[Fic] Still Believe - 2

posted on 15 Jul 2009 07:38 by femodos  in Fic-Still-Belive

Chapter 2

 

 

 

Still Believe : Secret


“กลับมาแล้ว” เสียงหวานบอกเหนื่อยๆ เมื่อก้าวเข้ามาในบ้าน ความเคยชินจนเรียกได้ว่าเป็นนิสัยของทุกคนเลยก็ว่าได้ที่จะบอกว่าตัวเองกลับมาถึงแล้ว เนื่องจากตารางงานที่ไม่ตรงกันของสมาชิกทั้งหมด...มีบ้างที่กลับบ้านไม่ตรงกันโดยเฉพาะ.คนอย่างเขา ‘คิมฮีชอล’…


"กลับมาแล้วเหรอฮะ" ทงแฮก็ยังคงเป็นทงแฮวันยังค่ำ ฮีชอลยิ้มนิดๆ ให้เจ้าของเสียงที่รีบวิ่งเข้ามารับพี่ชายต่างสายเลือด ใบหน้าหวานยิ้มสดใสตลอดเวลา จนบ้างครั้งที่เขาเอง...ก็นึกอิจฉา…


…ยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆ ไม่กังวลหรือปกปิดเรื่องที่อยู่ข้างใน…


สำหรับฮีชอล...จะยิ้มให้ได้แบบที่ทงแฮทำนั้น...ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสสักเท่าไหร่ที่จะเป็นแบบนั้น…หรืออาจจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ


"ถ้ายังไม่กลับแล้วนายจะเห็นมั้ย?"  อีกครั้งที่ฮีชอลเองก็เลือกที่เสแสร้งไม่ให้ใครเห็นมากกว่าที่จะบอกความเป็นไปของตัวเอง  หรือเพราะแสดงออกไม่เป็นกันแน่?…แต่อาจจะเป็นเพราะอย่างหลังซะมากกว่า


"แล้วอีทึกฮยองล่ะฮะ ไม่ได้กลับมาพร้อมกันเหรอ?"  ทงแฮอดที่จะถามไม่ได้ ก็ในเมื่อทุกครั้งที่คนตรงหน้าต้องกลับบ้านหลังสุด หัวหน้าวงของเขาก็จะคอยอยู่จนกลับมาพร้อมกัน แต่วันนี้ไม่ใช่… 


ร่างบางชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยืนชื่อของอีกคน  ก่อนจะคลายยิ้มจางให้  "อ๋อ อีทึกไปทำธุระนะ พี่เลยกลับมาก่อน...ไปกินข้าวกันดีกว่า"


ทงแฮมองใบหน้าเรียวสวย ที่ก้มหน้าน้อยๆราวกับไม่อยากให้เห็น  เปลือกตาบางหลุบต่ำ ขนตางอนสวยปกปิดความรู้สึกภายใน จนทงแฮเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ถ้าจะพูดให้ดีไม่ใช่เพียงแค่ทงแฮหรอกที่ไม่รู้อารมณ์ลึกๆข้างในของคนคนนี้ จะมีซักกี่คนกันที่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของคนที่แสดงออกตรงข้ามกับความรู้สึกภายใน...อย่างคิมฮีชอลกัน…


"อิ่มแล้วเหรอ"  เสียงทุ้มแปร่งๆของเด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าเขาเพียงปีเดียวอย่างฮันคยองหรือ ‘ฮันเกิง’ ที่ฮีชอลชอบเรียกเอ่ยถามหลังจากเงยหน้าจากจานตัวเอง มองใบหน้าเรียวสวยที่เอาแต่นั่งกินข้าวเงียบๆ เมื่อทั้งโต๊ะเหลือเพียงแค่เขา 2 คนเท่านั้น 


…รู้ดีว่าคนอย่างฮีชอลไม่ชอบให้ใครมาเป็นห่วง…แต่ก็อดไม่ได้…


"เหนื่อยนิดหน่อยนะ" ฮีชอลตอบเสียงเนือยๆ พยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ ทั้งที่ความจริงแล้วสำหรับฮันคยองมีอะไรบ้างที่คนๆนี้ไม่รู้ แต่ไม่อยากจะให้ฮีชอลรู้มากกว่าก็เลยทำได้เพียงแค่นี้เพียงแค่คอยมองในฐานะของเพื่อนสนิทคนหนึ่ง


