Happy Birthday To Park Jungsoo!! [Fic] Special Gift for Eeteuk
posted on 30 Jun 2008 20:39 by femodos in ShortFicSpecial Gift for Park Jungsoo [Eeteuk]
080701
.
.
.
.
.
วันเกิดใครหว่า???....คริคริ
.
.
.
.
.
.
.
.
แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะจ๊ะ ลีดเดอร์คนเก่ง...
ไปฉลองกับฮีชอลก็ขอให้พักผ่อนกันด้วยนะ! *ขำ
.
.
.
จากเด็กในวันนนั้น
.
.
.
.
.
.
.
.
.
กลายเป็นชายหนุ่มคนนี้
.
.
.
.
Happy Birthday TO Eeteuk shi!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ขอให้เป็นอีกปีที่ดีอีกปีนึง *ตบมืบเข้าหากันเเล้วอธิษฐาน XDD~
ผ่านไปอีกปีแล้วนะ...ที่ได้รู้จักกับนาย ปาร์คจองซู ชื่อนี้..รู้สึกว่าจำได้ขึ้นใจแล้วตอนนี้ ^^
ปีที่แล้วผ่านไป....ปีนี้ก้าวเข้ามา
อะไรที่เลวร้ายก็ขอให้โยนทิ้งไป รับสิ่งดีๆใหม่ๆที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตนะจ๊ะลีดเดอร์
...........
Fiction : Eternal
Author : Femodos [ปอนด์]
….
“ฮึ่ย!” เสียงทุ้มเจือความแหบน้อยๆครางในลำคออย่างหงุดหงิด จนทำให้น้องชายร่วมวงอีกสองคนที่กำลังจะเดินผ่านห้องไปหันกลับมาให้ความสนใจอย่างเป็นห่วง
“ฮยอง...เป็นอะไรรึเปล่า” คังอินเดินเข้ามาพร้อมกับซองมิน มือหนาวางแปะลงบนไหล่กว้างอย่างเคย
ปาร์คจองซูขยับตัวน้อยๆ มองใบหน้าน้องรักสองคนก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางปากอย่างช้าๆ “เปล่า....แค่หงุดหงิดนิดหน่อย” ตอบคำถามก่อนจะขยับนิ้วในมือเปิดหน้าเวบต่างๆขึ้นมาอย่างไม่นึกแคร์สายตาใคร
ฮึ่ย!
นึกสบถในใจอีกรอบ....
พวกคุณคงไม่เข้าใจใช่มั้ยครับ? กำลังคิดจะถามผมอย่างที่คังอินและซองมินถามอย่างนั้นรึเปล่า?
ใช่ครับ!
เพราะตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิดอย่างที่บอกนั่นแหละ!
หงุดหงิดเรื่องอะไรนะเหรอ?
แล้วพวกคุณคิดว่าลีดเดอร์หน้าตาดี หล่อ เท่ นิสัยดี มากความสามารถอย่างผมจะต้องมาเครียดมาหงุดหงิดเรื่องอะไรกันล่ะครับ?
นอกซะจาก....
เรื่องของคนคนนั้น!!
“อะไรนะ?! ฮีชอลไปเดตกับฮันคยองตอนกลับมาจากจีน?” ผมเผลอขึ้นเสียงสูงใส่ปลายสายทางโทรศัพท์ที่กำลังโทรมาเล่าเรื่องที่เจ้าตัวบังเอิ๊ญ บังเอิญไปเปิดไซเวิลด์ของฮีชอลมาซะอย่างนั้น “อืมๆ...ขอบใจ งั้นก็ฝากดูแลฮีชอลด้วยล่ะ”
ถอนหายใจกับความใจดีของตัวเอง....
ครับ...
ที่ผมปาร์คจองซูหรืออีทึกกำลังนั่งกลุ่มใจตอนนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องของฮีชอลกับฮันคยองอย่างเคย
ทั้งที่เมื่อปีที่แล้ว....ผมกับเค้าก็เพิ่งจะตกลงคบกันจริงๆจังๆซะทีอย่างที่น้องๆหลายคนต้องการ >///<
ใครที่จำไม่ได้ก็ลองกลับไปอ่านเรื่องเมื่อตอนปีที่แล้วดูนะครับ...ฮ่าๆๆๆ พูดไปก็เขิลไป~ ผมอายนะเนี่ย!
เอาล่ะๆ....เข้าเรื่อง...แฮ่ม!
พวกคุณก็รู้นี่!
ว่าผมอีทึก หรือทึก~กี้ๆของน้องๆเคยตกเป็นผู้รับเคราะห์รับกรรมจาก...ใครคนหนึ่ง จนต้องการมาเป็นเคะให้กับคังอิน ซีวอน หรือเป็นเมะให้กับซองมิน ทงเฮ....แต่ก็ยังเหมือนเคย
ผมไม่เคยได้เป็นเมะให้ฮีชอลจริงๆซะที!!
