[Fic] Still Believe - 12

posted on 31 Oct 2009 21:31 by femodos  in Fic-Still-Belive

Chapter 12

 


Still believe:

 


“อรุณสวัสดิ์ฮะ พี่อีทึก พี่คังอิน”  ทงเฮและซองมินเดินเข้ามาในห้องครัวหลังจากที่ตื่นขึ้นมา เห็นพี่ใหญ่ของวงกำลังทำอาหารอยู่

 

“วันนี้เวรฮยองเหรอฮะ” เสียงหวานใสเอ่ยถามคนตัวสูงที่สนใจกับการทำอาหารตรงหน้ากับคังอินกันอย่างวุ่นวาย  “อ๋อ เปล่าหรอกเวรฮีชอลกับฮันคยองนะ”

 

“อ้าว...แล้วทำไม”

 

“ฮันคยองไปจีนยังไม่กลับ...ส่วนพี่ฮีชอลยังไม่ตื่น” คังอินหันกลับมาตอบ พร้อมกับเดินเอาจานข้าวผัดที่เพิ่งเสร็จไปวางลงบนโต๊ะ

 

“เห ยังไม่ตื่น?”

 

“อื้อ…เมื่อวานยัยนั่นกลับมาตี 4 เลยปล่อยให้นอนต่อดีกว่า” อีทึกตอบคำถามอีกคำถามของทงเฮ เด็กหนุ่มพยักหน้ารับรู้ คิ้วเรียวขมวดก่อนจะมองไปที่ห้องของฮีชอลที่เปรียบเหมือนพี่ตัวเอง

 

“น่าสงสารพี่ฮีชอลนะฮะ งานเยอะกว่าใครเพื่อนเลย”

 

“นั่นสินะ คิบอมกับซีวอนก็เหมือนกันนี่ เห็นว่ายังไม่กลับมาเลยคงอีกสักวันสองวัน ว่าแต่ไปเรียกคนอื่นมากินข้าวได้แล้วไปทงเฮ ซองมิน” อีทึกหันมาคุยกับน้อง พร้อมกับจัดการส่วนที่เหลือของอาหารตรงหน้าให้เสร็จ แล้วหันกลับไปสั่งน้องสองคนให้ไปเรียกคนอื่นๆมาได้แล้ว

 

“ฮะ!” รับคำก่อนจะเดินออกไปทั้งคู่ แล้วแยกกันไปเรียกเพื่อนร่วมวงแต่ละคน

 

“อ๋อ ทงเฮไม่ต้องเรียกฮีชอลนะ ให้นอนไปก่อน!...ช่วงนี้แทบไม่ได้นอน เดี๋ยวก็ล้มไปหรอก...ยัยบ้า” เสียงทุ้มของหัวหน้าวงตะโกนไล่หลังมา ทงเฮพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าห้องไปปลุกคนอื่นต่อ...แต่ประโยคหลังกลับเบาเหมือนพูดคนเดียวมากกว่าคังอินหันกลับมาร่างสูงอมยิ้มนิดหน่อยที่เห็นพี่ใหญ่บ่นพึมพำคนเดียว

 

เพียงแค่ 10 นาที สมาชิกทั้งแปดคนก็มานั่งลงที่โต๊ะอาหารของบ้าน เสียงพูดคุยดังตามประสาเมื่อคนเป็นสิบคนมานั่งอยู่ในที่เดียวกัน

 

“ทานนะฮะ/ครับ”

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่สมาชิกในวงไม่ครบเช่นเดิม ฮันคยองกลับไปจีนเพื่อออกรายการที่นั่น คิบอมและซีวอนติดถ่ายละครเรื่องใหม่ที่คาดว่าจะเสร็จภายในวันนี้ ส่วนเจ้าหญิงของวงยังคงนอนอยู่ในห้อง

 

อีทึกนั่งมองรุ่นน้องแต่ละคนยิ้มๆแล้วหันไปคุยกับคังอินที่นั่งด้านข้าง

 

...ชินแล้วล่ะ...

