[Fic] Exodus 8

posted on 31 May 2008 17:24 by femodos  in Fic-Exodus

Exodus


 



Chapter 8


เท้าเรียวสองคู่ก้าวยาวๆก่อนจะหยุดยืนที่ประตูบ้าน  ฮีชอลกระชับเสื้อหนาวตัวโคล่งที่ร่างสูงบังคับให้เขาใส่ก่อนออกจากบ้านเข้าตัว ผ่อนลมหายใจออกจากปากเรียวของตัวเอง ไอสีขาวเป็นสัญญาณบอกได้ดีว่าตอนนี้อากาศที่นี่เรียกว่าหนาวพอควรเลยทีเดียว


อีทึกหัวเราะกับท่าทางที่ลุกลี้ลุกลนของคนข้างตัว ก่อนจะกดกริ่งตรงหน้า ไม่นานนักเสียงเด็กสาวคุ้นเคยก็ดังรอดมาจากหลังประตูอีกฝั่ง  “ค่า!  มาแล้วค่ะ”


“กรี๊ดดด!!! แม่ค่ะ...จองซู!...จองซูกับฮีชอลค่ะ!” เพียงแค่นั้นทั้งสองคนก็แทบหัวเราะออกมาเสียงดัง มองใบหน้าเนียนติดจะสวยมากคนหนึ่งของพี่อินยองที่ทำท่าตกใจซะยังกับเห็นผีซะอีก


ก็นะ...อากาศมันหนาว ฮีชอลก็เลยถูกคลุมด้วยเสื้อกันหนาวสีดำของเขา แล้วยิ่งเจ้าตัวยังนึกสนุกเอาฮูดมาใส่อีก บวกกับหน้าที่เดิมขาวอยู่แล้วพอมาเจอากาศแบบนี้ก็ยิ่งขาวเข้าไปใหญ่  ส่วนเขาร้อยวันพันปีก็ไม่เคยจะได้กลับบ้านแต่จู่ๆ...มายืนกดกริ่งเรียกแบบนี้  ไม่แปลกเลยที่พี่อินยองจะตกใจ
 

“ตายแล้ว! จะมาก็ไม่เห็นบอกกันเลยนะ ให้ตายเถอะดูฮีชอลสิ...หน้าขาวจนพี่นึกว่ามีผีมาเรียกหน้าบ้านซะอีก!” หญิงสาวในชุดเสื้อเดรสสีฟ้าอ่อนบ่นออกมาดังๆ


“พี่อินยองก็...”


“ไปแกล้งน้องอีกแล้วอินยอง มาช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่ามา! อ่อ...จองซูกับฮีชอลก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่านะ  เดี๋ยวหนูฮีจินก็มา...แล้วเราค่อยมากินข้าวกัน” ฮีชอลหน้ายู่นิดๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างพลางหัวเราะเมื่อจู่ๆพี่สาวของอีทึกก็โดนคุณน้าลากไปทำกับข้าวซะอย่างนั้น


“แม่....แล้วพ่อล่ะ “อีทึกเอ่ยถามร่างเพรียวที่กำลังจะเดินเข้าไปทำกับก้าว “ไม่อยู่เหรอ....”


“เดี๋ยวก็มา....จองซูขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน อ่อ หาอะไรอุ่นๆให้ฮีชอลกินก็ดีนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ปากเรียวสวยอิ่มสีชมพูบอกพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ อีทึกเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะหอมแก้มแม่ทีนึงอย่างอารมณ์ดี


“ตายแล้วลูกคนนี้! ทำอะไรเกรงใจฮีชอลเขาบ้างสิ” มือเรียวตีแขนของอีทึกเบาๆ ทำให้เจ้าของชื่ออีกคนที่ยืนมองอยู่หัวเราะเงียบๆ


“ก็คิดถึงนี่ครับ...ขึ้นไปข้างบนดีกว่าฮีชอล” บอกแม่ข้างหู ก่อนจะเดินเข้ามาลากร่างเพรียวที่ถลาเข้าไปช่วยงานพี่อินยอง หรือพูดให้ถูกคือเล่นสนุกกับพี่อินยองมากกว่า


“อะไร?...ชั้นกำลังสนุกอยู่เลย” แน่ล่ะ...จะไม่ให้สนุกได้ยังไงกัน  ก็เล่นเอากับข้าวที่กำลังจะทำมาตีกันแบบนั้น แล้ววันนี้....จะกินอะไรกันล่ะเนี่ย?


