[Fic] Be Amor...4
posted on 24 Jun 2008 18:47 by femodos in Fic-Be-Amor
Chapter 4
“อึ๊ก!... “นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างในความมืด ยกมือเรียวขึ้นปิดปากอย่างเคย....
ตั้งแต่ที่มีเรื่องกันครั้งนั้นเขารู้ตัวดีว่าส่วนลึกในใจ....มันกำลังเจ็บปวดอย่างสุดๆ
ไม่สิ...เขาก็แค่โหยหาและรู้สึกเหงาจนจับใจเท่านั้น….
คำพูดทุกคำของฮันเกิงไม่ต่างไปจากพายุของอารมณ์ เหมือนเกลียวคลื่นมามากคอยซัดโถมเข้ามาในที่ว่างในใจ....ที่ว่างที่เขากำลังลอยคออยู่ในนั้น ซัดเข้ามาทำให้เขาจุกให้เขาเจ็บและสำลักน้ำเจียนตาย....
ให้เขาจมลงไป.....จมลงไปจนมิด
มองไม่เห็นแสงสว่างอีกเลย....
อ้อมกอดอุ่นกระชับไหล่บางเข้ามาใกล้ มือเรียวลูบผมเนียนของฮีชอลอย่างเบามือ ไม่มีคำพูด ไม่มีเสียงปลอบโยนมีแต่อ้อมกอดของอีทึกเท่านั้นที่ยังคงเป็นของฮีชอลเสมอ นานที่ร่างเพรียวในอ้อมกอดจะขยับ อีทึกปล่อยมือเรียวที่โอบตัวอีกฝ่ายไว้ออก “ดีขึ้นแล้วหรอ”
“อือ....ทำให้ตื่นสินะ” ถามกลับ ก่อนจะขยับตัวพิงอีทึกเอาไว้ให้อีกฝ่ายกอดเหมือนเดิม
“ไม่หรอก นอนไม่หลับอยู่แล้ว” ตอบกลับเสียงเบา
เขานอนไม่หลับ.....ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ฮีชอล....หรือสิ่งที่กำลังจะเกิด?
เขาเองก็ไม่ต่างไปจากฮีชอลเท่าไหร่......รู้ดีว่าความหมายของผู้ใหญ่คืออะไร.....ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องจบ
เขาไม่อยากให้เมมเบอร์ของเขาต้องเป็นแบบนั้น!
แต่เขา....จะทำอะไรได้?
ในเมื่อทุกอย่างที่ทำได้.....ทุกอย่างที่เคยพยายามมาตลอด.....มันทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว
เขาเป็นลีดเดอร์.....ลีดเดอร์ต้องสนับสนุนและดูแลคนอื่นๆ
เพราะงั้นเขาถึงต้องสนับสนุนโปรเจคบ้าๆนี่! และต้องคอยดูแลฮีชอล....
ไม่สิ....เรื่องฮีชอลเขาเต็มใจ แม้ว่าคนตัวเล็กข้างๆเขาจะไม่พูด
เขาก็ยินดีที่จะยื่นตัวเองให้อีกฝ่ายเกาะกุม....ยึดเอาไว้ไม่ให้จมไปมากกว่านี้
ทำไมจะไม่รู้....ว่าเขาคือขอนไม้ของฮีชอล
นัยน์ตากลมโตสีดำสนิทมองตรงมาที่เขาไม่หลบ แววตาที่ว่านั่นมองเขาอย่างสื่อความหมายว่าห่วงใย....ก็แค่ความห่วงใยแบบเพื่อนเท่านั่นแหละ
แต่มันก็ทำให้เขามีความสุข....
เขาเคยสงสัย....ว่าในนั้นมันจะมีรูปเขาอยู่บ้างรึเปล่า?.....เพราะฮีชอลไม่เคยแสดงออกอะไรกับใคร
คนเพียงคนเดียวที่เขาเห็นว่าอยู่ในนั้น....มีเพียงฮันเกิงคนเดียวเท่านั้น
แล้วตอนนี้.....ใครกันที่จะได้เข้าไปอยู่ในนั้น? หรือว่าจะไม่มีอีกเลย....