 

ทั้งที่ปกติที่นั่งด้านข้างควรจะเป็นที่ของร่างบางมากกว่าแต่เพราะ ’ข้อแม้เหล่านั้น’ ทั้งคังอินและฮีชอลเลยต้องแลกที่นั่งกัน เพื่อให้เป็นไปตามข้อแม้ของการเป็นแฟนเซอร์วิสอย่าง ’คังทึก’ และ ‘ฮันชอล’

 

“อิ่มแล้ว~”

 

“เฮ้! ชินดงไปเอาขนมมากินกันดีกว่า” พอกินเสร็จก็มีแต่เสียงดัง นี่แหละที่เรียกว่าซูเปอร์จูเนียร์

 

“ตารางงานวันนี้...วันนี้ทุกคนว่างนะ...หยุดหนึ่งวัน ..ใครจะไปไหนก็ไปได้นะ...แต่ก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน” อีทึกหยิบตารางงานขึ้นมา หลังจากที่ทุกคนกินอะไรกันครบหมดแล้ว

 

“จริงเหรอฮะ?”

 

“อื้อ ว่างหมดเลย จะไปไหนก็ไปกันเถอะแต่อย่าให้ใครเห็นมากล่ะ”

 

“เย้! ขอบคุณพระเจ้า” เสียงดังของชินดงดังขึ้นกลบเสียงทุกอย่างภายในห้องครัวเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี ก็ตั้งแต่ทำงานมา 5 เดือนนี่เป็นวันหยุดครั้งแรกเลยก็ว่าได้

 

“อ๋อ! เมื่อกี้คิบอมกับซีวอนบอกว่าจะกลับมาตอน 10 โมงนะฮะ”  ฮยอกแจเดินเข้ามาหลังจากลุกออกไปรับโทรศัพท์เมื่อกี้ ก่อนจะโดนซองมินและทงเฮลากไปเล่นเกมเหมือนเดิม  เหลือเพียงอีทึก คังอิน ชินดง รยออุค และเยซอง ที่ยังคงนั่งกันอยู่ที่โต๊ะต่อ

 

อีทึกนั่งมองชินดงและคังอินที่นั่งแย่งกันกินขนม กับรยออุคที่ปล่อยเยซองนั่งเล่นผมแล้วก็คุยกันไปอย่างไม่เกรงใจใคร

 

...คู่รักประสาท....

 

ได้แต่บ่นในใจเพียงคนเดียว เหลือบมองไปที่ประตูห้องของร่างบาง ถ้าตอนนี้ยัยนั่นนั่งอยู่มีหวังนั่งแกล้งรยออุคและเยซองจนไม่เป็นอันได้สวีทกันอยู่อย่างนี้หรอก  คิดแล้วก็ลุกออกจากโต๊ะแต่ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเรียกเอาไว้

 

“พี่อีทึกจะไปไหน”

 

“จะไปดูฮีชอลหน่อยทำไมเหรอคังอิน” ตอบธรรมดา คังอินยิ้มรับ สำหรับคนอื่นคงคิดว่ายิ้มให้แฟนตัวเองแต่สำหรับอีทึก รู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายความว่าไง...

 

“ไปเถอะ เดี๋ยวชั้นไปคอยที่ห้องนั่งเล่น” อีทึกพยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของเจ้าหญิงของวง

 

“แหม...คังอินนายนี่หวงพี่อีทึกเป็นว่าเล่นเลยนะ” เยซองอดไม่ได้ที่จะแซวอีกคนที่นั่งอยู่

 

“ฮะๆ ก็แฟนชั้นสวยนี่” ตอบกลับพร้อมยิ้มกวนๆให้

 