จะมีก็แต่เจ้าฮันคยอง ซีวอน หรือใครต่อใครอีกมากมายยยย ที่ไม่ว่ายังไง...ก็แมนกว่าฮีชอลตลอดเวลาเท่านั้นแหละ! แล้วทำไมถึงมีแผมคนเดียววว ที่ไม่ได้เป็นเมะให้ฮีชอลล่ะครับ?? T__T
เอาเถอะ!
เฮ้อ...
ใครจะคิดยังไงก็ช่าง...ผมรู้แค่ว่า ผมเป็นเคะให้คังอิน เป็นเมะให้ซองมิน ทงเฮ
แต่สุดท้าย....
ผมเป็น ‘เจ้าของ’ ฮีชอลคนเดียวก็พอ ฮ่าๆๆๆ
เพราะงั้น....ฮ่าๆๆๆ ผมเลยแอบทิ้งอะไรไว้ที่ไทยนิดๆหน่อยๆ ให้ใครต่อใครได้คิดเล่น...
ก็ที่นั่น...มันไม่ใช่ที่นี่นี่ครับ ผมไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลงโทษที่แอบ...เอิ่ม...หวานกับฮีชอลเล็กน้อย >///<
เล็กน้อยเท่านั้น!! เพราะเบื้องหลังมันมากกว่านั้น....พวกคุณก็รู้นี่ ใช่มั้ยครับ?!
อ่า....แต่ใครอยากรู้มากกว่านี้
ก็รอเรื่องที่ผมจะเล่าคราวหน้าก็แล้วกันนะครับ!
ส่วนตอนนี้...
เฮ้อ....ผมกำลังเศร้าที่ฮีชอลหายไปไหนก็ไม่รู้ ไม่เห็นคิดจะมาดูแลผมบ้างเลย ให้ตายสิ!
ยิ่งมีข่าวว่าไปเดตกับฮันที่สวนสนุกมาแบบนั้น....ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า T__T มีแฟนแต่เค้าไม่รัก ไม่สนใจ...อึ่ก! ทึกกี้อยากร้องไห้~ =[]=
ขนาดฮีบอมมี่ยังได้นอกกอดด้วยทุกคืน! แต่ดูผมสิ....กว่าจะกลับถึงห้อง ฮีบอมมันก็แย่งที่นอนไปหมดแล้วววว
สักวัน...ผมจะลักพาตัวฮีบอมไปฝากเจย์หรือเจ้าบ้ายุนโฮเลี้ยงสักเดือนเลยคอยดู!!
“ฮยอง~ ฮยองคร้าบบบ” อีทึกละสายตาจากไซเวิลด์ตรงหน้า หันกลับไปหาคนเรียกก่อนจะเลิกคิ้วสูงเป็นคำถามเมื่อเห็นบรรดาน้องๆแต่ละคนทำตาแป๋วเหมือนแมว (ท่าจะติดจากฮีชอลนะเนี่ย!)
“พวกเราจะออกไปหาอะไรกิน ฮยองจะไปด้วยมั้ย...”
นิ่งไปสักพัก....ก่อนที่ผมจะถอนหายใจอีกรอบ แล้วส่ายหน้าตอบน้องๆ
ก็ตอนนี้ผมแทบไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยนี่นา
อีกอย่าง….
ถ้าฮีชอลกลับบ้าน...ผมจะได้อ้อนเค้าอย่างเต็มที่ด้วยไง! คุณว่าดีมั้ยล่ะ? ^^ กว่าไอ้เด็ฏพวกนี้จะกลับก็ปาเข้าไปดึก....ผมจะได้มีเวลาของตัวเองบ้าง >///<
“งั้นเดี๋ยวพวกเราจะซื้อกลับมาให้นะครับ!” พยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปสนใจกับเกมตรงหน้าต่อ ส่วนสายตานะเหรอ...ผมกำลังจ้องมือถือเครื่องใหม่ที่เพิ่งได้มาหลังจากไปทำหายที่ไทยนี่สิ
“เฮ้อ~ ไม่คิดจะโทรมาหากันบ้างเลยรึไงเนี่ย”
“บ่นอะไรห๊ะ! ไอ้ลีดเดอร์งี่เง่า” เสียงหวานคุ้นเคยทำให้ผมสะดุ้งเสียวสันหลังวาบ ก่อนจะค่อยๆหันกลับไปมองต้นเสียงที่ยินเท้าเอวอยู่ด้านหลัง
“มาเมื่อไหร่เนี่ย” ถามออกไป ก่อนจะทำหน้าบึ้งเล็กน้อยให้รู้ว่าผมกำลังนึกงอลเค้าอยู่ในใจ ฮีชอลแค่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยีผมของผมอย่างนึกสนุก แววตาเรียวสีนิลสบกับสีมะฮอกกานีของผมผ่านจอคอม ก่อนที่มือเรียวจะค่อยๆเลือนลงมาโอบรอบคอผม
เพราะไอ้ท่าทางแบบนี้นะสิ....แล้วผมจะโกรธเค้าได้ไง
“ก็คิดถึงใครบ้างคนนั่นล่ะ...เลยรีบกลับมา กลัวว่าถ้านานกว่านี้ใครบ้างคนจะเฉาตายไปซะก่อน!” คำพูดกับท่าทางช่างไม่เข้ากันซะเลย! ไอ้เสียงหวานๆที่กระซิยข้างหูกับท่าทางที่น่ารักแบบเด็กพร้อมกับคำขอโทษที่บอกผ่านการหอมแก้ม >////< นี่ล่ะครับ! คิมฮีชอลของปาร์คจองซู!!
