[Fic] Exodus 6 - ทึกชอลรีเทิรน์ทั้งครอบครัว!
posted on 07 May 2008 09:06 by femodos in Fic-Exodus
Exodus
Chapter Six
“เมี้ยวว...แง๊ววว!!”
“อื้อ....” เปลือกตาสวยขยับเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนจะต้องปิดลงอีกครั้ง แสงแดดอุ่นๆในตอนเช้าทำให้รู้สึกดีไม่น้อยจนแทบไม่อยากลุกออกจากเตียงเลยด้วยซ้ำ ฮีชอลขยับตัวขึ้นมองร่างสูงคุ้นตาที่หลับสนิทอยู่กับเจ้าฮีบอมที่กำลังพยายามดิ้นให้ออกจากอ้อมกอดของอีทึก หัวเราะน้อยๆอย่างอารมณ์ดี
มือเรียวขยับเอื้อมผ่านร่างสูงก่อนจะดันมือของอีกฝ่ายให้หลุดออกจากฮีบอม รอยยิ้มสวยฉายบนใบหน้าเนียนเมื่อเอาตัวฮีบอมออกมาจากอ้อมกอดของอีทึกได้ “ทำไมไปโดนตาบ้าทึกกี้แกล้งแบบนั้นล่ะ หืมม...ฮีบอม”
“อ๊ะ...!” ร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆคนที่หลับอยู่เมื่อครู่ดึงตัวของเขาเข้าไปในอ้อมกอด อีทึกหอมแก้มเนียนเบาๆอย่างเคย มองคนตัวเล็กที่อมยิ้มอย่างอารมณ์ดีกับฮีบอมที่อยู่ในมือ
“สนใจแต่ฮีบอมนะ...”
“ตื่นแล้วทำไมไปแกล้งฮีบอมแบบนั้นล่ะ!” ตวาดใส่ร่างสูงที่กอดอยู่เบาๆ จนอีทึกต้องทำหน้าบึ้ง
“ตัวก็โตกว่ามันตั้งเยอะ...ทับมันไปแขนขาหักขึ้นมาจะว่าไง!”
“ก็ไม่ต้องทำไง....ฉันจะได้อยู่กับนายมากกว่าเดิมสิ นายจะได้ไม่สนใจอะไรมากกว่าฉัน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆ มือเรียวดึงเจ้าตัวยุ่งออกจากมือของฮีชอลก่อนจะวางมันลงกับพื้นที่ว่างด้านข้างของเตียง มองฮีบอมที่ขยับกระโดดลงจากเตียงทันทีก่อนจะวิ่งออกไปจากห้อง หันกลับมองใบหน้าสวยก่อนจะต้องชะงักคำที่จะพูด
“...ฮีชอล ร้องไห้ทำไม? ฉันแค่พูดเล่นเองนะ”
“ปะ...เปล่า เป็นแบบนี้ทุกเช้าแหละ...น้ำตามันจะไหลออกมาเองนะไม่ต้องห่วง” นิ้วเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกเงียบๆ อีทึกมองฮีชอลอย่างไม่เข้าใจ...อาจเพราะเขาไม่ได้มานอนที่ห้องนี้นานพอควรก็ก่อนที่ฮีชอลจะไปทำเลสิกล่ะนะ...เลยไม่รู้ว่าคนตัวเล็กมีอาการข้างเคียงอะไรรึเปล่า
“เจ็บตามั้ย...ไปหาหมออีกทีดีกว่านะ” อีทึกเลื่อนนิ้วยาวเรียวของตัวเองเช็ดน้ำตาของอีกฝ่าย ปากเรียวจูบซับน้ำตาที่หางตาเอ่ยถามอีกคน
“ไม่!...ฉันไม่ไป!!!”
“แต่....”