“คิดอะไรไปเรื่อยนะ....” มองคนตัวเล็กก่อนจะกระซิบบอกเบาๆ
ฮีชอลขยับตัวเล็กน้อยยันตัวเองขึ้นจากอกกว้างของอีกฝ่าย “จะไปอุ่นนม....ทึกกี้เอาด้วยมั้ย”
พยักหน้ารับเป็นคำตอบ ฮีชอลยิ้มจางๆก่อนจะเดินออกไป
อีทึกก็แค่ใจดี....เพราะงั้นก็เลยโอบกอดเขาเอาไว้ในช่วงเวลาแบบนี้
เปล่าเลย....
ฮีชอลต่างหากที่ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่.....ต่อให้เขารักฮีชอลมากแค่ไหน รู้ดีว่าฮีชอลไม่มองเขาแน่ๆ
คนเงียบๆแบบนั้น ยอมเปลี่ยนตัวเองให้ร่าเริง ให้สดใสเพื่อคนคนเดียว....ฮันเกิง
เขาเฝ้ามองมานานแค่ไหน....ไม่มีใครรู้
แต่ตอนนี้ที่เขารู้...เขาอยากโอบอุ้มและป้อนความรักของเขาให้ฮีชอล
รู้ดีว่ามันไม่ต่างอะไรจากคนเห็นแก่ตัว....เพราะเขา.....หวังผลตอบแทนของมัน
ยิ่งให้ความอบอุ่นไปมากเท่าไหร่ฮีชอลก็ย่อมขาดไม่ได้เท่านั้น!
เขาอยากให้ฮีชอลเป็นของเขาเพียงคนเดียว.....อยากให้รอยยิ้มนั่นยิ้มให้เขาหัวเราะกับเขา.....แสดงความรู้สึกออกมากับเขา....อยากให้เสียงหวานๆนั่นเรียกชื่อเขาและอยู่กับเขาแบบนี้ตลอดไป....
แบบนี้....จะเรียกว่าเขาใจดีได้อีกเหรอ?
ในเมื่อเขารัก.....ให้ความรัก....และท้ายที่สุด....เขาหวังความรักตอบแทนจากฮีชอล
เสียงกุกกักจากหน้าประตูเรียกให้อีทึกลุกออกจากเตียงไปหาต้นเสียงได้ไม่ยาก มือเรียวเปิดประตูก่อนจะเอื้อมรับแก้วนมร้อนๆจะร่างเพรียวหน้าห้อง ฮีชอลเดินตามแผ่นหลังเนียนเข้ามาเงียบๆ ทิ้งตัวลงกับเตียงอย่างเคยก่อนจะรับแก้วนมจากอีทึก
“มะรืนนี้....จะไปส่งพวกนั้นมั้ย”
น้ำหนักจากด้านข้างเรียกให้ฮีชอลหันกลับไปมอง เอนหัวเล็กๆของตัวเองพิงกับไหล่ของอีทึก “ไปสิ....”
อีทึกพยักหน้ารับ ยกมือเรียวลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ “อืม....ไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกคนจะรู้สึกยังไงนะ” ดึงฮีชอลเข้ามากอด ใบหน้าสวยซุกลงกับไหล่ของอีทึก “บางทีพวกนั้นอาจจะยังไม่นอนก็ได้”
“ไม่หรอก....น่าจะนอนหลับจนหมดแรงมากกว่า” เสียงหวานอู้อี้บอก
อีทึกหัวเราะขำๆ “นั่นสินะ...เหนื่อยกันซะขนาดนั้น”
......