“แล้วนายจะหวงพี่อีทึกทำไม อีกอย่างพี่เค้าจะไปหาพี่ฮีชอลนะ มีอะไรน่าหวง” ชินดงอดไม่ได้ที่จะถาม รู้สึกแปลกใจ...จะหวงทำไม แค่คนสวยสองคนไปเจอกันเท่านั้นเอง


 

“นั่นสิ พี่ฮีชอลก็เหมือนจะคบกับพี่ฮันคยองอยู่ไม่ใช่เหรอ?”  คังอินหัวเราะในลำคอ  ถ้าพวกนายรู้เรื่องแบบชั้นนายจะยังพูดคำว่าเป็นแฟนกันออกมั้ยนะ?

 

...ก็ในเมื่อฮันคยองกับพี่ฮีชอลออกจะสนิทกันแบบเพื่อน...ส่วนชั้นกับพี่อีทึกก็...แค่แกล้งกันเท่านั้นแหละ...แล้วลืมไปรึเปล่าเวลาพี่อีทึกอยู่กับพี่ฮีชอลนะ

 

แมนจะตาย!...

 

ถ้าดูให้ดีมีอย่างที่ไหนที่คนสองคนอย่างอีทึกกับฮีชอล ดูแลกันยิ่งว่าที่ชั้นดูแลพี่อีทึกอีก เฮ้อ..พวกนายนี่มัน! ไม่เคยสังเกตพี่ใหญ่สองคนเลยรึไงฟ่ะเนี้ย? 

 

แต่จะว่าไปเค้าเองก็คงจะเหมือนพวกนั้น ถ้าพี่อีทึกกับพี่ฮีชอลไม่เรียกไปคุยด้วยเรื่องแฟนเมค ใครจะไปรู้ว่าพี่เค้าดูแลกันดี เข้าใจกันขนาดนั้น แล้วยังบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรอีก ..คังอินไม่เชื่อ..!!

 

คังอินนั่งมองอีทึกเดินเข้าไปในห้องของฮีชอล แล้วจึงหันกลับมาให้ความสนใจกับขนมตรงหน้า ก่อนจะเล่นเกมแข่งกับชินดง เพื่อ....ขนม


 

เท้าเรียวของคนตัวสูงเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ เพราะไม่อยากรบกวนร่างบางที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ มองก้อนผ้าห่มบนเตียงที่ขยุกขยิกไปมานิดหน่อย

 

หลายวันมานี้ ตั้งแต่เค้าและฮีชอลตกลงรับข้อเสนอเรื่องแฟนเซอร์วิส  ความสัมพันธ์ในช่วงแรกๆก็ดีอยู่หรอก

 

แต่พักหลังนี่สิ...ฮีชอล ดูเงียบลงไปทุกวัน อาจเพราะงานที่เพิ่มมากขึ้น กับเวลาที่ไม่ตรงกันของร่างบางกับสมาชิกคนอื่น  ทำให้คนสวยของเค้าแทบจะไม่ได้พูดคุยกับคนในวงเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แค่เขา ฮันคยอง ซีวอน และคิบอมเท่านั้นที่ได้คุยมากกว่าคนอื่นหน่อย เพราะเวลางานคล้ายกันบ้าง แต่ดูเหมือนช่วงหลังมานี่จะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้คุยกันเลย

 

อีทึกมองใบหน้าหวานที่โผล่ออกมาจากผ้าห่มเล็กน้อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่ว่างด้านข้างที่ดูเหมือนคนหลับจะจงใจทิ้งเอาไว้ให้ มือเรียวเอื้อมไปปัดปอยผมที่ปรกที่หน้าผากออกอย่างเบามือ มองใบหน้าหวานที่ยิ้มขึ้นมาเหมือนรับรู้ได้ ก่อนจะก้มลงไปมอบสัมผัสอ่อนโยน จูเบาๆที่หน้าผากเนียนสวยเหมือนเป็นเรื่องปกติ

 

...การกระทำที่เค้าทำประจำกับสมาชิกคนทุกคน….รวมถึงฮีชอลด้วย!