“ฉันไม่ไปนะตาบ้า!!...ไม่ต้องบอกคุณคิมด้วย!~” ตอบปฏิเสธทันทีราวกับเด็กที่กลัวการไปหาหมอ...อีทึกมองคนตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจหนักๆ
“ไม่ไปก็ไม่ไป...แต่ถ้ายังไม่หายต้องบอกนะ...เจ็บตาเมื่อไหร่ก็ต้องบอกด้วย”
“ อื้อ! นี่...ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวแม่ก็คงใกล้ถึงแล้วล่ะ ไปได้แล้ววว...ทึกกี้!” พยักหน้ารับ ก่อนที่มือเรียวจะดันให้อีทึกลุกขึ้นจากเตียงไปอาบน้ำ ลากเสียงยาวเมื่อเห็นว่าคนขี้เกียจยังไม่มีทีท่าจะลุก ก่อนที่เสียงหวานจะหวนและแข็งจนร่างสูงต้องรีบกระโดดลงจากเตียง
“อืมๆ...ไปแล้วครับไปแล้ว” ลักยิ้มสวยพรายบนใบหน้า หอมแก้มคนที่นั่งทำหน้ายักษ์อยู่บนเตียง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปเมื่อฮีชอลคว้าหมอนด้านข้างเตรียมจะปาไล่หลัง
เสียงหัวเราะดังขึ้นทันทีหัวเราะคิกคักกับท่าทางงี่เง่าของอีทึก เปิดหน้าต่างด้านข้างก่อนจะบิดขี้เกียจสองสามทีลุกขึ้นจากเตียง จัดที่นอนให้อีกฝ่ายพลางเดินออกไปนอกห้อง มองเจ้าตัวยุ่งที่กำลังเล่นกับอาชิริ สุนัขสีดำตัวเล็กที่พวกซองมินได้มาจากโปรเจค Animal farm
“ไง...แอบเข้ามาอีกแล้วสิ เดี๋ยวซองมินมันก็ร้องไห้ตกใจหรอก หิวรึยังเนี่ย...ไปหาไรกินกันดีกว่า” นั่งลงใกล้ๆกับหมาและแมว มือเรียวเอื้อมดึงตัวฮีบอมขึ้นมาอุ้ม...ส่วนอีกมือก็ลูบหัวของอาชิริไปพลางพูดถึงเจ้าของมัน
เท้าเรียวสาวยาวๆไปที่ห้องครัว พร้อมกับอีกสี่ขาที่เดินตามหลัง วางฮีบอมลงกับพื้นก่อนจะจัดการหาอาหารให้แขกทั้งที่รับเชิญและไม่ได้รับเชิญอย่างฮีบอมและอาชิริ เสียงเห่าและร้องของฮีบอมกับอาชิริดังไม่ขาดสายพร้อมกับที่ทั้งสองตัววิ่งเล่นกันไปรอบห้อง ฮีชอลขยับวางจานอาหารลงกับพื้น
“ฮีบอมมี่...อาชิริ! มากินข้าวก่อน เดี๋ยวฉันต้องออกข้างนอกนะ!” เรียกชื่อเสียงดังกว่าปกติ อมยิ้มเมื่อเห็นเจ้าตัวยุ่งสองตัววิ่งเข้ามาหา มองอาชิริที่ก้มหน้าก้มตากินข้าว สะดุ้งน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสจากด้านล่าง หัวเราะอย่างเคยเมื่อเจ้าฮีบอมเอาตัวเข้ามาคลอเคลียกับขา
“ไปกินข้าวสิฮีบอม...วันนี้ฉันก็ต้องออกไปข้างนอกนะ! อยู่เป็นเพื่อนเล่นไม่ได้หรอก...ถ้าเหงาก็ไปเล่นกับฮันเกิงล่ะกัน ของเล่นชิ้นโปรดของนายไม่ใช่เหรอ” ปากเรียวขยับพูดกับเจ้าหน้ายุ่งสี่ขา ก่อนจะหัวเราะเมื่อนึกถึงของเล่นชิ้นเอกของฮีบอม...ฮันเกิง!
“เหมี้ยวววว....”
“ฮ่าๆ...นั่นแหละ ดีมาก!” ลูบหัวฮีบอมทันทีที่เห็นมันร้องตอบอย่างเข้าใจ ก่อนจะต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆเท้าที่อยู่ติดกับพื้นก็ถูกยกขึ้นมา หันหน้ามองร่างสูงที่เดินเข้ามาหาด้านหลัง
“ปล่อยนะตาบ้า!”
