[Fic] Still Believe - 4
posted on 07 Aug 2009 08:56 by femodos in Fic-Still-Belive
Still believe:
อีทึกหันมามองคนที่น่าจะเดินตามเขามา แต่กลับไม่มีวี่แววของอีกคน ร่างเพรียวจำต้องเดินกลับไปดู ก่อนจะเห็นอีกฝ่ายนั่งอยู่ต้องหัวมุมที่เขาเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้ กับคนอีกคนที่อีทึกไม่ชอบหน้าเพราะหมอนั้นเองก็มีข่าวไม่ดีกับฮีชอลออกมาไม่น้อย
อาจเพราะฮีชอลเป็นคนหน้าสวย…ไม่แปลกเลยที่ข่าวลือจำ ‘พวกนั้น’ จะเกิดขึ้นรอบตัวของร่างบาง บางครั้งที่เขาเองก็รู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพียงเหตุบังเอิญที่คนตัวเล็กสนิทกับคนอื่นมากเกินไป ภาพบางมุมที่เกิดขึ้นก็ทำให้เป็นข่าวใหญ่โต…ว่าคนคนนี้มีความสัมพันธ์กับใครต่อใครไม่ว่าจะคนในบริษัท ในวงหรือคนที่ทำงานร่วมด้วย
จนเกือบเป็นเรื่องปกติ…ที่ทำให้ฮีชอลเสื่อมเสียไม่น้อย
ข่าวลือที่อีทึกไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงเลยสักนิด…
...แต่ภาพที่เห็นตอนนี้ล่ะ เจย์กำลังพยุงฮีชอล…!
ถ้าทำได้เขาอยากจะเป็นคนดูแลอีกฝ่ายด้วยซ้ำ...ก็มันเป็นหน้าที่ของเขาไม่ใช่เหรอ…ความคิดต่างๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้อารมณ์ของอีทึกหงุดหงิดยิ่งขึ้น ทั้งที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วย
“นายจะอยู่ตรงนี้อีกนานมั้ย” เสียงพูดราบเรียบต่างจากที่อีทึกเคยเอ่ยปากกับคนอื่นๆ อาจเพราะอีทึกกำลังจะหมดความอดทนก็ได้ ร่างสูงถามด้วยใบหน้าเรียบเฉยสำหรับคนอื่นอาจจะไม่เท่าไหร่
แต่สำหรับฮีชอลมันทำให้ร่างบางต้องกำมือเรียวแน่น ริมฝีปากบางเฉียบเป็นเส้นตรงเพื่อสะกดอารมณ์ และระงับความเจ็บปวดที่กำลังเกิดขึ้นภายในหน้าอกด้านซ้าย...มากกว่าที่ข้อเท้าด้วยซ้ำ
...นายรังเกียจกันมากขนาดนั้นเลยเหรอ...
“..นายไปทำงานเถอะเจย์ ผู้จัดการมาเรียกแล้ว” เสียงหวานหันไปบอกคนที่กำลังพยุงตัวเองอยู่ เจย์มองฮีชอลสลับกับอีทึกงงๆ ไม่เข้าใจเหตุการณ์ระหว่างสองคนนี้เลย
แต่ก็ต้องปล่อยเพราะผู้จัดการเรียกนานแล้วอย่างที่คนตัวเล็กว่า...ทั้งที่ความรู้สึกบางอย่างกลับบอกว่าอย่าปล่อยมือจากรุ่นน้องคนนี้…ความอ่อนแอที่บังเอิญสัมผัสได้ตอนที่เห็นคนตัวเล็กก้มหน้า…ทำให้เจย์ได้แต่นิ่งเงียบ
ร่างบางหันมายิ้มให้ เหมือนจะบอกว่า...ไม่เป็นไร ...แต่หมายความว่าขอบคุณมากกว่า
“เหอะ! ..รู้สึกว่านายจะมีเสน่ห์ทั้งผู้ชายผู้หญิงเลยนะ แต่รู้สึกคนนี้จะบ่อยกว่าเพื่อนนี่….สรุปนายคงจะ ‘มาก’ สินะ” คำพูดเพียงประโยคเดียว แต่อีทึกคงไม่รู้หรอกว่ามันกรีดแทงหัวใจคนฟังได้ขนาดไหน
เพราะฮีชอลต้องการคนที่เข้าใจ...มากกว่าคนที่คอยตอกย้ำเรื่องแบบนี้ ทั้งที่เคยคิดว่าถ้าบอกอีทึก...หมอนี่จะอยู่เคียงข้างและเข้าใจบ้าง แต่ตอนนี้รู้แล้ว...ว่าเขาคิดผิด!