เพี้ยนพอกันทั้งคู่ ทั้งพี่อินยองทั้งฮีชอล!


“เอาน่า...เดี๋ยวค่อยลงมาก็ได้” ถอนหายใจยาว มือเรียวดึงหัวไชเท้าในมือออกก่อนจะลากคนตัวเล็กที่ทำหน้าบึ้งออกไปอย่างทุลักทุเล เหลือเพียงแค่เสียงหัวเราะไล่หลังของแม่กับพี่อินยองเท่านั้น   
 

ฮีชอลเดินตามร่างเพรียวของอีทึกขึ้นไปบนห้อง  นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างมองสภาพห้องที่เคยมาครั้งหนึ่งตั้งแต่ตอนที่หอพักครั้งก่อนถูกไฟไหม้


“มาห้องนี้กี่ที...ก็เหมือนเดิมทุกทีเลยนะ” เสียงหวานบอกก่อนเจ้าตัวจะเริ่มกระโดดขึ้นไปอยู่บนเตียงของอีทึก “เตียงนายก็นุ่มเหมือนเดิมเลยแหะ!” ว่าพลางกระโดดขึ้นลงกับเตียง


อีทึกส่ายหน้าระอากับความขี้เล่นของอีกฝ่าย  ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกับเตียงที่ว่างด้านข้าง มือเรียวรั้งชายเสื้อของอีกฝ่ายให้ล้มลงมา


“ไม่เอาน่า...แม่นายก็...อยู่  พี่นาย....ก็ด้วย” ใบหน้าหวานแดงระเรื่อ ยกมือเรียวขึ้นดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ารดต้นคอทำให้คำพูดที่เอ่ยออกมาแต่คำขาดหายไปตามแรมอารมณ์


“ไม่เห็นเป็นไรเลย” น้ำเสียงทุ้มที่พูดออกมาทำให้ฮีชอลได้แต่เบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง!  นี่อีทึก...ไม่แคร์อะไรเลยรึไง  ใช่สิ...ก็มันบ้านตานี่นิ  ไม่ใช่บ้านเขาซะหน่อย!


“เป็นสิ!  คุณน้าบอกให้ชั้นขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะงั้น!...ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว!” กลั้นหายใจหนักๆทีนึงก่อนจะใช้แรงทั้งหมดดันอีกฝ่ายให้ออกห่าง พร้อมกับตวาดใส่ด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมเพียงเล็กน้อยหากแต่ชัดเจนจนไม่ต้องถามซ้ำ อีทึกหัวเราะขำมองร่างเพรียวที่แทบจะถลาเข้าห้องน้ำทันทีที่เขาปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ ใบหน้าหวานแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างเอาเรื่อง


ฮีชอลเดินลงมาพร้อมกับอีทึก  ก่อนที่เจ้าตัวจะหายแวบเข้าไปหาพี่สาวของตัวเองที่นั่งรออยู่ที่โซฟา “พี่ฮีจิน...!”


“ไงไอ้ตัวยุ่ง!”