อีทึกไม่ตอบแต่กลับกระชับอ้อมกอดที่รั้งร่างเพรียวเอาไว้ให้แน่นขึ้น ใบหน้าหล่อคมคายยิ้มหวานให้ แต่ฮีชอลกลับได้แต่ทำหน้ายุ่งขยับดิ้นหวังให้หลุด แต่สุดท้ายมือเรียวก็ต้องโอบรอบคอของอีทึกโดยอัตโนมัติเมื่อรู้สึกว่าอ้อมกอดที่ว่านั่นกำลังจะปล่อยให้เขาตก!
“ทึกกี้!!!”
“หืมมม...มีอะไร” เสียงทุ้มหวานถามกลับเรียบๆอย่างไม่รู้สึก ยิ่งทำให้ใบหน้าสวยแดงระเรื่อขึ้น...ไม่ใช่เพราะอายแต่เพราะความโกรธมากกว่า จนร่างสูงต้องส่ายหัวระอากระซิบเข้าข้างหูเบาๆ
“อยู่นิ่งๆสิ...เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก”
“…บ้า!...คอยดูนะฉันจะฟ้องแม่!!” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มือเรียวก็ยังกอดอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ปล่อย อีทึกยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี...ดูท่าคงไม่มีใครแก้เผ็ดฮีชอลได้ดีเท่าเขาแล้วสินะ!
วางร่างเพรียวลงกับพื้นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนจะดันแผ่นหลังเนียนให้เข้าไปอาบน้ำ ใบหน้าสวยดูยุ่งกว่าเดิมมองหาอุปกรณ์ที่เอาไว้แก้แค้นร่าสูง ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อจู่สายตาก็สบกับฟักบัวข้างฝา
“นี่....ฉันไม่เล่นนะ!” เสียงอีทึกดังออกมาก่อน เมื่อรู้สึกถึงสายตาเจ้าเล่ห์ของฮีชอล เพียงแค่นั้นหยดน้ำมากมายก็ถูกซัดกรเซ็นเข้าใส่ร่างสูงที่ยืนอยู่ มือเรียวยกขึ้นปิดหน้ามองหาทางหนีที่ไล่แต่ดูท่าจะสายเกินไป...
เสื้อเชิ้ตสีขาวที่อีทึกเลือกใส่ในตอนนี้กำลังถูกสายน้ำในมือของฮีชอลฉีดใส่จนบางเฉียบแนบติดแผ่นเนื้อเนียน อีทึกยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ทั่วหน้าออกก่อนจะเป็นฝ่ายดึงสายฟักบัวที่ว่านั่นให้หลุดออกจากมือของฮีชอล
นัยน์ตาเรียวสีดำสนิทเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มอารมณ์ดีก็ก้าวพลาดในขณะที่เขาดึงสายฟักบัวออกจากมือ
“โอ๊ย....” เสียงหวานครางเบาๆ เปลือกตาสวยเปิดขึ้นมองสภาพตัวเองที่ล้มลงกับพื้นดีว่ามีอีทึกอยู่ด้วย...อ้อมแขนแกร่งคว้าเขาเอาไว้ได้ทันแต่ถึงอย่างนั้นหยดน้ำที่พื้นก็ทำให้ทรงตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร...”ทึกกี้! ขอโทษนะ...เจ็บมั้ย”
ไหล่กว้างกระแทกเข้ากับผนังของขอบอ่างอย่างแรง อีทึกส่ายหน้าน้อยๆเป็นคำตอบแต่มือเรียวยังคงกดที่ไหล่ขวาเอาไว้อย่างหนัก สีหน้าเจ็บปวดจนฮีชอลรู้สึกแย่...
