[Fic] Still Believe - 13

posted on 31 Oct 2009 21:38 by femodos  in Fic-Still-Belive

Chapter 13

 


Still believe:

 

 

อีทึกทักทายบรรดาทีมงานของคังอินอย่างเป็นกันเอง เพราะเคยมาจัดรายการด้วยกันหลายครั้งกับฮีชอล ทีมงานก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน อาจเป็นเพราะคลื่นนี้จัดหลังคลื่นของฮีชอลเลยสามารถสับเปลี่ยนกันได้

 

ที่ออกมาจากบ้านไม่ใช่เพราะทะเลาะกับใครเหมือนอย่างที่หลายคนคิด อีทึกเพียงแค่รู้สึกอยากจะออกมาก็เท่านั้น!!


 

ร่างเพรียวของอีทึกนั่งอยู่นอกห้องอัดเสียงระหว่างที่คังอินเข้าไปทดสอบก่อนการจัดรายการเพียงไม่กี่นาที ใบหน้าเรียวมองเครื่องมืออย่างสนอกสนใจ จนทีมงานอดไม่ได้ที่จะเรียวให้ร่างเพรียวเข้าไปดูและช่วยทำงานด้วย

 

ทีมงานหลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของแฟนเมคมาบ้าง พอมาเจอตัวจริงของอีทึกและคังอินแบบนี้ก็คงไม่แปลกที่จะเอ็นดูอีทึก เพราะความที่เป็นคนมีมารยาทและหลายๆอย่าง จึงทำให้อีทึกไม่เคยไปสร้างความรำคาญใจให้แก่ใครเลย มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นที่เจ้าตัวคอยสร้างเอาไว้ตลอด

 

อีทึกมองร่างสูงในห้องส่ง ก่อนจะปลีกตัวออกไปรับลมภายนอกห้อง มือเรียวเปิดประตูออกไป ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่ามีคนอยู่อีกฝั่งของประตู

 

ใบหน้าหวานของคนที่อีทึกเคยเห็นบ่อยๆในรายการต่างๆ เพียงแต่ไม่มีโอกาสที่จะได้เจอ หญิงสาวในชุดกระโปรงยาวเข้าตัว กับเสื้อสีขาว ดูเข้ากับตัวหล่อนได้อย่างไม่แปลก ใบหน้าหวานส่งยิ้มให้เค้า อย่างเป็นมิตร หากแต่แววตากลับไม่ได้ยิ้มด้วย

 

“ขอบคุณค่ะ กำลังคิดว่าจะทำยังไงอยู่เลย” เสียงหวานเอ่ยขอบคุณอีทึกเบาๆ พร้อมกับก้มหัวให้เป็นเชิง ร่างสูงของอีทึกเองก็รู้ดีว่าควรจะทำยังไง อีทึกก้มหัวให้อีกฝ่ายเช่นกัน ก่อนจะเหลือบไปมองของที่อยู่บนมือเรียวเล็กอย่างสนใจ

 

“ให้ผมช่วยถือมั้ย” หญิงสาวทำท่าจะปฏิเสธ แต่เธอก็มองออกว่าต่อให้เธอพูดยังไง คนตรงหน้าของเธอก็คงไม่ยอมให้เธอถือของพะรุงพะรังไปคนเดียวแบบนี้แน่ๆ เธอก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณอีกครั้งก่อนจะแบ่งของบางอย่างให้ร่างสูงไป

 

อีทึกได้แต่มองหญิงสาวอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครที่ถือของขึ้นมาเยอะเช่นนี้เพียงคนเดียว โดยไม่ขอความช่วยเหลือของใครเลย ยิ่งเธอเป็นถึงดาราที่เค้าเองก็เห็นบ่อยๆในรายการดังๆ

 

“ทำไมไม่เรียกใครช่วยล่ะครับ”

 

“ฮี่ๆ คือคิดว่าถือไหวนะค่ะ ก็เลยไม่อยากรบกวนใคร” เสียงหวานตอบกลับมายิ้มๆ อีทึกเองก็พยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องที่เค้าเพิ่งออกมาเมื่อครู่

 

...น่าจะเป็นแขกรับเชิญของคังอิน...