ถ้าอีทึกต้องการแบบนี้…คงไม่จำเป็นต้องเคลียร์เรื่องระหว่างเราแล้วล่ะ...ปาร์ค จองซู…
ก้มหน้าลงกับพื้นเหมือนพยายามสกัดกลั้นอารมณ์ สูดลมหายใจเข้าลึกๆเงยหน้ามองคนพูด รอยยิ้มเย็นถูกฉาบบนริมฝีปากที่เคยแดงจัดแต่ตอนนี้กลับขาวซีด เอ่ยทุกคำพูดอย่างชัดเจน
“หึ!...อยากรู้สินะปาร์คจองซู ว่าชั้นนะมัน ‘มาก’ แค่ไหน…จะให้บอกให้มั้ยล่ะ”
เสียงหวานที่เคยฟังแล้วสบายหู ตอนนี้กลับดูแข็งและรุนแรงจนไม่คิดว่าจะออกมาจากคนตรงหน้าที่เคยอ่อนโยนคนนั้น ประโยคที่บาดหูและกรีดหัวใจ....กรีดหัวใจคนพูดและฉีกหัวใจคนพูดอย่างแรง
“ฮีชอล!!” แววตาเรียวสีนิลสนิทเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อในสายตาและหูของตัวเอง
“นาย...อย่ามายุ่งกับชั้นดีกว่าน่า!...ไม่ว่าเมื่อไหร่ ชั้น...ก็ไม่เคยดีในสายตาของนายอยู่แล้วนี่!!” เสียงหวานตอบแบบเย็นชา ก่อนจะฝืนเดินผ่านอีกฝ่ายไปทั้งที่ยังเจ็บยังปวดที่ขา แต่ความเจ็บปวดที่ว่านั่น...มันเทียบไม่ได้กับหัวใจที่ถูกฉีกเลยด้วยซ้ำ
“ทำไมไม่ปฏิเสธล่ะ...ว่านายไม่ได้ทำ” พึมพำกับตัวเองเบาๆ มองแผ่นหลังเนียนที่เดินไปจนสุดมุมตึก
ทำไมถึงไม่บอกเขา...อย่างที่เคยทำ ทำไมถึงต้องสร้างกำแพงขนาดนี้? แล้วทำไมต้องพูดจาทำร้ายตัวเองขนาดนั้น...
รู้มั้ยที่นายบอกว่า...ไม่เคยดีในสายตา มันไม่ใช่ความจริงหรอกฮีชอล!…ไม่ว่าเมื่อไหร่…คิมฮีชอลในสายตาชั้นก็คือนายคนเดิมที่ใจและอ่อนแอคนนั้นอยู่ดี
การไปคุยกับอีซังฮวานไม่มีปัญหาอะไรเพราะทั้งฮีชอลและอีทึกก็รู้ดีว่าเรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนควรมาก่อน และไม่ควรเอาเรื่องส่วนตัวมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องงาน
วันนี้ทั้งวันอีทึกและฮีชอลแทบจะไม่พูดอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งที่อีทึกพยายามที่จะเข้าหน้าร่างบางเพื่อเข้าคุยแล้วก็ขอโทษที่พูดอะไรแรงเกินไป แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ เจ้าตัวเองก็พยายามหลบหน้าเขาและไม่แม้แต่จะมองมา แม้กระทั่งตอนกลับมาถึงบ้าน
แต่คงไม่มีใครรู้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหรอก เพราะโดยปกติแล้วฮีชอลก็พูดน้อยอยู่แล้ว ส่วนอีทึกเวลาทำงานก็จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากคนที่สนุกร่าเริง จะกลายเป็นคนที่สนเรื่องงานเป็นอันดับหนึ่ง
“นี่ วันนี้พวกเราออกไปกินข้าวข้าวนอกกันดีกว่ามั้ย?”