“ไม่เป็นไร...นายล่ะเจ็บตรงไหนรึเปล่า?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มอบอุ่นจนอดที่จะกลั้นหยดน้ำตาเอ่อคลออยู่เอาไว้ไม่ได้
ฮีชอลขยับลุกออกจากอ้อมกอดของร่างเพรียว มือเรียวพยุงอีกฝ่ายออกจากห้องน้ำ “เจ็บมากมั้ย...ไปหาหมอเถอะ เอาเบอร์หมอจองมินมาสิ” น้ำเสียงหวานแหบพล่าดูร้อนรน อีทึกโคลงหัวไปมา นั่งลงพิงผนังหน้าห้องน้ำก่อนจะดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด
“ไม่เป็นอะไร...ไม่เจ็บแล้ว นายไปอาบน้ำเถอะ...ฉันหายแล้ว” มือเรียวยกขึ้นหยีผมนุ่มที่เปียกน้ำของฮีชอลอย่างเอ็นดู ใบหน้าสวยซีดขาวอย่างเคยลุกขึ้นช้าๆเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่ในชั้นด้านข้างออกมาเช็ดให้อีทึก
“ตาบ้า...ขอโทษนะ ฉันจะไปหายามาทาให้ นายเช็ดตัวไปก่อนแล้วกัน” บอกเสียงหวาน หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กอีกผืนที่อยู่ในมือเช็ดหน้าให้อีกฝ่าย สบตากับร่างสูงนัยน์ตาเรียวสวยดูสั่นไหวด้วยความกังวลก่อนจะผละออกไปหยิบยาที่ห้อง
“เฮ้อออ นายไม่น่ามาแย่งจากมือฉันเลย...ไม่งั้นก็ไม่เจ็บตัวแบบนี้หรอก!” ฮีชอลบ่นไปพลางบีบยาลงบนฝ่ามือเล็กก่อนจะทาลงกับไหล่เนียนของอีกฝ่าย มือขาวนวดวนเบาๆ
“ขอโทษ”
“ไม่ต้องมาขอโทษเลย!!...นายไม่ได้ผิดสักหน่อย” น้ำเสียงหวานแหลมตวาดใส่ร่างสูง ก้มหน้าจนเกือบติดหน้าอกพลางพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม
“อืม...ยังไงก็ขอโทษล่ะกัน” บอกย้ำอีกครั้ง ฮีชอลหัวเราะเบาๆอย่างหงุดหงิด หันหลังให้อีกฝ่ายอย่างไม่อยากต่อความอีก...
อีทึกเป็นแบบนี้เสมอ และนั่นก็ทำให้เขา...กลายเป็นฝ่ายรู้สึกผิดทุกครั้ง...รู้สึกผิดที่ทำตัวแบบนี้ มีแต่คอยหาเรื่องให้อีทึกตลอกเวลา แต่เอาเข้าจริงอีทึกก็ปกป้องเขาจนตัวเองเจ็บตลอด...ถ้าอีทึกพูดว่า ‘เจ็บ’ บางทีเขาอาจจะรู้สึกดีกว่านี้
“จองฮี...ฮีชอล...ไม่เจ็บแน่นะ กระแทกโดนอะไรรึเปล่า” ข้อมือสวยถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่ร่างเพรียวจะลุกขึ้นยืน
“อืมม นายรับเอาไว้...ไม่เป็นไรหรอก”
“แน่นะ?” ถามย้ำอีกครั้ง
ฮีชอลพยักหน้ารับก่อนจะก้มลงหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ “ขอบใจนะ จองซู” น้ำเสียงหวานคุ้นหูเรียกชื่ออีกครั้ง...ชื่อที่ทำให้อีทึกต้องเบิกตากว้าง คิมฮีชอลจะเรียกเขาว่าทึกกี้ตลอดเวลา น้อยครั้งจริงๆที่จะเรียกว่าจองซู...ลักยิ้มสวยฉายชัดบนใบหน้า ฮีชอลขยับตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำปล่อยให้ลีดเดอร์งี่เง่านั่งบ้าอยู่คนเดียว
...แกร็ก...
เสียงประตูห้องน้ำถูกปิดลงเบาๆ ฮีชอลมองร่างเพรียวบนเตียงที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยกำลังนอนเล่นอยู่กับฮีบอมมี่ เท้าเรียวขยับเดินเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ นั่งลงด้านข้างพลางเช็ดผมที่ยังเปียกอยู่ไปด้วย
“หายเจ็บแล้วเหรอ” ถามอีทึก ด้วยความเป็นห่วง...