คำทักทายคุ้นเคยที่ทำให้ร่างเพรียวแต่ยิ้มยิงฟันให้อย่างอามรณ์ดี “จะมาจะไปก็ไม่เคยคิดจะบอกเลยนะ คอยดูเถอะ! เดี๋ยวกลับไปที่บ้านพี่จะฟ้องพ่อซะเลย”


ฮีชอลเบ้ปากทันทีที่ได้ยิน  ยิ่งทำให้ฮีจินและอีทึกกับอินยองที่เดินออกมาหัวเราะเสียงดัง “ล้อเล่น! ใครจะไปทำแบบนั้นกับน้องรักได้ลงคอกันเล่า”


ไม่นานนักกับข้าวหน้าตาหน้ากินก็ถูกวางลงบนโต๊ะ  เสียงหัวเราะกับเสียงพูดคุยดังก้องไปทั่วทั้งบ้าน ไม่แพ้รอยยิ้มที่ถูกแต้มบนใบหน้าของแต่ละคน เขาชอบที่จะมาบ้านของอีทึก...ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่นี่ก็ยินดีต้อนรับเสมอ คุณน้าและพี่อินยองเองก็สนิทกับบ้านของเขาไม่แพ้กัน จนเรียกได้ว่าแทบเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว


เอ่อ...ก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนี่น่า!


“กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มแหบพล่าเรียกให้อีทึกแย้มรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบลุกออกไปหาคนที่มาใหม่ ใบหน้าหล่อดูสดใสยิ่งกว่าเดิม


ฮีชอลนั่งมองกับข้างตรงหน้าไปพลางพูดตอบคำถามพี่อินยองและพี่ฮีจินไปพลาง  แต่ก็ไม่วายเหลือบมองหาร่างเพรียวของอีทึกทีเดินออกไปเมื่อครู่  ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นร่างคุ้นตา


“อืม...ก็เลยมาเที่ยวที่บ้านสินะ อ้าว? ฮีชอลก็มาด้วยเหรอลูก” อีทึกเดินขนาบข้างกับพ่อของเขาและเข้ามาช้าๆ ก่อนที่ประโยคหลังจะหันมาทักทายเขาที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ร่างเพรียวก้มหัวทักทายอย่างมีมารยาท


“มาเที่ยวนะฮะ” บอกอีกฝ่าย พร้อมกับยิ้มหวานให้ หันมองร่างสูงที่เดินมานั่งลงกับเก้าอี้ว่างด้านข้าง มองพ่อของอีทึกที่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าพลางคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อย


ทั้งที่เขาเคยคิดว่าครอบครัวของอีทึกจะดุ น่ากลัว และรังเกียจเขา แต่ที่ไหนได้....กลับไม่ต่างไปจากบ้านของเขาเลยด้วยซ้ำ ทุกคนใจดีและเป็นห่วงเขาและอีทึกเสมอ โดยเฉพาะพี่ฮีจินและพี่อินยอง


.....


“งั้นผมกับฮีชอลกลับก่อนนะครับ มีงานตอนเย็นต้องไปอัดรายการต่อ” เสียงทุ้มบอกอีกหลายชีวิตที่เดินออกมาส่ง ฮีชอลยิ้มรับกับความห่วงใยของพ่อแม่และพี่ๆทั้งสองอย่างอารมณ์ดี


“อืม...ขับรถดีๆล่ะ จริงสิ...ที่เคียงโพแดมีหาดใหม่เพิ่งเปิดลองแวะดูก่อนกลับก็ได้นะ จะได้ไม่เสียเที่ยว” ร่างเพรียวของพ่ออีทึกบอก พลางยื่นเสื้อกันหนาวตัวโปรดของอีทึกให้กับเขาและอีทึกคนละตัว


“ครับ”


“ว่างๆก็มาเที่ยวใหม่นะ ฮีชอล จองซู” อีทึกยิ้มกว้างหอมแก้มแม่เบาๆอย่างเคย ก่อนจะเดินไปขึ้นรถสีขาวที่จอดอยู่หน้าประตูกับฮีชอล อีทึกเหลือบมองใบหน้าหวานที่ยังคงหันกลับไปมองบ้านที่เขาเพิ่งขับรถออกมาเมื่อครู่