“ไปอาบน้ำก่อนไป เดี๋ยวชั้นไปทำอะไรให้กิน...” ผมนึกอยากจะแกล้งงอลให้มากกว่านี้อีกด้วยซ้ำ แต่ก็นะ...ผมก็รู้ดีว่าคนอย่างคิมฮีชอลเค้าจะง้อก็คงมีแต่ผมคนเดียวละครับ...ง้อด้วยความน่ารักแบบนี้ เฉพาะที่อยู่สองคนด้วย! “อย่าดื้อสิ...เดี๋ยวไม่สบายอีกนะ” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมองฮีชอลที่ทำหน้าง้อ
ที่จริงผมกับเค้าก็สูงไม่ต่างกันเท่าไหร่....ติดว่าฮีชอลจะสูงกว่าผมด้วยซ้ำ = =!
แต่ผมกับไม่เคยคิดว่าคนคนนี้สูงเท่าผมเลยสักนิด....ทำไมนะเหรอ?
คึคึ ก็ผมดูมีเนื้อกว่าเค้าอีกนี่ครับ! ฮีชอลบอบบางจะตาย...แล้วจะสูงกว่าผมได้ยังไง...ใช่มั้ยครับ?
“ขี้เกียจนี่...วันนี้ไปเที่ยวกับฮันมาเหนื่อยจะแย่!” เสียงหวานที่เคยรื่นหู ผมกลับรู้สึกกว่ามันขัดๆยังไงไม่รู้แหะ...แต่ก่อนจะได้คิกอะไรอีก ผมว่าสีหน้าผมคงบอกออกไปหมดแล้ว
“เหรอ?...งั้นก็คงไม่ต้องกินอะไรแล้วสิ น่าจะกินอะไรกันมาแล้วนี่!” ผมปล่อยมือฮีชอลออกอย่างนึกโมโห แล้วลุกเดินออกไปจากตรงนั้น ถ้าไม่ติดว่า...
กลีบปากอิ่มสีชมพูที่บ่นใส่หูเมื่อครู่จะบรรจงทาบลงกับเรียวปากของผมอย่างพอดิบพอดีนี่สิ...
สุดท้ายผมก็เลยต้องเลยตามเลยล่ะกัน (ทึกหื่น) แค่ผมแตะลิ้นลงที่ริมฝีปากของฮีชอลเบาๆ ดันนิดๆแค่นั้นผมก็สามารถแรกผ่นเข้าไปเอาความหวานจากภายในได้แล้ว แต่ก็นะ...ถ้าผมจะแกล้งเค้าพวกคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย?
“อืมมม” เสียงหวานครางเบาๆในลำคอ ยิ่งทำให้ผมอยากจะเก็บความหวานให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ก่อนจะผละออกแล้วจูบที่เรียวแก้มเนียนอย่างหวงแหน ขบเม้มที่ซอกคอขาวให้เป็นรอยแดงๆ แวบหนุ่งที่ผเห็นฮีชอลเบิกตากว้าง...กับสิ่งที่ผมจะทำ
“อ๊ะ...อย่าสิ....อืออ” แต่ผมก็ไม่ฟังเสียงอะไรทั้งนั้นแหละ ^^
แค่กดจูบแรงๆฮีชอลก็แทบจะล้มลงไปกับพื้นอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าผมโอบกอดเอาไว้แบบนี้....
“จะฆ่ากันรึไง!!” ใบหน้าหวานแดงระเรื่อด้วยความอายปนโกรธ ผมแค่หัวเราะน้อยๆแล้วจูงมือฮีชอลเข้าไปในห้อง....
คงไม่ต้องเล่าต่อแล้วล่ะมั้ง?
ผมคิดถูกใช่มั้ยที่ไม่ออกไปกับพวกนั้น ^^
......
“แคก แค่กๆๆ”
มือเรียวแกร่งยกปิดปากตัวเอง ก่อนจะนอนราบไปกับโซฟากลางห้อง
หลายวันนี้...ปาร์คจองซูแทบจะกลายเป็นหมาทึกที่กำลังจะเฉาตาย...เพราะขาดเจ้าของมาคอยดูแล
“เฮ้อ~” ถอนหายใจยาว แล้วปิดเปลือกตาลงพักเหนื่อย....ยิ่งมาไม่สบายเอาช่วงนี้ก็ยิ่งอยากจะเป็นบ้า!