“อื้อ ค่อยยังชั่วแล้ว...มานี่ฉันทำให้” ขยับไปด้านข้างหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเสียบปลั๊กพร้อมทั้งดึงผ้าขนหนูในมือของฮีชอลให้ออกห่าง ก่อนจะลงมือจัดการกับผมเปียกๆของคนตรงหน้าด้วยไดร์เป่าผมในมือ
ฮีชอลขยับตัวหนีเล็กน้อยเมื่อไอร้อนปะทะโดนซอกคอขาว ใบหน้าสวยแดงระเรื่ออย่างน่าสงสัย ก็ไอ้การกระทำของอีทึกนี่แหละที่ทำให้เขา...ถูกเรียกว่าเจ้าหญิงแบบนี้...! มือเรียวหยีผมซอยสไลส์สีส้มอ่อนที่ไปทำมาไม่นาน ก่อนจะใช้ความร้อนเป่าให้มันแห้ง
“ผมนายนี่...ยาวเร็วจริงๆเลยนะ หอมซะด้วยสิ” กระซิบบอกคนตัวเล็กที่นั่งนิ่ง กดจมูกเนียนลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมจากคนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี เขาจำได้...ว่ามีเมมเบอร์คนหนึ่งเคยพูดว่าฮีชอลเป็นคนที่สวยมากๆ และผิวดีมากๆ แต่่ถ้าตอนปี้เขาจะเป็นคนบอกเองได้รึเปล่า...ว่าฮีชอลยังหอมมากๆด้วยซ๋ำ กลิ่นแชมพูและครีมอาบน้ำแบบเดียวกันกับเขา แต่กลัับดูน่าหลงใหลแลาหอมหวานอย่างประหลาด
“อย่าเล่นน่าทึกกี้ มันจั๊กจี้!" สะบัดผมน้อยๆเมื่อคนที่ทำท่าจะเช็ดผมเริ่มจะไม่่สนใจทำหน้าที่นั้นซะแล้ว ก่อนจะหันกลับมาใช้สองมองดันอีกฝ่ายให้ออกห่างแต่ก็โดนมือของอีทึกรวบเอาไว้แล้วล้มลงบนที่นอนนุ่มทั้งคู่
ใบหน้าหล่อคมคายอยู่ชิดจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดใบหน้าให้ต้องขึ๋นสีแดงซ่านด้วยความอาย ไม่ใช่ว่าไม่เคย...แต่ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าของฮีชอลในระยะใกล้แบบนี้ ต่อให้เป็นคนอื่นก็ต้องอดใจไม่ได้กันอยู่แล้ว เพราะ...มันมีเสน่ห์ที่ไม่อาจปล่อยมือออกได้
แต่สำหรับปาร์คจองซูคนนี้....เพราะว่ารัก รักมากๆ จนอยากจะเก็บเอาไว้ให้อยู่กับตัวเองคนเดียวเลยด้วยซ้ำ...
“ทึก...ทึกกี้ อื้อ!...” เสียงหวานเบาเหมือนกระซิบ ก่อนจะถูกกลืนด้วยรสสัมผัสอันเดิม ร้อนแรง...แต่อ่อนหวาน จูบแผ่วเบา...ก่อนจะเริ่มเน้นย้ำไปตามแรงอารมณ์ ไล้ไปตามแก้มเนียนสวยตามริมฝีปากชมพูแดงสดนั่น ละเลียดความหอมหวานที่ไม่มีวันหมด...
ฮีชอลรับรู้ถึงน้ำหนักตัวที่อีทึกทาบทับลงมา อ้อมกอดอบอุ่นที่คุ้นเคยแต่ก็ทำให้รู้สึกสั่นไหวและอบอุ่นได้ไม่ยาก ริมฝีปากสวยที่ผละออกจากซอกคอขาว นิ้วเรียวที่กวาดไล้ไปตามรอยแดงเพียงแค่นั้น...สัมผัสเบาๆที่ทำให้รู้ดีว่าหัวใจเต้นแรงขนาดไหน
...RRRRRR…
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขัดจังหวะ ทำเอาหัวใจคนทั้งคู่กระตุกวูบ อีทึกขยับตัวออกจากร่างเพรียวที่นอนหอบน้อยๆ มือเรียวดึงอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนจะช่วยติดกระดุมเสื้อที่เขาเผลอแกะไปเมื่อครู่ ก่อนจะคว้าเจ้าตัวไร้สายที่วางตรงหัวเตียงขึ้นมารับ
“ยอบาเซโย....ครับ....จองซูครับ....”
