[Fic] "Just shoot me forever"
posted on 05 Dec 2008 14:55 by femodos in About-MeXX1205
[[KiseKi]]
ขอบคุณสำหรับของขวัญและคำอวยพรค่ะ
“แก่ขึ้นอีกปีแล้ว” ได้ยินคำนี้บ่อยเหลือเกินสำหรับวันนี้และเมื่อวาน ฮ่าๆ
แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ยังจำวันนี้ได้ ^-^ ไม่ว่าจะน้องๆที่เป็นน้องสาวที่น่ารัก พี่สาวสมาคมแม่บ้านอีกหลายๆคนที่พยายามหาของขวัญที่เป็นคิมฮีแบบไม่ซ้ำมาให้ (ฮา)
บอกตามตรงเลย >w< ไม่ได้อยากจะได้อะไรมากหรอกขอแค่มีฮีชอลนิดๆก็พอ ฮ่าๆ (ไม่ค่อยเลยเนอะ~!) อ่า...จริงๆวันนี้ก็ต้องบอกว่าเป็นวันพ่อของทุกคนด้วยเช่นกัน งั้นก็ขออวยพรให้กับคุณพ่อที่น่ารักของพวกเราให้ทีความสุขมากๆ รักพวกเราไปนานๆ ฮ่า “รักคุณพ่อให้มากๆกันนะค่ะทุกคน” ^^
ไหนๆก้ไหนๆล่ะ วันพิเศษทั้งที...จะมาตัวเปล่าก็คงไม่ได้
เอา SF ไปชมก่อนก็แล้วกันนะ...แต่งสดเมื่อวานดัดแปลงวันนี้และอัพ ณ วินาทีนี้ ^^ ฮ่าๆ
.......
Special Fic
Title : “Just shoot me forever”
Author : FeMoDoS [ปอนด์]
Pairing: Teukii X Heenim
Talks: “ปาร์คจองซูมีคิมฮีชอลเป็นเจ้าของคนเดียวเท่านั้น”
……
Is truth?
……
วินาทีแรกที่ผมได้ยินคำว่ารักจากปากของเขา ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะทำให้หัวใจผองโตได้ขนาดนี้..
“พี่ฮีชอล...ตอนนี้พวกเราถึงแล้วพี่จะตามมาเมื่อไหร่ล่ะฮะ?” ลีซองมินยืนถือมือถือแนบหูเอ่ยปากคุยกับปลายสาย
“คงพรุ่งนี้แหละพวกนายก็ซ้อมไปก่อนล่ะกันนะ” น้ำเสียงหวานแหบพล่าเพราะความเหนื่อย คิมฮีชอลในชุดลำลองแนบมือถือเครื่องดปรดไว้กับหู ก่อนจะเลื่อนมือเรียวควานหากล่องสีขาวเล็กๆในกระเป๋า
ถ้าไม่ติดว่าซานาดุที่เขาและคังอินยังต้องเล่นอยู่ ป่านนี้คิมฮีชอลคงได้บินไปญี่ปุ่นพร้อมกับคนอื่นๆแล้วแท้ๆ
...เฮ้อ...
ใบหน้าสวยพราวด้วยหยดน้ำเล้กน้อย อีกไม่กี่นาทีเขาก็จะแสดงเสร็จแล้วก็คงได้กลับไปเตรียมตัวขึ้นเครื่อง มือเรียวแตะกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในกระเป๋าที่ควานหาอยู่นานก่อนจะคลายยิ้มออก
“แหม~ ยิ้มหวานขนาดนั้นอย่าไปยิ้มให้ใครเห็นล่ะ เดี๋ยวจะโดนฉุดเอานะครับ!” เสียงล้อเลียนคุ้นหู คิมยองอุนนักแสดงตำแหน่งเดียวกันกับเขา หรือถ้าจะเรียกง่ายๆก็คง ‘ไอ้หมีที่ตอนนี้เขาต้องคอยดูแลต่างหาก’
“หุบปากไปดีกว่านะคังอิน” บอกเสียงเย็น ปล่อยกล่องสี่เหลี่ยมลงในกระเป๋าก่อนจะหันกลับมาหาอีกฝ่ายพลางยื่นมือถือให้ “คุยสิ..ฉันจะไปแต่งตัว”
“อ่อ...อย่าคุยนานด้วยล่ะ ไม่งั้นนายก็จ่ายของเดือดนี้ให้ชั้นด้วย!”