 

ความคิดแล่นเข้ามาในหัวอย่างอดไม่ได้ ร่างสูงวางของไว้ด้านข้างเช่นเดียวกับหญิงสาว ก่อนที่เธอจะหันมาขอบคุณอีกครั้ง สไตลลิสต์ก็เดินเข้ามาหาเธอทันที

 

“อ้าว น้องนารามานานหรือยังค่ะ” พี่สไตลลิสต์ทักหญิงสาวตรงหน้าอีทึกอย่างสนิทสนม เช่นเดียวกับเธอที่ยิ้มให้ไม่แพ้กัน แต่ก็เป็นอีกครั้งที่อีทึกเห็นว่านัยน์ตาของเธอไม่ได้ยิ้มด้วย หญิงสาวทักทายคนอื่นๆ อย่างเป็นมิตร พอดีกับช่วงเวลาพักของคังอิน

 

ร่างสูงของคังอินเดินเข้ามาหาอีทึกอย่างเงียบๆ ก่อนจะสะกิดที่ไหล่เบาๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว  “อีทึก...พี่อีทึก”

 

“ห๊ะ..อ้าวคังอิน”

 

“ทำอะไรอยู่เหรอ?” คังอินไม่ถามเปล่าร่างสูงยังชะโงกหน้าไปมองตามทิศที่อีกทึกหันมา ก่อนจะแย้มรอยยิ้มเข้าไปอีกเมื่อเห็นว่าตรงหน้าที่สงสัยเมื่อครู่มีอะไร

 

“คังอิน!” เสียงหวานของคนที่อีทึกช่วยถือของมา ส่งเสียงเรียกร่างสูงด้านข้างอย่างสนิทสนม ก่อนจะขอปลีกตัวให้ผู้จัดการรับหน้าและงานต่างๆ แล้วเดินเข้ามาหาคนที่คู่ที่ยืนอยู่อย่างอีทึกและคังอิน

 

“สวัสดีครับ พี่นารา” ร่างสูงทักทายอย่างมีมารยาท เรียกรอยยิ้มจากหญิงสาวอย่างห้ามไม่ได้

 

“อืมม สบายดีเหรอครับ แล้วพี่ล่ะกลับมาเมื่อไหร่กัน?”

 

“เพิ่งถึงเมื่อตอนเช้าเอง” เสียงสนทนา ดังไปมาอย่างสนิทสนมของคังอินและหญิงสาวตรงหน้าทำให้อีทึกได้แต่มองตามยิ้มๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไรและรู้ดีว่าการพูดแทรกเป็นเรื่องที่เสียมารยาท ยิ่งเหมือนหญิงสาวตรงหน้าจะมีอายุมากกว่าด้วย

 

หันมาเจออีกคนที่ยืนอยู่เงียบๆ  “อ๊ะ คุณนั่นเอง ขอบคุณนะค่ะ” หญิงสาวหันมามองอีทึก ก่อนจะขอบคุณอีกครั้ง

 

“พี่รู้จักพี่อีทึกด้วยเหรอ?”

 

“อีทึก?” นาราทวนคำอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก็เธอจะไปรู้จักใครได้ไงกัน ในเมื่อเพิ่งจะกลับมาบ้านเกิดที่เกาหลีเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เท่านั้นเอง เหมือนรู้คังอินมองตาอีกฝ่าย ก่อนจะโคลงหัวๆไปมาอย่างอารมณ์ดี แล้วค่อยแนะนำคนข้างตัวที่จัดได้ว่ามีใบหน้าหวานไม่แพ้ใคร

 

“นี่พี่อีทึกครับ เป็นหัวหน้าวงของผม”

 

“จาง นาราค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...อีทึก” เสียงหวานแนะนำตัวเองอย่างสดใส ขัดกับแววตาที่หม่นมองจนอีทึกแปลกใจ แต่สำหรับใครหลายคนเพราะรู้จักกันมาก่อนคงไม่แปลกที่จะดีใจเมื่อเจอกัน จนลืมสังเกตเรื่องพวกนี้ไป

 

“ครับ…ปาร์จองซู  เรียกอีทึกก็ได้ครับ”

 

“ค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่ช่วย”

 

“ไม่เป็นไรครับ” ทั้งที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน แต่ทั้งคู่กลับสนิทกันได้อย่างง่ายๆ จนคังอินแทบที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะจางนาราที่เค้ารู้จัก ถึงไม่ได้หยิ่งจนขนาดไม่คุยกับใคร แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากถึงขนาดนี้ แล้วถึงอีทึกเองจะเอนเตอร์เทนคนเก่งแค่ไหน คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกแบบนี้จะสนิทกันได้ขนาดนี้เชียวเหรอ?

