[Fic] 83 line is soulmate.
posted on 12 Mar 2009 20:00 by femodos in ShortFic
Special fic…
Title : 83 line is soulmate.
Author : Femodos [ปอนด์]
+++++++++++++++++++++++++
83 line is soulmate.
ตอนที่ฉันเขียนคำนี้..นายคิดอะไรบ้างมั้ย?
.
.
.
นายจะยังเป็นคิมฮีชอลที่เป็น soulmate ของฉันอย่างเคยรึเปล่า?
.
.
.
คลิ๊ก..
เสียงคลิกเม้าส์เบาๆดังขึ้นในห้องสี่เหลี่ยม
มือแกร่งเลื่อนเม้าส์ต่อไปเรื่อยๆ รูปภาพตรงหน้าทำให้คนเล่นคอมชะงักน้อยๆก่อนจะเลื่อนลงไปอย่างไม่ติดใจ
ไม่สิ...พยายามไม่สนใจต่างหาก
นัยน์ตาคมสวยที่เคยอบอุ่นดูหล้าอย่างเห็นได้ชัด...
ภาพของชายหนุ่มตรงหน้าสองคนทำให้เขารู้สึกแย่ ถึงจะเป็นเพียงภาพของสมาชิกในวงที่กอดคอเล่นกันในคอนเหมือนอย่างทุกที แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่เคยมีบนหน้าเรียวได้รูปของปาร์คจองซูสลดลงไปทีละน้อย ก่อนจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับ
.
.
“ทำไมต้องยิ้มขนาดนั้นด้วยนะ?”
หลายต่อหลายครั้งที่เขาเฝ้ามอง เฝ้าติดตาม คอยดูแลคนคนนี้
หลายครั้งที่เคยคิดว่ารอยยิ้มสวยๆนั้นเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ใช่ปาร์คจองซูสร้างมันขึ้นมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
รอยยิ้มที่ฮีชอลมักยิ้มให้กับเขาเสมอ
ยิ้ม...
ก่อนที่มันจะหายไป...
และหายไป...
ตลอดกาล...
กลีบปากอิ่มเรียวแย้มยิ้มสวยที่แฟนคลับหลายๆกลุ่มหลงใหลในเสน่ห์พวกนั้น ไม่ต่างไปจากตัวเขาเอง..ที่ก็หลงใหลในรอยยิ้มสวยนั้นไม่ต่างกัน
ทุกครั้งที่เห็นฮีชอลยิ้ม...เขามีความสุข
ทุกครั้งที่เห็นคนตัวเล็กหัวเราะ...เขาก็อดหัวเราะตามไปด้วยไม่ได้
ทุกครั้งที่ฮีชอลร้องไห้...เขาก็ทิ้งไปไม่ได้อยู่ดี
แต่ทุกครั้ง...
ฮีชอลเพียงแค่ต้องการให้คนคนนั้นอยู่ข้างๆ...
“ยังไม่นอนอีกเหรอฮะ” เสียงของรูมเมทคนใหม่ดังเรียกสติอีทึกที่กำลังนั่งเปิดรูปไฟล์เก่าๆที่เขารวบรวมจากคอนหลายๆที่ ให้หันกลับไปมอง
ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มบางๆ “ทำให้ตื่นรึเปล่า” หันกลับมาถามด้วยความเกรงใจ
อีทงเฮส่ายหัวไปมา ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นมานั่งข้างลีดเดอร์ นัยน์ตาเรียวสดใสทอดยาวมองรูปภาพหลายๆรูปก่อนจะเหลือบมองหน้าพี่ใหญ่ข้างตัวเงียบๆ “ทำไมยังรักล่ะฮะ”
อีทึกไม่ตอบ นอกจากเลื่อนเม้าส์ดูรูปคนสองคนตรงหน้าที่แฟนคลับแอบถ่ายจากคอนที่ต่างๆไปเรื่อยๆ
แต่ยิ่งดู รอยยิ้มที่เคยอยู่บนใบหน้าหล่อก็จางหายไป...
ถ้าเพียงแค่ภายในห้องไม่ได้มืด อีทงเฮคงได้เห็นนัยน์ตาที่ไหววูบจากคนด้านข้างไปแล้วเป็นแน่
รูปภาพมากมายที่แฟนคลับถ่ายได้ แทบทุกรูปมีรอยยิ้มของฮีชอลเสมอ รอยยิ้มที่บ่งบอกได้อย่างดี...ว่าคนตัวเล็กมีความสุขเพียงใดกับการได้อยู่ใกล้ใครคนนั้น
“ทำไมถึงไม่โกรธ...ที่พี่ฮีชอลเลือกพี่ฮันเกิงมากกว่าพี่ล่ะฮะ”
แวบหนึ่งที่หันมามองคนถาม ก่อนอีทึกจะยกมือเรียวโคลงหัวอีกฝ่ายไปมาเบาๆ
“ก็พี่รักเขา...”
