[Fic] Still Believe - 5
posted on 19 Aug 2009 09:32 by femodos in Fic-Still-BeliveChapter 5
Still believe:
เพราะความเหนื่อยจากงาน รวมทั้งเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกมากมาย ก็ทำให้คนที่ได้ชื่อว่าเข้มแข็งอย่างคิมฮีชอลล้าเป็นเหมือนกัน
ฮีชอลล้มตัวลงนอนทันทีที่กลับมาถึงห้องของตัวเอง ก่อนจะลุกไปเปิดคอมที่เจ้าตัวชอบทำนักหนาเวลากลับมาจากงาน ทั้งที่ยังเหนื่อย แต่ฮีชอลเองก็มีความสุขที่ได้ทำ ก่อนจะตัดสินใจเปิดเพลงจากเครื่องคอมตรงหน้าแล้วล้มตัวลงนอน
…เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้าจากเรื่องต่างๆ...หลับตาลงเพราะไม่อยากรับรู้อะไรอีก ก่อนที่จะเข้าสู่นิทรา
ร่างเพรียวของหัวหน้าวงอย่างอีทึก ปิดประตูเบาๆหลังจากเข้ามาแล้วพบว่าอีกฝ่ายกำลังหลับอยู่ ก่อนจะเดินไปนั่งลงข้างเตียงมองใบหน้าสวยหวานของฮีชอล ที่ใครๆต่างก็บอกว่าสวย
‘สวยยิ่งกว่าผู้หญิง’ คนไหนและคงจริงอย่างที่ทุกคนพูด
เพราะเมื่ออีทึกได้มองใบหน้ายามหลับที่ไร้การแต่งเติม ใกล้ๆแบบนี้ ที่เข้ากับความงามของแสงจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าแล้วก็พูดได้เสียงเดียวว่า...คนตรงหน้าสวยยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยพบซะอีก…
...แต่ทำไมนะ การกระทำของคนตัวเล็กถึงได้ตรงข้ามกับใบหน้าตลอดเวลา…?
ครืด ครืดด
เสียงข้อความจากมือถือของคนที่กำลังหลับใหลอยู่ ดังขึ้นปลุกให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์รู้สึกตัว ก่อนจะมองหาแล้วลุกไปหยิบเมื่อเห็นว่ามันวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ชะงักมือเรียวน้อยๆเมื่อเหลือบไปเห็นข้อความในไซเวิลด์ที่เจ้าตัวเปิดทิ้งเอาไว้
- นายมันผู้ชายก็ไม่ใช่ผู้หญิงก็ไม่เชิง -
- ไปตายซะ คิมฮีชอล! -
- นายคงทำได้แค่ขายหน้าตาอย่างนั้นสินะ -
- ฉันได้ข่าวว่านายซื้อได้ เท่าไหร่ล่ะ? -
ข้อความมากมายจากแอนตี้แฟนที่ส่งเข้ามาก่อกวน
ทั้งที่เขาเป็นคนคอยดูแลความเป็นอยู่ทุกสุขของสมาชิกคนอื่นๆ แต่ทำไมนะถึงได้มองผ่านคนตัวเล็กคนนี้ไปได้...อาจเพราะทุกครั้งที่เขาถามถึง...คนตัวเล็กคนนี้กลับเอาแต่ยิ้ม และไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาเลย ไม่เหมือนคนอื่นๆอย่างเขา หรือฮยอกแจ ที่แค่โดนนิดหน่อยก็แทบจะบ้าแล้ว อย่างทงแฮและซองมินที่ร้องไห้เวลาโดน
...แต่สำหรับคนๆนี้ไม่ใช่...เขาแทบไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าตัวโดนอะไรบ้าง...แล้วที่เขาพูดและแสดงออกไปวันนี้ล่ะ?…
มือถือสั่นอีกครั้ง เหมือนเป็นการเรียกให้อีทึกรู้สึกตัว
เจ้าตัวเปิดมือถือขอดูข้อความ ทั้งที่รู้ว่าคนอย่างฮีชอลไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง แต่ตอนนี้อีทึกเองก็อยากจะรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับสมาชิกของวงบ้าง...อยากจะดูแลคนตัวเล็กคนนี้ก็เท่านั้น
- นายมันก็เป็นได้แค่เพื่อน คิมฮีชอล! -
อ่านข้อความแล้ว ก็ต้องขมวดคิ้ว แต่ก็เปิดไปข้อความที่สองที่ส่งมาห่างกันเพียง 3 วินาที…น่าจะเป็นคนๆเดียวกัน
- ถ้าไม่อยากให้ยุนโฮรู้ ก็เตือนเพื่อนของนายซะ -
คราวนี้มันอะไร? ทำไมถึงมีชื่อของยุนโฮด้วย แล้วก็ต้องอึ้งไปอีกรอบเมื่อเหลือบไปเห็นแอดเดสที่ส่งมา...นารา…
หมายความว่าไง? นารา หรือว่า..!?