คังอินส่ายหัวน้อยๆมองแผ่นหลังเนียนสวยที่เดินห่างออกไป
ก็เพราะไอ้นิสัยแบบนี้นี่แหละที่ทำให้ใครต่อใครนึกอยากจะวิ่งหนีวันละสายสิบรอบ...
แต่พอจะหวานทีก็หวานน้ำตาลเรียกพี่
“ซองมินแล้วเรื่องนั้น..” หัวเราะขำกับความคิดตัวเองก่อนจะให้ความสนใจกับปลายสายอีกครั้ง
.....
....ซ่า.....
หยดน้ำเย็นถูกสาดกระเซ็นถูกใบหน้าสวย ฮีชอลร้องเพลงคลอไปคนเดียวเงียบๆ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงฮึมเพลงจากด้านนอก คิ้วเรียวขมวดเป็นปม
“ทึกกี้?...”
เรียกเสียงหวาน ก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำทั้งที่ยังอาบไม่เสร็จ นัยน์ตากลมโตรอบมองไปทั่วทั้งห้องอย่างแปลกใจก่อนจะหัวเราะขำๆเมื่อรู้ว่าต้นเสียงมาจากไหน..
“ยอบาเซโย” กดรับเจ้ามือถือเครื่องจิ๋วที่อยู่บนโต๊ะ
แทบไม่ต้องเอ่ยว่าใครคือคนที่โทรมา
“ทำอะไรอยู่นะ...ทำไมรับสายช้าจัง” น้ำเสียงทุ้มหวานติดจะน้อยใจจนฮีชอลต้องลอบยิ้ม “อยู่กับใครรึเปล่า”
หัวเราะเบาๆกับคำถามของอีทึก ถึงจะพอฟังเสียงรู้ว่าอีกฝ่ายค่อนข้างจะกังวลเรื่องของเขาสองคน แต่มาถามแบบนี้ก็เหมือนหึงเขาไปในตัวเหมือนกันนะ “อาบน้ำ”
“ฮ่าๆ เช็นผมให้แห้งด้วยล่ะ เดี๋ยวจะไม่สบาย” ปลายสายบอกขำๆ
“แปปนึงนะอีทึก ขอแต่งตัวก่อน” บอกเสร็จก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปแต่งตัว เสียงหวานที่คลอเพลงไปเรื่อยคงดังพอที่อีทึกจะได้ยิน เพลงที่ฮีชอลชอบเอามากๆ
ไม่นานหนักฮีชอลก็ทิ้งตัวลงกับเตียงนุ่ม มือเรียวเอื้อมหยิบมือถือที่วางทิ้งเอาไว้เมื่อเกือบสิบนาทีก่อนขึ้นมาอีกรอบ “หลับรึยังเนี่ย” กวนใส่ทันที แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มก็ยังฉายบนแก้มเนียน
“รอจนแก่แล้วครับ!” ฮีชอลหัวเราะเสียงดัง ก็ในเมื่อเสียงของคนที่ตอบกลับมามันงัวเงียจริงๆนี่นา แล้วทำไมตาบ้านี่ยังไม่นอนกันนะ? ถึงจะเวลาเท่ากันก็เถอะ! มันน่าตีมั้ยล่ะเนี่ย!!?
“ฮีชอล”
“หือ...?”
“คิดถึง...”
