[Fic] Be Amor...2

posted on 01 Jun 2008 18:00 by femodos  in Fic-Be-Amor

 

 

Chapter 2 




‘ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ซุปเปอร์จูเนียร์ก็จะอยู่ตลอดไป’


เขาไม่สนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญ.....แต่เขาเห็นด้วยกับอีทึก  ‘ซุปเปอร์จูเนียร์’ ที่เขารักจะต้องอยู่ตลอดไป การตลาด....ความสำเร็จ.....ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ......ใจจริงเขาแค่อยากจะอยู่กับคนที่เขารัก   อยากจะอยู่กับฮีชอล......กับเพื่อนๆ....ที่นี่แค่นั้น!


“ชั้นเลือกฮีชอลไม่ได้....เขาควรจะอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ตามไปกับชั้นจากบ้านเกิดของเขาไป ฮีชอลควรจะอยู่กับนายที่โซล หมอนั่นไม่เหมาะที่จะเป็นคนจีน....ไม่เหมาะที่จะมาอยู่กับชั้น.....ตั้งแต่แรก” ชายหนุ่มสัญชาติจีนบอกลีดเดอร์ของวงที่เอาแต่นั่งเงียบตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาพูดเรื่องโปรเจคและคนที่ต้องพาไปด้วย


“แต่ฮีชอล....เขาอยากไปกับนาย......นายก็รู้!”  เสียงค้านนุ่มที่เคยฟังดูรื่นหู กลับบาดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของฮันเกิง “เขารักนาย!...อยากอยู่กับนาย!!....ตลอดเวลาที่ผ่านมานายยังมองไม่ออกอีกหรอว่าเขาทำอะไรให้นายบ้าง!”


รู้สิ......รู้ดีด้วย......และเพราะเหตุนี้เขาถึงต้องไป


ฮีชอลพยายามทำทุกอย่าง.....ไม่ว่าที่ไหน....เมื่อไหร่....ฮีชอลก็พยายามเอ่ยถึงเขา
แสดงออกที่คนอื่นมักมองว่าฮีชอลล้อเลียนท่าทางของเขา....แต่ลึกๆนั่นก็เป็นเพราะฮีชอล
ที่ทำให้ทุกคนในเกาหลียังคงจำชื่อ....จำท่าทาง.....จำน้ำเสียงของเขาได้!


“ขอโทษอีทึก....แต่ชั้นเลือกเขาไปไม่ได้จริงๆ หมอนั่นสำคัญสำหรับที่นี่ สำคัญสำหรับซุปเปอร์จูเนียร์ สำคัญสำหรับนายและน้องๆ จะให้ชั้นพาฮีชอลไป....แล้วทิ้งให้กลีบดอกไม้ของเขาต้องเหงา ชั้น...ทำไม่ได้” น้ำเสียงเบาหนักแน่น อีทึกได้แต่ถอนหายใจยาวพยักหน้ารับคำพูดของอีกฝ่าย


“แล้วใคร....ที่นายจะเลือกไป” หลุบตาลงต่ำ อีทึกมองมือเรียวของฮันเกิงที่หยิบรูปบนโต๊ะขึ้นมาช้าๆ


“.....คยูฮยอน” เปลือกตาเรียวปิดลงช้าๆพร้อมกับถอนหายใจยาว ยื่นรูปของเด็กหนุ่มในวงที่อายุน้อยที่สุดให้กับอีทึก


โจคยูฮยอน.....ไม่แปลกที่ฮันคยองจะเลือกคยูฮยอน  ตำแหน่งโทนเสียงที่ใกล้เคียงฮีชอลมากที่สุด  นอกจากตัวเขา....ก็คือคยูฮยอน   เพราะสไตล์การร้องของฮีชอลแตกต่างไปจากเพื่อน....น้ำเสียงเหงาๆที่ทำให้ต้องตั้งใจฟัง  โทนเสียงทุ้มต่ำที่เบาจนแทบไม่ได้ยินแต่กลับก้องอยู่ในหู