...ก็ในเมื่อคนที่เขารัก ชเว ซีวอนกลับสนใจคนตรงหน้า...จนไม่แม้แต่จะเหลียวมองอีกคนที่อยู่ข้างกันอย่างเขา…


แต่ถึงอย่างนั้นทุกสิ่งที่ทำ...ก็เพราะความรู้สึกเป็นห่วงคนตัวเล็กบอบบางที่ได้รู้จักเป็นคนแรกในประเทศอื่นแบบนี้…คนที่คอยดูแลฮันคยองตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ


ห่วงคนคนนี้...ที่ทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา


ถ้าถึงเวลาที่ต้องล้ม...จะเจ็บสักเท่าไหร่กันนะ


...คิมฮีชอล…

 


"ลีซูมานเรียกไปคุยเรื่องเครียดเหรอ หรือว่าจะให้นายรับงานอีก" ปากเรียวเอ่ยถามร่างเพรียวที่นั่งนิ่งเงียบๆ ฮันคยองแกล้งทายให้บรรยากาศดูสดใสขึ้นบ้าง ดีกว่าที่จะอยู่เงียบๆไปแบบนี้


"อื่อ"  เงียบไปพักใหญ่ก่อนจะตอบร่างสูง...ให้เข้าใจแบบนี้ทุกคนก็ดีแล้ว...


"ห๊า งั้นนายก็เหนื่อยแย่สิ" ร่างบางพยักหน้าน้อยๆ จนร่างสูงของฮันคยองอดไม่ได้ที่จะถามกลับอย่างเป็นห่วง รู้ดีว่าฮีชอลรับงานมากกว่าคนอื่นๆขนาดไหน


ไม่สิ...ที่คนคนนี้รับงาน...ก็คงเพราะร่างบางเป็นคนสำคัญของสังกัดเลยก็ได้กระมั้ง...ถึงต้องรับงานทุกอย่างที่เข้ามา...อย่างไม่มีทางเลี่ยง...แม้ว่าตัวเองจะเหนื่อยจนท้อเลยก็ได้ 


ฮันคยองมองคนตัวเล็กก่อนจะถอนหายใจ  แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็ทำให้อาการเมื่อครู่หายไปเหลือแต่รอยยิ้ม  "เหนื่อยสิ...แต่ถ้าฉันบอกว่าตั้งใจจะทำมันล่ะ"


นี่สินะที่ทำให้ใครต่อใครพากันหลงรักในตัวนาย ไม่เพียงแค่จะมีความหวานที่เหมือนผู้หญิง แต่เพราะหลายๆสิ่งซินะ ที่ทำให้นายน่าสนใจและเหมาะที่จะรัก


“เอาเถอะ...ยังไงก็พักบ้างเถอะนะ  ฮีชอล  เดี๋ยวล้มไปแล้วจะไม่สนุกด้วย” ว่าให้อย่างเคย  เขาไม่อยกเห็นฮีชอลล้มเท่าไหร่...เพราะคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึก 


เพราะฮีชอลเข้มแข็ง...มันจะเจ็บกว่าคนอื่นหลายเท่า!

 


ปัง!


ฮีชอลและฮันคยองหันไปมองตามเสียงเมื่อได้ยินเสียงประตู อีทึกเดินเข้ามาในห้องครัวก่อนจะนั่งลงตรงที่ของเขา…ที่ที่ตรงข้ามกับฮีชอล...ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตรงข้ามกันตลอดเวลา…


นัยน์ตากลมโตสบกับนัยน์ตาเรียวของคนที่ได้ชื่อว่าอายุมากที่สุดใกล้เคียงกันมากที่สุด มีความรับผิดชอบที่สุดและ น่าจะสนิทที่สุดแต่ตอนนี้แต่กลับห่างยิ่งกว่าใครๆ


สบตากันซักพัก ฮีชอลเบือนหน้ากลับ ก่อนจะลุกจากโต๊ะเดินไปสมทบกับน้องร่วมวงคนอื่นๆที่นั่งดูหนังกันที่ห้องนั่งเล่นรวม  เท้าเรียวพาตัวเองเข้าไปในห้อง ก่อนจะเลี่ยงออกมานั่งมองอยู่ห่างๆ...