ก็เพราะว่าหลายวันมานี่ฮีชอลเข้าโรงพยาบาลนี่สิครับ....ลีดเดอร์คนเก่งอย่างผมก็อดไม่ได้ที่อยากจะไปหา ถ้าไม่ติดว่าตารางงานที่มากมายกำลังรอให้ผมชำระ ป่านนี้ผมคงได้ไปนอนเฝ้าฮีชอลที่โรงพยาบาลมากกว่าจะมานอนเหงากับเจ้าฮีบอมกันอยู่สองคน
“เหมี้ยวววว” อีทึกขยับตัวน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงมาบนหน้าท้องของตัวเอง เปลือกตาเรียวเปิดขึ้นปรับเรตินาก่อนจะจับเจ้าขนปุยสีเทาเข้ามาใกล้จนแทบชิดหน้า
“หือ?...คิดถึงฮีชอลสินะ ชั้นเองก็คิดถึงไม่แพ้นายหรอกน่าาา แต่จะไปหามันก็ไม่ได้นี่สิ...เดี๋ยวก็ต้องไปทำงานแล้ว เฮ้อ~ แกกับชั้นมันหัวอกเดียวกัน...”
rrrRRRRrrr
“ครับ....ครับๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” วางเจ้าฮีบอมกับมือถือลงกับโต๊ะตรงหน้า ถอนหายใจยาว
จะว่าไป....ฮีชอลเองก็ไม่คิดจะโทรหาผมเลยรึยังไงกัน แม้แต่ข้อความก็ไม่คิดจะมี...จะส่งมาหา! ทั้งที่น้องๆก็บอกว่าผมไม่สบายแบบนี้เนี่ยนะ!!
นี่ผมสาบานได้ว่าไม่ได้กำลังน้อยใจคนเจ็บนะ!!
สาบานต่อฮีบอมมี่ก็ได้ว่าผมไม่ได้กำลังงอลฮีชอลสักหน่อย!!!
“ฮีชอลฮยอง~ ไม่คิดจะไปโทรไปหาพี่อีทึกหน่อยเหรอครับ” คิมคิบอมขยับแอปเปิ้ลเข้าปาก หันกลับมาถามพี่ใหญ่ที่นอนมองมือถือในมืออยู่นานมากกก นับตั้งแต่ก่อนเค้าจะก้าวเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ!
นัยน์ตากลมโตละสายตาจากมือถือวางมันลงบนเตียงสีขาวที่คลุมด้วยผ้าปูอย่างสะอาด อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับมาทำตาโตๆจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “ทำไมชั้นต้องโทร? ตานั่นต้องโทรมาหาสิถึงจะถูก! ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ก็ไม่โผล่หัวมาเลยสักครั้ง...มัวแต่ไปเดตกับสาวอยู่สิท่า!”
เฮ้อ....
เพราะแบบนี้ไงล่ะฮะ ผมถึงอยากให้พี่โทรไปหา...
เห็นพูดแบบนั้นแต่ก็ยกมือถือขึ้นมองไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้งแล้วนะ...ถ้าไอ้คนปลายสายมันรู้ก็คงจะดีสิ แต่นี่...
โว๊ย!!! เอาแต่ใจกันทั้งคู่เลยแหะ!!
พี่อีทึกก็อีกคน...ไม่สบายเพรามันแต่รับงานเป็นภูเขานั่นแหละ!
แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลพี่ฮีชอลกันห๊ะ?! คิมคิบอมอยากจะตีพี่ใหญ่สองคนนี้จริงๆ!!!!
“แต่พี่เขาอาจจะกำลังทำงานอยู่ก็ได้นะครับ...เห็นว่างานกำลังยุ่งเลย...ด้วย” พุดเสียงเบา เหลือบมองปฏิกิริยาของคนบนเตียงที่หันขวับมาค้อนอย่างทันทีที่เอ่ย
“แล้วไง? ชั้นกับงานอันไหนมันสำคัญกว่ากันล่ะ!” เอาแล้ว...แค่ปกติก็ขี้งอลอยู่แล้ว พอมาเข้าโรงพยาบาลแบบนี้ ดีกรีความดื้อคงไมต้องพูดถึง คิบอมได้แต่มองสภาพพี่คนสวยบนเตียงก่อนจะแอบถอนหายใจหนักๆ ปลงกับตัวเองที่ต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้
โดนพี่อีทึกให้มาดูพี่ฮีชอลนะไม่เท่าไหร่หรอก...