ได้แค่คิด เพราะร่างบางบนเตียงขยับพลิกตัว ก่อนจะครางออกมาเบาๆ อีทึกมองเวลา ก่อนจะตัดสินใจวางมือถือเอาไว้ที่เดิม แล้วเดินเข้าไปหาร่างบางแทน มองใบหน้าหวานซีดของอีกฝ่าย ทำไมอีทึกจะไม่รู้ว่าร่างบางจริงๆแล้วเป็นคนอ่อนแอแค่ไหน คงจะมีแต่อีทึกและไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้
ฮีชอลเป็นคนขี้เหงาก็เลยชอบแกล้งคนอื่นเพื่อให้ตัวเองและคนอื่นไม่เหงา…ฮีชอลชอบแกล้งทำเป็นเข้มแข็งเพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเอง…ฮีชอลทำตัวหยิ่งก็เพราะพยายามจะสร้างกำแพงกั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองอ่อนแอและไม่อยากเจอกับความเจ็บปวด…
..เพราะอีทึกคอยดูแลฮีชอลมานานนะสิ ถึงได้รู้และเข้าใจขนาดนี้…
"เมื่อก่อนฉันเคยดูแลนาย แต่ทำไมตอนนี้เราถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?" คำพูดที่เอ่ยขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับมือเรียวที่จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย คงจะดีไม่น้อยถ้าคนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาได้ยิน
อีทึกมองคนที่ซุกตัวในผ้าห่ม ก่อนยิ้มออกมานิดๆ แล้วเดินออกจาก
ห้องไป
แต่อีทึกคงไม่รู้ว่า คนที่กำลังหลับอยู่แย้มรอยยิ้มขึ้นมาหลังจากสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้นเคยที่เคยได้มาเมื่อก่อน ความรู้สึกที่อบอุ่น จากคนที่คอยคิดถึงมาตลอดเวลา...คนที่ไม่เคยลืม...
...ปาร์คจองซู…
………………………….
………………………………………
"ว่าไงฮะ พี่อีทึก ฮยองจะไปด้วยมั้ย?" เสียงหวานของฟักทองน้อยที่อีทึกเอ็นดูถามทันทีที่เขาก้าวออกมาจากห้องของร่างบาง คนอื่นๆก็เหมือนจะหยุดรอคำตอบเช่นกัน
“สงสัยคงจะเหนื่อยนะ พวกเราไปกันเลยดีกว่า” บอกรุ่นน้องทุกคน ที่มองหน้ากันแล้วค่อยๆลุกจากที่นั่งเดินออกไปจากบ้าน เหลือเพียงแค่อีทึก ซีวอนและฮันคยองเท่านั้น
“ให้นอนอยู่คนเดียวแบบนี้จะไม่เป็นอะไรเหรอ?” ฮันคยองหันไปพูดกับอีทึก ทั้งที่สายตายังจับจ้องไปที่ห้องของเพื่อนสนิทของตน
“ไม่หรอก นี่อยู่ในบ้านนะแล้วปกติฮีชอลก็อยู่บ่อยด้วย…คงไม่เป็นไร”
“อืม…นั่นสิคิดมากไปรึเปล่าฮัน” ซีวอนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของอีทึก ก่อนจะหันไปถามคนตัวเล็กข้างตัว ฮันคยองหันมามองหน้าอีทึกกับซีวอนก่อนจะเดินตามร่างเพรียวของหัวหน้าวงออกไป
...ทำไมนะ ถึงได้รู้สึกไม่สบายใจได้ขนาดนี้?…
ได้แต่เก็บความรู้สึกแปลกๆไว้กับตัว ก่อนที่มือเรียวจะถูกคนตัวสูงกว่าจับแล้วพาเดินออกไปจากบ้าน
........
....
..
.