ท้องฟ้าที่ว่างเปล่าเพียงพอแล้วสำหรับความเหน็บหนาว
ผมวิ่งผ่านความรู้สึกแบบนี้จนตัวเองแทบจะหายใจไม่ออก..... เรื่องราวของพี่อีทึกที่ผมอยากจะลืม จนกระทั่งตอนนี้....ภายในใจของผมมันมีแต่ความว่างเปล่า
ทำไมนะ...ทั้งที่ผมรู้ดีว่าการรอคอย....มันต้องแลกกับความเจ็บปวด
แล้วทำไมผมถึงยังคิดที่จะรอพี่อีทึกอยู่แบบนี้อีกต่อไปกันนะ?
อาจเพราะผมรู้.......รู้ว่าสักวันหนึ่งพี่อีทึกจะเหนื่อย.......เหนื่อยจากการตามพี่ฮีชอล
ผมถึงเลือกจะคอย......คอยอยู่เงียบๆแบบนี้
แต่หลังจากวันนี้......ทำไมการรอคอยของผมมันถึงเหมือนกำลังจะหมดหวังกันนะ
คงเพราะท่าทีของพี่ฮีชอลหรือพี่อีทึกที่ทำให้ผม.......ต้องมานั่งเศร้าคร่ำครวญอยู่แบบนี้เพียงคนเดียว
ผมกำลังร้องไห้.....ทั้งที่เมื่อก่อนพี่อีทึกก็จะอยู่เคียงข้างผมเสมอ....แล้วทำไมตอนนี้ผมถึงร้องไห้เพียงคนเดียว ผมแพ้พี่ฮีชอลตรงไหนกัน?
ความรักของผม....มากกว่าด้วยซ้ำ
เฝ้ามองพี่อีทึกมานานแค่ไหน.....พยายามทำทุกอย่างให้พี่อีทึก
แต่ทำไม....แสงจันทร์ของพี่อีทึกถึงทำให้ผมเจ็บปวดได้ขนาดนี้….หรือเพราะผมไม่สามารถไปให้ถึงพี่อีทึกอย่างนั้นนะเหรอ?
แต่ถ้างั้นทำไม....ผมถึงยังเขียนคำคำนี้ลงไปกันล่ะ?
??…???…
นิ้วเรียวสวยเขียนตัวอักษรสามตัวสุดท้ายลงในสมุดบันทึกของตัวเอง อีทงแฮวางปากกาในมือลงกับโต๊ะก่อนจะปิดสมุดลงเก็บไว้ในลิ้นชักด้านล่าง ถอนหายใจยาว....
“พี่อีทึก....ผมแพ้พี่ฮีชอลตรงไหนหรอฮะ” มือเรียวยกขึ้นกอดตัวเองเงียบๆ มองแสงจันทร์ที่สะท้อนเข้ามาทางหน้าต่างมุมห้อง “ทำไม....ถึงไม่เคยมองผมบ้าง”
อีกไม่กี่วันเขาก็ต้องไปจีนกับพวกพี่ฮันคยอง.....การเดินทางที่ไม่มีใครคาดคิด
แต่สำหรับผม....ไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่สนใจอยู่แล้ว.....ถ้าความจริงคนที่ไปจะเป็นพี่ฮีชอลอย่างที่ทุกคนพูด....ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงรู้สึกดีกว่านี้
ทำไมพวกเขาสองคนต้องมาเลิกกันในเวลาอย่างนี้?....ทำไมต้องเป็นแบบนี้!
พี่ฮันคยองเลือกคยูฮยอน....ซีวอนเลือกผม....เหมือนอย่างที่ผมเลือกรยออุค แล้วทำไมคยูฮยอนถึงไม่ใช่พี่ฮีชอลกันนะ?....ถ้าเป็นพี่ฮีชอล อย่างน้อย...ผมก็ยังคงมีหวัง
หวังว่าอย่างน้อย....พี่อีทึกก็ยังไม่ใช่แบบนี้
ผมอิจฉา.......อิจฉาพี่ฮีชอล!
ผมโกรธ......โกรธพี่ฮันคยองที่ทำแบบนี้!
แต่ส่วนลึกในใจของผม.......ผมเกลียดพี่อีทึก!....เกลียดที่พี่ไม่เคยหันมามองผมบ้าง!