อีทึกเงยหน้าถามสมาชิกคนอื่นๆ หลังจากที่แต่ละคนหายเหนื่อยและมานั่งรวมกันที่ห้องนั่งเล่นรวม ขาดเพียงฮีชอลที่เจ้าตัวบ่นว่าเหนื่อยอยากจะเข้าไปนอนพักในห้องก่อน ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยเพราะหน้าของเจ้าตัวซีด จนหลายคนเป็นห่วง โดยเฉพาะซีวอนและทงเฮที่เข้าไปดูอาการ
“อื้อ นั่นสิพี่อีทึกไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่าจะดี”
คังอินละสายตาจากรายการที่กำลังดู หันมาบอกก่อนมือเรียวจะหยิบขนมจากชินดงที่นั่งอยู่ด้านข้างเข้าปาก แต่ยังไม่ละสายตาไปจากคนฟัง
“เอางั้นเหรอ” สิ้นเสียงอีทึก ลูกลิงทั้งหลายต่างก็ร้องตอบออกมาพร้อมกัน….นั่นสินะ บางทีคงจะมีโอกาสได้ขอโทษและคุยกันสักที…
“ครับ!!”
ทงแฮกับซีวอนเดินออกมาจากห้องของฮีชอล ทั้งสองคนเดินเข้าไปนั่งรวมกับคนอื่นๆ ก่อนที่ร่างบางจะนั่งลงตรงที่ว่างใกล้กับคิบอม ส่วนซีวอนก็เดินไปนั่งข้างๆฮันคยองกับฮีบอม
“มีอะไรเหรอคิบอม” เสียงหวานสะกิดคนข้างตัวให้หันมาสนใจ
“อ๋อ เห็นว่าทุกคนจะออกไปกินข้าวข้างนอกกันนะ” คิบอมตอบ ทำให้ทงแฮต้องยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ออกไปกินข้าวข้างนอกกัน นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้พักผ่อน
ใบหน้าสวยกำลังดีใจเรียกสีแดงระเรื่อบนหน้าของตัวเองได้เป็นอย่างดี จนร่างสูงของคิบอมต้องหันกลับแสร้งทำเป็นสนใจในสิ่งที่ทุกคนกำลังพูดกัน
...หยุดใจตัวเอง...อย่าหลงไปมากกว่านี้...คิบอม
“ฮีชอลเป็นไงบ้าง” ฮันคยองถามซีวอนทันทีที่เจ้าตัวนั่งลงด้านข้าง
“ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ไข้ก็ไม่มี ..” ซีวอนตอบคนถาม ฮันคยองพยักหน้ารับรู้...งั้นเหรอ คงจะเหนื่อยล่ะมั้ง?…
ร่างเพรียวคิด ก่อนจะเหลือบมองคนข้างตัวที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าห้องของคนที่เจ้าตัวเพิ่งจะออกมา แววตาที่สดใสร่าเริงเมื่อครู่ของซีวอนก็ฉายแววเศร้าแทนทันที
แต่ซีวอนคงไม่รู้ว่าคนที่เจ็บมากว่าเจ้าตัวก็คือ เขา ‘ฮันคยอง’ ที่ต้องคอยให้กำลังใจเพื่อนสนิท ให้คำปรึกษา…ทั้งที่เขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันหรอกนะ ..อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ
ทุกครั้งที่เห็นซีวอนร้องไห้ เขาเองก็แอบร้องไห้เหมือนกัน