แวบเดียวเท่านั้นที่ความคิดทั้งหมดถูกสมองสั่งหยุดไม่ให้ทำงาน เพียงแค่คำพูดคำเดียวแต่กลับทำให้คนฟังเขินน่าแดงขึ้นมาจนน่ามอง ถ้าเพียงคนที่อยู่อีกที่ได้เห็นคงดี “บ้า..มาบอกอะไรตอนนี้ พรุ่งนี้ก็จะได้เจอแล้ว..”
“ก็มันคิดถึงนี่...ผิดเหรอ” คนพูดยังคงยืนยันคำเดียว
“รู้อยู่แล้วล่ะน่า!!” ถ้าตอนนี้อืทึกอยู่ด้วยคงได้เห็นอะไรน่ารักๆจนคนคนนี้แน่ๆ “แล้วนี่ทำไมยังไม่นอน นอนกับทงเฮรึเปล่า” ส่ายหัวเล็กน้อยไล่ความรู้สึกที่ถูกอีกฝ่ายสร้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดก่อนที่ตัวเขาเองจะเป็นคนละลายซะตรงนี้มากกว่า
อีทึกเบือนสายตากลับมามองสภาพห้อง เจ้าตัวยุ่งไม่ว่าจะทั้งทงเฮ อึนฮยอก หรือซองมินนอนหลับกันจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้ว จะมีก็เพียงแค่เขานี่แหละที่ยังคงห่วงคนอีกคนอยู่ ถึงได้นั่งรอเวลาจนคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะกลับห้องแล้วนั่นแหละถึงได้โทรไป
“ลิงทั้งสามตัวเลยแต่กลายเป็นลิงหลับไปแล้ว” บอกตามจริงก่อนจะลุกเดินเข้าไปหาทงเฮที่นอนจนผ้าห่มหล่นไปที่ไหนแล้วก็ไม่รู้
“ดูสิ...ผ้าห่มพวกมันยังไม่คิดจะเก็บเลย” บ่นใส่ จนฮีชอลต้องหัวเราะเสียงดัง
“เหนื่อยมั้ยล่ะ วันนี้เขาให้ทำอะไรบ้างล่ะทึกกี้จะว่าไปพรุ่งนี้มารับฉันด้วยนะ น่าจะถึงประมาณบ่ายๆ” มือเรียวเล็กเอื้อมหยิบกล่องของขวัญสีขาวที่เขาจะหยิบออกมาตั้งแต่ตอนเย็นถ้าไม่ติดว่าเจ้าคังอินอยู่ด้วย
“อือ เดี๋ยวจะขอมิสเตอร์อีดู” ตอบกลับก่อนจะห่มผ้าให้กับเจ้าตัวยุ่งที่บังเอิญต้องมานอนกับเขา มาพักห้องเดียวกัน “วันนี้พวกสตาฟ์ถามถึงนายกันใหญ่เลยล่ะ เจ้าซองมินก็พูดญี่ปุ่นเก่งนะ ถึงจะฟังยากก็เถอะ ฮ่าๆ”
“ฮ่าๆ ซองมินก็นะ...ไปทำเปิ่นที่ญี่ปุ่นซะได้” บอกพลางแกะกล่องในมือออกช้าๆ สร้อยคอสีเงินสวยสะท้อนแสงไฟส่องไปทั่วทั้งห้อง
“ซ้อมวันนี้เป็นไงบ้าง”
“ก็...ไม่รู้สิ แต่ก็เต็มที่ตลอดนั่นแหละ”
“งั้นก็คงน่าดูอีกแล้วสิเนี่ย!” เพราะรู้ว่าฮีชอลค่อนข้างอยากจะแสดงมากและก็ต้องใจทำงานมาตลอด เขาเชื่อว่าฮีชอลต้องทำได้ดีมากระดับนึงของนักแสดงนั่นแหละ “แล้วขาเป็นไงบ้าง...ยังเจ็บอยู่มั้ย”
น้ำเสียงทุ้มอ่อนไหวห่วงอย่างเห็นได้ชัด แม้เขาจะไม่ค่อยชอบคุยโทรศัพท์นานๆแต่กับคนคนนี้อีทึกรู้ดีว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะวางและเมื่อไหร่ที่เขาอยากจะคุย
“ไม่เป็นไรหรอก”
“ง่วงแล้วสิ” ปลายสายถามขำๆ เสียงเขามันสื่อขนาดนั้นเลยรึไงกันนะ?