เพราะฮีชอล...เป็นคนแบบนี้หลังจากวันนั้น...เหตุการณ์ครั้งนั้น…ไม่แปลกเลยที่มันจะการเป็นเรื่องปกติของคิมฮีชอล นัยน์ตาสีนิลสนิทมองดูหนังที่กำลังฉายอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นฮีชอลกลับต้องยอมรับ...มันไม่ทำให้เขาสนใจได้เลยแม้แต่น้อย…
 

เขาเคยมีความสุขที่ได้ทำเรื่องแบบนี้ ได้ไล่ตามความฝันของตัวเอง มีเพื่อนๆที่ดี  มีแฟนคลับ มีงานที่เขาชอบ…แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหนื่อย เพราะความสุขที่ว่านั่นกำลังทำให้เขาเหนื่อยเบื่อหน่ายและทำให้เขา...เหงาเป็นที่สุด...หรือเพราะมีอะไรที่เปลี่ยนไป...ตัวเขาหรือ...คนอื่น

 

"อีทึก ได้ข่าวว่าฮีชอลต้องรับงานเพิ่มใช่มั้ย?"


"..ไม่รู้สิ" ตอบพลางดื่มน้ำเมื่อกินข้าวเสร็จ ก่อนจะหยิบเอาตารางงานที่เขาเพิ่งได้มาวันนี้ขึ้นมาดู สายตาเรียวกวาดไปตามตางรางงานของอาทิตย์นี้ 


รับงานเพิ่มอีกแล้วงั้นเหรอ?  ทำไมต้องรับงานอะไรขนาดนั้นแค่นี้ก็แทบไม่มีเวลานอนอยู่แล้วแท้ๆ...ยัยบ้านั่นคิดอะไรของเขาอยู่?!

 

"แล้วทำไมวันนี้ไม่กลับพร้อมฮีชอลล่ะ?" เสียงของฮันคยองดึงสติที่หลุดลอยไปของอีทึกให้กลับคืนมา  ร่างสูงผ่อนลมหายใจเบาๆ ภาพเมื่อตอนเย็นยังติดตาเขาไม่หาย...ฮีชอลนะเหรอ? จะทำอะไรแบบนั้น?… 


"อืม...พอดีมีงานนะเลยให้ฮีชอลกลับมาก่อน...แล้วยัยนั่นกลับมานานรึยัง"  อีทึกมองเพื่อนคนจีนยิ้มๆ ก็ที่นี่ไม่มีคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเขากับจางนาราเลยนี่นา...จะมีก็แต่...คิมฮีชอล คังอินเท่านั้น…และสองคนนั่นเองก็ไม่เคยคิดจะพูดอะไรถึงเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังอยู่แล้ว


"ก็นานแล้วล่ะ...แต่เหมือนมีอะไรในใจมั้ง" ฮันคยองตอบคำถามเสียงเบาๆ ท้ายประโยคเงียบไปจนเหมือนบนพึมพำคนเดียว  อีทึกพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะลุกและช่วยฮันคยองเก็บจานไปล้าง  ละสายตาจากกลุ่มสมาชิกคนอื่นที่กำลังจับกลุ่มดูหนัง  เบือนหน้ากลับเปลี่ยนเรื่องคุยกับคนข้างตัว


...ก็แค่ไม่อยากจะคิดอะไรให้มันมากไปกว่านี้เท่านั้นแหละ…


...............................

..............................................