 

อีทึกมองคนที่นอนหลับอยู่ อย่างอ่อนโยน แล้วจึงลุกเดินออกไปจากห้องของคนสวย   ไม่ได้อยากออกไปไหน...แต่เพราะไม่อยากจะรบกวนคนที่ได้พักน้อยอย่างคนคนนี้...คิดก่อนจะก้าวเท้าออกไปอย่างเบาเช่นเคย

 

มือเรียวปิดประตูเบาๆ


 

“ขอนอนอีกนิดนะ ทึกกี้” เสียงหวานละเมอออกมา หลังจากที่อีทึกปิดประตูไปแล้ว...ถ้าหันหลังกลับสักนิด...อีทึกคงไม่ต้องทำร้ายฮีชอลไปมากกว่านี้…


 

“พี่อีทึก”

 

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกหลังจากที่หันไปเห็นคนที่เพิ่มเดินออกมาจากห้องฮีชอลอย่างเงียบๆ ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มหลังจากที่ปิดประตูลง แต่กลับต้องยิ้มอีกเมื่อหันไปตามเสียงเรียกของร่างท้วมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟา ที่กำลังกวักเมื่อเรียกให้เขาเดินเข้าไปหา

 

เดินเข้าไปหาคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเมค อย่าง ‘คังอิน’ ที่กำลังนั่งคุยอยู่กับสมาชิกร่วมวงคนอื่นๆ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมอย่างสนุกสนาน

 

“พี่อีทึกนี่น่ารักเนอะ…พี่คังอินก็นะ” เสียงพูดกระซิบเบาๆระหว่างทงเฮและซองมิน แม้จะพูดเบาๆ แต่ก็พอทำให้คนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นได้ยิน อาจเพราะเป็นคำสั่งของบริษัทและพวกเค้าเองก็ยังไม่พร้อมที่จะบอกสมาชิกในวงถึงเรื่องแฟนเมค ทำให้คนอื่นๆแทบจะไม่รู้เรื่องกันเลย

 

แล้วใครจะรู้ว่าคนสองคนที่ทำแบบนี้เพียงเพื่อเป็นการสร้างความพอใจแก่แฟนคลับ โดยที่ความจริงแล้วคนทั้งสองแทบจะไม่ได้สนิทกันเลย แต่เพราะเป็นแบบนี้เลยทำให้ต้องเลยตามเลย

 

...รวมทั้งพี่ฮีชอลและฮันคยองด้วย…

 

“ทำอะไรกันอยู่” เสียงของอีทึกถามเบาๆ ทันทีที่เดินเข้ามาถึงจุดที่ทุกคนนั่งคุยกัน

 

“ก็คุยเล่นกันไปเรื่อยเปื่อยนะ”  อีทึกพยักหน้าเข้าใจคำตอบของคังอิน ก่อนจะทิ้งตัวลงด้านข้างของร่างท้วม สายตาเรียวก็ยังไม่วายหันกลับไปมองห้องของฮีชอลอีกจนร่างสูงด้านข้างแปลกใจ

 

“เกิดอะไรกับฮยองเหรอ?” กระซิบถามอีกฝ่ายเบาๆ

 

“เปล่าหรอก”  แม้จะไม่เข้าใจคำตอบ แต่คังอินก็รู้ดีว่า...เพราะสนิทกันมากขนาดนั้นสินะทั้งคู่เลยเป็นแบบนี้…คอยเป็นห่วงกันตลอดเวลา…แต่มีบางอย่างที่อีทึกไม่รู้

 

...ความรู้สึกล่ะมั้ง?...ที่พี่อีทึกไม่เข้าใจ
 

ก่อนจะหันกลับไปสนใจกับเรื่องที่คนอื่นกำลังพูดกัน และรายกาที่กำลังถ่ายทอดอยู่


 

“คังอิน ไปทำงานกี่โมง” เอ่ยถามร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้าง

 

“อืม…ใกล้แล้วทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า?”

