรียวจับมือของฮีชอลเอาไว้ ...เล็กและเรียวกว่าคยูฮยอนเป็นไหนๆ แต่กลับปกป้องทุกคนในวงอย่างสุดความสามารถ


“อย่าไปพูดถึงมันเลยคยู พี่...เหนื่อย” ก้มหน้าหลุบตาต่ำ บ่งชัดได้เป็นอย่างดีว่าคนคนนี้เหนื่อย


“เมื่อวาน...พี่อีทึกนอนหน้าห้องพี่ตลอดทั้งคืน...”  พูดเสียงเบา กลัวว่าคนตรงด้านข้างจะโกรธหรือรู้สึกไม่ดีขึ้นมา


แต่จะให้เงียบไปเลยก็ใช่ที่...ยังไงให้พี่ฮีชอลรู้ไว้บ้างก็น่าจะดีไม่ใช่เหรอ?


“เรา...ไปหาไรกินกันดีกว่า เดี๋ยวผู้จัดการคงมารับ”  ตอบเลี่ยงๆ ไม่สนใจกับสิ่งที่คยูฮยอนบอก แล้วเดินนำเข้าไปในห้องครัว ตามพวกซองมินและรยออุค


สายตาเรียวสบกับคนที่นั่งอยู่ในห้องครัว ก่อนจะเมินหนีไปทางอื่นแล้วเลี่ยงเดินเข้าไปหาอะไรกิน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อที่นั่งของเขามี..ขนมปังกับนมอุ่นๆ...วางไว้ให้อยู่แล้ว แตกต่างจากของคนอื่นที่เป็นบะหมี่ธรรมดา


เพราะฮีชอล...ไม่ชอบกินบะหมี่ แล้วใครกันล่ะที่จะคอยทำเรื่องแบบนี้ให้ถ้าไม่ใช่...คนที่นั่งตรงข้ามแล้วก้มหน้ากินอะไรไปเงียบๆ


ร่างบางทิ้งตัวลงตรงที่นั่งของตัวเอง ไม่...สนใจสายตาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่ากำลังมองมาแบบไหน


ความเงียบโรยตัวปกคลุมทันทีที่พี่ใหญ่คนที่แต่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างอีทึกกับฮีชอลไม่แม้แต่จะพูดอะไรเลย...ส่วนฮยอกแจกับซองมินที่นั่งตรงข้ามกัน...ก็ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไร ขอบตาบวมเป็นสิ่งที่บอกว่าคนทั้งคู่...เสียใจแค่ไหน


ฮีชอลกินขนมปังกับนมไปพลางคุยกับคยูฮยอนข้างตัว รอยยิ้มกับมาอีกครั้งแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าคนตัวเล็กจะหันไปมองอีทึกเลยสักนิด จนสุดท้ายอีทึกเองที่เป็นคนทนไม่ได้ หลังจากที่หลายคนเริ่มเดินออกไปนั่งคุยและรอผู้จัดการที่ห้องนั่งเล่น


“ฮีชอล...คือฉัน..”


“คยูฮยอนพี่ออกไปคอยข้างนอกนะ” หันกลับไปบอกคนข้างตัว แล้วลุกเอาแก้วและจานไปวางที่อ่างล้างจาน อีทึกลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินเข้าไปหาใกล้ๆ


“ฮีชอล...ฟังฉันบ้างได้มั้ย” เสียงทุ้มหวานพยายามเรียกให้คนที่ทำเป็นเฉยเมินหันกลับมาสนใจ


“มีอะไร” ถามกลับสั้นๆ ไร้แววคนขี้เอาแต่ใจ คนขี้เล่นเช่นเคย...อีทึกชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงจากปากเรียวของอีกฝ่าย ร่างสูงยืนนิ่งจนพูดไม่ออก ยิ่งทำให้ฮีชอลได้ใจ


“ถ้านายไม่มีอะไร ฉันก็ขอตัว” พูดจบก่อนเดินออกไปทันที  อีทึกได้แต่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน


...ไม่คิดว่า...ฮีชอลจะโกรธขนาดนี้


“พี่ฮะ...พี่อีทึก” คยูฮยอนกับซองมินมองหน้ากับก่อนจะช่วยกันเรียกสติของร่างสูงให้กลับมา คนถูกเรียกหันไปตามเสียง


“ตามไปสิฮะ...พี่จะให้เรื่องนี้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเหรอ?”


...นั่นสินะ...


ไม่ทันที่คยูฮยอนจะพูดประโยคถัดไป อีทึกมองซองมินแววตาเรียวอ่อนโยนจนซองมินแปลกใจ หากแต่เรื่องของฮีชอลกำลังน่าเป็นห่วง คิดได้แค่นั้นก็รีบวิ่งตามคนสวยเมื่อครู่ออกไป


“เฮ้อ...หวังว่า...พี่อีทึกจะทำได้นะ เข้าใจสิ่งที่พี่ฮีชอลจะบอกสักที”  เสียงหวานใสบ่นเบาๆหลังจากถอนหายใจ คยูฮยอนพยักหน้าเห็นด้วย เหลือบมองใบหน้าเนียนหวานที่เคยสดใสของซองมินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถาม “พี่...โอเครึเปล่า”


“อื้อ...ไม่เป็นไรคยู” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ที่ฮันคยองทำให้ ทั้งที่ภายในมันมีก้อนมาจุกอยู่แต่ถึงอย่างนั้นซองมินก็ไม่คิดจะบอกอะไรกับใครอีก


...อย่าให้คนอื่น...ต้องกังวลเรื่องของเขาแบบพี่ฮีชอลอีกเลย...


“ฮีชอล อย่าเพิ่งไปสิ” อีทึกเดินตามคนที่ออกมา ปากเรียวเรียกอีกฝ่ายเอาไว้แต่ฮีชอลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนอีทึกต้องเอื้อมมือเรียวของตัวเองดึงมืออีกฝ่ายเอาไว้


ใบหน้าเนียนสวย หันกลับมามองคนรั้งเอาไว้ด้วยใบหน้าเฉยชา ไม่สนใจแต่แววตากลับฉายแววเจ็บปวด


หากแต่ไม่ทันที่อีทึกจะเอ่ยปากพูดอะไร ร่างเพรียวของฮยอกแจและทงแฮก็เดินออกมาจากห้อง ฮีชอลนิ่วหน้านึกถึงเรื่องที่เมื่อคืนซองมินเล่าให้ฟัง มือเรียวสะบัดมือของอีทึกออก อีทึกเองก็เช่นกัน...หันมองเด็กหนุ่มสองคนที่เดินออกมาอย่างเสียใจ


เมื่อคืน...เขานั่งอยู่หน้าห้องของฮีชอลตลอด ได้ยินทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในไม่ว่าจะเสียงร้องไห้ของคนข้างตัว หรือเสียงร้องไห้สะอื้นหนักของซองมินตอนที่เล่าทุกอย่างให้ฮีชอลฟัง


..ตอนนี้อีทึกเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว!!



...


TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

น่าสงสาร

#1 By Oneel (118.174.101.192) on 2008-05-03 14:23

แวะมาอ่านค่ะ ชอบคู่นี้เหมือนกัน

#2 By Uno (124.120.206.254) on 2008-05-06 21:46

หวังว่า FeMoDoS จะกลับมาอัพเร็วๆนะ

ค้างไว้ที่อิทึกทะเลาะกับฮีชอลแบบนี้...
ลุ้นๆ ^^

#3 By -PH- (124.120.120.232) on 2008-05-18 19:36

อ่า
เพิ่งมาอ่านค่ะ
ชอบมากๆๆๆเลย
รออ่านอยู่นะ
กลับมาอัพหน่อยสิ
ถือว่ากลีบดอกไม้ด้วยกันขอร้อง
สนุกมากๆค่ะ
เป็นกำลังใฝจให้นะ

#4 By กลีบดอกไม้คนนึง (58.8.79.82) on 2008-06-22 23:00