 

ร่างโปร่งของคนที่ได้ชื่อว่า ‘เจ้าชาย’ อย่างเชวซีวอนทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาด้านข้างหลังจากเดินเข้ามาในบ้าน  มือเรียวคลายกระดุมเสื้อเม็ดบนออก ก่อนจะเบนสายตามาสนใจกับคนข้างตัว


"ฮัน...ได้ข่าวว่าพี่ฮีชอลกับนายจะให้สัมภาษณ์เรื่องงานวันเกิดของนายเหรอ"


"อืม” ตอบพลางเอื้อมมือมาอุ้มเจ้าฮีบอม นิ้วเรียวลูบไปบนขนของมันอย่างเบามือ...เคยเชื่อมั่นมาตลอดว่าข่าวลือนั่นไม่มีวันเป็นจริง แต่ตอนนี้คงต้องยอมรับแล้วสินะ…


ในเมื่อชเวซีวอน…คนที่เขาแอบมองมาตั้งนาน ทำท่าแสดงออกว่าสนใจคนที่ถูกพูดถึงขนาดไหน...แล้วจะต้องคิดมากอะไรกับข่าวลือที่ได้ยินมามากมายทั้งจากแฟนคลับ และคนอื่นๆ...วอนซิน คู่ที่ใครหลายคนสนใจ…ไม่ใช่ ‘เขา’…วอนฮัน


"คยอง...ฮันคยอง...ฮันคยอง!" ร่างสูงที่แอบมองเพื่อนสนิทของตนมานานเอ่ยเรียกเมื่อคนที่คุยอยู่ด้วยดีๆ กลับเงียบไปซะอย่างนั้น มีเพียงแววตาที่เหม่อไปเรื่อยๆ ราวกับไม่ได้ยินจนซีวอนต้องเอื้อมมือไปสะกิดไหล่บางให้รู้สึกตัว


“นายเป็นอะไรรึเปล่า”


"ห๊ะ!...นายว่าอะไรนะซีวอน” ฮันคยองสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะหันกลับไปยิ้มให้ซีวอน แต่ร่างสูงกว่าไม่ตอบกลับเลื่อนมือมาที่หน้าผากเนียนสัมผัสลงไปเบาๆ ใบหน้าขาวซีด ติดจะหวานหน่อยชะงักเล็กน้อยด้วยความตกใจเบือนหันหน้าหลบไปอีกด้าน


"ตัวนายอุ่นๆนะฮัน ไม่สบายรึเปล่า?...หน้าก็แดงด้วย" น้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง ซ้ำยังมากกว่าทุกครั้งด้วย ทำให้ฮันได้แต่ยิ้มจางๆตอบ...จะให้บอกยังไง...ว่ามัวแต่คิดเรื่องของนายกับฮีชอลอยู่…


"ไม่เป็นไรหรอก" ตอบปัดกลับไปเบาๆ


คำตอบที่หลุดออกมาจากปากบางเฉียบ ยิ่งทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ซีวอนยื่นมือออกมาตรงหน้าของอีกฝ่าย ร่างเพรียวมองมือนั้นงงๆก่อนที่ร่างสูงจะเอื้อมมือมาจับมือเรียวไว้


...สองมือกระชับกันจนแน่น…


ก็แค่ความเป็นห่วงของซีวอนต่างหาก แค่ความรู้สึกที่ส่งผ่านทางปลายนิ้ว…แค่นั้นก็ทำให้ฮันคยองน้ำตาซึม...คนที่จากบ้านมาไกลอย่างเขา...มีคนเป็นห่วง...โดยเฉพาะคนตรงหน้าคนนี้...แล้วอย่างนี้จะไปไหนรอด


แต่พอนึกถึงภาพคนที่กำลังจับมือเขาอยู่ตอนนี้กำลังคอยเป็นห่วงอีกคนที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา ‘ฮีชอล’...ฮันคยองก็ไม่เคยคิดที่จะหวัง แม้...เพียงสักนิด   เพราะ...ผมเองก็ไม่อยากทำร้าย...เพื่อนของผมหรอกนะ


...ถ้าผมพูดออกไป บางทีผมอาจจะเสียทุกอย่างตลอดไปเลยก็ได้...


ทั้งเพื่อนที่ดีที่สุด…และคนที่หัวใจต้องการ

 


.

.

.
 


...สำหรับผมแล้วการมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเขาก็คงไม่ต่างไปจากการตายทั้งเป็น...