ฮีชอลไม่เหมาะจริงๆอย่างที่ฮันคยองพูด....
แต่ลึกๆ......เขาก็แค่รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยพระเจ้าไม่ได้คิดจะเล่นตลกกับเขาตลอดเวลา....
ให้เขาได้มีเวลาอยู่กับฮีชอลบ้างเถอะนะ.....ในเมื่อก็รัก.....ไม่ได้ต่างไปจากฮันคยองเลยด้วยซ้ำ


“งั้นก็ครบแล้วสินะ....มีนาย  คยูฮยอน  ซีวอน  ทงแฮ  รยออุค กับอีกสองคนที่ทางนู้นเลือกเอาไว้” อีทึกขยับมือเรียวหยิบรูปของแต่ละคนขึ้นมาถือเอาไว้  กวาดสายตาไปตามรูปขอเมมเบอร์แต่ละคน


ซีวอน ฮันคยอง....สองคนนี้สนิทกันมากและอยู่ด้วยกันตลอด
คยูฮยอน รยออุค  เคยผ่านเวทีประกวดเดียวกันมาก่อน  สนิทกันตั้งแต่ยังไม่เข้ามาเป็นซุปเปอร์จูเนียร์.....ทงแฮ...ปลาน้อยของเขา  คงไม่มีปัญหาอะไรถ้าทั้งห้าคนนี้จะไปทำงานด้วยกัน 


“เอาเถอะ.....ชั้นเชื่อว่าพวกนายจะได้กลับมา....เร็วๆ”


ฮันคยองยักหัวคิ้วขึ้น รอยยิ้มพราวที่แก้มขาว  “อย่างน้อยนายก็เข้าใจ....อีทึก”


เปล่าเลย.....เขาไม่เข้าใจสักอย่าง 


ไม่เข้าใจว่าทำไมฮันคยองถึงไม่พาฮีชอลไปด้วย.....
ถ้าพาไปยังไง....SJ-M ก็มีโอกาสมากกว่าเดิมแม้จะเพียงแค่หนึ่งเปอร์เซนต์แต่มันก็มีโอกาสไม่ใช่เหรอ....จะได้อยู่ด้วยกัน....แล้วรีบกลับมาที่เกาหลี....กลับมาที่นี่ทั้งห้าคน


แล้วทำไมฮันคยองถึงเลือกที่จะเดิน......เดินจากไปคนเดียว
การไปครั้งนี้หมายถึงอะไร.....ไม่ใช่แค่เขาที่รู้.....แต่ตัวฮันคยองย่อมรู้ดีที่สุด
แล้วทำไม....ถึงเลือกทางเดินเส้นนี้?....


…..

 

“กินอะไรอีกมั้ย…หรือจะนอนเลย” อีทึกมองร่างเพรียวที่เดินเข้ามาในห้องเงียบๆ
ฮีชอลแปลกไปตั้งแต่กลับมาจากคอน....ไม่สิ.....แปลกไปตั้งแต่ทะเลาะกับฮันคยองครั้งก่อนมากกว่า


“กินไม่ลง....” จากที่พูดน้อยครั้งอยู่แล้ว ยิ่งเหลือแค่เพียงคำตอบสั้นๆที่หลุดออกจากปากตอบคำถามคนอื่น....เพียงแค่นั้นจริงๆ  อีทึกถอนหายใจยาว.....รู้หรอกว่าอะไรทำให้ฮีชอลเป็นแบบนี้ 


“ไม่ไปหาฮันหน่อยเหรอ” ปากเรียวเอ่ยถามอย่างยากเย็น


จะมีใครบ้าเหมือนเขาอีกมั้ย.......หยิบยื่นคนที่ตัวเองรักให้กับคนอื่น.......คนอื่นที่มองไม่เห็นค่าของฮีชอลแล้วอย่างนั้นนะเหรอ......หรือว่าคนอื่นที่ฮีชอลรักจนไม่เหลือเผื่อใจให้ใคร
แต่ไม่ว่าจะทางไหน....ฮีชอลก็ไม่ได้รักเขาอยู่ดี