ฮีชอลนั่งมองร่างเพรียวของชายหนุ่มคุยโทรศัพท์ สะดุ้งน้อยๆเมื่อคนที่ถูกมองอยู่หันกลับมาหาก่อนจะส่งโทรศัพท์ไร้สายให้ “แม่นายไง”
มือเรียวรับมาอย่างรวดเร็วจนอีทึกต้องยิ้มขำกับท่าทางติดแม่ของฮีชอล มองอีกฝ่ายที่โต้ตอบกับปลายสายไม่นานก่อนจะส่งคืนให้
“มาถึงแล้วล่ะ...ชั้นจะลงไปรับแม่นะ” น้ำเสียงสดใสอย่างเห็นได้ชัด ลุกขึ้นยืนก่อนจะถูกรั้งเอาไว้ด้วยมือเรียวขาวของอีทึก ส่งสายตามองอีกฝ่ายเป็นคำถาม
“ชั้นไปด้วย”
อีกครั้งที่ต้องยิ้มออกมา ผู้ชายคนนี้...ปาร์คจองซู...ไม่เคยปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวเลยสักครั้ง ไม่เคยคิดจะทิ้งหรือไม่สนใจ หากแต่เป็นคนที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาต่างหาก อีทึกไม่เคยปฏิเสธการไปเจอหน้าพ่อแม่ของเขาสักครั้ง เพราะงั้น...คงไม่แปลกที่ครอบครัวของเขาจะรักและเอ็นดูอีทึกเหมือนลูกคนหนึ่ง
และก็ยอมรับเรื่องที่เขากับอีทึก...คบกัน
Ding
ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ ก่อนจะที่ร่างเพรียวบางของฮีชอลจะถลาเดินออกไปอย่างรวดเร็วจนอีทึกต้องรั้งแขนเรียวเอาไว้บ้าง
“เดี๋ยวก็ล้มเอาหรอก...นายยังไม่หายดีนะอย่าลืมสิ!” เสียงทุ้มบ่นใส่ร่างบาง จนฮีชอลต้องทำหน้ายู่ ก็เขาอยากจะเจอแม่เร็วๆนี่น่า...ผิดตรงไหนที่จะรีบร้อน อีทึกถอนหายใจเบาๆ “ฉันเป็นห่วงจองฮี...แล้วก็นายหรอกนะ”
ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มแดงระเรื่อก้มหน้าหลบสายตาของอีทึก บ่นพึมพำเบาๆอย่างรู้ตัวว่าขอโทษ จนร่างสูงได้แต่ขยีผมเนียนของอีกฝ่ายเบาๆ
“อะแฮ่ม!...มายืนตรงนี้ไม่กลัวใครถ่ายรูปติดรึไงหืมม?” เสียงทุ้มหวานคุ้นหู เรียกให้ทั้งสองคนสะดุ้งขยับออกห่างจากกันโดยอัตโนมัติ ฮีชอลหันมองใบหน้าคนพูดอย่างอึ้งๆก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
“แม่!!” เดินเข้าไปกอดอย่างเคยตัว ร่างท้วมหน่อยๆอมยิ้มจางๆลูบผมฮีชอลอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้ร่างสูงที่ยืนมอง อีทึกก้มหัวทักทายอย่างมีมารยาทเดินเข้าไปถือขอที่คุณนายคิมเอามาฝาก
“เป็นไงบ้างห๊ะ...ฮีชอล จองซูสบายดีกันสินะเนี่ย” เอ่ยทักทายอีทึกกับฮีชอล
“ก็ดีครับ ผมว่าขึ้นไปคุยข้างบนดีกว่านะ” อีทึกตอบคำถามร่างเพรียวพลางส่งยิ้มให้ เมื่อเห็นคุณนายคิมพยักหน้ารับรู้น้อยๆ เบือนมองคนตัวเล็กที่เอาแต่กอดแม่อยู่อย่างนั้นแล้วก็ต้องหัวเราะเบาๆ
“ปล่อยได้แล้วฮีชอล...ไปช่วยจองซูถือของเร็วจะได้ขึ้นไปคุยกันบนห้อง” มือเรียวตีลงบนแขนของฮีชอลเบาๆ ใบหน้าหวานยู่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดหันมองอีทึก ชั่งใจก่อนจะหันกลับไปหาแม่ต่อ
“เดี๋ยวอีทึกก็ถือขึ้นไปเองแหละ...แม่ขึ้นไปกับผมเถอะ”
“ฮีชอล!”