"แจจุง นายร้องผิดน่ะ" ผู้จัดการวงของหนุ่มๆห้าคนที่นับวันก็เรียกได้ว่าโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามวันเวลาที่เดินไม่เคยคอยใคร คนอายุมากว่าอย่างลีซูมานจึงทำได้เพียงแค่คอยผลักดันให้พวกเด็กที่มีอนาคตเดินหน้าตามล่าความฝันกันต่อไป 


เพราะถึงแม้ค่ายเพลงยักษ์ SM Entertain จะมีการจัดการที่ไม่เคร่งครัดมากนัก แต่เด็กทุกคนก็รับรู้ได้ว่าการทำงานเป็นเรื่องสำคัญ...มากกว่าเรื่องอื่นๆ


"ฮะ" ชายร่างบางรับคำอย่างง่ายก่อนจะก้มหัวขอโทษคนอื่นๆ ‘คิมแจจุง’ เด็กหนุ่มที่อายุมากที่สุดในวง เข้ามาได้ไม่นานก็กลายเป็นที่รักใคร่ของรุ่นพี่รุ่นน้องแทบทุกคน อาจเพราะใบหน้าที่มีเค้าเรียวสวยหวานแบบผู้หญิง แววตาหวานแต่ซ่อนแววซนอยู่ตลอดเวลา


…ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความรับผิดชอบ และรอยยิ้มที่เจ้าตัวพยายามยิ้มให้กับทุกคนก็ทำให้ผู้ที่ได้รับอมยิ้มตอบไม่ได้…


เคยมีคนสงสัยว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนหน้าหวานคนนี้ถึงยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ไม่ได้ ทั้งทีปกติแล้วคนๆนี้แทบจะยิ้มไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมวงคนอื่นๆ แต่ช่วงหลังมานี่เหมือนกับจะเปลี่ยนไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดที่จะถามเพราะทุกครั้งที่เอ่ยไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงทำให้ตาเรียวสวยที่ควรจะสดใสกลับฉายแววความเศร้าทุกครั้ง…


...และยิ่งดูเหมือนเจ้าตัวจะพยายามหลีกหนีเหตุการณ์แบบนี้มากกว่าใคร จนไม่มีใครอยากจะขุดค้นเรื่องที่ทำให้รอยยิ้มจางหายไปจากหน้าสวยของเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่า ‘คิม แจจุง’…


แจจุงเดินมานั่งลงหลังจากที่ซ้อมเต้นจนเหนื่อยหอบ คนอื่นๆก็ไม่ต่างกันซักเท่าไหร่  จะมีก็แต่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าวงอย่าง ‘จองยุนโฮ’ เท่านั้นที่ยังคงสนุกกับการเต้นตามสไตล์ที่เจ้าตัวถนัดหนักหนา


แววตาสวยจ้องมองหัวหน้าวงอย่างลืมตัว ทุกครั้งที่เขาเห็นยุนโฮเต้นราวกับว่าตัวเองกำลังถูกคนๆนี้เชิญชวนให้ออกไปเต้นคู่กัน หรือไม่ก็คอยดึงดูดสายตาของเขาให้มองเห็นยุนโฮได้เพียงคนเดียวตลอดเวลา


...เหมือนสิ่งที่อยู่รอบๆกลายเป็นไม่มีชีวิต...ไม่มีการขยับเขยื้อน


"แจจุง กินมั้ย?" เสียงของโลมาน้อยที่แจจุงตั้งให้ เรียกให้คนหน้าหวานหันกลับไปสนใจคนพูดด้วยแทน ‘คิมจุนซู’ กำลังยื่นผลไม้หลายอย่างที่เจ้าตัวเตรียมมา ให้กับคนอื่นๆที่มานั่งรอบตัวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้…

 

"เอาสิ...มีอะไรบ้างล่ะ" เสียงหวานทำให้ใบหน้าของจุนซูเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบนำเสนอผลไม้ที่ตัวเองตั้งใจปลอกมาจากที่บ้าน เพื่อให้สมาชิกคนอื่นๆได้กิน แม้ว่ารูปร่างของมันจะไม่น่าเชิญชิมสักเท่าไหร่หรอกนะ  แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นที่รู้กันดีว่า...เจ้าลิงน้อย…ทำด้วยความตั้งใจ  จนไม่มีใครคิดทีจะปฏิเสธ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ ‘ปาร์ค ยูชอน’


" เฮ้! ชิมชางมิน! นายมาแย่งของฉันทำไม!?"