เปลือกตาเรียวสวยเบิกโผล่งมองอีทึกอย่างไม่เข้าใจ  “ชั้น....ทำให้นายรำคาญงั้นเหรอ” แววตาเรียวสวยสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็น


เพราะอีทึกคือขอนไม้ชิ้นสำคัญ....
ขอนไม้ที่เขาเลือกจะคว้าเอาไว้ในเมื่อถูกผลักตกมาจากเรือของฮันเกิง..... 
แต่ตอนนี้.....ขอนไม้ชิ้นสำคัญชิ้นนี้กำลังจะปล่อยให้เขาจมลง....จมไปกับความมืดมืด....


เขา....เห็นแก่ตัวเกินไปสินะ


“เปล่า....ชั้น...ไม่เคยคิดอย่างนั้น” มือเรียวดึงรั้งฮีชอลเข้ามากอด เพราะฮีชอลอ่อนแอแบบนี้ แล้วเขา.....จะทิ้งไปได้ยังไง จะทิ้งคนที่กำลังจะสำลักน้ำตายแบบนี้เอาไว้ได้ยังไง......


“ก็แค่คิด.....ว่าฮีชอลเบื่อที่ชั้นจุ้นจ้านน่ารำคาญรึเปล่า”


“ไม่เบื่อ!....ไม่เคยคิดเบื่อ....ทึกกี้สักครั้ง” ซุกหน้าลงกับอกกว้างบอกเสียงสั่น  นิ้วเรียวจิกลงกับฝ่ามือขาวจนแดง....เจ็บแค่นี้มันน้อยเกินกว่าที่อีทึกเจ็บด้วยซ้ำ


“ขอโทษ...ไปนอนเถอะนะ” กี่ครั้งแล้ว...ที่อีทึกต้องเป็นฝ่ายขอโทษ
ทั้งที่อีทึกเองก็ไม่ผิดอะไร.....คนที่ผิดนะมันเขาต่างหาก.......ผิดที่หลอกใช้ความรู้สึกของอีทึกมาล้อเล่นแบบนี้


“อือ...ขอโทษ” บอกเสียงเบา ปล่อยมือเรียวให้อีกฝ่ายจูงเข้าไปในห้อง


ร่างเพรียวขยับทิ้งตัวลงนอนกับเตียงมองร่างสูงของอีทึกที่นั่งลงด้านข้าง  รอยยิ้มอ่อนโยนกับความอบอุ่นยังคงมีให้เสมอและมากกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำไป  ตั้งแต่วันที่เขา...ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน


เคยสงสัย....อีทึก.....จะให้ความอบอุ่นนี้กับทุกคนรึเปล่ากันนะ?


“นอนเถอะ...ฝันดีนะ” กระซิบบอกข้างหู ก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากเนียนสวย


“หือ...” หยุดเท้าเรียวที่จะก้าว เมื่อจู่ๆนิ้วของคนที่นอนอยู่ก็ดึงรั้งชายเสื้อเอาไว้ “มีอะไร”


“นอนด้วยกัน...นะ” บอกเสียงเบา ปล่อยชายเสื้อของอีทึกเมื่อเห็นว่าร่างสูงถอนหายใจเบาๆ พลิกกลับหันไปอีกฝั่งทันที


จะผิดมั้ย....ถ้าเขาเลือกจะเป็นคนแบบนี้
อยากให้อีทึกตามใจ.....อยากให้อีทึกแคร์เขาตลอดเวลา....เพื่อแทนทีใครคนหนึ่ง


ผิด....ผิดมากสินะ


อีทึกส่ายหน้าระอากับความขี้งอนของอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังทิ้งน้ำหนักตัวลงกับที่นอนด้านข้าง  ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดคนตัวเล็กที่พลิกไปอีกฝั่งให้เข้ามาใกล้ๆ


“ขอโทษ....ฝันดีนะเจ้าหญิง” อ้อมกอดอุ่นกระชับแน่น


ฮีชอลระบายยิ้มจางๆ “อือ....ฝันดีนะทึกกี้”