ทุกครั้งที่ซีวอนอ่อนแอ เขาต้องพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อดูแลซีวอน ทั้งที่ตัวเองอ่อนแอกว่าแค่ไหน แล้วตอนนี้ล่ะซีวอนจะรู้บ้างมั้ยว่าคนข้างกายของเขาในใจกำลังร้องไห้อยู่
...ไม่รู้สินะ…
แค่คิดฮันคยองที่พยายามทำตัวให้เข้มแข็งก็อ่อนแอแล้ว หัวใจกำลังร้องไห้เหมือนอยากจะบอกว่ามันเองก็เหนื่อยแม้เพียงจะเต้นสักครั้งยังเจ็บปวดแทบตาย…
เพราะใครกันล่ะ ถ้าไม่ใช่...คนที่คอยทำดีกับเขา
คนที่เขารักจนหมดใจ...ชเว ซีวอน…
หลายคนเดินเข้าไปแต่งตัวที่ห้อง เพื่อจะได้ออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันสักครั้ง เหลือแต่เพียงหนุ่มเมืองจีนที่ยังคงนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ซีวอนที่เล่นอยู่กับฮีบอม และหัวหน้าวงของพวกเขา ‘อีทึก’
ร่างสูงของอีทึกนอนราบไปบนโซฟาสีขาว ที่ใช้เพื่อรองรับสมาชิกทุกคน เจ้าตัวหลับตาราวกับกำลังหนีจากความเหนื่อยที่คอยตามเขาอยู่ตลอดเวลา หรือหนีจากเรื่องที่อยู่ในหัวสมองตลอดวันกันนะ
“มีอะไรรึเปล่าอีทึก ไม่สบายเหรอ? ไม่ต้องไปก็ได้นะ...” น้ำเสียงภาษาเกาหลีที่เจ้าตัวพยายามพูดให้เป็นประโยคมากที่สุดของฮันคยอง ทำให้คนที่นอนหลับตาอยู่เพียงแค่ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย...คอยให้อีกฝ่ายถามต่อหรือเพราะไม่รู้จะพูดอะไรกันแน่...ซึ่งน่าจะเป็นอันหลังมากกว่า
“ไม่สบายหรือครับฮยอง” ซีวอนเงยหน้ามองตั้งแต่คนข้างตัวเอ่ยถามอีกคนที่อยู่ในห้องแล้ว แต่อีทึกยังคงมองหน้าสมาชิกทั้งสองคนที่ออกแนวเป็นห่วงเขามาก ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย
“เปล่า ฉันแค่...สับสนล่ะมั้ง” มองหน้าเพื่อนร่วมวงอยู่นานก่อนที่จะเอ่ยปาก แต่มันก็เบาราวกับจะกลืนหายไปกับอากาศรอบตัวซะมากกว่า
“ซีวอนนายไปถามฮีชอลว่าหมอนั่นจะออกไปด้วยรึเปล่าดีกว่า” ฮันคยองมองหน้าหัวหน้าวงตัวเอง ก่อนจะสะกิดคนที่เล่นกับแมวอยู่ให้ลุกไปตามเพื่อนสนิทของตน ซีวอนมองอีทึกกับฮันคยองสลับไปมา ก่อนจะลุกไปตามคำสั่ง
...ทั้งที่ ในใจกลับกระวนกระวายอยากนั่งอยู่ตรงนี้ซะมากกว่า…
ทำไมกันนะถึงไม่อยากให้ฮันคยองอยู่กับใครแค่สองคน คิดจนลืมไปแล้วล่ะมั้งว่าต้องไปเรียกใคร? คนที่ตัวเองรักไม่ใช่เหรอ ...เขาน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอที่จะได้ไปหาฮีชอลเพียงคนเดียว แต่ทำไม!?