"อ้าว ก็พี่เอาแต่นั่งมองพี่จุนซูอยู่ ผมก็เลยนึกว่าพี่ไม่กินซะอีก…ขอนะครับ" พูดจบก็หยิบชิ้นที่เหลือใส่ปากทันที ไม่สนใจเลยว่าคนพูดจะทำหน้ายังไง


"หนอย! ชางมิน นี่จุนซูเขาอุส่าห์ทำมาให้ฉันนะ!"


แจจุงมองสมาชิกคนอื่นในวงที่กำลังเปิดสงครามแย่งชิงผลไม้? ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เหลือบมองคนที่ถูกพาดพิงถึงที่กำลังซ่อนใบหน้าที่แดงจัดกับไหล่เขา


"เอ้าๆ ดูซิเนี้ยทำให้โลมาน้อยของฉันอายหน้าแดงไปเลย ฮ่าๆ" เสียงหวานใสของใครคนหนึ่งดังขึ้น เรียกว่าทำให้ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างก่อนจะหันมามองคนพูด นิ้วเรียวสวยจิ้มเบาๆลงบนแก้มเนียนที่แดงจนเกือบเป็นลูกมะเขือเทศสด

 

รอยยิ้มหวานเกิดขึ้นบนใบหน้าของแจจุง ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบลุกหันไปหาคนมาใหม่


"ฮีชอล~"


"พอดีซ้อมตรงกันฉันเลยแวะมาเยี่ยมนะ…มีอะไรกินบ้างกินด้วยสิ" ริมฝีปากสวยเอ่ยบอกทุกคนเมื่อแต่ละคนส่งสายตาประมาณว่า...มาทำไม..?ก่อนเจ้าตัวจะเหลือบสายตาไปมองกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็กที่บรรจุลูกพลับสีสด


"เอ๋! จริงเหรอฮะ งั้นฮยอกแจก็มาด้วยนะสิ?"


จุนซูมองฮีชอลก่อนจะร้องถามหาเพื่อนสนิทของตัวเอง เพราะทุกครั้งถ้าเห็นฮีชอลหรือสมาชิกร่วมวงของ ’ซูปเปอร์จูเนียร์’ เป็นคำบอกที่ดีที่สุดในการจะหาตัว ‘อีฮยอกแจ’ เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของคิมจุนซูคนนี้!


ฮีชอลละสายตาจากกล่องสี่เหลี่ยมใบเล็ก  มองใบหน้าหวานของแจจุง  ก่อนจะทำหน้านึกให้ ‘เจ้าลิงน้อย’ คิดว่าตัวเองต้องผิดหวัง...แต่พอเห็นท่าทางหงอยๆตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้า


“น่าจะอยู่กับพวกซองมินในห้องนะ”


เพียงแค่นั้นจุนซูก็แทบจะวิ่งออกไปหาทันที ถ้าไม่ติดว่าร่างสูงของยูชอนจับเอาไว้   ร่างเล็กดิ้นอยู่นานใบหน้าหวานพองลมงอนร่างสูงที่จับอยู่ ยูชอนถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะต้องยอมพาคนตัวเล็กไปหาเพื่อนตามความประสงค์ 


“แจจุง...งั้นเดี๋ยวฉันมานะ”บอกผ่านร่างบางของนักร้องนำวงตัวเอง  เหลือบมองพลับสดใสกล่องอย่างเสียดาย  ถอนหายใจหน่อย


ค่อยให้จุนซูปลอกให้กินที่บ้าน...ก็ได้มั้ง  คิดแล้วก็เลยแล้วปล่อยให้ชางมินจัดการกับผลไม้กล่องนั้นคนเดียว !?!


ใบหน้าสวยของแจจุงพยักหน้ารับก่อนจะพาร่างบางของฮีชอลไปหาที่นั่งที่มุมเงียบๆ ลมตัวลงนอนหนุนตักคนมาใหม่ ราวกับไม่ได้เจอกันนานมาก...ก็ฮีชอลเป็นเพื่อนสนิทเขานี่นา ไม่ว่าอะไรแจจุงก็จะบอกฮีชอลก่อนคนอื่นเสมอ  รู้จักกันมาตั้งนานก่อนคนอื่นๆ  เพราะรู้ว่าคนคนนี้


...เข้าใจ…
 

..แต่สำหรับภาพที่ออกมามันเหมือน...แม่ยายกับลูกสาวสุดสวยซะมากกว่า...! แล้วใครที่ไหนมันจะกล้ามาจีบลูกสาวคนสวยเนี้ย…!?