“แต่พี่ฮีชอลอาจจะลืม...ลืมความรักของพี่ไปแล้ว แล้วพี่จะรักเขาต่อทำไม”
“.....”
“ผมไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ” ปากอิ่มสวยพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อสัมผัสถึงหยดน้ำที่เอ่อคลอที่หน่วยตาสวย
“ไม่ใช่ทำไมยังรัก...แต่เพราะเลิกรักไม่ได้ต่างหากล่ะทงเฮ” บอกเสียงทุ้ม ก่อนจะหันกลับมาสนใจกับรูปของฮีชอลกับฮันเกิงต่อ
เพราะเลิกรักไม่ได้...
ผมถึงได้เอาแต่มอง ใครต่อใครต่างก็พูดกันตลอดว่าสองคนนั้น...มีอะไรที่มากเกินพี่กับน้อง
หากแต่เขาไม่เคยเชื่อมาตลอด ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฮีชอล และไม่เคยอาจเอื้อมเป็นเจ้าของเจ้าหญิงคนสำคัญ...
ก็แค่ลีดเดอร์ที่ทำได้แค่คอยอยู่เคียงข้าง...
จะอาจเอื้อมไปเป็นเจ้าชายหรือองครักษ์ได้เพียงใด…
“แล้วพี่ไม่เชื่อเหรอ...รูปพวกนี้ก็บอกออกมาตั้งหลายอย่าง พี่ยังไม่เชื่อเรื่องของพวกเขาอีกเหรอ” แววตาเรียวใสซื่อดูขุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ถึงทงเฮจะเป็นน้องของฮีชอลแต่ก็สนิทกับเขามากไม่แพ้กัน
รอยยิ้มจางๆปรากฏบนเรียวปากได้รูป
“มัน..ยาก..ที่จะเชื่อ แต่มัน...ยากกว่า...ที่จะต้องเลิกรักนะสิ”
มันยากที่ผมจะต้องเชื่อแบบนั้น...
ยิ่งคิดหัวใจก็ยิ่งเจ็บ...
แต่ที่ยากกว่านั้น...
คือการเลิกรักต่างหาก....
“พี่มันบ้า...”
“...นั่นสินะ...”
เขาอาจจะโง่ อาจจะงี่เง่า อาจจะเป็นบ้าในสายตาของน้องๆคนอื่นๆ
แต่ปาร์คจองซูก็เลือกแล้ว...
ถึงจะไม่อาจะเป็นองครักษ์หรือเจ้าชายของเจ้าหญิง...
แต่เมื่อใดที่เจ้าหญิงไม่สบายใจ เมื่อใดที่เจ้าหญิงยืนด้วยตัวเองไม่ได้...
วันนั้นลีดเดอร์งี่เง่าคนนี้...ก็พร้อมที่จะก้าวไปยืนเคียงข้างเจ้าหญิง
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาช่วงหนึ่ง....
แต่ผมก็พร้อมที่จะทำ...
“บ้าจริงๆนั่นแหละ....”
“ใช่”
“แต่คนบ้า...ก็ไม่ได้มีหัวใจตายด้านนะทงเฮ”
“......”
“ตราบใดที่หมอนั่นยังทำให้ฮีชอลเสียใจ....พี่ก็จะอยู่กับฮีชอลจนถึงวันนั้น”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ....ถ้าพี่ฮันเกิงทิ้งพี่ฮีชอล”
“....ก็คงต้องรอดู...”
เสียงทุ้มราบเรียบ แต่กลับน่าแปลกใจจนทำให้คนพูดด้วยต้องเงยหน้าขึ้นมามอง “รอดู...?”
“ว่าเจ้าหญิงจะยอมให้ลีดเดอร์กลับไปเคียงข้างอย่างเคยรึเปล่า”
รอยยิ้มสวยคลี่ขึ้นที่มุมปากของลีดเดอร์คนเก่ง...
อีทงเฮมองก่อนจะได้แต่ส่ายหัวไปมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กกว่าก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
“แล้วพี่จะรู้...ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้”
.
.
.
“นั่นสิ...อะไรก็เกิดขึ้นได้”
ใบหน้าสวยยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปทิ้งตัวลงนอนกับที่นอน มือเรียวปิดไฟที่ข้างหัวเตียง “ไม่เชื่อในความรักของสองคนนั้นเหรอทงเฮ”
“....”
“พูดเหมือนนายไม่เชื่อเลยนะ”
“ก็ผม...เชื่อใน Soulmate มากกว่านี่ฮะ”
The End. or TBC.
Title : 83 line is soulmate.
Author : Femodos [ปอนด์]
+++++++++++++++++++++++++
83 line is soulmate.
ตอนที่ฉันเขียนคำนี้..นายคิดอะไรบ้างมั้ย?