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีเวลาพักแบบนี้ คงจะตั้งแต่เริ่มเดบิวต์เลยสินะ ที่ทำให้เขาอีทึก และสมาชิกร่วมวงคนอื่นๆต้องหมดความเป็นอิสระของตัวเอง หมดระยะเวลาที่ต้องตัวคนเดียวหรือกับคนอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิกของวง
อีทึกมองแผ่นหลังของเพื่อนหรือเหล่าลิงน้อยทั้ง 11 ตัวที่ทำให้เขายิ้มออกเวลาที่เสียใจ ทำให้เขาโมโหบ้างในบางครั้งหรือแม้แต่เวลาที่เขาร้องไห้ก็มีแต่เพื่อนเหล่านี้แหละที่คอยอยู่เคียงข้าง
โดยเฉพาะคนที่พูดน้อยลงทุกวันอย่างฮีชอล ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็คอยยืนอยู่ข้างเขาเสมอ แต่ก็เพราะคนทั้ง 12 คนนี้แหละที่ทำให้อีทึกได้พบกับคำว่า ‘มิตรภาพ’ ที่เพื่อนมอบให้กันตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ได้มาเป็นสมาชิกในวงนี้
เท้าเรียวของคนกลุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาในร้านคุ้นตา ภายในตกแต่งให้ความกับบรรยากาศของเมื่อหลวงอย่างโซล ทุกคนทักทายภรรยาเจ้าของร้านผู้ใจดี ก่อนจะพากันเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของร้าน ที่จัดเอาไว้เพื่อนคนอย่างพวกเขา…คนดัง
“สวัสดีครับ ลุงดงฮวา” อีทึกเป็นคนเดียวที่ไม่ได้เดินขึ้นไปพร้อมกับสมาชิกคนอื่นๆ เจ้าตัวปลีกตัวออกมาหาเจ้าของร้าน ก่อนจะเห็นชายมีอายุที่คุ้นเคย จึงเดินเข้าไปทักอย่างมีมารยาท
“ไงอีทึก คนอื่นๆขึ้นไปข้างบนกันหมดแล้วเหรอ?” ลุงเจ้าของร้านหันมามองคนทัก ยิ้มให้อย่างคุ้นเคยร้านนี้เป็นร้านในเครือของบริษัทเอสเอ็ม หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นที่ประจำสำหรับพวกเขาซุปเปอร์จูเนียร์เลยก็ว่าได้
ไม่ว่ากี่ครั้งที่ออกมาหาอะไรทานข้างนอก เสียงส่วนใหญ่ของวงก็ต้องบอกว่าไปบ้านลุงดงฮวา อาจเพราะเป็นที่เดียวที่พวกเขาไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาสนใจ และจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้...หรือเพราะที่นี่ คือที่ของพวกเขา...ซุปเปอร์จูเนียร์...
“ครับ”
“คราวนี้หายไปนานเลยนะ” คุยกับเด็กหนุ่ม ก่อนจะหันไปสั่งอาหารให้พวกลิงที่ขึ้นไปข้างบนกันแล้ว อีทึกมองยิ้มๆ เพราะความใจดีและเป็นกันเอง เหมือนได้กลับบ้าน…มีความอบอุ่นที่ต่างออกไป
“ก็มีงานตลอดเลยครับ พอดีวันนี้เห็นเลิกเร็วเลยชวนกันมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” ตอบอีกฝ่ายพร้อมหันไปช่วยจัดของที่วางอยู่เกะกะให้เข้าที่
“นั่นสินะ...ลุงก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน เราขึ้นไปข้างบนกันดีกว่านะ” อีทึกพยักหน้าตอบ เดินคุยกับเจ้าของร้านขึ้นไปหาสมาชิกคนอื่นๆ
อีทึกเหมือนหลานคนสนิทของลุงดงฮวาเพราะด้วยความที่มีมารยาทและนิสัยดี ร่างสูงจึงเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่ส่วนมาก
...แบบนี้แหละ ที่ทำให้ใครต่อใครหลงรัก…
“ไงไม่ได้เจอกันนานเลยนะทุกคน” ลุงดงฮวาทักทายพวกลิงแต่ละคนที่กำลังเดินสำรวจรอบร้านในส่วนของชั้นสองอย่างสนุกสนาน
“สวัสดีครับ ลุงดงฮวา!!!” มองหน้ากันก่อนจะประสานเสียงและทำความเคารพ ที่ทำให้คนทักต้องสะดุ้งสุดตัว แล้วต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง
อีทึกมองสมาชิกทุกคนที่ต่างก็เข้ามาพูดทักทายกับลุงดงฮวาอย่างสนิทสนม ก่อนที่ขาเรียวจะพาเจ้าตัวเดินไปต้องระเบียบของบ้านที่มีม้านั่งเอาไว้นั่งสำหรับคนที่ชอบดูดาว ร่างสูงนั่งลงก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีของเมืองหลวงอย่างโซล...เพราะเขาเห็นคนคนนั้นชอบมาที่นี่บ่อยๆ
...ถ้าหมอนั่นมา ก็คงต้องมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียวตรงนี้เป็นแน่…
แต่คงจริง...ที่ตรงนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้พัก...ได้คิดทบทวนเรื่องต่างๆ...เพราะบรรยากาศล่ะมั้ง?