“นายโอเคมั้ย? อีทึก” ฮันคยองเอ่ยถามเบาๆหลังจากที่ซีวอนลุกเดินห่างออกไปได้ไกลพอควร
“ฉัน...”
Tic toc~
เสียงโทรศัพท์มือถือของอีทึกดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะพูดอะไรออกมา มือเรียวหยิบมือถือขึ้นมาดู ...นารา… ชื่อหญิงสาวคนรัก มองฮันคยองเป็นเชิงขอโทษก่อนจะลุกออกไปรับโทรศัพท์ที่ระเบียงบ้าน
“ยอบาเซโย” กรอกเสียงลงไปพยายามให้อีกฝ่ายไม่ได้ยินความผิดปกติในน้ำเสียงที่เอ่ยออกไป และก็ทำได้เพราะอีกฝ่ายไม่ได้สนใจกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นเลย หรือไม่เคยคิดจะสนใจเลยสักนิด
...ถ้าเป็นยัยนั่นป่านนี้คงเอาแต่ถามอยู่ล่ะมั้งว่า เขาเป็นอะไรๆ…
“จองซูค่ะ นาราอยากเจอกับฮีชอลจะได้มั้ยค่ะ” คุยกันได้ไม่นาน เสียงหวานก็เอ่ยขึ้นมา ทำให้อีทึกชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะถามกลับเบาๆ
“ทำไมเหรอครับ?”
“ไม่ได้เหรอค่ะ? นาราแค่อยากจะปรับความเข้าใจกับฮีชอลใหม่เท่านั้นเอง จองซูถามทำไมค่ะ ไม่ไว้ใจใครกันเหรอ...นาราหรือฮีชอลล่ะค่ะ?” หญิงสาวพูดรัวเร็วแต่แฝงไปด้วยอาการงอนที่อีทึกเองก็ฟังออก
“ได้ซิครับ แต่ผมไม่รู้ว่าฮีชอล…”
“อ๋อ นาราคุยกับฮีชอลแล้วค่ะไม่ต้องห่วง งั้นแค่นี้ก่อนนะค่ะ เขาเรียกแล้วค่ะ” น้ำเสียงติดจะดีใจของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นเลย
...ทำไมจะต้องเป็นฮีชอล?...ทำไมฮีชอลไม่บอกเรื่องนี้กับเขา?
...ทำไมฮีชอล...กับนารา??
“ฮยองฮะ อีทึกฮยอง!” รยออุคเรียกอีทึกที่นั่งมองมือถือในมือ ตั้งแต่ที่เจ้าตัววางสายไปได้สักพัก คนตัวเล็กเลยจำใจสะกิดเข้าที่ไหล่กว้างเบาๆ แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนที่ได้ขื่อว่าหัวหน้าวง ก่อนจะยืนหน้าหวานไปใกล้ๆ
“หืมม...รยออุคมีอะไรเหรอ?”
“ผมเรียกพี่ตั้งนานแต่พี่ไม่ตอบ ก็เลย....”
