[Fic] All of my feeling (3)

posted on 29 Apr 2008 10:07 by femodos  in Fic-All-of-my-feeling

Chapter 3

 

:  All of my feeling
 

 

ฮีชอลที่นั่งคุยกับคยูฮยอนอยู่ เงียบไปได้พักใหญ่แล้วตั้งแต่ตอนที่มีคนเปิดประตูเข้ามา และเงียบไปอีกเมื่อคนที่เข้ามาคือรุ่นน้องร่วมค่าย ก่อนจะหันหน้ากลับทำเป็นไม่สนใจเมื่ออีทึกเดินตามอีกฝ่ายออกไป


คยูฮยอนมองพี่ใหญ่เงียบๆ นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรออกไป จนซองมินที่ยืนอยู่ด้านข้างที่เห็นเหตุการณ์ตลอดต้องรีบเดินเข้ามา หาเรื่องคุยกับคนทั้งสองแทน


“ขอบคุณฮะพี่ซองมิน” เสียงทุ้มหวานบอกเด็กหนุ่มตัวเล็กตรงหน้า หลังจากที่ฮีชอลเดินออกไปเพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าห้องอัด ใบหน้าเนียนหวานของซองมินหันมาก่อนจะยิ้มให้เหมือนเคย


“ไม่เป็นไรหรอก...ฉันก็เป็นห่วงพี่เขาเหมือนกัน ช่วงนี้ยิ่งแปลกๆอยู่” บอกเสียงใสหากแต่สายตากลับจ้องไปที่ร่างเพรียวบางที่กำลังเดินเข้าไปในห้องอัดเพื่อคุยอะไรสักอย่างกับผู้จัดการ


“ว่าแต่นายเถอะ..โอเครึเปล่า” ก่อนจะหันกลับมาถามคำถามกับอีกคน


“เรื่องอะไรเหรอฮะ” คยูฮยอนอดไม่ได้ที่จะถามกลับ...ใช่...เรื่องอะไร? ซองมินถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ


“เรื่อง..พี่คังอินกับพี่อีทึก”


คยูฮยอนชะงักไปแวบนึง ก่อนจะคลายยิ้มออกให้ร่างเพรียวตรงหน้า “ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมมีพี่ฮีชอลอยู่ทั้งคน” บอกซองมิน ก่อนจะยิ้มให้


“นั่นสินะ...อย่าไปสนใจคนบ้าเลยคยู” พยักหน้ารับแล้วเดินตามคนอื่นๆไปพร้อมกับคยูฮยอน


นั่นสินะ...เพราะมีพี่ฮีชอลอยู่ คยูฮยอนเองก็เลยไม่อึดอัด...ระหว่างพี่อีทึกและพี่คังอิน


ฮีชอลรับกระดาษเนื้อร้องจากมิสเตอร์อี สายตาเรียวมองผ่านไปเลยๆก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าเขาและอีทึกต้องร้องในท่อนเดียวกัน ร่างบางหันไปถามผู้จัดการว่าจะร้องยังไง....นึกกลัวขึ้นมาจับใจว่าจะต้องมองหน้ากันรึเปล่า?


เพราะตอนนี้ฮีชอล...ไม่อยากจะมองหน้าคนที่เดินออกไปกับผู้หญิงแบบนั้นหรอก!!


“หือม์ อ่อก็ร้องนั่นแหละแต่อีทึกร้องทีหลัง” พยักหน้ารับในคำตอบก่อนจะหันกลับมาสนใจเนื้อร้องต่อ แต่ก็อดที่จะเหลือบมองประตูอยู่ตลอดไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ที่อีทึกจะกลับเข้ามา!
“เชอะ!..ทำไมไม่กลับมาซะทีนะ...ไปทำอะไรกัน?” พึมพำเบาๆ กับตัวเอง


ประตูห้องถูกเปิดขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของลีดเดอร์ของวง เด็กหนุ่มหอบเล็กน้อย เดินเข้ามาหาร่างบางในห้องก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่ตักของอีกฝ่าย
...หลับตาลงพักเหนื่อย...