แล้วทำไม....ทั้งที่เกลียดแต่ผมกลับ......กลับลืมและตัดใจจากพี่อีทึกไม่ได้?
ทำไม.....ผมถึงยังรักพี่อีทึกต่อไปอีก?
“ผมควรจะทำยังไงดี?....พี่อีทึก” ทิ้งตัวลงกับที่นอนด้านข้าง ดวงตาเรียวสวยปรือลงด้วยความเหนื่อย...เหนื่อยจากความจริงทั้งหมด...และเหนื่อยกับความรู้สึกจากภายใน
......
ชายหนุ่มในชุดเสื้อเดรสสีแดง กับเสื้อกันหนาวสีขาวของอีทึกที่ถูกบังคับให้คลุมเอาไว้ ขับผิวขาวเนียนของฮีชอลให้เนียนสวยยิ่งขึ้น ฮีชอลยืนเงียบข้างอีทึกอย่างใจเย็น รอสมาชิกคนอื่นๆที่กำลังทยอยเดินลงจากรถ
สายตาเรียวทอดยาวมองแผ่นหลังของคนคุ้นเคยที่ขยับตัวลงมาตามคนอื่นๆเป็นคนสุดท้าย แว่นกันแดดสีดำของอีทึกทำให้ทุกคนไม่รู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกยังไง
อีทึกได้แต่มองสีหน้าเรียบเฉยของฮีชอล สงบจนคิดไม่ออกเลยว่าภายในใจจะนิ่งสักแค่ไหน...หรืออาจจะร้อนรุมสุดๆเลยก็ว่าได้
“เร็วๆเข้า....ระวังนักข่าวด้วยล่ะ” เสียงทุ้มแหบพล่าของผู้จัดการ อีทึกขยับดึงมือเรียวของฮีชอลให้เดินตามคนอื่นไป....แม้จะอยู่รั้งท้ายสองคนก็เถอะ
“รีบไปรีบกลับล่ะ”
“นั่นสิ...อย่าลืมซื้อของมาฝากด้วยนะ”
“อือ....”
“พวกนายนี่ยังไง...ชั้นไปทำงานนะ ไม่ได้จะไปเที่ยวซะหน่อยสั่งของฝากเป็นว่าเล่นเลย” เสียงหวานทุ้มของอีทงแฮว่าใส่เพื่อนคนอื่นๆที่เอาแต่สั่งของฝาก หน้าเรียวสวยที่เคยสดใสดูยุ่งจนเห็นได้ชัดหากแต่ยังคงแต้มด้วยรอยยิ้ม
เสียงหัวเราะมากมายที่ทำให้เขาและฮีชอลพลอยหัวเราะไปด้วย อีทึกขยับเดินเข้าไปใกล้ๆกับเมมเบอร์ที่ยืนคุยกับคนอื่นๆอยู่
“ทงแฮ...ตั้งใจทำงานล่ะ มีอะไรก็โทรมาหาพี่ได้นะ” บอกทงแฮ
เด็กหนุ่มแยกเขี้ยวใส่แววตาเรียวสวย...เหลือบมองร่างเพรียวด้านข้างของอีทึกที่ยืนยิ้มให้ “เจ็บตาเหรอฮะ...ทำไมใส่แว่นล่ะ” เสียงหวานถามเย็นๆราบเรียบ
“...เปล่าหรอก” ฮีชอลชะงักน้อยๆ เสมองไปอีกทางที่เขาเห็นว่าฮันเกิงหันมองตามที่ทงแฮถาม ยิ้มหวานให้ก่อนจะดึงมือออกจากมือเรียวของอีทึกถอดแว่นออก
นัยน์ตากลมโตสดใส ร่าเริงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวทงแฮอย่างเอ็นดู “ตั้งใจทำงานนะ....ฝากรยออุคด้วย”
ทงแฮพยักหน้ารับ มองร่างเพรียวตรงหน้าที่ขยับไปคุยกับคยูฮยอนด้านข้างพร้อมกับพี่อีทึก
ทำไมกันนะ...