“อืม ว่าแต่มีอะไรล่ะ”
“จะไปกันรึยังฮะ ทุกคนพร้อมแล้ว” เด็กหนุ่มหน้าหวานถาม ด้วยความที่เป็นน้องเล็กสุด...ขี้อาย จนอีทึกเอ็นดูเสมอ ร่างเล็กยิ้มออกมาเพราะคนตอบยิ้มและพยักหน้าเป็นคำตอบ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินกลับไปหาคนอื่นในบ้าน แต่ก็ต้องชะงัก
“แล้วฮีชอลไปด้วยมั้ย” ใบหน้าของรยออุคงงเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ที่หมายถึง ’ไม่รู้’ มากกว่าที่จะตอบว่า ’ไม่ไป’ แล้วขอตัวเข้าบ้าน ปล่อยให้หัวหน้าวงอย่างอีทึกต้องถอนหายใจเบาๆ
เพราะรยออุคไม่รู้...เคยเห็นแต่อีทึกกับฮีชอลที่ไม่สนิทกัน อดแปลกใจไม่ได้ เมื่อพี่ใหญ่ถามถึงเพื่อน…ที่ดูจะไม่สนิทที่สุดในวง
อีทึกเดินเข้ามาในบ้าน มองไปที่สมาชิกที่รวมตัวกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวม หลายคนนั่งคุยกันไปเรื่อยเปื่อย โดยมีฮยอกแจกับคังอินเป็นตัวนำ บรรยากาศที่เขาไม่เคยเห็นฮีชอล...ก้าวเข้าไปสัมผัส
ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลครั้งนั้นเจ้าตัวก็เอาแต่หลบเลี่ยง...หาเรื่องอยู่คนเดียวได้ตลอดเวลา ราวกับเป็นนิสัย…
...ทั้งที่จำดีได้...ฮีชอลไม่ได้เป็นถึงขนาดนี้
สายตาของอีทึกมองหาคนที่เอาแต่ใจมากที่สุดในบ้าน ก่อนจะเหลือบไปมองประตูห้องที่ยังคงปิดสนิท พอดีกับที่ซีวอนและซองมินเดินออกมา ร่างเพรียวเดินเข้าไปหาทันที
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ” ถามรุ่นน้องทั้งสองคนที่เพิ่งเดินออกมา มองจากสีหน้าซองมิน...คงจะมีอะไรสักอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มคนนี้ซึมได้...แบบนี้
“ก็ฮยองนะสิฮะ บอกว่าไม่ไป นึกว่าจะได้ไปด้วยกันทุกคนแท้ๆเลย!” เสียงหวานของฟักทองน้อยที่อีทึกเอ็นดู ตอบกลับมาก่อนที่เจ้าตัวจะโดนคยูฮยอนเด็กหนุ่มคนที่สิบสาม ลากตัวไปรวมกับคนอื่นๆ
“ไม่สบายเหรอ…ซีวอน” หันกลับไปถามคนอีกคนที่เดินออกมาด้วยกัน...เด็กหนุ่มที่ติดฮีชอลอีกคน…
“เปล่านี่ครับ บอกแต่ว่าไม่ไปอยากนอนพักมากกว่า” ตอบเสียงแผ่วเบา ก่อนที่จะหันไปมองห้องที่เพิ่งเดินออกมา แววตาฉายความเป็นห่วงจนอีทึกรับรู้ เพียงแต่ไม่คิดพูดอะไรเท่านั้น
ซีวอน?…
“อืม งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปดูเอง” พูดจบก็เดินเข้าห้องไป
“ซีวอน!” เสียงของใครบางคนตะโกนเรียก เสียงที่ทำให้คนที่เหนื่อยเมื่อครู่ของซีวอนสลายไปจนเจ้าตัวต้องยิ้มออกมา แม้จะยังไม่เห็นตัวก็ตามเถอะ เสียงที่ทำให้เขาสบายใจ
...เสียงของฮันคยอง...