แต่ต้องมาเป็นกลางให้ทั้งคู่นี่สิ....เรื่องใหญ่เลยล่ะ เค้าควรจะไปจ้างทนายทั้งสองฝ่ายมาเคลียร์กันดีมั้ยเนี่ย? = =
“นี่คิบอม....พี่มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”
“ครับ?” ร่างเพรียวขยับเข้าหาอีกฝ่ายที่นั่งมองปฏิทินในมือ แวบหนึ่งที่แอบเห็นว่าริมฝีปากอิ่มชมพูซีดๆนั่นเผยยิ้มอ่อนโยนจางๆ ก่อนจะได้แต่รับฟังคำขอร้องจากรุ่นพี่เงียบๆ
......
“เซง งิล ซุล ฮา ฮัม นี ดะ...เซง งิล ซุล ฮา ฮัม นี ดะ....ซา รัง ฮา นึล อีทึกชิ ...ซง งิล ซุก ฮา ฮัม นี ดะ!!” รอยยิ้มกว้างของลีดเดอร์คนเก่งกระจายเต็มใบหน้าทันทีที่เห็นเซอร์ไพร์จากรายการคิสเดอะเรดิโอที่นำโดยรุ่นน้องสุดซี้ อีฮยอกแจเข้ามาพร้อมกับเค้กก้อนโต
ผมหัวเราะไปกับสิ่งที่ได้รับแก้เขิลอย่างอดไม่ได้
ฮ่าๆๆๆ แก่ขึ้นอีกปีแล้วสินะครับ...แต่ยังไงผมก็ยังหล่อแล้วก็เท่แบบนี้อยู่เหมอืนเดิมนั่นแหละ!
เฮ้อ...ว่าแต่ตอนนี้ ฮีชอลเค้าจะจำวันเกิดของผมได้รึเปล่าเนี่ย?
“ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณมากครับ...ขอบคุณทุกคนที่อวยพรให้ แล้วก็ขอบคุณเอลฟ์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างมาตลอด! ขอบคุณมากครับ!” ผมกล่าวขอบคุณสตาห์ทุกคนและเอลฟ์ที่มารออยู่ด้านนอก
วันนี้ผมมีความสุขมาก....
ไม่สิ....ตั้งแต่ปีที่แล้วผมก็มีความสุขมาตลอด เพราะผมมีคนที่ผมรักมีคนที่คอยห่วงใย มีน้องๆ มีครอบครัวที่อบอุ่น มีแฟนคลับที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ
แต่คนสำคัญที่สุด...หวังว่าเค้าจะจำวันเกิดผมได้นะ
นัยน์ตาสีมะฮอกกานีก้มลงมองนาฬิกาสีขาวบนข้อมือ ก่อนจะเงยหน้าแล้วถอนกายใจเบาๆ
....เที่ยงคืนกว่า....
ป่านนี้ฮีชอลคงหลับไปแล้ว...ทั้งที่ผมอยากจะไปฉลองวันเกิดด้วยกันกับเค้าซะหน่อย แต่ถ้าไปตอนนี้คงทำให้โรงพยาบาลวุ่นวายน่าดู อีกอย่างฮีชอลเองก็ต้องพักผ่อน
“ฮยอง...ถอนหายใจทำไม วันนี้วันเกิดนะครับ ควรจะยิ้มถึงจะถูก” ฮยอกแจถามผมเบาๆระหว่างที่เดินขึ้นรถ
นั่นสินะ...ผมควรจะยิ้มตอบรับความสุขถึงจะถูก
แต่ถ้าความสุขของผม...คือการได้อยู่กับคนที่รักล่ะ?
ผมขอแค่นี้....พระเจ้าจะมอบให้ผมได้รึเปล่า?
ผมก้าวเท้าตามฮยอกแจลงจากรถเงียบๆ ทั้งสองมือเต็มไปด้วยของขวัญจากบรรดาแฟนคลับจนต้องให้ฮยอกแจช่วยถือขึ้นไปด้วย
วันนี้...ผมมีความสุขจริงๆนั่นแหละ
“กลับมาแล้วววว” สองเสียงประสานกัน พลางเปิดประตูบ้านพร้อมกับเอาของขวัญทั้งหมดไปวางที่กลางห้อง นัยน์ตาเรียวมองความว่างเปล่าของห้องอย่างแปลกใจ กอ่นจะหันกลับไปหาคนที่เดินขึ้นมาด้วยแต่ก็เหลือเพียงความว่างเปล่า....
“เฮ้! ฮยอกแจ....ซองมิน คังอิน ชินดง เยซอง อยู่รึเปล่า” ตะโกนถามก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องของเขากับฮีชอล แต่ก็ต้องหันกลับมาอย่างเคยเมื่อไม่พบบุคคลที่เอ่ยปากเรียกเลยสักคน
พรึ่บ!