 


ได้แต่เก็บความงุนงงไว้ภายใน ทั้งที่อยากจะถามว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ แต่พอเห็นใบหน้าของนาราและอีทึกแล้ว ก็ได้แต่อมยิ้มน้อยๆ

 

...อาจจะมีข่าวดีเร็วๆนี้ก็ได้…

 

“คังอิน นารา! สแตนด์บาย” เสียงของผู้จัดการดังมาจากในห้องเรียกให้คนสามคนที่ยืนอยู่ด้วยกันหันไปมอง ก่อนที่ร่างสูงจะปลีกตัวออกมาเพื่อให้คนทั้งคู่เตรียมตัวเข้าไปห้องส่ง แล้วนั่งมองอยู่ห่างๆ เหมือนที่เคยทำเวลาที่ไปดูสมาชิกในวงจัดรายการ โดยเฉพาะ…ฮีชอล…คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มเมื่อครู่หายไปเมื่อนึกถึงคนที่ชื่อว่าฮีชอล

 

อาจเป็นเพราะช่วงนี้งานเยอะ และเวลาไม่ตรงกันเค้าเลยไม่ได้คุยกับฮีชอลเลย แต่ทำไมความรู้สึกมันถึงต่างจากเมื่อก่อนนักนะ...เหมือนกำลังโดนเมินมากกว่า ...คล้ายว่าคนสวยของวงจะไม่กล้าสู้หน้าเค้า

 

…ที่กลับมาดึกขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะเป็นการหลบหน้าซะมากกว่า…

 

เวลาไปทำงานด้วยกันก็เอาแต่คุยกับฮันคยองถึงจะทำเหมือนให้ความสนใจกับแฟนเซอร์วิสมากก็เถอะ  แต่ตอนนี้ฮีชอลทำกับว่าตอนนี้เขาไม่มีตัวตน จนพักหลังนี่เค้าเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว

 

ในเมื่อฮีชอลเลือกที่จะหลบหน้าเค้า เค้าเองก็คงไม่อยู่ทำให้ฮีชอลต้องออกจากบ้านทุกวันอย่างนั้นหรอก
เพราะอย่างนี้ไง...วันนี้อีทึกถึงได้ออกมาจัดรายการกับคังอิน แทนที่จะอยู่บ้านคอยให้ร่างบางตื่นเหมือนเมื่อก่อนแล้วอีกนานแค่ไหนกันที่เค้ากับฮีชอลจะกลับมาคุยกันได้เหมือนเดิม...มันหงุดหงิดนะ!…

 

“อีทึกครับ”

 

“มีอะไรเหรอฮะ?” ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียก ก่อนจะเห็นทีมงานคนหนึ่งกำลังเรียกเค้าอยู่จากด้านหลัง ใบหน้ายิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะถามว่ามีอะไรมั้ย ที่มาเรียกเค้าแบบนี้

 

“คือ…คังอินบอกให้มาเรียกนะ รายการจะจบแล้ว” อีทึกพยักหน้ารับ  มองผ่านไหล่ของทีมงานข้ามไปจนเห็นหน้าคังอินที่กำลังยิ้มคุยเล่นกับนาราอย่างเป็นกันเองในห้องส่ง แล้วก็ต้องยกมือขึ้นมาดูเวลา 23.50 อดที่จะนึกแปลกใจไม่ได้ ทั้งที่เมื่อครู่ตอนพักมันยัง 22.00 อยู่เลยทำไม เวลาถึงได้เดินเร็วแบบนี้ หรือเพราะเค้ามัวแต่คิดถึงเรื่องของฮีชอลจนลืมเวลาไปกันนะ

 

..นั่นสิ ป่านนี้ยัยนั่นจะกลับมารึยัง...

 

ทั้งที่อยากจะรีบกลับบ้านแล้วคุยกันเหมือนเดิม ก็อดที่จะเคืองตัวเองไม่ได้ ว่าทำไมถึงออกมาอย่างนี้...แทนที่จะนั่งรออยู่ที่บ้าน คอยให้ฮีชอลกลับมาแล้วเดินเข้ามานั่งบ่นถอนหายใจข้างเขาอย่างเคย  ให้คนตัวเล็กใช้เขาเป็นเพื่อนนั่งเล่นนั่งคุยเหมือนเดิม...คงจะดีไม่น้อย

 

..คิดแล้วก็ควานหยิบมือถือภายในเสื้อโค้ทตัวใหญ่ ที่ใส่ออกมาจากบ้านวันนี้ กดเบอร์ที่คุ้นเคยอย่างไม่ต้องคิดมาก ก่อนจะชะงักเมื่อจะกดปุ่มโทรออก

 

..โทรเข้าบ้านน่าจะดีกว่า...