ร่างสูงหันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังกวักมือเรียกให้เขาไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆคนอื่น ที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน เพราะวันนี้เหมือนวันแรกที่ได้อยู่กันพร้อมหน้า...หลังจากที่ห่างหายกันไปทำงานส่วนตัวมาตลอดอย่างเขา คิบอมและ พี่ฮีชอล
คิดแล้วก็ต้องมองหาคนที่ชอบหายไปทำงานเดี่ยวเสมอ เพื่อนอีกคนของเขา ‘คิมคิบอม’ ที่ตอนนี้กำลังนั่งมองทงแฮ เพื่อนร่วมวงอีกคนเล่นกับพวกฮยอกแจอย่างสนุกสนาน ส่วนตัวเองกลับทำได้เพียงแค่นั่งมอง ร่างสูงจึงพาร่างของตัวเองเดินไปนั่งลงข้างๆคิบอม
“พี่ฮีชอลเป็นไงบ้าง” เสียงทุ้มถามคนที่นั่งลงข้างตัวโดนไม่ต้องหันไปมอง มีไม่กี่คนนักหรอกที่กล้ามานั่งข้างเขาคิบอม
เพราะความที่ไม่ค่อยพูดเลยจะอยู่รอบนอกคนอื่นซะมากกว่า...จะมีก็แค่...พี่อีทึก...พี่ฮีชอล...พี่ฮันคยอง...ทงเฮ และคนที่เพิ่งนั่งลงด้านข้างอย่างซีวอนเท่านั้น
“เอาแต่นอนอย่างเดียวเลย” ซีวอนตอบกลับไปก่อนที่จะเลื่อนสายตามองคนที่คนข้างตัวของเขามองอยู่...ลี ทงแฮ…
ริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ ทงแฮเป็นเหมือนน้องของฮีชอล เรียกว่าเจ้าหญิงของวงเอ็นดูมากกว่าใครเพื่อนก็ได้ แล้วจะมีใครที่ไหนกล้ายุ่งกับคนของฮีชอลอย่างทงแฮกันล่ะ
ท่าจะมี...สงสัยคงจะมีแต่คิบอมล่ะมั้ง เพราะเจ้าตัวเองก็เป็นคนที่ฮีชอลเอ็นดูไม่แพ้กัน…
ลีทงแฮเป็นคนขี้เล่น ชอบแกล้งคนอื่น พอๆกับที่โดนเขาแกล้งกลับนั่นแหละ แต่เพราะความน่ารักกับรอยยิ้มที่รับกับใบหน้าของตัวเอง แค่นั้นก็ทำให้ใครหลายคนหลงใหลไปตามๆกัน ไม่เว้นแม้แต่คนข้างตัวของเขา
‘คิบอม’
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคิบอมนะชอบทงแฮตั้งแต่แรกเห็น ในเมื่อคนยิ้มยากอย่างคิบอมกลับค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเอง ตามที่ปลาน้อยทงแฮบอก แถมยังคอยมองคนตัวเล็กอย่างเป็นห่วงตลอดเวลา
...คงไม่แปลกสำหรับคนที่อยู่กับคิบอมมากกว่าคนอื่นอย่างซีวอนที่จะรู้เป็นธรรมดา...
“ทำไมไม่บอกไปล่ะ?”
คำพูดลอยๆของซีวอนเรียกคนที่ไม่สนใจใครนอกจากคนตัวเล็กตรงหน้าให้หันมามองได้ทันที ซีวอนถึงกับต้องหัวเราะออกมานิดๆกับท่าทีนั้น
...หยิ่ง...ในแบบคิมคิบอมจริงๆ...เหมือนพี่ฮีชอลไม่มีผิด…
“อย่าดีกว่า…แบบนี้ก็ดีแล้ว” คิบอมมองเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปมองร่างเล็กที่โดนฮยอกแจแกล้งอยู่ แล้วจึงหันมาตอบหัวเราะนิดๆ แต่แววตากลับฉายแววเจ็บปวดจน...ซีวอนรับรู้ได้…
“ทำไมล่ะ...เพราะฮยอกแจงั้นเหรอ” เสียงทุ้มถามหลังจากที่หันไปมองตามสายตาของอีกคน ลีทงแฮกำลังยิ้มอย่างมีความสุขกับฮยอกแจ แวบเดียวที่ซีวอนเห็นว่าเพื่อนรักอย่างคิบอมเจ็บปวด ซีวอนขยับรอยยิ้มกว้าง