ทั้งที่คิดว่าพี่อาจจะรู้สึกเสียใจบ้าง...เพราะยังคงรักพี่ฮันคยองแท้ๆ....แล้วทำไม?
ถึงได้อ่อนโยนไม่ต่างไปจากเดิมเลยสักครั้ง....มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นใช่มั้ยที่เป็นแบบนี้
ต้องเก็บความรู้สึกข้างในอยู่คนเดียว......
“ฮันเกิง....ฝากน้องๆคนอื่นด้วยนะ นายเป็นเจ้าบ้านเพราะงั้น...ดูแลให้ดีล่ะ” อีทึกพูดกับร่างสูง แต่สายตากลับอยู่กับคนสวยด้านข้างที่มองฮันเกิงเงียบๆ
ถามว่าเขาเจ็บบ้างมั้ย?....เจ็บสิ
ในสายตาของฮีชอลไม่เคยมีเขาอยู่เลยสักครั้ง.....แต่ตอนนี้เขายังเชื่อว่าฮีชอล....จะไม่กลับไป
กลับไปยืนเคียงข้าง....ฮันเกิงอีกครั้ง…
“ทำให้ดีที่สุดนะ....เพื่อตัวนายและแฟนคลับ” ไหล่หนาถูกคนตัวเล็กวางมือลงมาตบเบาๆอย่างที่พี่มีให้กับน้อง....ทั้งที่เมื่อก่อนเคยสัมผัสความอบอุ่นได้จากมือคู่นี้ แต่ตอนนี้.....สัมผัสได้แต่ความว่างเปล่า....และโหวงเหวง
เสียงหัวเราะจากทงแฮเรียกให้อีทึกรู้สึกตัว....เมื่อครู่เขารู้ดีว่าเขาเหมือนเพียงแค่ตัวประกอบ
คิ้วเรียวสวยขมวดน้อยๆไม่ต่างไปจากร่างเล็กด้านข้าง เมื่อจู่ๆมือเรียวของฮันเกิงก็เอื้อมมาคว้าข้อมือสวยของฮีชอล
อยากจะเอื้อมมือไปปัดให้ออกห่าง....แต่อีทึกทำได้เพียงแค่ยืนมองคนสองคนตรงหน้าเงียบๆ ถ้าฮีชอลไม่มีท่าทีว่าไม่พอใจ....เขาก็จะไม่เข้าไปวุ่นวาย
ฮีชอลยกหัวคิ้วขึ้นเป็นคำถาม....ยิ้มให้ร่างสูงอย่างเคยหากแต่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะเป็นฝ่ายดึงมือออกเองช้าๆเมื่อเห็นว่าฮันเกิงไม่ได้พูดอะไร นิ้วเรียวสวยกระตุกชายเสื้อของอีทึกเบาๆ ก่อนจะขยับถอยหลังให้คนอื่นๆเดินเข้ามาคุยกับฮันเกิงและซีวอน
ฮันเกิงชะงักมือเรียวเมื่อครู่ มองสองคนที่ถอยหลังเดินออกไปยืนรั้งท้าย
รอยยิ้มสวยมีให้กับฮันเกิงอีกครั้ง....ใบหน้าหล่อคมคายยิ้มรับเงียบๆ
เจ็บจนอยากเข้าไปกระชากฮีชอลให้ออกมา.....แต่ก็ทำอะไรไม่ได้....ในเมื่อเขาเป็นคนผลักไส้ให้ฮีชอลเดินออกไปเอง....เขาเป็นคนเลือกเองแล้วยังต้องการอะไรอีก
เสียดายที่ของของตัวเองกำลังจะกลายเป็นของคนอื่น
เจ็บ.....ที่จู่ๆก็มีคนที่อบอุ่นและพร้อมจะปกป้องฮีชอลแทนเขาได้....