ก็นานทีนี่น่า...ที่พวกเขาจะได้หยุดได้กลับมาพักผ่อนที่บ้านแบบนี้  ตั้งแต่ออกอัลบั้มที่สอง ไม่สิ...อัลบั้มแรกก็แทบไม่ได้กลับมาที่บ้านเลยด้วยซ้ำๆ นอกจากตอนที่ไฟไหม้หอพักแล้วก็ตอนพักฟื้นเท่านั้น 


“ยังไม่อยากกลับเลยล่ะทึกกี้” บอกเสียงเบา พลางขยับมานั่งให้ดีกว่าเดิม


“นั่นสิ”


“อ๊ะ!  จะว่าไปเราไม่ได้บอกเรื่องจองฮีกับคุณน้าเลยนะ” อีทึกชะงักน้อยๆ ก่อนจะเงียบไปแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ฮีชอลพูด ก็เมื่อวานพอเจอหน้ากันแบบนั้นก็เลยสรรหาเรื่องนู้นเรื่องนี้มาคุยกันจนลืมเรื่องสำคัญที่ต้องไปพูดไปซะอีก


“ไม่เป็นไรหรอก....เดี๋ยวค่อยโทรบอกพี่อินยองกับพี่ฮีจินก็ได้” ถอนหายใจหนักๆ ยกมือเรียวโคลงหัวฮีชอลอย่างเอ็นดู “แวะเคียงโพแดกันมั้ย”


“เอาสิ!” ตอบรับอย่างไม่ต้องคิดมาก เพราะใจจริงของเองก็อยากลงไปเล่นน้ำทะเลสักครั้งในวันหยุดแบบนี้ ยิ่งเป็นทางผ่านอยู่แล้วก็ดีไม่น้อย

 


แสงแดดอุ่นๆ กับสายลมบางเบาที่พัดเล่นเอาทำให้คนที่เพิ่งมาถึงอย่างฮีชอลและอีทึกต้องรีบก้าวลงไปเหยียบทรายนุ่มอย่างเห็นได้ชัด  อีทึกถอนหายใจยาวมองใบหน้าสวยที่วิ่งเล่นกับเด็กตัวเล็กที่เพิ่งได้เจอกันเมื่อครู่  ขยับตัวนั่งพิงกับเก้าอี้ผ้าใบสองตัวที่วางคู่กัน 


“นี่! ไปเล่นด้วยกันสิ” น้ำเสียงหวานใสร่าเริง อีทึกเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ มองคนสวยที่ก้มหน้าลงมาจนแทบสัมผัสกันได้ หัวเราะเมื่อเห็นว่าคนที่จะแกล้งเขาเมื่อครู่กลายเป็นคนที่ต้องหน้าแดงไปซะเอง


“ไม่เอา....ไปเล่นเถอะ ชั้นจะนอนคอยตรงนี้”


น้ำเสียงทุ้มที่พูดยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหงุดหงิด ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไปเล่นน้ำกลับเด็กอีกสองคนอย่างเคย ฮีชอลหันมองร่างเพรียวของอีทึกที่ใส่แว่นกันแดดสีดำสนิทยิ้มๆ ก่อนจะเรียกให้เด็กอีกสองคนที่เล่นอยู่ด้วยเข้ามาหา กระซิบเบาๆ


“พี่ฮะ!  พี่!!!”


“หือ?” ลืมตามองก่อนจะถอดแว่นออกมาเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กที่เล่นอยู่กับฮีชอลเมื่อครู่ “มีอะไรครับ”


“พี่สาวคนเมื่อกี้....เขาโดนเปลือกหอยบาดที่เท้านะฮะ” ว่าพลางชี้นิ้วไปที่ร่างบางของผู้หญิงที่นั่งลงกับพื้นโดยมีเด็กๆล้อมอยู่ อีทึกยักคิ้วอย่างไม่เข้าใจ...เขามากับผู้ชายนะ? ไม่ได้มากับผู้หญิงที่ไหน คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจยาว...ก่อนจะลุกเดินเข้าไปหา


พี่สาว....ฮีชอล?