“ก็ได้ฮะ...” ตอบรับเสียงเบา ปากเรียวพึมพำอย่างไม่ชอบใจ หันมองอีทึกที่ยืนถือของอย่างทุลักทุเล ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ยื่นมือเรียวให้อีกฝ่าย
“เอามาสิ...มันเบาไม่ใช่เหรอ”
อีทึกส่ายหัวน้อยๆพลางมองหาถุงกระดาษใบเล็กๆที่อยู่ในมือส่งให้ร่างบาง “ถือแค่นั้นก็พอ” บอกเสียงทุ้มก่อนจะก้มลงไปหยิบกระเป๋าและถุงอีกสองสามใบขึ้นมาถือ มองใบหน้าสวยที่ยืนนิ่งไม่ยอมขยับ
“ถุงพวกนั้นให้ชั้นถือก็ได้...เร็วๆสิจะได้รีบขึ้นไปข้างบนกัน!” มือเรียวดึงถุงออกจากมือของอีทึก ร่างสูงมองฮีชอลขำๆ ก่อนจะเป็นฝ่ายจูงมือเรียวสวยที่ว่านั่นเดินเข้าไปหาแม่ของฮีชอลที่ยืนคอยอยู่
หัวเราะน้อยๆมองร่างเพรียวที่ก้มหน้าเดินตามเงียบๆ หันไปมองหน้าหญิงสาวมีอายุที่ยืนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แล้วยังยิ้มให้อย่างถูกใจ สาวเท้าเข้าไปหา
“จองซูนี่...คุมฮีชอลได้ดีนะ แม่นึกว่าลูกจะโดนฮีชอลตวาดใส่แล้วซะอีก…เด็กคนนี้ก็งี้แหละ 26 แล้วแท้ๆแต่แม่ว่ายังไม่โตเลยสักนิด”
“แม่ก็!..”
“นั่นสิครับ...แต่ผมชินแล้วล่ะ แค่เจ้าหญิงขี้วีนคนเดียว...ดีกว่าเจ้าลิงพวกนั้นตั้งเยอะ” เสียงทุ้มตอบกลบเสียงของฮีชอล หญิงสาวหัวเราะน้อยๆอย่างเข้าใจแต่กลับร่างเพรียวมีเพียงแต่สีหน้ายุ่งๆที่เริ่มบอกว่าเจ้าตัวกำลังโดนรุม
....
TBC.
......
ปล. ทำไมเรื่องนี้มันถึงได้ขัดแล้วขัดอีกกันนะ? ==" ฮ่าๆๆๆ เอามาลงให้แล้วนะค่ะ....สำหรับตอนที่ 6 ของ Exodus จริงก็อยากจะลงอีกอ่านะแต่ว่า!! มันมีเหตุบังเอิ๊ญ บังเอิญ...ที่ทำให้ลงไม่ได้ (จะมีอะไรอีกนอกจากมันอู้?) อ่า...คือครั้งนี้มันจริงๆนะ ไม่ได้ โม้!
เอาล่ะๆ วันนี้ขอนอกเรื่องนิดหน่อย...
ช่วงหลังๆมานี่หันไปอพัเพลงมากกว่าอัพฟิคมากมาย...เหอๆ ยินดีรับผิดทุกประการ
วันนี้ขอไถ่โทษด้วยกการเอาฟิค Exodus มาลงให้ เย้!!!