แต่ที่มากกว่านั้น......อีทึกสามารถทำให้ฮีชอลเปิดใจได้มากกว่าเขาด้วยซ้ำ!
ตลอดเวลาที่เกิดขึ้นเขานอนคิด.....ว่าฮีชอลจะอยู่ยังไง?
ใต้กำแพงที่แข็งแกร่งราวเพชรนั้น.......มีหัวใจที่อ่อนปวกเปียกซ่อนอยู่....
ถ้าหากเขาเป็นคนทำลายกำแพงอันนั้น......แล้วใครจะเป็นคนปกป้องหัวใจดวงนั้นเช่นกัน...
ในเมื่อฮีชอลไม่ใช่คนที่เชื่อใจใครง่ายๆ....ไม่ยอมเปิดใจกับใครด้วยซ้ำ
แล้วใครจะเข้ามาดูแลคนอ่อนแอแบบนั้น......ในช่วงที่เขาไม่อยู่
แต่ตอนนี้เขาได้คำตอบแล้ว....
คิมฮีชอล.....เลือกที่จะซุกตัวอยู่ใต้ปีกเข้มแข็งของอีทึกสินะ
เขาเคยรู้สึกชอบความอบอุ่นของอีทึก........แต่ตอนนี้ความอบอุ่นนั่นกำลังทำให้เขาเกลียด!
เคยคิดว่าทำไมอีทึก......ถึงต่างไปจากคนอื่นๆทุกครั้งที่เข้าใกล้ฮีชอล
ตอนนี้......เขารู้แล้ว
จะผิดมั้ย....ถ้าเขาจะย้อนกลับเดินไปที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง แล้วปฏิเสธสัญญาพวกนั้น.....และอยู่กับฮีชอลอย่างเคย จะผิดมากมั้ยนะ?
ใบหน้าเรียวสวย ขมวดคิ้ว...ตาเรียวสวยที่เคยสดใสกลับกลายเป็นดุ ทงแฮได้แต่มองพี่อีทึกกับพี่ฮีชอลที่ขยับไปยืนรั้งท้ายกันสองคนเงียบๆ
อยากจะเข้าไปแล้วกระชากพี่อีทึกออกมา....
ก็ในเมื่อสายตาของพี่ฮันคยองที่ยื่นข้างๆเขายังคงเหลือบมองพี่ฮีชอลอยู่จนสุดสายตาตลอด....
ทั้งที่มองยังไงก็รู้....ว่าพี่ฮันคยองยังรักพี่ฮีชอล แล้วทำไม...ถึงไม่เข้าไปพูดให้รู้เรื่อง ทำไมถึงปล่อยให้พี่ฮีชอลไปอยู่กับพี่อีทึกแบบนั้น!?
“เป็นอะไรนะทงแฮ...ทำหน้าแบบนั้น” เสียงทุ้มของฮันเกิงถามร่างเพรียวด้านข้าง
“ทำไม....ทำไมถึงไม่เข้าไปพูดกับพี่ฮีชอลล่ะฮะ...ยังรักอยู่ไม่ใช่เหรอ” ทงแฮหันกลับมาฮันคยองไม่หลบ นัยน์ตาเรียวสวยเกรี้ยวกราดอย่างเห็นได้ชัดจนร่างสูงไม่เข้าใจกับท่าทางของรุ่นน้อง
“ทงแฮ?” ซีวอนเขยิบเข้ามายืนข้างๆกับฮันเกิงที่หลุดชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ เด็กหนุ่มที่น่ารักสดใสเมื่อครู่หายไปไหนกันนะ? ทำไมอีทงแฮถึงได้กลายเป็นแบบนี้...
“....ผมปวดหัว....ถ้าจะไปแล้วมาเรียกด้วยล่ะซีวอน” บอกปัดเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้าไปหารยออุคที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้พักกับพวกคยูฮยอน
เขาพูดไม่ได้....ซีวอนเป็นเพื่อนสนิทของเขา
แต่ที่มากกว่านั้น...เขารู้ว่าซีวอนคิดยังไงกับพี่ฮันคยอง...