เขาเคยมีความสุข....ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนรักของฮันเกิง
แต่ตอนนี้.....ความสุขที่ว่านั่นคือฝันร้ายของเขา.....ฝันร้ายที่ลืมและลบออกไปไม่ได้
อ้อมกอดอบอุ่นคำบอกรักที่พร่ำบอกจากปากของฮันเกิง.......ค่อยๆเลือกหายไปเรื่อยๆ.....หายไป


ฮันเกิงเก่งที่ทำให้เขา ‘คิมฮีชอล’ กลายเป็นคนร่าเริง สดใส มีรอยยิ้มหวานๆที่ใช้ละลายใจใครต่อใคร ไม่ว่าจะกับเพื่อนน้องๆในวง แฟนคลับและกลีบดอกไม้....แต่ฮันเกิงก็เก่ง….ที่ทำให้เขากลายเป็นคนเย็นชาได้ขนาดนี้


รอยยิ้มหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?
เสียงหัวเราะที่เคยดังก้องอยู่เสมอหายไปจากเขาตอนไหน?
แล้วหยดน้ำตาที่เคยรินไหล....หายไปจากดวงตาเศร้าๆคู่นี้เมื่อไหร่กัน? 


เหลือเพียงแค่....รอยยิ้มสวยที่ไม่มีค่า  ไม่มีความหมาย ไม่มีความรู้สึก
เสียงหัวเราะ....ที่เกิดจากการแสดง
และดวงตาที่แดงช้ำๆ....จากการกลั้นหยดน้ำตาแค่นั้น


“ชั้นไม่ยอมรับโปรเจคนี่!” เสียงหวานเย็นเฉียบจากปากเรียว
ฮันเกิงถอนหายใจยาว  มองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ยืนนิ่งมองกระดาษในมือที่เขาเผลอลืมเอาไว้ในห้อง


“....แต่พวกผู้ใหญ่....”


“ถ้าชั้นไม่ยอม...พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ชั้นจะไปหาลีซูมาน” บอกเสียงเย็นอย่างเคย ก่อนจะเดินผ่านร่างของฮันเกิงไปที่ประตู


“หยุดซะทีเถอะน่าฮีชอล!...รู้มั้ยว่าชั้นคอยมันมานานแค่ไหน” ปลายเท้าชะงัก  หันมองร่างสูงที่ตะโกนออกมาอย่างไม่เคยเป็น


“...ฮัน....นายพูดอะไร?” แววตาเรียวสวยสั่นไหว ถามกลับไม่เต็มเสียง...ฮันบอกว่าอะไร?


“ชั้นถามว่านายพูดอะไร?! นายกำลังคิดอะไรอยู่ฮันเกิง!!....นายก็รู้ว่าโปรเจคนี่หมายความว่าไง!....ถ้านายไป....คิดเหรอว่านายจะได้กลับมา!” ตวาดใส่ร่างสูงที่เอาแต่ยืนเงียบ


ครั้งก่อนเขาเคยต่อต้านการรับสมาชิกคนที่ 14
แม้จะยังไม่มีใครรู้....แต่ข้อความที่เคยลงเอาไว้ในไซเวิลด์ของเขา…

13+1=0
13-1=0…

ก่อนที่มันจะถูกสั่งให้ลบออกไป...เขาเชื่อว่าต้องมีคนเข้าใจ 
เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ...ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลด...เขาก็ไม่ต้องการ!  ไม่ต้องการทั้งนั้น!!


แต่แล้ว....เขาก็ทำไม่ได้!


สมาชิกคนแรกที่ต้องออกมายอมรับการรับสมาชิกเข้ามาในวง....ก็ไม่พ้นคิมฮีชอล...นักร้องคนสำคัญที่มีแฟนคลับเป็นของตัวเองเยอะที่สุด


เขาคือคนแรกที่ออกมายอมรับเพื่อลดการสร้างกระแสต่อต้าน....
และมันก็ทำได้อย่างที่ทุกคนต้องการ  แต่ลึกๆใครจะรู้ว่านั่นเป็นเพียงแค่ข้อแลกเปลี่ยน.....
ข้อแลกเปลี่ยนที่จะรักษาซุปเปอร์จูเนียร์ให้อยู่ต่อไป...