“เฮ้ย!” เสียงทุ้มสะดุ้งหลุดออกมา เมื่อจู่ๆไฟในห้องก็ดับพรึ่บลงอย่างนัดกันไว้ อีทึกเค้นหัวเราะเย็นๆ พอจะเดาออกว่าพวกนั้นคงเล่นอะไรเซอร์ไพร์เค้าในวันเกิด แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีอะไรนิ่มๆมาโดนที่ขา
ก้มลงก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือฮีบอมมี่ที่เดินเข้ามาคลอเคลียอย่างทุกที อุ้มจนตัวยุ่งไว้กับตัวพลางขยับเดินไปที่สวิสต์ไฟ มือเรียวควานหาอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะกดเปิดมัน
“แฮปปี้เบิรด์เดย์ครับ/ฮะ พี่อีทึก!!” นัยน์ตาเรียวสีน้ำตาลสดใสสั่นอย่างถูกใจเมื่อเห็นสมาชิกทุกคนที่เอ่ยชื่อยืนล้อมรอบเขาเอาไว้พร้อมกับร้องเพลงสุขสันต์วันเกิด
“ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ!”
“แก่ขึ้นอีกปีแล้วนะพี่....อย่าทำตัวติ๊งต๊องมากนักล่ะ!!”
“ฮ่าๆๆๆ....ผมรักพี่ครับ....แต่น้อยกว่าพี่ฮีชอลล่ะนะ”
เสียงอวยพรพร้อมกับกล่องของขวัญถูกยื่นให้เขาอย่างเคย ก่อนที่ปาร์ตี้เล็กๆในบ้านจะเริ่มขึ้น ถึงสมาชิกจะมาไม่ครบแต่ทุกคนก็โทรมาสุขสันต์วันเกิดเขาจนครบหมดแล้ว...
ถ้าจะขาด...
คงมีเพียงคนที่เขารอมากที่สุด “คิมฮีชอล”
“อ้าว...คิบอม! มาด้วยเหรอเนี่ย ไหนว่าติดงานไง?” ซองมินตะโกนถามร่างสูงที่เดินเข้ามาในห้องเงียบๆ คิมคิบอมเพียงแค่ยิ้มอย่างทุกทีก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาพี่ใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่กลางวงของน้องๆคนอื่น
“สุขสันต์วันเกิดครับพี่...”
“คิบอม? ขอบใจนะ...แล้วของขวัญล่ะ” ฮ่าๆๆ ผมไม่ผิดใช่มั้ยครับ? ที่ถามนะก็ถามไปงั้นแหละ...เพราะผมคิดว่าเค้าน่าจะฝากของขวัญหรือคำอวยพรมากับคิบอมที่ไปเยี่ยมทุกวัน...
ผมก็แค่อยากรู้ว่าเค้าคิดถึงผมบางรึเปล่าเท่านั้นเอง ^^
คิบอมนิ่งไปครู่ใหญ่....
จนผมต้องหัวเราะออกมา “ล้อเล่นนะ...พี่ถามไปงั้นแหละ มากินไรก่อนสิ...” มือเรียวขยีผมของคิบอม พลางกระชับคออีกฝ่ายเข้ามากอดให้นั่งลงมาในวง แอบแปลกใจเมื่อเด็กหนุ่มที่น่าจะเข้าใจการแกล้งของสมาชิกในวงหรือนิสัยของแต่ละคนอย่างคิบอมยังคงทำหน้าเครียดอยู่ “คิบอม?”
“อ่า...ผมมีของขวัญให้พี่นะ แต่ว่า...ไม่รู้ว่าพี่จะอยากได้รึเปล่านี่สิ” คิบอมบอกอีทึก น้ำเสียงเด็ฏหนุ่มดูจริงจังจนอดเขว้ไม่ได้
“อะไรอ่ะคิบอม? นายหาสาวมาให้พี่อีทึกรึไง” คังอินที่นั่งใกล้สุดเขยิบเข้ามาแตะไหล่ของอีทึกหนึ่งทีเล่นเอาผมสะดุ้งสุดตัว...ก็เพราะใครล่ะที่ชอบพูดเรื่องแบบนี้ให้ผมกับฮีชอลทะเลาะกันได้ทุกวัน = =! นี่ขนาดวันเกิดผมมันยังไม่ล่ะเว้น....
“นั่นสิ...ระวังพี่ฮีชอลรู้เข้าแล้วอาระวาดน้าาา” เสียงน้องๆดังทะลุหูซ้ายหูขวาของอีทึก พี่ใหญ่เจ้าของชื่อเพียงแค่ยิ้มแห้งๆตอบน้องชายตรงหน้า
“คิบอม....ไหนล่ะของขวัญ?”
เอ่ยถามออกไปพลางหันมองรอบตัวที่น่าจะมีกล่องหรือขนมอะไรอยู่ แต่ก็ยังไม่เจออยู่ดีจนสุดท้ายผมเลยได้แต่นั่งมองหน้าไอ้น้องชายที่ทำเป็นไม่รู้ร้อนเอาซะเลย
ให้ตาย! ทงเฮไปคบให้สโนว์ไวท์นี่ได้ไง - -*
“ไม่ได้อยู่ที่ผมหรอกครับ...ถ้าพี่อยากเห็น ผมมีข้อแม้ข้อหนึ่ง...พี่ต้องตอบคำถามผมก่อนได้รึเปล่า?” อีกครั้งที่อีทึกต้องเงียบ....เมื่อจู่ๆคิมคิบอมที่ได้ชื่อว่าเป้ฯน้องชายของฮีชอลมาถามอะไรแบบนี้
ไม่ใช่ว่ากลัวนะ....