ถ้าเขาพูดออกไปซีวอนก็ต้องเสียใจ.......ถึงเขาอยากจะพูดก็เถอะนะ....แต่เขาก็รู้ว่ารั้งแต่จะมีคนเจ็บ
หากพี่ฮีชอลไม่คิดจะกลับมาอยู่กับพี่ฮันคยองอีก....
พี่อีทึกก็ไม่คิดจะหันกลับมามองเขาแน่ๆ....ตราบใดที่พี่ฮีชอลยังเป็นแบบนี้...
แล้วซีวอนก็ต้องเจ็บปวดเงียบๆต่อไป...ไม่ต่างจากเขา!
“รีบไปรีบกลับ ระวังตัวด้วยนะ...” หลายเสียงประสานกันบอกเพื่อนๆ ฮีชอลเพียงแค่ลูบผมเนียนของแต่ละคนอย่างเอ็นดูไม่ต่างจากอีทึกที่ยืนอยู่ข้างๆตลอดเวลา
“แล้วเจอกันนะ...” เสียงบอกลาเบาไปเรื่อยๆ เหลือเพียงแค่พวกเขาที่ยืนมองแต่ละคนเดินไปเงียบๆ ก่อนจะค่อยๆทยอยกันกลับไปขึ้นรถ
จะหวังอะไรอีก....ถ้านี่คือสิ่งที่เอสเอ็มต้องการ
พวกเขาก็จัดให้อย่างที่ต้องการแล้วไง....ทุกคนที่ถูกเลือกไปเป็นคนที่มีความสามารถด้านภาษาจีนมากพออยู่แล้ว
แอบแปลกใจ....ที่ทำไมเขาถึงได้รอดจากโปรเจคนี้กันนะ?
แต่จะยังไงมันก็ไม่สำคัญ....ในเมื่องานของเขามันยังไม่จบ
สัญญาข้อแลกเปลี่ยนไม่เคยจางหายไป....หากแต่มันยังอยู่ตลอดเวลา
และเขาก็ยังคงต้องวนเวียนอยู่ในกงล้อของมันตลอดไป
หากโปรเจคใหม่ไม่สำเร็จ....เขาและอีทึกก็ยังมีข้อแลกเปลี่ยนในการรักษาซุปเปอร์จูเนียร์เอาไว้
อยากรู้เหมือนกัน...ว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบ?...พวกเขาหรือว่า....สังกัด
แต่ที่รู้ๆ....เขาเสียเปรียบทั้งสองทาง
ในเมื่อรั้งฮันเกิงเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว....แล้วเขา....จะรั้งซุปเปอร์จูเนียร์เอาไว้ทำไม?
แต่หากวันหนึ่งซุปเปอร์จูเนียร์ต้องมีคนอื่นเข้ามาแทนที่…..เขาก็ยอมไม่ได้อยู่ดี
เมื่อก่อนเขาอาจจะทำอะไรเพื่อเหตุผลเดียว....เพื่อรั้งฮันเกิงให้อยู่กับเขาให้ได้
แต่ตอนนี้เขาเรียนรู้ทุกอย่างจากอีทึก....เขาจะไม่เห็นแก่ตัวอีกต่อไป
แม้อีทึกจะบอกว่า...อยากให้ซุปเปอร์จูเนียร์อยู่ตลอดไป...แต่สำหรับเขา
สำหรับตอนนี้...จะมีคนเข้ามาอีกเท่าไหร่เขาก็คงทำอะไรไม่ได้....แต่หากต้องเสียสมาชิกคนใดคนหนึ่งออกไป.... เขาคงไม่ยอม!
เพราะงั้นตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา....
คือการรักษาซุปเปอร์จูเนียร์ที่เป็นเพียงแค่โปรเจคแบบนี้ต่อไป....
ในเมื่อซุปเปอร์จูเนียร์คือความฝันของเขา.......และความฝันของทุกคน…..