“ไปนอนเถอะ....ฝันดีนะครับเจ้าหญิง”
“อือ...” เก็บสร้อยใส่กล่องอย่างดีก่อนจะวางเอาไว้ข้างตัว
“งั้น...รีบนอนนะทึกกี้ ฝันดีลีดเดอร์งี่เง่า!”
อีทึกระบายยิ้มขึ้นบนใบหน้า มือเรียวยกมือถือรุ่นเดียวกับคนที่เพิ่งกดวางไปเมือครู่ออกห่างจากหู จ้องมันพักใหญ่ราวกับว่าถ้าฮีชอลยังมองอยู่คงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำสีหน้ายังไง คงรู้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดถึงกลิ่นหอม ท่าทางและนัยน์ตากลมๆที่ชอบเข้ามาอ้อนทุกครั้งที่อยู่กันสองคน
“รักนะ...ฮีชอล”
.....
เท้าเรียวก้าวยาวๆเพื่อให้ก้าวเข้าไปในรถตู้สีขาวที่มารอรับอย่างเร็วที่สุด ฮีชอลหันกลับไปยิ้มให้กับคนที่เดินตามมาด้านข้าง ตอนแรกนึกว่าจะมาแค่อีทึกคนเดียว...ที่ไหนได้เจ้าเด็กบ้ามันจะยกโขยงกันมาเพื่อ!!?
ยิ่งแฟนคลับมารอรับมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งไม่สบายใจมากเท่านั้น กลัวว่าจะมีการกระทบกระทั่งกันของแฟนคลับและที่สำคัญ! เขาจะเดินเข้าไปหาลีดเดอร์บ้านั่นก็ไมได้!
“ฮีชอลนายเดินนำไปเลย รถจอดรออยู่ข้างนอก”
เสียงของผู้จัดการคิมตะโกนบอกเขาพลางกั้นบรรดาแฟนคลับที่พร้อมใจกันมารับ ใบหน้าสวยหันกลับมายิ้มให้พวกเธอบ้างเป็นบางครั้งแล้วเดินออกไปอย่างที่ผู้จัดการว่า
มือเรียวเอื้อมเคาะกระจกรถเล็กน้อย หันมองอีทึกที่ยืนอยู่ด้านหลังออกแรงนิดหน่อยก็เพียงพอที่จะดันให้เขาเข้าไปนั่งหน้ารถ เสียงกรี๊ดของแฟนคลับและกล้องถ่ายรูปคอยจับจ้องมาตลอดจนเขากับอีทึกแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย
“กว่าจะหลุดออกมาได้” คังอินบ่นทันทีที่ขึ้นไปนั่งบนรถ
“แต่ก็ดีกว่าแฟนคลับที่อื่นล่ะน่าา พวกเขาไม่ด้แตะต้องพวกเราเท่าไหร่เลยนะ” เสียงทุ้มที่ฮีชอลนึกอยากจะจับเจ้าของเสียงมาเทศน์สักสองรอบ ว่าทำไมถึงต้องยกโขยงกันมารับเขากับคังอินขนาดนี้ แล้วเจ้าพวกซีวอนก็บังเอิญเหลือเกินนะ...มากันซะวันนี้ด้วย!