แต่ผมแปลกใจ....อะไรหนักหนาที่ทำให้คิบอมมันต้องมาถามผมแบบนี้?
แต่ไอ้ความอยากรู้อีกนั่นแหละ...ผมเลยพนักหน้ารับกับสิ่งที่คิบอมเสนอ...ไม่รู้ว่านี่วันเกิดผมหรือวันเกิดใครกันแน่? - -*
“เอาสิ...”
“....สิ่งที่พี่อยากได้มากที่สุดตอนนี้คืออะไรครับ?” น้ำเสียงทุ้มแหบเอ่ยออกมา ผมได้แต่นั่งเงียบ....
ปัญหาที่ยากที่สุดเลยล่ะครับ....เพราะผมไม่รู้ว่าไอ้น้องคนนี้มันเตรียมอะไรมาให้ - -*
เห็นเงียบๆแบบนี้แต่ก็น่ากลัวใช่ย่อย เล่นเอาฮีชอลต้องยอมแพ้ได้ขนาดนั้น
ผมถอนหายใจยาวๆ หันมองรอบตัวที่บรรดาน้องทุกคนต่างก็กรูเข้ามานั่งล้อมยังกับว่าผมเป้ฯนักแสดงชื่อดังงั้นแหละ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ “...พี่อยากเจอ....ฮีชอล”
พูดออกไปแล้วววว >[]
ผมอายเป็นเหมือนกันนะ! ยิ่งโดยเฉพาะกับไอ้พวกนี้...อร๊ากกกกกกกก คิดถูกรึเปล่าเนี่ยที่พูดออกไป??!!
และแล้วสิ่งที่ผมคาดไว้ก็ถูก....ไอ้พวกลิงทโมนทั้งหลายพร้อมใจกันแซวผมสุดๆเลยครับ!
ถ้าไม่ติดว่าเพราะเจ้าคิบอมนะ...ไม่มีทางเด็ดขาดที่ผมจะพูดแบบนี้ต่อหน้าทุกคน!! ให้ตาย...>/////<
“งั้นรอแปปนะครับ....ผมจะไปเอาของขวัญมาให้” คิบอมพูดทิ้งท้าย ก่อนจะลุกออไปนอกห้องปล่อยให้ผมโดนพวกลูกลิงล้อเลียนกันไปใหญ่
จนสุดท้ายผมเองต้องเป้ฯฝ่ายลุกเดินออกไปหน้าระเบียงที่เดิม....
ไม่สิ...= =!
แค่คล้ายกันกับปีที่แล้ว...คล้ายกับที่ที่ผมได้ขอคบกับคนที่ผมรัก
และที่ที่ทำให้ผมมีความสุขที่สุด...ที่ได้เป้ฯเจ้าของคนที่ผมเฝ้ารอมานานอย่าง ‘คิมฮีชอล’
ผมปล่อยตัวเองให้ยืนรับลมเงียบๆ ทุกครั้งที่ออกมาที่ตรงนี้ รู้สึกเหมือนฮีชอลจะมาอยู่เคียงข้างเสมอ...
มีความอบอุ่นที่ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ทั้งที่ลมหนาวพัดมากระทบใบหน้าแขนเรียวแต่กลับไม่ได้สัมผัสถึงความหนาวเลย
คงเพราะ....หัวใจของผมมีความอบอุ่นของฮีชอลอยู่เต็มไปหมดล่ะมั้งครับ?
….ก๊อก ก๊อก....
เสียงเคาะกระจกเบาๆทำให้ผมหันกลับไปมอง
ทั้งที่รู้สึกว่าคุ้นเคยกับสายตาคู่สวยคู่นั้น....ริมฝีปากเรียวคู่นั้น แก้มเนียนที่เคยสัมผัสไหล่บางที่เคยโอบกอด...
แต่ทำไมตอนนี้หัวใจถึงได้เต้นตกตักจนเกือบจะหลุดออกมาข้างนอกแล้วกันเนี่ย?!
ผมแทบจะก้าวเท้าไม่ออกด้วยซ้ำ ราวกับว่าตัวเองถุกตรึงอยู่กับที่ด้วยสายตาที่จับจ้องมา
ถ้าไม่ติดว่าคิบอมเลื่อนประตูให้คนที่นั่งบนรถเข็นได้เห็นหน้าผมชัดๆ ผมคงต้องยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกนาน....