“ทึกกี้...” เบือนหน้ากลับมาจากหน้าต่าง มองร่างสูงข้างตัวที่หันหน้าออกไปอีกฝั่งเช่นกัน
“หือ....มีอะไร” ใบหน้าเนียนหันมาหาเขาอย่างเคย ยิ้มหวานให้ก่อนจะปล่อยให้ฮีชอลพิงไหล่ “คิดอะไรอยู่...เห็นเงียบไปเลย”
“คิดไปเรื่อยนะ...แล้วทึกกี้ล่ะ” บอกปัดไปเรื่อยๆ ก่อนจะถามคนข้างตัวกลับ
“คิดเรื่องโปรเจคใหม่นั่นแหละ.....ภาวนาให้มันไปได้ดี” น้ำเสียงทุ้มหวานบอกเสียงเบากว่าเดิม อีทึกคงรู้สึกกลัว....เหมือนอย่างที่เขากลัว....กลัวการสูญเสีย “อีกสองวันนายต้องไปทำเลสิก....ชั้นไม่อยู่... ไม่เป็นไรนะ”
“อือ...ไม่เป็นไร” นัยน์ตาเรียวของอีทึกมองตรงไม่หลบ....
ไม่เป็นไรแน่เหรอ?....ทั้งที่ที่ผ่านมา....ฮีชอลอยู่ได้ก็เพราะมีเขาโอบอุ้มแล้ว...จะไม่เป็นไรแน่เหรอ
“ไม่เอาน่า....ชั้นเข้มแข็งพอนะ” ริมฝีปากอิ่มบอกอีทึกอย่างเคย ร่างสูงมองฮีชอลอย่างไม่เชื่อใจ
แววตาที่กำลังสั่นไหวแบบนี้นะเหรอ?....ที่จะให้เขาไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล....เขาคงทำไม่ได้
“ถ้าไม่เชื่อ...ชั้นก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว....” บอกเสียงเบาก่อนจะขยับดันตัวออกนอกอ้อมกอดของอีทึก
ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจหนักๆ....ก่อนจะเอื้อมรั้งคนเมื่อครู่ให้เข้ามาในอ้อมกอดอีกรอบ “ขอโทษ...แค่เป็นห่วงมากไป” กระซิบบอกข้างหู
“อือ...ไม่เป็นไร...เชื่อสิ”
เขาไม่อยากให้อีทึกต้องมาคอยเป็นห่วงตลอดเวลา....
ถึงเขาจะต้องการความอบอุ่นมากแค่ไหนก็เถอะนะ....แต่เขาก็จะเห็นแก่ตัวกับอีทึกไม่ได้
แค่นี้....ก็มากเกินไปแล้ว....ที่เขาทำให้อีทึกต้องเจ็บ
“เชื่อ...เชื่อแล้วล่ะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มหวาน ฮีชอลระบายยิ้มจางๆก่อนจะปิดเปลือกตาลง “ขอโทษนะ....แต่ชั้นชอบที่อีทึก...ใจดี”
“อือ...ชั้นเข้าใจ” เว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ “ก็ชั้น...เป็นเพื่อนของนายนี่น่า”
รูปประโยคเปลี่ยนไป....กี่ครั้งที่อีทึกต้องทำแบบนี้
เขารู้ดีว่าอีทึกคิดยังไง....แต่ตอนนี้เขายังรับมันไม่ได้จริงๆ
ฮันเกิงทำให้เขาเจ็บ....และเลือกที่จะหยุด
“ขอโทษนะ...ทึกกี้”
....






แอบเดาเรื่อง ผิด ด๊อง ชอบ คนแก่
ว๊ากกก
เดรสสีแดง พี่ทึก บังคับใส่ หึหึ ><
น่ารักมากมาย พี่ทึกเป็นห่วงเจ๊ตลอดเลย
ด๊อง แอบ จิกกัด ป๋า 5 5 5
ปอลอ. ออนนี่ น่าร๊ากก
#1 By vitaminz on 2008-06-24 19:06