หากแต่คราวนี้เปลี่ยนไปตรงที่คนสวยของเขาไม่พูดอะไรสักคำ อีทึกเลยต้องลืมตามองก่อนจะเห็นว่าใบหน้าหวานเอาแต่เหม่อมองกระดาษมากกว่าจะท่องเนื้อร้อง


“ทำแบบนั้นแล้วมันจำได้เหรอ” ถามขำๆให้อีกฝ่ายหันมามอง ก่อนจะหันกลับไปไม่สนใจตามเคย คิ้วเรียวของอีทึกยกขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจที่คนสวยของเขาเงียบกว่าเดิมมากนัก


ร่างสูงเลยพยายามชวนคุยหากแต่กลับไม่มีเสียงตอบกลับมาเลยสักคำ จนสุดท้ายมือเรียวต้องดึงเนื้อร้องออกให้ฮีชอลหันมามองหน้า


“เป็นอะไร?”


ฮีชอลไม่ตอบแต่กลับหันออกไปทางอื่น อีทึกเลยต้องดันตัวเองขึ้นจากตักของอีกฝ่าย


“โกรธอะไรอีก” ยังคงถามเหมือนเดิม แต่คราวนี้ร่างบางกลับใช้โอกาสที่ผู้จัดการเรียกเข้าห้องอัดลุกเดินเข้าไปหาคยูฮยอน...แล้วเดินเข้าห้องอัดไปด้วยกัน ทิ้งให้อีทึกยืนมองก่อนจะถูกผู้จัดการเรียกให้เข้ามาเริ่มอัดเพลงได้แล้ว ร่างสูงเลยรีบเดินเข้าไปหา หากแต่ไม่มีเวลาที่จะได้คุยอะไรกันอีก


เสียงเพลงทำนองดังขึ้น ก่อนที่โปรดิวเซอร์จะให้ทุกคนลองร้องก่อนรอบนึงเพื่อลองหาความผิดแปลกหรือสิ่งที่ต้องแก้ไข


ฮีชอลปล่อยใจตัวเองเช่นเดียวกับน้องๆคนอื่นๆ เพราะการอัดจะให้อะไรเข้ามาวอกแวกไม่ได้ ร้องเพลงไปพร้อมกับคนอื่นๆที่อยู่ด้วย


“อืมม์...คราวนี้เราจะลองอัดใหม่อีกครั้งแต่จะให้ร้องรวมอีกรอบ จนกว่าจะได้เพลงที่ดีที่สุด เข้าใจนะทุกคน?” มิสเตอร์อีบอกรายละเอียดของงาน


เด็กหนุ่มทั้งสิบสามคนพยักหน้ารับ ก่อนจะทยอยกันเข้าไปยืนที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง หากแต่คราวนี้การอัดดำเนินไปช้ามาก...เพราะต้องการผลงานที่ออกมามีคุณภาพจริงๆ


นานกว่าที่ทุกคนจะได้ออกมาจากห้องอัดอีกครั้ง ฮีชอลเหลือบมองน้องๆคนอื่นและเพื่อนรวมวงร่วมทั้ง


...อีทึก...


สภาพแต่ละคนไม่ต่างกัน เหนื่อยกว่าที่คิดไว้ หากเพลงยังได้ไม่ดีเช่นเดิม!   ร่างบางเหลือบมองนาฬิกา ก่อนจะหันมาเห็นบรรดาทีมงานเอาข้าวกล่องเข้ามาให้


...เที่ยงแล้ว...


พาร่างตัวเองกับคนอื่นๆไปหาที่นั่ง เด็กหนุ่มร่างบางเลือกมุมห้องเหมือนคนอื่นๆที่แยกย้ายกันไปหามุมพักผ่อนของตัวเอง


“เฮ้อ...เหนื่อยมั้ย” เสียงทุ้มเรียกให้ฮีชอลเงยหน้าก่อนจะเห็นว่าเป็นอีทึก...ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ พิงฝาผนังของห้อง ฮีชอลไม่ตอบคำถามหากแต่เลือกที่จะเอนหัวตัวเองไปพิงไหล่ของอีกฝ่าย


อีทึกยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทางอ้อนของอีกฝ่าย “เมื่อเช้าเป็นอะไร?”


ฮีชอลไม่ตอบ ก่อนจะหันหน้าออกไปทางอื่นแทน จนอีทึกต้องถอนหายใจ มือเรียวดึงมือเรียวฝ่ายขึ้นมาก่อนจะประสานไว้ เรียกให้คนที่หันออกไปเมื่อครู่หันกลับมา


“โกรธเรื่องอะไร อาราอีกเหรอ”


ฮีชอลหน้าบึ้งทันทีที่ได้ยินชื่อของอีกฝ่ายหลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า มือเรียวฝืนตัวเองออกจากมืออีกฝ่าย หากแต่....ทำไม่ได้!!