“นี่! อยากหนาวตายเหรอ? ทำไมชอบออกมายืนตากลมอยู่เรื่อยเลยห๊ะ?” เสียงหวานที่ผมคิดถึงและอยากฟังมาตลอดที่ไม่ได้ไปหา นับแต่วันที่ฮีชอลเข้าโรงพยาบาลกำลังบ่น ผมหัวเราะน้อยๆก่อนจะก้าวเข้าไปหาแล้วเข็นอีกฝ่ายให้มาชิดติดขอบระเบียง
“ฮีชอล....ขอบคุณนะ” ผมกระซิบบอกเขาข้างหู แวบหนึ่งที่เห็นใบหน้าสวยนั่นขึ้นสีแดงระเรื่อ
ที่ขอบคุณ...เพราะผมขอบคุณจริงๆ
จริงๆวันนี้...สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือการได้เจอฮีชอลนั่นแหละ....
ผมอยากอยู่กับเค้าอยากใช้วันที่สำคัญที่สุด...กับคนที่ผมรัก ^^
“ขอบคุณอะไรเล่า! วันเกิด’แฟน’ ตัวเองทั้งทีจะให้นอนอยู่เฉยๆได้ยังไง? อีกอย่างตาบ้าที่ไหนก็ไม่รู้...ไม่คิดจะไปหากันเลยด้วยซ้ำ!!” มือเรียวตีแขนอีทึกอย่างหมั่นไส้ นึกน้อยใจที่ถูกอีกฝ่ายทิ้งทันทีที่เข้าโรงพยาบาลไปผ่าตัดแบบนั้น
“ก็แล้วเพื่อใครล่ะ?...ถ้าไม่เร่งทำงานแล้วพรุ่งนี้ลีดเดอร์จะมีเวลาอยู่กับเจ้าหญิงทั้งวันได้ยังไงกันครับ” บอกอีกฝ่ายก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นมานั่งในอ้อมกอดของตัวเองแทน
ใบหน้าสวยอมลมแก้มป่องอย่างเสียหน้า...รู้หรอกว่าอีทึกทำแบบนั้นเพื่ออะไร
“ก็น่าจะโทรหากันบ้างนี่....ไม่สบายด้วยไม่ใช่รึไง?” เสียงหวานอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด อีทึกก้มหน้าลงซบกับผมเนียนของฮีชอลอย่างอารมณ์ดี
ก็ทุกครั้งที่เค้าอยู่กับผม...ฮีชอลดูอ่อนโยน บอบบาง น่าทะนุถนอมกว่าใคร
“ขอโทษ...”
“หึ...” เงยหน้ามองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเค้นหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของฮีชอล สร้อยคอเงินกับจี้กล่องสี่เหลี่ยมใสที่ใส่รองเท้าแก้วอยู่ข้างใน “สุขสันต์วันเกิดนะ...จองซู”
ผมได้แต่ยิ้มกว้างกับสิ่งที่ฮีชอลให้
รองเท้าแก้วคืออะไร...ผมว่าพวกคุณก็รู้....
ผมเป็นเจ้าชายของฮีชอลสินะ...^^ เป็นคนที่ฮีชอลต้องการอย่างนั้นใช่รึเปล่า
มือเรียวขาวค่อยๆใส่สร้อยกับคอของผมอย่างเบามือ แล้วก็อมยิ้มแบบเด็กๆใช่สองมือจับหน้าผมสั่นไปมาอย่างที่เคยทำที่ไทย....>////< ฮีชอลน่ารักมั้ยครับ?
ผมดึงรั้งเค้าเข้ามากอดอีกครั้งก่อนจะจูบลงที่ปากของฮีชอลเบาๆ เป็นการขอบคุณ....
….”ขอบคุณนะ...เจ้าหญิงฮีชอลของลีดเดอร์อย่างปาร์คอจองซูคนนี้”….
“ขอบคุณ....”
“รัก”
“รักมาก...”
“รักมากที่สุดรู้มั้ย?”
เสียงหวานบอกผม....เบาๆข้างหู
คำพูดที่ทำให้ผมยิ้มออก
บอกแล้ว...ว่าปีนี้ผมก็คงมีความสุขมากอีกปีหนึ่ง
ตราบใดที่ฮีชอลและผมยังคงเป็นของกันแหละกันแบบนี้ ^^
……
จบแล้วววววว =[]=!
ในที่สุดก็จบ!! เริ่มแต่ง 6 โมง เสร็จตอน..2 ทุ่มครึ่ง!!!
พระเจ้า.....ฟิคเรื่องนี้เร็วสุดๆไปเลยให้ตาย!!! เล่นเอาใจหายใจคว่ำ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกก็ขอโทษนะจ๊ะ ^^
……….






แต่งฟิคเร็วมากมาย
เค้ายังไม่ได้อ่านหรอก
มาแปะเป็นเม้นแรก
%B
#1 By D R E A M (203.131.212.72) on 2008-06-30 21:43