เรื่องนี้...มีแค่เขาและอีทึกที่รู้
มีแค่พวกเขาสองคน....ที่ต้องเจอกับเรื่องบ้าๆพวกนี้
แล้วนี่อะไร?...ทำไมโปรเจคนี้ถึงเกิดขึ้นมาอีก… ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้....!!


“รู้สิ!  แต่มันถึงเวลาแล้ว...ถึงเวลาที่ชั้นต้องกลับไปที่บ้าน....ไปตอบแทนพี่น้องของชั้น” เปลือกตาเรียวหลุบต่ำหลบสายตาตัดพ้อจากฮีชอล ฮันคยองเบือนหน้าหนีไปอีกทาง


ใช่....ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องหยุด
ไม่ว่าจะความรู้สึก....ความสัมพันธ์หรือความคิดที่จะอยู่ที่นี่


เพราะเขา......อยู่กับฮีชอลไม่ได้อีกแล้ว
ไม่ใช่ไม่รัก....หากแต่ยังรัก......รักมากด้วยซ้ำ
แต่เขาต้องเลือกระหว่างความจริงที่สำคัญกว่านั้น......สำคัญกว่าคนที่รักเขาที่นี่


“...แต่ ถ้านายไป...มันก็หมายถึงนายจะไม่ได้กลับมานะ...ทำไมล่ะ?  ทำไมต้องเลือกทางนี้...ทำไมต้องทำตามที่พวกนั้นสั่ง!”


ถ้าบอกออกไปว่าไม่มีคนสั่ง....ไม่สิ....ถ้าบอกว่ามันเป็นความต้องการของเขาด้วยส่วนหนึ่ง
เขาจะทำให้ฮีชอลเจ็บแค่ไหนกันนะ?.....


“ฮีชอล!”


........


TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่ปอน..เดียร์อ่านไปร้องไห้ไปอ่ะ

สงสารเจ๊อ่ะ คงเจ็บมากที่ฮันทำแบบนี้

สงสารทึกที่ได้แต่รักข้างเดียว ยอมทำได้เพื่อฮีชอลทุกอย่าง แม้จะเป็นแค่ขอนไม้ให้ฮีชอลเกาะก็ตาม

ฮือT^T เป็นบ้าไปแล้ว นึกถึงเพลงขอนไม้กับเรือ

#1 By Dear (58.9.194.84) on 2008-06-01 18:37

เพิ่งเจออ่ะค่ะ

เดี๋ยวไปอ่านก่อนน่า

แล้วจะมาเม้นให้

#2 By Oneely (125.25.177.5) on 2008-06-01 20:09

''''''''''''''''''''''''''''''''''''

'''''''''''''
'''''''''''''

#3 By ll Pond ll on 2008-06-02 19:14

เฮือก

. . .


ป๋า ทิ้ง เจ๊ไปได้ไง

เฮ้อ พี่ทึก โคด รักเจ๊

เจ๊อย่า คิดมาก สิ

>< cry

#4 By vitaminz on 2008-06-02 21:06

พี่ยังไม่ได้อ่านนะย่ะ...
เด๋วพุ่งนี้มาเม้นให้นะ

#5 By พี่นู๋ใหม่ (125.26.62.93) on 2008-06-07 16:43

สงสารป๋าที่ต้องเลือก

สงสารทึกที่ยอมทุกอย่าง

แม้กระทั่งการรักเจ๊ข้างเดียว

แม้จะรู้ว่าเจ๊ยังรักฮันอยู่

แต่เข้าใจนะ ว่าทึกมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้

#6 By tupatoo (124.121.238.77) on 2008-06-07 20:22

เฮ้อ....T^T

พูดม่ายออกเลย

เศร้า...T^T

#7 By เกด (124.121.62.199) on 2008-07-24 13:57