“ครั้งที่แล้วพวกเราปิดข่าว...วันนี้ก็เลยต้องทำเหมือนมาพร้อมกันเลยดูวุ่นๆหน่อย” และแล้วเจ้าคนบ้าที่เขากำลังนั่งด่าอยู่ก็บรรยายความจริง คงเพราะอีทึกรู้ดีว่าเขากำลังคิดอะไร
“ก็น่าจะบอกบ้าง...แต่เอาเถอะ! ไหนๆก็ถึงแล้วฉันออยากกินราเมง” นัยน์ตากลมโตเบือนออกไปมองนอกรถ จนอีทึกต้องเอื้อมมือรอดมาขยีผมอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“มิสเตอร์อีเลือกร้านเอาไว้แล้วพี่! ร้านนี้อร่อยด้วยเมื่อวานพวกเราก็ไปมา” จะมีใครที่ทำให้ฮีชอลต้องกลั้นขำขนาดนี้อีกมั้ยนะ เจ้าจงอุน...ทั้งน่าตา คำพูดท่าทางมันช่างตรงกันอะไรขนาดนี้
“นายนะเงียบไปเลยเยซอง นั่งดีๆด้วยฉันจะนอน” คังอินว่าพลางผลักหัวอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะขยับที่แล้วใช้ตักอีกฝ่ายหนุนทันทีโดยไม่ฟังเสียงขัดค้าน
อีทึกมองขำๆก่อนจะย้ายตัวเองมานั่งด้านข้างของฮีชอล ตาเรียวสวยสีน้ำตาลมองอีกฝ่ายก่อนจะแอบหอมแก้มเบาๆทีนึงให้คนตัวเล็กที่นั่งมองเยซองกับคังอินต้องหันกลับมาทำตาโตใส่ อยากจะว่าเข้าให้แต่ก็ไม่อยากทำให้ไอ้หมีบ้านี่ตื่น!
“กอดสิ” บอกเป็นคำสั่งก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ อีทึกยิ้มกว้างกับคำพูดของฮีชอล หัวเราะน้อยๆก่อนจะดึงเข้ามากอดอย่างที่อีกฝ่ายสั่ง กดจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่มกลิ่นหอมที่ทำให้อีทึกอดหอมแก้มอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดีอีกรอบไม่ได้
ก็เขา....คิดถึงนี่น่า!
....
“ขอบคุณทุกคนมากครับ” เสียงขอบคุณดังไม่ขาดสายทันทีที่บรรดาเหล่านักร้องกลุ่มซูปเปอร์จูเนียร์ก้าวลงจากเวทีหลังปิดท้ายด้วยการซ้อมเพลง A man in love
อีทึกก้มหัวขอบคุณสตาฟ์ทุกคนก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา “เสร็จแล้ว” บอกกับอีกฝ่ายที่ยืนรออยู่เงียบๆ ฮีชอลไม่ได้ขึ้นเต้น A man in love เพราะอาการขาที่เกิดเจ็บขึ้นมาทั้งอย่างนั้น ยังดีว่าเมื่อวานเขารู้ทัน ที่จู่ๆก็เดินแปลกๆไม่งั้นคงได้มีเรื่องกันแน่ๆถ้าฮีชอลคิดจะเต้นโดยไม่บอกเขา
“นายเต้นดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยนะ” เสียงหวานบอกใสๆ พลางเอื้อมมือเอาผ้าที่ถืออยู่เช็ดหยดน้ำที่พราวใบหน้าอีทึกออกเบาๆ
การกระทำที่เรียกรอยยิ้มจากอีทึกและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะบรรดาน้องๆที่ต่างส่งเสียงแซวหรือสตาฟ์ทั้งจีนและญี่ปุ่นที่เอาแต่ยืนมองอย่างอารมณ์ดี ก็ครั้งก่อนตอนที่มา...พวกเขาก็รู้กันหมดแล้ว
ไม่งั้นตอนเจอครั้งแรกทุกคนคงไม่เข้ามาถามเขาแบบนั้นหรอก
“แล้วน้องฮีชอลไม่ได้มาด้วยกันเหรอ”
เรียกว่าทำเขาหน้าแดงอย่างไม่ต้องเจอฉากหวานหรือคำถามสื่อๆเลยสักนิด!