“ฮีชอล...นารา นี่มันเรื่องอะไรกัน” เสียงทุ้มบ่นออกมาเบาๆ ปลายเสียงเบาราวกับจะหายไปกับอากาศรอบตัว
ฮันคยองทักทายคุณลุงดงฮวา ก่อนจะปลีกตัวออกมามองหาที่นั่งเดิมที่เขาชอบมานั่งกับฮีชอล เห็นร่างสูงที่เขาต้องการจะคุยด้วยก่อนจะรีบเดินเข้ามาหาทันที ปล่อยให้ซีวอนนั่งคุยกับคิบอมและคนอื่นๆ
“อีทึก” เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นมามองคนมาใหม่ เขยิบที่ว่างด้านข้างให้อีกฝ่ายนั่งลง แล้วแสร้งหลบสายตามองออกไปทางอื่นแทน
“ไม่ยักเชื่อว่านาย…จะมาอยู่แถวนี้” อีทึกเอ่ยปากถามร่างเพรียวข้างตัว...แต่ฮันคยองก็รู้ดีว่าเพราะเจ้าตัวไม่รู้จะคุยอะไรต่างหาก
อีทึกเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ชอบให้คนอื่นเป็นห่วงและก็พูดแค่เพียง ’เปล่า...ไม่มีอะไร…ไม่เป็นไร’ จนคนคนหนึ่งต้องโมโหแทนทุกครั้ง…
“อืม...ฮีชอลเคยบอกว่าตรงนี้ ‘อากาศดี...เหมาะสำหรับดูดาว’ ...นั่นสินะ เหมาะจริงๆ” ฮันคยองตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงดี
ความเงียบโรยตัวเข้าแทรกกลางคนทั้งคู่
อีทึกปิดเปลือกตาลงช้าๆ ปล่อยตัวเองเงียบๆ...เขาอยากพัก...อยากหาสาเหตุที่ทำให้เราเป็นแบบนี้...อยากนึกถึงเรื่องดีๆ ที่มีคนคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า
‘เขาเคยอบอุ่น ..กว่าตอนนี้เยอะมาก’
“ระหว่างนายกับฮีชอลมันเกิดอะไรขึ้นเหรอ” อีทึกละสายตาจากสิ่งที่มอง...ดวงดาว...หรือแววตาของใครกันนะที่ชอบมองท้องฟ้ามืดๆแบบนี้ หันกลับมองคนถามที่ตอนนี้หันมามองเขาอย่างไม่หลบสายตาเหมือนเคย
...คนที่ได้ชื่อว่าสนิทที่สุดกับฮีชอล...ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นห่วงกัน
“นั่นสินะ...บางทีชั้นเองก็ยังไม่รู้เลย” บอกฮันคยองเบาๆ คำตอบที่แสนจะขัดกับคำถาม แต่สายตาที่มองมามันกลับทำให้คนถามที่อยากจะได้คำตอบอย่างฮันคยองต้องอึ้งไป ทั้งที่อยากจะคาดคั้นเอาคำตอบ แต่รอยยิ้มที่อ่อนโยนกับสายตาที่เจ็บปวดแบบนี้
“ไม่รู้?…”
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวทอดมองลึกลงไปในดวงตาเรียวสีนิลของอีทึก อีทึกถอนหายใจเบา ฝืนยิ้มให้ร่างเพรียวตรงหน้า
บางที…การบอกให้ใครฟังสักคนก็คงจะดีเหมือนกัน
“เมื่อก่อน ’เรา’ เคยมีความสุขด้วยกัน ชั้น ฮีชอล แจจุงและยุนโฮ เป็นเด็กฝึกหัดพร้อมกัน…”
TBC,,




อีกแล้ว T^T
แล้วนารามายุ่งอะไรกับคิมฮี
คิมฮีไปยุ่งอะไรกับนารา..ยุนโฮเกี่ยวอะไร
คำถามมากมายรอการอัพตอนต่อไป
คึคึ
สู้ๆ น้องปอนด์
ปอลิง. เอาหวานๆ บ้าง สงสารคิมฮีเหลือเกิน T^T
#1 By *Ai_PheuS* on 2009-08-30 21:41