“ปล่อย!! ฉันจะไปกินข้าวกับฮันคยอง” บอกอีทึก หากแต่ร่างสูงไม่มีวี่แววจะปล่อย สายตาเหลือบมองหาเจ้าของชื่อที่คนสวยของเค้าจะไปกินข้าวด้วย ก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายก็กินข้าวอยู่กับซีวอน..’คนรัก’ ...


”จะไปได้ยังไง...ฮันคยองอยู่กับซีวอน”


“ทำไม! ฉันจะไปกินด้วยมีปัญหารึไง” ฮีชอลยังคงไม่ลดละความพยายาม มือเรียวดึงออกแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนเคย


“ขอโทษ...ฉันออกไปหาลีซูมาน หมอนั้นให้อารามาเรียกเฉยๆ” อีทึกดึงคนด้านข้างให้เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะกระซิบเบาๆที่ข้างหู ฮีชอลนิ่งไปก่อนจะหันกลับมามองตาอีกฝ่ายไม่หลบ


“หึ...มันเรื่องของนายนี่! ไม่ใช่เรื่องของชั้น..นายจะไปกับใครอยู่กับใครทำอะไรกับใครก็เป็นเรื่องของนาย!!!”


เสียงหวานตวาดลั่น หากแต่เพราะอยู่ในมุมของห้องเลยไม่ได้ดังสักเท่าไหร่ อีทึกถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะร้องไห้ มือเรียวของอีทึกดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดอีกครั้ง


“ฉันไม่ได้ทำอะไรกับเขา...เชื่อฉันสิ...ทุกอย่างเป็นแค่น้องสาวกับพี่ชายเท่านั้น...อย่าร้องสิฮีชอล...ฉันจะไปสนใจคนอื่นทำไม ในเมื่อฉันมีนายอยู่แล้ว...ทั้งสวยกว่า น่ารักกว่า แถมยังเป็นคนที่ชั้นรักอีก” มือเรียวเลื่อนขึ้นลูบหลังบางเบาๆ เพราะสุดท้ายน้ำตาที่ฮีชอลกลั้นเอาไว้ก็ไหลออกมาอยู่ดี


“ขอโทษนะ...ฮีชอล...ขอโทษ” เสียงขอโทษดังซ้ำไปซ้ำมา พอๆกับเสียงสะอื้นของร่างบางในอ้อมกอด นานกว่าที่ฮีชอลจะยอมสงบลง อีทึกดึงมือคนสวยให้ลุกตามก่อนจะพาเดินออกไปล้างหน้า


ซองมินและคยูฮยอนมองตามร่างบางของพี่ชายคนสวยไป เช่นเดียวกับอีกหลายคนที่สังเกตออกว่าสองคนนั้นทะเลาะกันอีก


“ดีกันแล้วล่ะมั้ง…” เสียงหวานของซองมินหันกลับมาบอกเด็กหนุ่มที่หันตามออกไปเช่นกัน คยูฮยอนพยักหน้ารับ...


เพราะตอนนี้คยูฮยอนกับซองมินกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน ส่วนคังอินและฮยอกแจกำลังออกไปซื้อน้ำเข้ามาให้ เด็กหนุ่มถอนหายใจ “ก็น่าอยู่หรอกฮะ...ที่จะทะเลาะกัน”


“อื้อ...แต่ก็ดีออก จะได้รู้ว่าทั้งสองคนรักกันแค่ไหนไง” ซองมินพูดยิ้มๆ...ยิ้มตาจนตาหยี จนคยูฮยอนอดที่จะหัวเราะไม่ได้


คนตรงหน้าของเขาก็เหมือนเด็กพอๆกับพี่ฮีชอลนั่นแหละ...เพราะงั้นแบบนี้ไง ทั้งได้มีคนหลงรักกันมากจะตาย!


หลงรักกระต่ายน้อยสีชมพู...อย่างลีซองมิน


“เหมือนพี่กับพี่ฮยอกแจงั้นเหรอ” อดไม่ได้ที่จะแซวอีกฝ่าย ก็เห็นอยู่ว่ารักกันจนออกนอกหน้าจะตาย...