...ฮยอกแจงั้นเหรอ?...คงเพราะหมอนี่ไม่ได้อยู่หอล่ะมั้ง?...ถึงไม่รู้
“คิบอม...บางทีฮยอกแจอาจไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดหรอกนะ” พูดจบเจ้าตัวก็ลุกไปหาฮันคยองที่กำลังจะเดินมาเรียก ปล่อยให้คิบอมนั่งคิดถึงคำพูดที่ซีวอนพูดเพียงคนเดียว
...ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด…งั้นฉันยังพอมีหวังใช่มั้ย…ทงแฮ
“คิดอะไรอยู่เหรอคิบอม?!” เสียงหวานของคนที่คิบอมกำลังคิดถึงอยู่ เรียกให้เจ้าตัวหลุดออกจากภวังค์
“อ๊ะ…เปล่าๆ มีอะไรรึเปล่าครับทงแฮ” คิบอมสะดุ้งน้อยๆ หันมองใบหน้าเนียนเมื่อครู่ที่แอบดู หากแต่ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้า ใบหน้าสวยหวาน ยิ้มกว้างให้กับท่าทางของคิบอม
...รอยยิ้มที่มัดใจ...หัวใจดวงนี้มาตลอดเวลา…
“ทำไมมานั่งตรงนี้คนเดียวล่ะ ไปเล่นกับพวกฮยอกแจด้วยกันดีกว่านะ” ไม่พูดเปล่ามือเรียวเล็กก็คว้าข้อมือของคิบอมให้ลุกตามไป แต่เพราะความที่อยากจะแกล้งคิบอมเลยไม่ขยับตัว ยิ่งทงแฮออกแรงมากเท่าไหร่ตัวเองก็จะทรงตัวไม่อยู่
“อ๊ะ…!” ร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ พอๆกับคิบอม แต่เพราะความไวของร่างสูงทงแฮเลยกลายเป็นล้มลงในอ้อมกอดของคิบอมแทน ใบหน้าหวานเนียนแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย
ทงเฮก้มหน้าจนคิบอมอดที่จะถามออดมาไม่ได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่หลบ “ทงแฮ..เจ็บเหรอ? เป็นอะไรรึเปล่า?” ใบหน้าหวานสั่นน้อยๆเป็นคำตอบหากแต่ยังคงก้มหน้าอยู่ จนร่างสูงอดที่จะคิดมากไม่ได้
คิบอมก้มหน้าลงให้ใกล้อีกฝ่ายพอดีกับที่ทงแฮเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบางสัมผัสกับริมฝีปากของคิบอมที่ก้มลงมาจะดูว่าคนตัวเล็กในอ้อมกอดเป็นอะไรรึเปล่า? ก่อนที่คิบอมจะปล่อยให้คนตัวเล็กเป็นอิสระ
“ทงแฮเป็นอะไรมั้ยครับ? ถามเบาๆ
“ม่ะ...ไม่...ไม่เป็นไร!” เสียงหวานขาดช่วงตอบร่างสูง ก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังร้อนและแดง คิบอมมองใบหน้าหวานติดจะออกสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ
...น่ารักจริงๆ...ปลาน้อยของผม
ยิ่งมองคิบอมก็พูดได้คำเดียวว่า...แม้แต่ตอนเขินก็น่ารัก…ก่อนจะเอื้อมมือจับข้อมือเล็กให้เดินตามตัวเองไปหาเพื่อนๆคนอื่นด้วยใบหน้าที่ทุกคนพูดได้เสียงเดียวกันว่าแปลก...คิบอมยิ้ม
‘นายพูดถูกซีวอน......ฉันยังพอมีหวัง’
TBC.




พี่ทึกทำไมใจร้ายกะฮีแบบนี้นะ
ไม่ไหวนะแบบนี้..มาอัพต่อไวๆนะ
น้องปอนด์..ฟีลจะได้ต่อเนื่อง..T^T
#1 By ps-angel on 2009-08-08 16:24