ร่างบางปล่อยให้เพื่อนสนิทคนสวยนอนเล่นบนตัก ดวงตากลมโตมองหาคนอีกคนหนึ่งที่ตั้งแต่เข้ามาก็ยังไม่เห็นแม้แต่หน้าเลยซักนิด ก่อนสายตาจะพลันเหลือบไปเห็น ไอ้หมีขั้วโลก! ที่กำลังเต้นอยู่กลางห้อง


ใบหน้าสวยอมยิ้มน้อยๆ  มองหน้าแจจุง...เหมือนจะรู้เพราะร่างบางรีบก้มหน้าหลบ...ซ่อนความอายที่ฮีชอลเห็นว่าเขาเองก็มองเหมือนกัน...หากแต่มองในมุมที่ต่างออกไป...มุมที่มีแต่เขาคนเดียวที่มอง…


"แจจุง”


“...เอ่อ...สมุดเล่มนั้น…" ถามเมื่อเห็นว่าอีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตากันซะที แต่เพียงแค่ถามแววตาสวยที่ร่าเริงตะกี้ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน...แววตาที่สดใสร่าเริงถูกทาบทับด้วยความกลัว…และความเจ็บปวดล่ะมั้ง...ความรู้สึกที่ฮีชอลไม่รู้จะปลอบยังไง


ร่างบางของแจจุขยับตัวเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนที่เจ้าตัวจะเปลี่ยนท่ากลายเป็นนั่งข้างๆแทน  "ฮีชอล รู้ได้ยังไง" เสียงหวานครางถามเบาๆ   มีแต่เขาเองที่รู้ว่ามันหายไป


เพราะผู้หญิงคนนั้น...ดานะ  แต่ตอนนี้ฮีชอลรู้ หรือว่า…!?!


"ฉันเจอมันอยู่กับ...นารา" พูดเบาๆ เหมือนกระซิบสีหน้าของแจจุงทำให้เขาพูดไม่ออก  ดวงตาหวานมีน้ำเอ่อคลออยู่แต่ดูเหมือนร่างบางจะพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา


"งั้นรู้หมดแล้ว…งั้นเหรอ?" ยิ่งพูดก็เหมือนกับจะยิ่งเลือนหายไปกับอากาศ ใบหน้าที่ร่าเริงในตอนแรก แทบจะไม่หลงเหลือเอาไว้เลย เพราะเจ้าตัวกำลังตกใจ  เมื่อนึกถึงปัญหาที่กำลังจะตามมา...น้ำตาก็พานจะไหลออกมา


“ชั้น...จะทำยังไงดีฮีชอล ถ้า ’เธอ’ เอาไปบอกยุนโฮหรือพี่อีทึก ยุนโฮต้องโกรธ ต้องเกลียดชั้นแน่ๆ...”


“พวกเขาเอามันไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” ถามกลับ สายตามองตรงไปข้างหน้าจนแจจุงบอกไม่ถูกว่าฮีชอลกำลังมองอะไรอยู่


“ก่อนไปญี่ปุ่น...สักปลายปีที่แล้ว” บอกเสียงเบา ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี ในนั้น...เขาเขียนทุกอย่างเอาไว้ ความรู้สึกทั้งหมดถูกบันทึกลงในตัวอักษรบนกระดาษของสมุดบันทึกเล่มนั้น


คำว่ารัก...ที่คิดว่าจะไม่มีคนเอาไปอ่าน


แต่สุดท้ายก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก  ทั้งที่เคยคิดว่า...จะขออยู่แบบนี้ไม่ต้องการเป็นอะไรกับคนคนนั้น  ขอเพียงแค่ได้อยู่ด้วยกัน  ทำงานด้วยกัน  ใช้ชีวิตร่วมกัน...แบบนี้ตลอดไป


แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้...เวลานี้คิมแจจุงกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ  หากเขาก้าวพลาดทุกอย่างก็จะจบ  ผู้หญิงคนนั้น...คงไม่ปล่อยให้เขาอยู่กับยุนโฮแบบนี้   เธอคงบอกทุกอย่างให้ยุนโฮรับรู้


และเขาก็จะตกลงจากเส้นด้ายจมลงสู่ความมืดมิดทันที  ก็ในเมื่อยุนโฮคือแสงสว่างสำหรับเขา...สำหรับหัวใจดวงนี้


ถ้าคนอย่างจองยุนโฮรู้เข้า ความสัมพันธ์ที่เขาพยายามรักษา ไม่ก้าวข้ามเส้นที่ขีดเอาไว้ จะยังเหลืออยู่อีกเหรอ? จะมีใครรับได้บ้างเมื่อเพื่อนสนิทของตัวเองเกิดหลงรักขึ้นมา...แถมเพื่อนสนิทคนนั้นยังเป็น...ผู้ชายด้วยกัน!!


ฮีชอลมองหน้าแจจุง นิ้วมือเรียวลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ราวกับจะบอกว่าจะบอกว่า ‘ไม่เป็นไร’ มากกว่าเป็นการปลอบโยน แจจุงพยักหน้าน้อยๆเชื่อใจฮีชอลมากกว่าใคร


"ฉันจะปกป้องนายเอง ไม่ต้องห่วงนะแจจุง" ก่อนจะส่งยิ้มจางๆให้ รอยยิ้มที่น้อยคนจะได้เห็น จากคนที่โดนว่าว่า…เย็นชา...และไม่สนใจใครอย่างเขา


..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ฉันจะปกป้องนายให้ได้ ‘แจจุง’…


ในเมื่อตอนนี้ความสุขของชั้นมันไม่มีอีกต่อไปแล้ว...เพราะงั้นการรักษารอยยิ้มของนาย ของยุนโฮ และของอีทึกเอาไว้  คงเป็นอย่างสุดท้ายที่ทำให้เขามีความสุขอีกครั้ง...

…………………………
………………………………………

 

TBC,,

 

 

Zone Talk :: ลงตอนที่สองแล้วววว หุหุ ใครที่เรียกร้องก็อย่าลืมติดตามนะค่ะ! ช่วงนี้ใกล้สอบมากๆ อ่านหนังสือไม่ทันแทบจะไม่ได้กลับบ้านเลยทีเดียว TToTT แต่ก็จะพยายามลงให้ได้มากกว่าเดิม!!!

 

ฟีโมดอสรักทุกคน

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เม้นท์แรกเลยใช่ไหมเนี่ย

ทำไมอ่านละเศร้าจัง..เฮ้อ!

พี่ต้องเสียน้ำตากะเรื่องนี้แน่ๆเลย

แต่งเก่งจริงๆเลยน้องปอนด์

ยังกะว่าเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นแหละ

จะรออ่านตอนต่อไปนะจ๊ะ

ปล.ใกล้สอบละก็ตั้งใจอ่านหนังสือนะ

รักษาสุขภาพด้วยนะ..อย่าลืมกินข้าวล่ะ

#1 By ps-angel on 2009-07-15 09:58

ฟีโม่จัง เค้าสงสารแจจัง สงสารฮีจังด้วย

อีถึก...โง่ว!!!!!!!

แจจัง หนูจะกลัวทำไม บอกไปเลย

ยุนอ่ะมันรักหนูแน่ๆ ลูกสาว

รอ....ตอนต่อไปน้า ชอบฟิคเรื่องนี้จัง

(อยากจะบอกว่าเป็นครั้งแรกที่อ่านฟิค เกาหลีเลยอ่ะ

ปกติเค้าอ่านฟิค เจร็อค - -)

ฟีโม่จัง...ฟิคเรื่องนี้ยาวไหม??

สิ้นเดือนเค้าลาออกจากงานน่ะ ที่บ้านไม่มีอินเตอร์เน็ตด้วย

ถ้ากลับบ้านก็จะไม่ได้อ่าน พอตะเองอัพเรื่อยๆ มันก็จะเลื่อนไปไกล

เค้าก็จะไม่ได้อ่าน แง...

**กอดฟีโม่จัง**

#2 By God of DeatH on 2009-07-15 10:11