แต่คำพูดของคยูฮยอนกลับทำให้ใบหน้าหวานหงอยลงไป จนเด็กหนุ่มอดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ว่าพูดอะไรผิดไปงั้นเหรอ? “เป็นอะไรฮะ ผมพูดอะไรผิดไปเหรอ”


ซองมินส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองอีกคู่หนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม...คิบอมทงแฮ...เงียบลงไปอีกเมื่อฮยอกแจเดินเข้ามาแล้วแวะไปคุยกับคนทั้งคู่ก่อน ใบหน้าหวานหันกลับมาก่อนจะถอนหายใจเบาๆ


“หรือพี่กังวลเรื่องอึนแฮ” เสียงทุ้มหวานของคยูฮยอกดังขึ้นหลังจากที่เจ้าตัวเองก็หันไปมองตาม


ซองมินพยักหน้าน้อยๆ “รู้เหรอ”


คยูฮยอนเงียบไม่ตอบ ...จะให้บอกได้ยังไงว่าเขารู้จากบรรดาแฟนเซอร์วิสที่โพสคุยกันในเวบไซต์ระหว่างที่พักตัวอยู่


“อย่าคิดมาสิฮะ...พี่ฮยอกแจก็เหมือนพี่อีทึกนั่นแหละฮะ...ส่วนพี่ทงแฮผมว่าพี่คิบอมก็หวงยังกับอะไรดี ที่สำคัญ...พวกพี่เขาก็เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็กๆ ...ดูสิฮะพี่เขายังหันมามองพี่อยู่ตลอดเลย” คยูฮยอนรีบปลอบใจพี่ชายหน้าสวยอีกคน ที่เหมือนจะร้องไห้


ร่างเพรียวหันไปมองอย่างที่น้องเล็กพูดก่อนจะเห็นจริงว่าฮยอกแจหันมามองเขาตลอดเวลา จนสุดท้ายเด็กหนุ่มก็กวักมือเรียกให้ซองมินเดินเข้าไปหา


ใบหน้าหวานหันมาก่อนจะชั่งใจว่าจะทิ้งน้องเล็กไว้คนเดียวได้ยังไง เพียงแค่นั้นฮยอกแจก็เหมือนจะงอนขึ้นมา คยูฮยอนเลยรีบบอกให้อีกฝ่ายรีบลุกไปหา “ไปเถอะฮะ เดี๋ยวพี่ฮยอกแจก็โกรธหรอก”


“แต่นายล่ะ?” หันกลับมาถามอีกฝ่ายอีกครั้ง


“พี่คังอินมาแล้วฮะ พี่ไปเถอะ” คยูฮยอนยิ้มตอบก่อนจะชี้มือไปที่ร่างหนาของใครคนนึงที่เพิ่มเดินเข้ามาพร้อมกับของเต็มไม้เต็มมือ ซองมินยิ้มหวานให้อย่างเคยก่อนจะรีบลุกไปหาฮยอกแจที่อยู่อีกฝั่งของห้อง


คยูฮยอนอมยิ้มน้อยๆ ร่างเพรียวจะลุกขึ้นไปช่วยคนมาใหม่ถือของแต่พอโดนสายตาดุๆก็เลยนั่งคอยอยู่ที่เดิม


“จะลุกไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้ามาถึง มือหนาวางของลงข้างๆก่อนจะทิ้งตัวเองลงนั่งเคียงข้างร่างบาง


“ก็ลุกไปช่วยพี่ไง..ซื้ออะไรมาเยอะแยะ” คยูฮยอนบอกยิ้มๆ ก่อนจะลงมือ ‘รื้อ’ ของที่อยู่ในถุง ตาเรียวเบิกกว้างมือเห็นว่าของทั้งหมดเป็นพวกอาหารบำรุงหรืออาหารเสริมสำหรับคนที่ร่างการไม่แข็งแรง


“พี่ซื้อมาทำไมเหรอ ใครไม่สบายรึไงฮะ”


คังอินโคลงหัวอีกฝ่ายเล่นอย่างเบามือ ก่อนจะกระซิบข้างหู “ก็นายไง”  คยูฮยอนนิ่วหน้าก่อนจะชี้ที่ตัวเอง


“อืม..นายเพิ่งหายก็ต้องหาอะไรมาบำรุงสิ ดูผอมซะจนกอดไม่เต็มมือแล้ว...” ไม่พูดเปล่ามือหนายังดึงรั้งอีกฝ่ายเข้ามากอดให้ดูอีกต่างหาก คยูฮยอนหัวเราะร่าก่อนจะยิ้มเขินอายๆ


...ความอบอุ่นแบบนี้คงมีแต่พี่คังอินเท่านั้นที่ให้ผมได้...