 

“...อยากไปด้วย เพราะเป็นแบบนี้รึเปล่านะ” การแสดงออกของอีทึกและคังอินเลยเหมือนคนรักกันมาก จนคนอื่นแทบจะแยกไม่ออก เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ที่พี่ใหญ่สองคนนี้จะไปไหนมาไหนด้วยกัน...ไม่แม้แต่วันนี้

 

“ก็ไปสิ”
 

รอยยิ้มหวานขอบคุณถูกส่งมาจากอีทึก คังอินได้แต่มองใบหน้าหวานนั้นอย่างไม่เข้าใจ..ปกติ ต้องอยากจะอยู่บ้านไม่ใช่เหรอ?..หรือว่าทะเลาะกับเจ้าหญิง? เพราะตั้งแต่ออกมาจากห้องของฮีชอล อีทึกก็ได้แต่ถอนหายใจ แม้จะยิ้มอยู่แต่นัยน์ตาของเจ้าตัวกลับไม่ได้ยิ้มด้วยเลยสักนิด

 

...เป็นอะไรไปอีกล่ะ?…

 

แต่ถึงจะอยากรู้มากแค่ไหน นิสัยของเขาก็ไม่ใช่คนที่จะวุ่นวายกับเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นลีดเดอร์ของวงอย่าง  ’อีทึก’  และ ’ฮีชอล’  สองคนนี้เท่านั้นที่เขาเลือกที่จะไม่ถามอะไรเลย อาจเพราะรู้อยู่แล้วก็ได้ว่าพี่สองคนนี้ ต่อให้คะยั้นคะยอมากแค่ไหน ถ้าไม่คิดจะพูดไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทำให้คนสองคนพูดได้

 

ถึงจะเป็นเรื่องแย่ๆ สำหรับการอยู่รวมกันของคนหมู่มากแต่สำหรับคังอิน ที่เขาไม่สนใจเรื่องของทั้งคู่เหมือนคนอื่นๆในวง เพราะเชื่อว่าทั้งอีทึกและฮีชอลต่างรู้จักกันดี คอยช่วยเหลือกันมาตลอด ถ้าคนใดล้มอีกคนก็จะฉุดขึ้นมา คงไม่จำเป็นที่จะให้คนนอกอย่างพวกเขาต้องเข้าไปวุ่นวาย...เรื่องส่วนตัว 

 

มือหนาเอื้อมไปสัมผัสไหล่ของอีทึกเบาๆ เหมือนจะบอกว่า…ยังไงซะ อีทึกก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว…

 

คังอินไปจัดรายการวิทยุของ Chunji พร้อมกับอีทึกที่ขอตามไปด้วย และตัวคังอินเองก็ไม่ได้คิดที่จะขัดอะไร เพราะเหมือนพี่ใหญ่อย่างอีทึกคงจะมีปัญหาอะไรเล็กน้อยที่ไม่สบายใจ การออกมาข้างนอกเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็คงดี

 

แต่ใครจะรู้ว่าการไปครั้งนี้...คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตปาร์คจองซู!

 

TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คังอินนี่ยอดเยี่ยมจริง รู้จักรู้ใจพี่ใหญ่ของวงทั้งคู่เลย

กร้ากกกกกกกก

เวลาอยู่กับฮีซอล แมนจะตายยย


เย้ยยยยยยยยย ฮ่าๆๆๆ

ว่าแต่ทึกกี้ตามคังอินไปนี่ จะมีอะไรเปลี่ยนไปหว่าปอน

เฮ้ยย เสียวๆไม่กล้าอ่านเลย

แต่นะ ไปอ่านให้มันรู้กันไปเลยดีกว่า


double wink

#1 By แมวบุ่นโข่ (118.172.72.33) on 2009-11-03 11:35