คงเพราะฮีชอลเล่นน้ำล่ะมั้ง  เลยทำให้เส้นผมสีส้มไล้ระไปตามต้นคอ เลยทำให้เด็กคนนี้เข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง....จะว่าไปไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่เข้าใจผิด เขาเองยังมองจากด้านหลังว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ


“เป็นอะไรรึเปล่า” นั่งลงตรงหน้ามองมือเรียวที่ยกขึ้นปิดบาดแผลเอาไว้ไม่ให้ปวดมากกว่าเดิม อีทึกมองใบหน้าหวานที่ทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดพลางพยายามดึงมืออีกฝ่ายให้ออก “ขอดูหน่อยสิ”


ไม่มีเสียงตอบจากร่างเพรียวที่เอาแต่ก้มหน้าตรงหน้า  ยิ่งทำให้อีทึกร้อนใจ ก่อนจะอึ้งไปเมื่อจู่ๆคนที่นั่งเจ็บเมื่อครู่ก็ฉีกยิ้มกว้าง หันไปหาเด็กตัวเล็กรอบๆ


“เฮ้ย!” ร้องเสียงหลงทันทีที่ถูกเด็กๆลากลงไปในทะเล หันมองฮีชอลที่ฉีกยิ้มกว้างไม่ทุกข์ร้อนแถมยังรู้สึกจะพอใจซะด้วยซ้ำ! มองอีกฝ่ายก่อนจะหัวเราะออกมาแล้ววิ่งเข้าไปดึงคนตัวเล็กลงมาด้วย


“เปล่านะ!  ชั้นไม่ได้...อ๊ะ!”


“อะไรเล่า! ถ้านายไม่บอก น้องๆเขาจะทำได้ไง...” ว่าพลางสาดน้ำเข้าใส่ร่างเพรียวที่เดินแหวกน้ำทะเลหนีไปอีกฝั่ง 


“ก็มันเบื่อนี่…อุส่ามาทั้งที่ไปนอนเก๊กอยู่ตรงนั้นอยู่ได้ นี่แนะ!!” หันกลับตวาดใส่ร่างสูงสู้กับเสียงคลื่น มือเรียววักน้ำใส่ร่างสูง ก่อนจะเผ่นหนีไปอีกด้านให้เร็วที่สุด หากแต่ก็ยังสู้ความเร็วของอีกคนไม่ได้ 


ข้อมือเรียวสวยถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่จะล้มลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับร่างสูง  นิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียดัง  “ฮ่ะๆ...ขี้โกงนี่!  แรงเยอะกว่า...ฮ่าๆ”


“ใครขี้โกง!? นายนั่นแหละ...มีน้องๆเป็นสมุนตั้งกี่คน” ว่าพลางเบือนหน้าไปมองเด็กผู้ชายและหญิงตัวเล็กที่กำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน


“แต่นายแรงเยอะกว่าอยู่ดี! เห็นมั้ย...เพราะงั้นเอาน้ำนี่ไปกินซะเถอะ” เถียงกลับอย่างไม่ลดล่ะ ก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่วักน้ำใส่อีทึก ก่อนจะสะบัดมือเรียวให้หลุดออกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายต้องปล่อยมือออกเพื่อเช็ดหน้าแน่ๆ


“เล่นนักนะ!” อีทึกเค้นเสียงเย็น ก่อนจะเดินกวาดน้ำเข้าไปหาอีกฝ่าย พร้อมกับสาดน้ำใส่ไปด้วย


นานกว่าที่สงครามสาดน้ำทะเลจะหยุดลง  อีทึกเดินจูงมือฮีชอลขึ้นมาที่ชายหาด หลังจากที่เล่นน้ำกันจนสะใจ ร่างสูงคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดผมให้ ก่อนจะส่งผ้าขนหนูอีกผืนให้อีกฝ่ายเช็ดตัว “เดี๋ยวก็กลับกันเถอะ จะมืดแล้วคงไม่ดีเท่าไหร่”