 

เพียงแค่คิดอีทึกก็เปลี่ยนเป็นกดเบอร์บ้านที่อยู่รวมกับคนอื่นอีกเป็นสิบคนทันที ก่อนจะยกมือเรียวแนบโทรศัพท์ไว้กับหู เพียงเพื่อรอ..ให้ใครสักคนในบ้านมารับก็เท่านั้น และคงจะดีแค่ไม่น้อยถ้าคนๆนั้นคือคนที่ คอยหลบหน้าอีทึกมาตลอดเวลา อย่าง...ฮีชอล

 

..

 

..

 

“ยอบาเซโย” อีทึกรอจนอีกฝ่ายที่รับสายขึ้นมาแล้วเป็นคนพูดก่อน ทั้งที่ปกติแล้วคนในบ้านจะเงียบเพื่อรอดูว่าคนที่โทรเข้าไปเป็นใคร เพราะหากเป็นแฟน
คลับแล้วคงจะวุ่นวายกันไม่น้อย

 

“อ้าว อีทึกฮยอง!” ปลายสายตอบกลับมาเหมือนแปลกใจ แต่อีทึกก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร...คนหน้าหวานคนหนึ่งที่เรียบร้อย เงียบๆไม่ค่อยจะพูดจาสักเท่าไหร่ จนอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่ามาอยู่ท่ามกลางกลุ่มลิงทั้งสิบเอ็ดตัวได้ยังไง ‘คิมรยออุค’

 

“รยออุคเหรอ คนอื่นกลับถึงบ้านกันหมดรึยัง” ทั้งที่น่าจะรู้ว่าตารางงานของแต่ละคนเป็นยังไง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้...เพราะเป็นห่วงอยู่ดีนั่นแหละ เขาออกมาจากบ้านตั้งแต่เย็น จนตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้วคนอื่นที่ไปไหนข้างนอกกัน จะกลับเข้าบ้านกันหมดรึยัง...คงไม่พ้นหน้าที่ของคนที่ได้ชื่อว่า ลีดเดอร์อย่างเขา

 

“ฮะ เกือบหมดแล้วฮะ ขาดแต่พวกพี่แล้วก็ฮีชอลฮยองเท่านั้นฮะ แต่เมื่อกี้โทรมาก่อนฮยองแปปเดียวเอง...บอกว่าจะรีบกลับเพราะพวกคิบอมและฮันคยองกลับมาแล้ว” 

 

เสียงหวานบอกตามที่ตัวเองรู้มาเพราะเมื่อครู่ที่เสียงโทรศัพท์บ้านดังก็มีเพียงเค้าที่เดินมารับเท่านั้น แต่ก็น่าแปลก...ที่ฮีชอลฮยองและอีทึกฮยองโทรมาไล่เลียกัน แถมยังถามแบบเดียวกันอีก ร่างเล็กก็อดที่จะกลั้นหัวเราะไม่ได้

 

“อื้อ ว่าแต่จะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวชั้นกับคังอินจะได้แวะซื้อ”

 

“ก็..แล้วแต่พวกพี่ดีกว่าฮะ เพราะตอนนี้คนอื่นกำลังคุยกับคิบอม ซีวอนแล้วก็พี่ฮันคยองอยู่ อ๊ะ! แต่ไม่ต้องมากนะฮะ เพราะฮีชอลฮยองก็จะซื้อมาเหมือนกัน ที่บ้านก็ทำบ้างแล้วด้วย”

 

“เหรอ งั้นเดี๋ยวชั้นจะรีบกลับ”
 

“ครับ สวัสดีครับ!” ร่างเพรียวของอีทึกปิดโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรด ตาเรียวคู่สวยเหลือบมองเวลาก่อนจะระบายยิ้มออกมา ...ยัยนั่น คงกำลังรีบกลับอยู่เป็นแน่…

 

“ทึก...พี่อีทึก!” เด็กหนุ่มร่างท้วมอย่างคังอิน เดินเข้ามาเรียกพี่ใหญ่ของวงที่ยืนยิ้มอยู่คนเดียว กับนาราหญิงสาวที่เป็นคนรู้จักเมื่อสมัยก่อน

 

“ห๊ะ มีอะไรเหรอคังอิน”
 

“จะกลับรึยังครับ งานผมเลิกแล้วนะ ทำไมวันนี้พี่ดูเหม่อลอยจัง...ไม่สบายเหรอ…หรือว่าคิดถึงใครอยู่!?” พูดประชดร่างเพรียวด้านข้าง จนอีทึกอดที่จะขำกับท่าทีประหลาดๆของคังอินไม่ได้...ตัวก็ออกจะใหญ่ ดูทำเข้าสิ!

 

“เปล่านี่ จะกลับแล้วใช่มั้ย? ไปสิ!” แทบจะทันทีที่ร่างเพรียวตอบตกลงกับคนด้านข้างตัว เมื่อได้ยินว่าจะกลับบ้าน ก่อนจะหันไปเก็บของด้านข้างตัวไม่สนใจใบหน้างงของรุ่นน้อง จนคังอินอดที่จะมองอย่างแปลกใจไม่ได้

 

ตอนก่อนมายังถอนหายใจจะเป็นจะตาย แต่ดูตอนนี้สิ!...น่าระรื่นทันทีที่จะได้กลับบ้าน

 

อีทึกสนใจกับการเก็บของลงกระเป๋าแทบไม่รู้สึกตัวว่ามีใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้วย จนกระทั่งหันกลับมาถึงได้เห็นหญิงสาวที่เดินมาพร้อมกับคังอินในตอนแรก คนที่อีทึกสามารถคุยได้อย่างเข้าใจในเวลาเพียงไม่นาน ..จาง นารา..

 

คนที่อีทึกเองก็ยอมรับว่า....ถูกชะตาตั้งแต่แรกเจอ

 

คนที่อีทึกยอมรับว่า.....เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่ง

 

คนที่อีทึกยอมรับว่า....ดีใจที่ได้พูดคุยกัน

 

คนที่อีทึกต้องบอกว่า....อยากจะรู้จักให้มากกว่านี้

 

อยากจะปกป้องคนที่ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในดูอ่อนแอ อย่าง...นารา

 

“จะกลับแล้วเหรอค่ะ” เสียงหวานเอ่ยถามเบาๆ หลังจากเห็นอีทึกหันกลับมามองเธอแล้วยิ้มให้ ก่อนจะยิ้มหวานตอบกลับไปอย่างเคย

 

“มีอะไรรึเปล่าครับ” เอ่ยถามออกไป หลังจากเห็นแววตาที่สั่นระริกของเธอ

 

...อดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก...

 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่จะชวนไปทานอะไรด้วยหน่อย แต่ถ้าอีทึกไม่ว่างก็ไม่เป็นไรค่ะ“

 

“เอ่อ...ต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีวันนี้สมาชิกกลับมาจากจีนนะครับ” อีทึกรีบอธิบายสาเหตุที่เจ้าตัวไม่สามารถไปได้อย่างที่อีกฝ่ายต้องการทันที จนนาราอดที่จะหัวเราะกับท่าทีกังวลเกินเหตุของอีกฝ่ายไม่ได้

 

“ไม่เป็นไรค่ะ…ไม่ต้องคิดมาก โอกาสหน้ายังมีค่ะ”
 

“ต้องขอโทษจริงๆนะครับ” อีทึกพูดขอโทษขอโพยอีกฝ่ายเป็นการใหญ่ จนนาราต้องบอกว่าไม่เป็นไร แต่ก็ไม่วายที่อีทึกจะรู้สึกผิดอีก สุดท้ายนาราต้องยืนขอเสนอว่าให้เอาเบอร์มาแลกกันเพื่อจะได้นัดกันออกมาเวลาที่สามารถออกมาเจอกันได้..ในฐานะของ...เพื่อน!

 

จริงๆก็อยากจะอยู่กับนารา...แต่เพราะ...วันนี้เขาอาจจะได้คุยกับฮีชอล!! ก่อนจะบอกลากับนาราและทีมงานคนอื่น คังอินและอีทึกก็รีบเดินตามผู้จัดการออกไปทันที

 

“พี่จะรีบไปไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ทันที่ที่เห็นหัวหน้าวงของตนเองเดินกลับมาหลังจากไปคุยอะไรสักอย่างกับผู้จัดการ

 

“อ่อ ก็ไปซื้ออะไรไปฝากที่บ้านก่อน วันนี้ฮันคยองกลับมา คิบอม ซีวอนก็อยู่ด้วย ฮีชอลก็จะถึงบ้านแล้ว”  ถึงจะตอบไปอย่างนั้นแต่คังอินก็พอจับใจความออก ว่าที่อีทึกรีบร้อนแบบนี้คงไม่พ้นชื่อของคนสุดท้ายที่โผล่ออกมาจากปากเรียวสีกุหลาบเป็นแน่

 

...ทำไมพี่อีทึก ถึงไม่รู้ตัวเลยนะว่าตัวเองเป็นห่วงพี่ฮีชอลแค่ไหน…

 

คิดแล้วก็เหนื่อยใจแทน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องแฟนเมค คังอินคงไม่เห็นฮีชอลซึมลงทุกวันแบบนี้หรอก ถึงจะไม่สนิทแบบอีทึก แต่คังอินก็เคยพักกับฮีชอลตอนก่อนเดบิวมานานพอควร ทำให้รู้นิสัยคนนี้ดีว่าเป็นยังไง แล้วอยู่ดีๆ คนร่าเริงแบบฮีชอล กลับนั่งเหม่อมาหลายวันแล้วแบบนี้

 

คังอินก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ แต่สุดท้ายร่างสูงก็ต้องเดินตามหัวหน้าวงของเค้าขึ้นรถไปอย่างรีบร้อนเช่นกัน ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปที่ร้านอาหารใกล้ๆ ระหว่างทางเพียงเพื่อซื้ออะไรเข้าไปฝากสมาชิกคนอื่นที่รออยู่ที่บ้าน ตามที่ได้รับคำสั่งมา

“กลับมาแล้ว” เสียงทุ้มของคังอินเอ่ยก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาพร้อมกับอีทึก พร้อมกับสองมือที่พะรุงพะรังจนคนอื่นๆต้องรีบมาช่วยรับของที่ซื้อมาไป

 

คังอินเหลือบมองคนที่เดินเข้ามาพร้อมกัน ที่ตอนนี้กำลังส่งของในมือให้กับสมาชิกรวมวงคนอื่นๆ ที่เข้ามาช่วยถืออย่างซองมินและชินดง แต่แววตาของร่างสูงกลับไม่ได้สนใจอะไรเลย นอกจากมองหาคนที่เจ้าตัวกำลังต้องการเห็นหน้ามากที่สุด


“หาอะไรอยู่เหรอ ฮยอง” คังอินอดที่จะแซวคนข้างตัวไม่ได้ ก็มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่พอจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงไม่ได้บอกแต่ก็เข้าใจได้ทันที เพราะเคยเห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาก่อนแล้วต่างหาก

 

“เปล่านี่” พูดเลี่ยงๆ ก่อนจะรีบเดินหนีเข้าไปในห้องของตัวเอง โดยไม่สนใจสีหน้างงๆชองซองมินและชินดงที่ยืนฟังบทสนทนาอยู่

 

“พี่ไปทำอะไรให้พี่อีทึกโกรธอีกล่ะ” เสียงหวานของซองมินที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย พูดตอบกับคังอินเบาๆ เพราะคิดว่าคังอินคงจะไปมองสาวที่ไหนทำให้พี่อีทึกของเค้างอนได้ขนาดนี้

 

คังอินไม่ตอบเจ้าตัวได้แต่ยักไหล่เป็นคำตอบแทน ก่อนจะเลี่ยงเดินออกไปทางอื่นที่สมาชิกคนอื่นกำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ กับคิบอมและซีวอนที่เพิ่มกลับมาจากถ่ายหนังเรื่องใหม่อย่างเมาส์มัน

 

ปล่อยให้น้องอย่างซองมินและชินดงยืนมองตามอย่างปลงตกกับการกระทำของพี่ใหญ่ “นายว่าคังอินฮยองไปทำอะไรให้พี่เค้าโกรธล่ะ”

 

“อืมไม่รู้สิ เราเอาของไปเก็บกันดีกว่านะ” ชินดงพูดอย่างไม่สนใจก่อนจะพาร่างตัวเองเดินเอาของเข้าเก็บให้เรียบร้อยแล้ว เดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่นที่เหลือ

 

TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ้อ ที่ว่าเปลี่ยนไป...งี้นี่เอง

จาง นารา...


เริ่มมาแล้วสินะ ตัวละครที่เข้ามาระหว่างกลางสองคน


ฮ่าๆๆๆๆ


ตอน 13 ละ ระทึกจังcry

#1 By แมวบุ่นโข่ (118.172.72.33) on 2009-11-03 11:37