และเนื่องจากวันที่ 6 ซึ่งก็คือเมื่อวาน (บอกเพื่อ?)
เหล่าลิงๆของพวกเราก็ได้ไปทำบุญกันอีกแล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่านั้น!
เพราะคิมฮีไปด้วย~~~
โอ้! เป็นความจริงในรอบ 10 ปี เลยที่ไม่ได้เห็นคิมฮีไปงานที่เล่นกับเด็กแบบนี้ T-T (เป็นปลื้ม!)
ที่สำคัญกว่านั้น...ทึกซินรีเทิรน์เจ้าค่ะ!!
กลับมาแล้วสำหรับครอบครัวของตาแก่จองซูกับมะม๊าคิมฮี~
กรี๊ดๆๆๆๆ ครั้งก่อนแต่งฟิคเรื่อง Exodus นั่นแหละที่เกี่ยวกับเด็กชื่อจองฮี! ตอนนี้...จะบอกว่าเจอแล้วได้มั้ย??? มี๊ๆ เจอหนูจองฮีแล้ว~
>>> เมื่อปะป๊าทึกกี้ มะม๊าฮีชอล ลูกฮยอกจี้และสะใภ้มินนี่ ไปหาหนูจองฮี~ <<<

น่ารักน่ากอดอะไรอย่างนี้~ (+[]+!) รูปใหญ่แบบไม่เวอร์เลยค่ะ!
โอ้! คุณพ่อลีดเดอร์กำลังจัดเตรียมงานวันเกิดให้หนูจองฮี~
มีกระทบกระทั่งแกล้งแหย่กันบ้างเล็กน้อย >////< (เพื่อความสุขในชีวิต?)
เมื่อมะม๊าคิมฮี ต้องจัดการเลี้ยงลูกชายคนเล็กเพียงคนเดียว...เมื่อบรรดาปะป๊าและลูกชายคนโต (ฮยอกจี้กับลูกสะใภ้จัดเตรียมงาน!)
เอา! ถ่ายรูปกันหน่อย เป็นที่ระลึกครอบครัว (ฮ่าๆๆๆ)
>////< กรี๊ดดดดด ดูสายตามะม๊ามองปะป๊าสิ!!!! *ละลายคาคอม*
เมื่อหนูจองฮีก่อกวนคุณแม่มือใหม่ (?) มี๊ๆ : คิมฮีเธอสวยได้อีก~~
และเมื่อคุณน้องเธองอน +[]+ จากภาพเมื่อครู่ มะม๊าก็เลยต้องอ้อนบ้างเล็กน้อย... >///<
เมื่อปะป๊าต้องมาเลี้ยงเด็กอ่อน... (ท่าทางคุณเธอเหมือนคุณพ่อมือใหม่มาก ฮ่าๆๆๆ)
และแล้วก็ถึงเวลาสวีทของปะป๊ากะมะม๊า >w< กรี๊ดๆๆๆๆ น่าร้ากกกกกก *ตายแทน*
เมื่อคุณแม่คิมฮี กำลังบอกให้หนูจองฮีมองขนมเค้กของปะป๊าตรงหน้า *เธอช่างสวยเหมือนคุณแม่จริงๆเลยคิมฮี~*
และสุดท้าย....ลูกชายคนโตกำลังเป็นปลื้มกับครอบครัวที่มีมะม๊ากับภริยาคนสวย (มินนี่ *-*) และน้องชายคนเล็กสุดน่ารัก! จองฮี~
เครดิต : On logo & toony
สุดท้ายจริงๆ
เมื่อมะม๊าหวงลูกชายคนเล็กมากกว่าลูกชายคนโต ==;
ทึกกี้ appa~ สายตาของปะป๊าโดนใจมี๊ๆมากเลย >////< แบบว่า...หวงมะม๊าหรือหวงลูกกันค่ะ appa~!
*มี๊ๆขอลาตายก่อนนะค่ะ...ไปแล้ว ฮิ้วววว*





ลาตายด้วยคน ฮ่า --
#1 By RendelL on 2008-05-07 10:31