 

“โห...ซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยฮะ” เสียงหวานของทงแฮดังขึ้น ก่อนที่คังอินจะปล่อยร่างเพรียวในอ้อมกอดให้เป็นอิสระ เพราะซองมินและฮยอกแจกลับมานั่งที่เดิมแล้ว


“แหม...แบบนี้คยูฮยอนไม่อ้วนเลยเหรอฮะ ดูสิมีแต่พวกนม เนยทั้งนั้นเลย” ทงแฮที่เดินกลับมาพร้อมกับซองมินด้วยอดที่จะแซวไม่ได้ตามนิสัยของตัวเอง คิบอมทิ้งตัวลงนั่งด้านข้างฮยอกแจมอง ‘คนรัก’ ของตัวเองยิ้มๆ


“นายสิอ้วนทงแฮ เดี๋ยวก็ไปแย่งคยูกินอีก” ฮยอกแจอดไม่ได้ที่จะกัดเพื่อนสนิท จนซองมินและคนอื่นต้องหัวเราะเสียงดังไม่ได้


ใบหน้าหวานของทงแฮบึ้งขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเข้าไปอ้อนคิบอม “คิบอมดูฮยอกแจสิ~”


คิบอมมองเพื่อนสนิทอีกคนก่อนจะหันมายิ้มให้ทงแฮ “ก็ทงแฮไปแกล้งพี่คังอินกับคยูฮยอนก่อนทำไมล่ะครับ” เพียงแค่นั้นใบหน้าหวานของทงแฮก็บึ้งกว่าเดิม ก่อนที่จะเจ้าตัวจะเดินออกไปนอกห้องปล่อยให้คิบอมต้องรีบเดินออกไปง้อตามเคย สวนทางกับพี่ใหญ่สองคนที่เพิ่มเดินเข้ามา


“เฮ้ คิบอม! ทงแฮเป็นอะไรอีกล่ะ” เสียงทุ้มของอีทึกทักน้องชายคนสนิทของฮีชอล คิบอมยักไหล่เล็กน้อยเรียกให้ฮีชอลต้องหัวเราะออกมาก่อนจะเอามาเรียวขยีผมน้องรัก


“รีบตามไปเร็ว..เดี๋ยวก็ไปร้องไห้คนเดียวอีก” พูดจบก็ดันหลังเด็กหนุ่มออกเบาๆ คิบอมยิ้มให้ก่อนจะรีบเดินออกไปหาทงแฮ เพื่อง้อเช่นเคย!


“ทึกกี้~ ขี้เกียจเดินอ่ะขี่หลังหน่อยสิ” เสียงหวานดังขึ้นหลังจากที่คิบอมเดินสวนออกไป


อีทึกหันมองคนในห้องว่ามีคนที่ไม่รู้จักอยู่รึเปล่า ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่ามีแต่คนในวงทั้งนั้น ไม่ว่าเปล่ามือเรียวช้อนตัวร่างบางขึ้นทันที


“ทึกกี้!! ฉันบอกว่าขี่หลังไม่ได้ให้อุ้ม!! วางลงนะเร็วๆ จะตกแล้ว!!!” มือเรียวของฮีชอลรีบกอดคออีกฝ่ายเอาไว้ทันที เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงแกล้งจะปล่อยมือ


“ก็นายบอกนี่ ฉันว่าอุ้มดีกว่าขี่หลังอีก...อีกอย่างตัวนายเบาจะตายกินอะไรบ้างรึเปล่าหึ? ทำไมเบากว่าเดิมเยอะเลย” บอกคนในอ้อมกอด ก่อนจะกระซิบเบาๆข้างหู ฮีชอลเงียบไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถามเรื่องน้ำหนัก


..จะให้บอกยังไงว่าเดี๋ยวนี้...เขาแทบไม่ได้พักผ่อนไม่ได้กินอะไรเลย  ถึงกินก็คงเป็นเหมือนเมื่อคืนที่ซองมินมาเห็น...อาเจียนออกหมด


เสียงหวานของฮีชอลดังพอจะเรียกให้เด็กหนุ่มแต่ละคนในห้องหันกลับมามอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นสภาพของพี่อีทึกและพี่ฮีชอล


...แบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าคู่รักประสาทได้ยังไง? เล่นอะไรเคยดูอายุรึเปล่า...แต่ก็นะเพราะแบบนี้แหละถึงเชื่อว่ายังไงพวกพี่สองคนก็คงไม่มีทางเลิกกัน ในเมื่อรักกันออกขนาดนี้


TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry