[Fic] Someday for Somebody

posted on 05 Mar 2009 13:35 by femodos  in ShortFic

Special fic…

Title : Someday for Somebody

Author : Femodos [ปอนด์]


+++++++++++++++++++++++++

 

ให้วันหนึ่งเพื่อคนหนึ่ง...

.........

 

“ฮีชอลฮยอง!” เจ้าของชื่อสะดุ้งน้อยๆ หันมองใบหน้าเนียนติดจะสวยของอีฮงกี เด็กหนุ่มที่เขาต้องทำงานด้วยอย่างเป็นคำถาม


“ฮยองเหม่ออยู่นั่นแหละ จะเริ่มถ่ายต่อแล้วนะฮะ” พยักหน้ารับกับคำพูดของฮงกี


ก่อนจะเหลือมองเด็กหญิงตัวเล็กที่เขาต้องถ่ายทำด้วย ยุนจองอึนที่เขาต้องทำหน้าที่กับการเป็นคุณพ่อกับฮงกีรุ่นน้องต่างค่ายหากแต่สนิทกันยิ่งกว่าคนในวงบางคนซะอีก


ดวงตาเรียวสวยมองมือเรียวของฮงกีที่จับจองอึนแน่นไม่ปล่อย...


มือเรียวถูกยกขึ้นมามองอย่างเคย


ถ้าเป็นเมื่อก่อน....ก็คงได้รู้สึกถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาของคนคนนั้นที่ไม่เคยปล่อยให้มือคู่นี้หนาว


‘คุณฮีชอลจับมือน้องคนละข้างกับอีทึกสิค่ะ ดูท่าว่าน้องจะชอบบใจใหญ่เลย’ ใบหน้าหล่อติดจะกวนน้อยๆคว้ามือเขาไปจับข้างหนึ่งก่อนจะปล่อยให้อีทึกข้างจับมือกับจองฮีที่ได้ดูแลวันนั้น


อ้อมกอดที่ถูกโอบกอด ความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเท่าคนอื่นๆ
ตอนนั้น...ทั้งเขาและอีทึกแทบไม่สนใจอะไรเลย
รู้เพียงแค่..มือข้างหนึ่งของเขาถูกเกาะกุมด้วยมือของอีทึกตลอดเวลา อ้อมกอดที่มีให้จองฮีอบอุ่นจนเขาเผลอคิดว่านี่คือครอบครัวเอาจริงๆ

‘ทำไม...มือนายถึงได้เย็นตลอดเวลานักนะ” เสียงทุ้มมักบ่นใส่เสมอ แต่ถึงอย่างนั้นก็ชอบที่จะเอามือของเขาไปถูเบาๆให้มันอุ่นขึ้น เอาไปซุกในเสื้อของตัวเอง “แล้วก็ยังชอบมายืนตากลมคนเดียวอีกนะ...ยัยบ้า’

‘ก็ชั้นไม่ได้มืออุ่นตลอดเวลาแบบนายนี่!’

มีเพียงแค่รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะที่ตอบกลับ ก่อนที่นิ้วเรียวของอีทึกจะบีบจมูกเบาๆอย่างทุกครั้ง‘ก็อยู่กับชั้นสิ...จะได้อุ่นตลอดเวลา’


“ทำไมปะป๊าฮีชอลมือเย็นจังคะ? ใส่ถุงมือของจองอึนมั้ย” น้ำเสียงสดใสเรียกให้หลุดออกจากภวังค์ก่อนที่ฮีชอลจะเพียงแค่ยิ้มให้ สบตากับฮงกีอย่างเคย


“ไม่ต้องหรอกครับ ปะป๊าแค่มายืนตากลมเท่านั้นเอง” บอกเสียงหวานก่อนจะรับถุงมือจากฮงกีมาใส่


“งั้นนายก็จับมือชั้นเอาไว้ตลอดสิ”
ถ้าตอนนี้นายอยู่ด้วย..ก้คงไม่ปล่อยให้ชั้นอยู่คนเดียว คงมีเสียงทุ้มๆที่คอยกระซิบข้างหูไม่ให้คนอื่นๆเห็น มืออุ่นๆที่จับไว้ไม่เคยปล่อย


นี่เขา...ไม่ได้ยินเสียงกับความอบอุ่นจากมือคู่นั้นมานานแค่ไหนแล้วกันนะ?

 

手を繋いだり 声を聞いたり
จับมือกัน ได้ยินเสียงของกันและกัน

.......

 


กรอบรูปสี่เหลี่ยมถูกวางลงช้าๆ ก่อนร่างโปร่งจะเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากตามสไตล์ของตัวเอง

 

นานแค่ไหนแล้ว...ที่เวลาถูกช่วงชิงไปจากคนคนนั้น

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ กับดวงตาอ้อนๆ

นานแค่ไหนแล้วกันนะ...ที่ไม่ได้เจอคิมฮีชอล

 

“พี่อีทึกฮะ ได้เวลาแล้วนะครับ” เสียงเคาะประตูห้องดังมาก่อนที่คำพูดจากรูมเมทคนใหม่ที่เพิ่งถูกสลับตัวกับคนคนนั้นตะโกนเรียก


“อือ เสร็จแล้ว”


มือแกร่งปล่อยมือจากกรอบรูปก่อนจะหันกลับไปสนใจมือถือเครื่องบางรุ่นเดียวกับของคนคนนั้นที่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า ไม่ได้เห็นชื่อคนที่โทรเข้ามาเป็นประจำ ไม่มีแม้แต่ข้อความที่เคยส่งหากัน


เขาปล่อยเวลาผ่านไปกับเรื่องอื่นจนลืมคนสำคัญนานแค่ไหนแล้วกันนะ?


“พี่อีทึกฮะ!!”


“อื้อ!” อีกครั้งที่ทงเฮตะโกนเรียก ปาร์คจองซูหยิบมือถือสีขาวใส่ลิ้นชักด้านข้างก่อนจะเอื้อมหยิบอีกเครื่องที่เพิ่งได้มาใหม่ขึ้นมาแทน มือเรียวยัดใส่กระเป๋าก่อนจะก้าวเดินออกไป


ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มทันทีที่เดินเข้ามาในบริษัท
เสียงทักทายอย่างเคยทำให้อีทึกอดที่จะส่งยิ้มกลับไม่ได้ ใช่..ทำได้เพียงแค่ยิ้ม


“อ้าวแล้วฮีชอลไม่ได้มาด้วยเหรอคะ? ช่วงนี้ไม่ได้เจอหน้าเลยพี่ล่ะคิดถึงจัง” เสียงสไตล์ลิสสาวเอ่ยทักทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามา อีทึกอดเหลือบมองข้างตัวไม่ได้


ด้านข้างที่มักมีคนคนนั้นเดินด้วยเสมอ...


“ว่าแต่อีทึกดูโทรมขึ้นนะค่ะ รักษาสุขภาพบ้างเถอะถึงพวกพี่จะแต่งหน้ากลบรอยคล้ำได้แต่เดี๋ยวก็ทรุดกันก่อนที่อัลบั้มสามจะออกนะ” เสียงตำหนิดังขึ้นเรื่อยๆ


ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงมีคนร่วมผสมโรงด้วยเวลาที่มีคนว่าเขาแบบนี้


เสียงหวานๆคงเอาแต่นั่งบ่นไปกับพี่สไตล์ลิสคนนี้ว่าเขาเอาแต่ทำนู่นทำนี่ไม่ยอมนอน ไล่ไปนอนก็ไม่ยอมไป ดื้ออย่างนั้นอย่างนี้ แต่ที่เขาอดคิดถึงไม่ได้ก็คือเสียงหัวเราะพวกนั้นต่างหาก...


“อีทึกตาคล้ำอีกแล้ว นี่ไม่ได้นอนอีกแล้วเหรอคะ? ไม่ดีเลยนะ” คำพูดเดิมๆเรียกให้คนที่นั่งรออยู่ด้านข้างหันกลับมาก่อนจะแยกเขี้ยวใส่


“ก็หมอนี่เอาแต่นั่งเพ้อ นั่งเพี้ยนสิฮะ! ไม่รู้จะบ้าไปไหน...สั่งให้นอนก็ไม่นอน!!” ฮีชอลหันกลับไปพูดกับพี่สไตล์ลิสเสียงดัง เรียกรอยยิ้มจากคนฟังทั้งคู่ได้ไม่ยาก


เพราะถึงจะว่าจะด่ายังไง...คิมฮีชอลก็ยังสนใจคนคนนี้มากกว่าคนอื่นอยู่ดี


“งี้แหละค่ะ! คราวหลังน้องฮีชอลก็จัดการฟาดใส่แรงๆเลยสิ เอาให้เจ็บไปเลย” อีทึกได้ทำหน้าเหวอ เหลือบมองใบหน้าสวยที่ดูจะพอใจกับคำสอนของพี่สไตล์ลิสมากกว่า


“นั่นสิๆ อย่างเมื่อเช้านี่ก็แทบไม่ยอมลุกจากที่นอน! ผมไล่เข้าไปอาบน้ำกว่าจะออกมานี่ก็แทบสาย หล่อตายเลยแหละ! ไอ้ลีดเดอร์ประสาทเอ๊ย~”


“ฮ่าๆ แต่พี่ว่าอีทึกก็ดูหล่อนะค่ะ...ส่วนน้องฮีชอลนะ แต่งนิดเดียวก็สวยแล้ว”


“พี่อ่ะ!!” อีทึกอดหัวเราะไม่ได้ ดวงตาเรียวสีมะฮอกกานีสบตากับพี่สาวที่คุยด้วยอย่างเข้าใจ ถึงคนข้างตัวเขาจะยังงี้ก็เถอะ แต่ก็ยังคิดว่าตัวเองแมนตลอดเวลาอยู่ดี


“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะ ไอ้บ้าจองซู!!”

 

笑い合えたらいいな
หัวเราะด้วยกัน ถ้าเคยเป็นแบบนั้นได้ ก็คงจะดี

 

........

 

“พี่บ้ารึเปล่า!! พี่จูบกับพี่จองโมโดยที่ไม่สนใจว่าพี่อีทึกจะว่าไงอย่างนั้นเนี่ยนะ!!” น้ำเสียงใสวีนลั่นใส่ร่างเพรียวทันทีที่ลีทงเฮปล่อยข้อมือบางเมื่อเข้ามาในห้อง


“นายโกรธแทนอีทึก...หรือนายเกิดอยากได้อีทึกคืนงั้นเหรอ” ใบหน้าสวยเงียบงั้น นิ่งเฉยเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ


คนตวาดใส่พี่ชายหยุดชะงัก ก่อนจะถอนหายใจแรงๆ จริงอยู่ที่อีทงเฮคนนี้เคยรักเคยหลงพี่อีทึกแทบบ้า และเสียใจมากเมื่อพี่อีทึกเลือกพี่ฮีชอลมากกว่าจะเป็นตัวเอง แต่อีทงเฮเพียงแค่เป็นห่วง


การกระทำของพี่ฮีชอล...ไม่เคยสนใจเลยสักนิดว่าหัวใจของพี่อีทึกจะร้องไห้รึเปล่า


แล้วทำไมกันนะ? ทำไมพี่อีทึกถึงได้รักพี่ฮีชอลแทบบ้า?


เขาไม่เข้าใจเอาซะเลย!


“ผมแค่เสียใจ...ที่พี่ทำอะไรโดยไม่เคยแคร์สายตาของคนที่รักพี่บ้าง” ทงเฮพูดเสียงเบา ก่อนก้มหน้าลงช้าๆ ไม่ต่างจากคนที่มองอยู่


เขารู้ดีว่ามันผิด...ที่ทำแบบนั้น แสดงออกแบบนั้น
ไม่ว่าน้องๆในวงหรือคนอื่นๆ สื่อมากมายย่อมต้องเพ่งเล่งและหันกลับมาโจมตีใส่เขาแน่ๆ
แต่คิมฮีชอลเลือกแล้ว...แล้วก็เข้าใจทำใจยอมรับสิ่งที่จะตามมาอย่างดี


แต่คิดว่าเขาไม่ห่วงงั้นเหรอ?
คิดว่าเขาไม่แคร์สายตาที่อีทึกมองมางั้นเหรอ?


เปล่าเลย...


สายตาตัดพ้อนั่นทำให้เขาแทบยืนไม่อยู่ หากไม่เพราะเป็นนักแสดง
สีหน้าท่าทางคงบอกออกไปหมดแล้วว่าไม่อยากจะทำ! แต่เขาทำไม่ได้...


“นายอยู่กับอีทึก...ดูแลหมอนั่นดีๆนะ” บอกเสียงเบาพร้อมรอยยิ้ม มือเรียวค้นผ้าพันคอผืนใหม่ในกระเป๋ายื่นให้เด็กหนุ่มที่ยังก้มหน้าอยู่ “ให้หมอนั่นกินยาด้วยล่ะ”


หากแต่สิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด...เขาเชื่อว่าอีทึกเข้าใจ
ว่าเขาทำลงไปเพื่ออะไร...
เพื่อความสุขที่จะเกิดขึ้นในเวลาข้างหน้า เพื่อความรักของเขา...


“ถ้านายเข้าใจชั้น...อย่างที่นายบอกไว้ก็คงดีนะ”

 

“ทำไมพี่ฮีชอลถึงชอบไปยุ่งกับซีวอนหรือพี่ฮันเหลือเกินนะ มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วแท้ๆ” เสียงพูดคุยดังขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาประจำทันทีที่วันนั้นมีการแสดงหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดได้ตลอด


“หรือพี่ฮีชอล...เขาจะไม่ได้รักพี่อีทึกอยู่แล้ว”


มือเรียวชะงัก ก่อนจะดึงมือที่หวังจะบิดลูกบิดเข้าไปในห้อง ใบหน้าสวยนิ่งเรียบหากแต่ดวงตาดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะได้แต่ยืนถอนหายใจเบาๆพิงประตูฟังคำพูดพาดพิงไปเรื่อยๆ


“ชั้นว่าเขาก็รักนะ”


“แต่ชั้นว่าไม่...ถ้ารักทำไมยังไปเล่นไปกอดพี่ฮันแบบนั้นทำไม?”


ร่างเพรียวขยับตัวเล็กน้อยๆก่อนจะทิ้งน้ำหนักนั่งลงกับพื้น มือเรียวกอดเข่าตัวเองแน่น
ถ้าไม่เพราะสัญญา ถ้าไม่เพราะ..คำว่าแฟนเซอร์วิส เขาคงไม่ถูกใครต่อใครมองในทางลบแบบนี้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาแค่แคคร์ความรู้สึกของคนคนนึงมากกว่า


อีทึก...จะคิดแบบนั้นมั้ยนะ?


“อ๊ะ!...อีทึก?” สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามีมืออุ่นๆมาจับที่ต้นแขน นัยน์ตากลมโตเบิกกว้าง


อีทึก...มาตั้งแต่เมื่อไหร่? ถ้างั้น....ก็ได้ยินหมดแล้วสิ


ฮีชอลมองใบหน้าหล่อเงียบๆ ความผิดของตัวเองทำให้พูดไม่ออก หากแต่อีทึกเพียงแค่ยิ้มก่อนจะดึงเขาให้ลุกขึ้น


“ทำไม...?”


“ชั้นเชื่อใจแล้วก็เข้าใจในสิ่งที่นายทำ....ปาร์คจองซูเชื่อใจคิมฮีชอลตลอดนะรู้มั้ย”
แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว...ที่อีทึกให้กับคิมฮีชอลคนนี้

 

分かり合えたらいいな
เข้าใจกันและกัน ถ้าเคยเป็นแบบนั้นได้ ก็คงจะดี

.......

 

TBC.

ยังไม่จบๆ...ยังมีต่ออีก คิกคิก ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาต่อแล้ว......
ดีใจจัง
คิดถึง ทึกซิน คิดถึง คนเขียน ^____^

เขียนถึงฉากจูบทั้งหลายในคอนด้วย

ทำไมไม่จูบทึกกี้บ้าง

อยากเห็น

#1 By โอ๊ต (118.172.204.185) on 2009-03-05 15:19

โอ้ แนวเศร้าสะเทือนใจอีกแล้ววว

มันเหมือนกับเอาชีวิตจริงมาแต่ง

น้องปอนนนน

เอาแบบแฮปปี้ๆ คิมฮีไม่เศร้า ทึกร่าเริงเงี้ย

แบบนี้อ่านแล้วอยากจะร้องไห้ทุกที T^T


ปอลิง.. อัพด้วยนะ มันอารมณ์เศร้าค้างงงง T-T

#2 By *Ai_PheuS* on 2009-03-05 16:27

พี่ปอนด์

ทำไหม ทำกับน้องแบบนี้
เขาจะร้องไห้แล้วน่ะ

หนึ่งคนก็รัก
อีกคนก้รัก แต่ทำไหมมันเป้นแบบนี้อ่า

นั้นวิ ทำไหมน่ะ สิ่งที่คิม ฮีทำ ต้องเป้นแบบนี้เสมอ

หรือ ต้องรอ ให้ พี่ทึก เท่านั้น ที่เป็นคนยอม เข้าใจทุกอย่างเอง

รอ ฟิค พี่ปอนด์ ตลอดน่ะค่ะ

อ่านกี่ทีก็มีความสุขทุกที
คอนรอบหน้าแอนจะป้ายทึกวิน แล้วค่ะ
เพราะ ทึกวิน คือ เพื่อนที่ดี คือ คนที่อยู่ข้างกันเสมอ เมื่ออีกคนไม่สบายใจ
รัก พี่ปอนด์ เสมอค่ะ

#3 By kihae13 on 2009-03-06 03:05

อ๋า....นี่เป็นครั้งที่สอง ที่พี่1อ่านทึกซิน...คิคิ
แต่ครั้งแรกอ่ะเป็นทึกซินที่แบบว่า...ฮามาก กก
แต่ครั้งนี้โศกเศร้า เคล้าน้ำตามาก กก...งื้อๆๆๆ

ดูแล้ว...พี่ทึก ห่วงพี่เรลล่าตลอดเวลาเลยเนอะ
‘ก็อยู่กับชั้นสิ...จะได้อุ่นตลอดเวลา’
โอ๊ะ...แหมๆๆๆพี่ทึก...ไม่ปล่อยช่วงเวลาทิ้งไปเลยนะ....
หยอดตลอดเลยเชียว....คิคิ

อ่า...พี่ทึก พี่คงจาคิดถึงพี่เรลล่ามากสินะ
ก้อนะ...คนที่เคยเป็นเมทกานนี่นา..เคยเจอกันทุกวันๆๆ
พอขาดอีกคนไป...มันก้อคงดูโหวงเหวงน่าดูอ่ะ
(แต่...เมทใหม่ของพี่เรลล่าอ่ะ....คิคิ...โอ๋ๆๆๆน้องปอนด์อย่างอลพี่1น้าาา..)
ฮ่าๆๆๆๆ....พี่เรลล่า พี่ยอมรับซะเถอะว่าพี่อ่ะสวยงาม....คิคิ
อ่ะนะคนเรา.....

อีทงเฮ !!! อ๋าๆๆๆๆ
บุคคลผู้น่าสงสาร....รักเค้าข้างเดียวหรอจ๊ะหมวย....งื้มๆๆ

ความเชื่อใจ....มันคือสิ่งที่สำคัญยิ่ง.....ใช่มั้ยคะ
ขอแค่เชื่อใจ.....ขอเพียงเท่านี้....


(talk : น้องปอนด์...แงๆๆๆ แอบจี๊ด ดดด...ฮื้อๆๆๆ มาซับน้ำตาพี่1เลยนะ....แต่ว่าอ่านแล้วน่ารักดีค่ะ เป็นความรักที่ห่างไกลกันจัง ถ้าขาดความรักและความเข้าใจอ่ะ...รักนี้คงสลายเป็นแน่.....แต่ ขอเพียงเข้าใจและเชื่อใจ เพียงเท่านั้น ที่สามารถหล่อเลี้ยงรักนี้ให้เติบโตไปได้)

#4 By Regina_1 on 2009-03-07 03:25

อ่านแล้วเศร้าจังเลย

ระหว่างเค้าสองคนมันเกิดอะไรขึ้น

#5 By pufferzung (210.246.152.6) on 2009-03-11 14:39