“กลับห้องกัน” บอกเสียงพล่า มือแกร่งเลื่อนมากุมมือเล็กไว้ไม่ปล่อย ส่วนมืออีกข้างก็อดไม่ได้ที่จะลูบผมของฮีชอล จะว่าไป...เขาเองก็ชอบผมทรงนี้นะ ขนาดที่ว่าทุกคนที่นี่พอเห็นว่าเขาเดินพาฮีชอลเข้ามายังแทบตกใจ นึกว่าเขาพาสาวที่ไหนมาซะอีก พอมารู้ว่าเป็นฮีชอลนี่ก็ได้แต่หัวเราะกันยกใหญ่
ใครจะนึกกันว่าผู้ชายไว้ทรงนี้แล้วจะหวานได้ขนาดนี้!
“นี่...พรุ่งนี้แล้วนะมีทครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ถ้าเจ้าคิบอมมาก็ดีสิ! ให้ตายทำไมเจ้าเด็กบ้านั่นถึงมาไม่ว่างเอาตอนนี้ด้วยนะ!!” ร่างเพรียวในชุดนอนลายการ์ตูนตัวเดิมเขยิบเข้ามาหาอีทึกทันทีที่อีกฝ่ายนั่งลงกับเตียงนุ่ม
เท้าแขนกับเตียงก่อนมองอีทึกที่ยังจัดการกับทรงผมของตัวเอง “เอาน่า...คิบอมมันก็อยากมานั่นแหละ ถ้างานไม่เร่งมีเหรอที่หมอนั่นจะปฏิเสธ ได้เจอได้อยู่กับทงเฮที่มันคิดถึงทำไม่มันจะไม่อยากล่ะ หืม?”
“แต่...ก็มันน่าเสียดายนี่!”
“เอาน่าาา ลุกมากินยาก่อนเร็ว” บอกปัดขำๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้ายู่แล้วยังไม่ยอมแพ้ มือแกร่งดึงข้อมือสวยให้ลุกขึ้นมานั่ง มองฮีชอลที่ทำหน้ายู่มากกว่าเดิม ก็เพราะว่าฮีชอลไม่ชอบการกินยานั่นแหละ...
“ให้ป้อนมั้ย”
ใบหน้าสวยแดงระเรื่อด้วยความอายกับคำพูด โชคดีว่าวันนี้เปลี่ยนโรงแรมไม่งั้นป่านนี้เจ้าเด็กพวกนั้นคงได้เห็นเขาน่าแดงเพราะคำพูดหื่นๆ!ของตาบ้านี่เป็นแน่!!
นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างมองอีทึกอย่างไม่เชื่อใจ แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ ในเมื่อเขา...ปฎิเสสัมผัสของคนตรงหน้าได้ที่ไหน?
“ป้อนสิ ไม่งั้นก็ไม่กิ...อืมม” เสียงหวานขาดหาย ไปพร้อมกับสัมผัสหวานที่เข้ามาแทนที เม็ดยาถูกกลืนไปตั้งแต่เมื่อไหร่เขาก็บอกไม่ได้ รู้เพียงแค่ตอนนี้ เวลานี้ อีทึกคือคนที่เขาต้องการมากที่สุด... ความหวานแลกเปลี่ยนกันไปมา ลิ้นถูกเกี้ยวกระหวัดอย่างชำนาญ
จูบที่เริ่มจากความหวานก่อนแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ปากอิ่มถูกผละออกครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะถูกประกบอีกด้วยเรียวปากได้รูปของอีทึก นานที่อีทึกจูบ...
.
.
.