“อืม...” ตอบรับทั้งที่ยังนั่งมองพระอาทิตย์ตรงหน้าอยู่ อีทึกผ่อนลมหายใจออกเบาๆทิ้งตัวลงนั่งข้างฮีชอล “สวยเนอะ...ถ้ามีจองฮี เราพาเขามาเที่ยวที่นี่นะ”


ชะงักเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มกว้างจางๆ ปล่อยให้ฮีชอลเอนหัวพิงไหล่ของตัวเอง มือเรียวลูบผมเนียนนุ่มที่ยังคงเปียกน้ำหมาดๆของอีกฝ่าย กลิ่นหอมของแชมพุปะทะจมูกทำให้อีทึกต้องก้มลงจูบเบาๆ


“เอาสิ...พาจองฮีมาเล่นน้ำทะเล แล้วก็พวกลิงมาด้วยดีมั้ยล่ะ”


เสียงหัวเราะใสๆ เป็นคำตอบ ฮีชอลหันมองอีทึกที่ถามก่อนจะพยักหน้ารับ นึกถึงหน้าของพวกลูกลิงที่กำลังอยากเล่นกับจองฮีก็ต้องยิ้มกว้าง  “สงสัยลูกเราคงมีอาหน้าตาดีๆเป็นสิบคนเลยล่ะ”


“ฮ่ะๆ”


“นี่....หนาวแล้วกลับกันเถอะ นายมีอัดชุคิระอีกไม่ใช่เหรอ” นานกว่าฮีชอลจะขยับตัวหลังจากที่นั่งเล่น หันบอกร่างสูงที่เอาแต่นั่งมองเขากับเด็กๆพลางอ่านหนังสือไปด้วย พยักหน้ารับก่อนจะส่งเสื้อกันหนาวให้อีกฝ่ายพลางเดินนำไปที่รถ  


......


ถ้ามีกล่องที่ใช้เก็บความสุขเอาไว้ได้....เขาจะขอเก็บมันเอาไว้ได้รึเปล่า?  ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่....ที่จะได้อยู่กับอีทึกแบบนี้ต่อไปจะอีกนานแค่ไหน...หากวันนึงผู้ใหญ่ให้ผมย้ายออกจากหอนี้แล้วต้องไปอยู่ที่อื่นคนเดียว....ผมจะเก็บความสุขเอาไว้ก่อนได้มั้ย?


ก่อนที่ผมจะต้องเดินออกไปเพียงลำพัง....หากวันนั้นมาถึง

.......

TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตอนเล่นน้ำไม่ไหวแล้ว

อ๊ากกกกกกกกกกกก

อยากจะตายยยยยย

มันสีวทที่สุดอ่ะ

คิดภาพทึกใส่แว่นนอนเก๊กออกเลย

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#1 By D R E A M (58.9.154.208) on 2008-05-31 18:06

ช่ายๆ ตอนเล่นน้ำสวีทได้อีกอ่ะ

โอ้ย หวานเกินไปแล้วววววววว

หุหุ นึกภาพตอนพาจองฮีมาเที่ยวด้วยกันกับคุณอาอีก10กว่าคนออกเลย

มีความสุข ลันล้า~

#2 By Dear (58.9.204.53) on 2008-05-31 18:26

อ๊ากกกกกกก

ตอนเล่นน้ำเนี่ยสวีทซะ

แอบอิจฉานิดนึง

555555

ไม่รู้ทำไมทึกซินถึงทำให้มีความสุขได้อย่างนี้นะ

#3 By (124.121.196.91) on 2008-06-01 17:28

เจ้เจ้าเล่ห์ชะมัดเลย
มีการใช้เด็กเป็นเครื่องมืออีกนะ
ตอนเล่นน้ำนี่สวีทสุดๆๆเลย

#4 By Nok (202.29.83.65) on 2008-06-04 20:28