.
.
.
นายจะยังเป็นคิมฮีชอลที่เป็น soulmate ของฉันอย่างเคยรึเปล่า?
.
.
.
คลิ๊ก..
เสียงคลิกเม้าส์เบาๆดังขึ้นในห้องสี่เหลี่ยม
มือแกร่งเลื่อนเม้าส์ต่อไปเรื่อยๆ รูปภาพตรงหน้าทำให้คนเล่นคอมชะงักน้อยๆก่อนจะเลื่อนลงไปอย่างไม่ติดใจ
ไม่สิ...พยายามไม่สนใจต่างหาก
นัยน์ตาคมสวยที่เคยอบอุ่นดูหล้าอย่างเห็นได้ชัด...
ภาพของชายหนุ่มตรงหน้าสองคนทำให้เขารู้สึกแย่ ถึงจะเป็นเพียงภาพของสมาชิกในวงที่กอดคอเล่นกันในคอนเหมือนอย่างทุกที แต่มันก็ทำให้รอยยิ้มที่เคยมีบนหน้าเรียวได้รูปของปาร์คจองซูสลดลงไปทีละน้อย ก่อนจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับ
.
.
“ทำไมต้องยิ้มขนาดนั้นด้วยนะ?”
หลายต่อหลายครั้งที่เขาเฝ้ามอง เฝ้าติดตาม คอยดูแลคนคนนี้
หลายครั้งที่เคยคิดว่ารอยยิ้มสวยๆนั้นเขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา ใช่ปาร์คจองซูสร้างมันขึ้นมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
รอยยิ้มที่ฮีชอลมักยิ้มให้กับเขาเสมอ
ยิ้ม...
ก่อนที่มันจะหายไป...
และหายไป...
ตลอดกาล...
กลีบปากอิ่มเรียวแย้มยิ้มสวยที่แฟนคลับหลายๆกลุ่มหลงใหลในเสน่ห์พวกนั้น ไม่ต่างไปจากตัวเขาเอง..ที่ก็หลงใหลในรอยยิ้มสวยนั้นไม่ต่างกัน
ทุกครั้งที่เห็นฮีชอลยิ้ม...เขามีความสุข
ทุกครั้งที่เห็นคนตัวเล็กหัวเราะ...เขาก็อดหัวเราะตามไปด้วยไม่ได้
ทุกครั้งที่ฮีชอลร้องไห้...เขาก็ทิ้งไปไม่ได้อยู่ดี
แต่ทุกครั้ง...
ฮีชอลเพียงแค่ต้องการให้คนคนนั้นอยู่ข้างๆ...
“ยังไม่นอนอีกเหรอฮะ” เสียงของรูมเมทคนใหม่ดังเรียกสติอีทึกที่กำลังนั่งเปิดรูปไฟล์เก่าๆที่เขารวบรวมจากคอนหลายๆที่ ให้หันกลับไปมอง
ใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มบางๆ “ทำให้ตื่นรึเปล่า” หันกลับมาถามด้วยความเกรงใจ
อีทงเฮส่ายหัวไปมา ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นมานั่งข้างลีดเดอร์ นัยน์ตาเรียวสดใสทอดยาวมองรูปภาพหลายๆรูปก่อนจะเหลือบมองหน้าพี่ใหญ่ข้างตัวเงียบๆ “ทำไมยังรักล่ะฮะ”
อีทึกไม่ตอบ นอกจากเลื่อนเม้าส์ดูรูปคนสองคนตรงหน้าที่แฟนคลับแอบถ่ายจากคอนที่ต่างๆไปเรื่อยๆ
แต่ยิ่งดู รอยยิ้มที่เคยอยู่บนใบหน้าหล่อก็จางหายไป...
ถ้าเพียงแค่ภายในห้องไม่ได้มืด อีทงเฮคงได้เห็นนัยน์ตาที่ไหววูบจากคนด้านข้างไปแล้วเป็นแน่
รูปภาพมากมายที่แฟนคลับถ่ายได้ แทบทุกรูปมีรอยยิ้มของฮีชอลเสมอ รอยยิ้มที่บ่งบอกได้อย่างดี...ว่าคนตัวเล็กมีความสุขเพียงใดกับการได้อยู่ใกล้ใครคนนั้น
“ทำไมถึงไม่โกรธ...ที่พี่ฮีชอลเลือกพี่ฮันเกิงมากกว่าพี่ล่ะฮะ”
แวบหนึ่งที่หันมามองคนถาม ก่อนอีทึกจะยกมือเรียวโคลงหัวอีกฝ่ายไปมาเบาๆ
“ก็พี่รักเขา...”
“แต่พี่ฮีชอลอาจจะลืม...ลืมความรักของพี่ไปแล้ว แล้วพี่จะรักเขาต่อทำไม”
“.....”
“ผมไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ” ปากอิ่มสวยพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อสัมผัสถึงหยดน้ำที่เอ่อคลอที่หน่วยตาสวย
“ไม่ใช่ทำไมยังรัก...แต่เพราะเลิกรักไม่ได้ต่างหากล่ะทงเฮ” บอกเสียงทุ้ม ก่อนจะหันกลับมาสนใจกับรูปของฮีชอลกับฮันเกิงต่อ
เพราะเลิกรักไม่ได้...
ผมถึงได้เอาแต่มอง ใครต่อใครต่างก็พูดกันตลอดว่าสองคนนั้น...มีอะไรที่มากเกินพี่กับน้อง
หากแต่เขาไม่เคยเชื่อมาตลอด ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฮีชอล และไม่เคยอาจเอื้อมเป็นเจ้าของเจ้าหญิงคนสำคัญ...
ก็แค่ลีดเดอร์ที่ทำได้แค่คอยอยู่เคียงข้าง...
จะอาจเอื้อมไปเป็นเจ้าชายหรือองครักษ์ได้เพียงใด…
“แล้วพี่ไม่เชื่อเหรอ...รูปพวกนี้ก็บอกออกมาตั้งหลายอย่าง พี่ยังไม่เชื่อเรื่องของพวกเขาอีกเหรอ” แววตาเรียวใสซื่อดูขุ่นขึ้นมาเล็กน้อย ถึงทงเฮจะเป็นน้องของฮีชอลแต่ก็สนิทกับเขามากไม่แพ้กัน
รอยยิ้มจางๆปรากฏบนเรียวปากได้รูป
“มัน..ยาก..ที่จะเชื่อ แต่มัน...ยากกว่า...ที่จะต้องเลิกรักนะสิ”
มันยากที่ผมจะต้องเชื่อแบบนั้น...
ยิ่งคิดหัวใจก็ยิ่งเจ็บ...
แต่ที่ยากกว่านั้น...
คือการเลิกรักต่างหาก....
“พี่มันบ้า...”
“...นั่นสินะ...”
เขาอาจจะโง่ อาจจะงี่เง่า อาจจะเป็นบ้าในสายตาของน้องๆคนอื่นๆ
แต่ปาร์คจองซูก็เลือกแล้ว...
ถึงจะไม่อาจะเป็นองครักษ์หรือเจ้าชายของเจ้าหญิง...
แต่เมื่อใดที่เจ้าหญิงไม่สบายใจ เมื่อใดที่เจ้าหญิงยืนด้วยตัวเองไม่ได้...
วันนั้นลีดเดอร์งี่เง่าคนนี้...ก็พร้อมที่จะก้าวไปยืนเคียงข้างเจ้าหญิง
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาช่วงหนึ่ง....
แต่ผมก็พร้อมที่จะทำ...
“บ้าจริงๆนั่นแหละ....”
“ใช่”
“แต่คนบ้า...ก็ไม่ได้มีหัวใจตายด้านนะทงเฮ”
“......”
“ตราบใดที่หมอนั่นยังทำให้ฮีชอลเสียใจ....พี่ก็จะอยู่กับฮีชอลจนถึงวันนั้น”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ....ถ้าพี่ฮันเกิงทิ้งพี่ฮีชอล”
“....ก็คงต้องรอดู...”
เสียงทุ้มราบเรียบ แต่กลับน่าแปลกใจจนทำให้คนพูดด้วยต้องเงยหน้าขึ้นมามอง “รอดู...?”
“ว่าเจ้าหญิงจะยอมให้ลีดเดอร์กลับไปเคียงข้างอย่างเคยรึเปล่า”
รอยยิ้มสวยคลี่ขึ้นที่มุมปากของลีดเดอร์คนเก่ง...
อีทงเฮมองก่อนจะได้แต่ส่ายหัวไปมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กกว่าก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
“แล้วพี่จะรู้...ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้”
.
.
.
“นั่นสิ...อะไรก็เกิดขึ้นได้”
ใบหน้าสวยยิ้มบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปทิ้งตัวลงนอนกับที่นอน มือเรียวปิดไฟที่ข้างหัวเตียง “ไม่เชื่อในความรักของสองคนนั้นเหรอทงเฮ”
“....”
“พูดเหมือนนายไม่เชื่อเลยนะ”
“ก็ผม...เชื่อใน Soulmate มากกว่านี่ฮะ”
The End. or TBC.





^_____________^
คุๆ
ถึงตอนนี้พี่ฮีนิมจามะออก
แต่...อ่านแร้วรุสึกว่าพี่ทึกกี้
รักพี่ฮีนิมมากๆอ่า
เชื่อนัยโซลเมตเสมอ~
เหมือนกันนะ^^
#1 By MindZ (124.121.44.74) on 2009-03-12 21:29