“อื้อ!...อ๊ะ...ทึกกี้” เสียงหวานแหบพล่าท้วงเบาๆ ร่างการเปลือยเปล่าขยับเข้าหาอีกฝ่ายให้แนบแน่นขึ้นกว่าเดิม ความอบอุ่นกำลังถูกอีทึกเติมให้ ภาษากายที่แสดงออกและได้รับทำให้ใบหน้าสวยเชิดขึ้นหวังสูดอากาศให้ได้มากที่สุด
“เจ็บหน่อยนะ” บอกลปอบประโลมคนข้างล่าง ก่อนจะแทรกกายเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า เส้นทางรักตอดรัดอย่างอัตโนมัติ อีทึกครางในลำคอ รู้ดีว่าฮีชอลกำลังจะถึงเช่นเดียวกันกับเขา...มือแกร่งประสานกับนิ้วเรียวจนแน่น
“อ๊า...จองซู...จองซู...!” เสียงครางดังรอดออกมาจากปากอิ่ม ร่างเพรียวบางเกร็งสะท้านก่อนจะกระตุกน้อยๆรู้สึกถึงไออุ่นที่กำลังไหลเข้ามาในร่างกายของเขา ความรักของอีทึกไม่ต่างไปจากสัมผัสทั้งหมดที่ได้รับ
ไม่สิ...ความรักของอีทึกมากกว่านั้น
.
.
.
ฮีชอลขยับตัวพิงกับไหล่ลาดของอีทึก ก่อนจะใช้มันเป็นหมอนหนุน อ้อมกอดอุ่นโอบกอดไม่ปล่อย และไม่มีวันที่จะปล่อยแน่นอน
“ทึกกี้...” เรีกยชื่ออีกฝ่าย
“...รักนะ...” คำพูดกับท่าทางแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้อีทึกยิ้มกว้าง ก่อนจะมองคนรักที่ขยับตัวเอ้อมหยิบกล่องของขวัญสีขาวใบย่อมข้างหัวเตียง “ให้ปาร์คจองซูที่คิมฮีชอลเป็นเจ้าของคนเดียวเท่านั้น”
สร้อยคอสีเงินสวย กับจี้ที่เขียนว่า “ฮี” ในภาษาจีน... คำที่เขาเลือกจะเอามันมาทำเป็นอักษรหลังเสื้อ อีทึกอมยิ้มมองสร้อยเงินราคาแพงกับจี้ที่ถูกสั่งทำขึ้นมาอย่าวประณีต
“ขอบคุณครับ...”
“ฉันคือเจ้าของ...ปาร์คจองซูคนเดียวนะ” บอกทั้งที่ไม่ได้หันไปมอง มือเรียวประสานมือของอีทึกเอาไว้แน่น แน่นจนรับรู้ถึงไออุ่นที่โอบล้อมอย่รอบกายตลอดเวลา
“ปาร์คจองซูเป็นของคิมฮีชอลตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้วรู้มั้ย...ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนแน่นอน” ก้มจูบผมนุ่มก่อนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น...รัก
“สัญญานะ?”
...ฮีชอลยิ้มสวยจนเห็นลักยิ้มบนหน้า...
“สัญญา...ไม่แค่ตอนนี้แต่...ตลอดไป”
...อีทึกเองก็ยิ้ม...
...ยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่อยู่ด้านซ้าย เคียงข้างไปกับฮีชอล คนที่เติมเต็มอีกครึ่งนึงของใบหน้า...
...ลักยิ้มข้างขวาที่เขาตามหามาตลอดชีวิต...
The End or TBC.
.....
มันยังไม่จบหรอก....เพราะว่ายังไม่มีฉากในงานมีทที่ญี่ปุ่น ฮ่าๆ
รักคนอ่านทุกคนค่ะ ^^





><~
ปกติวันเกิด คนที่เป็นเจ้าของวันเกิดต้องได้รับ
แต่ พี่ปอน เป็นฝ่ายให้ สมาชิก 83Line
ได้ ชุ่มชื่นหัวใจเล่น ><~
..
..
เชื่อในสิ่งที่เห็น หวานอะไร ปานนั่น
อิอิ
#1 By vitaminz on 2008-12-05 18:11