[Fic] Still Believe - 8

posted on 31 Oct 2009 21:15 by femodos  in Fic-Still-Belive

Chapter 8

 


Still believe:

 

ฮีชอลหันออกไปนอกหน้าต่าง หลังจากที่รายการที่ตัวเองนั่งดูอยู่เมื่อครู่จบแล้ว  ขาเรียวก้าวไปที่หน้าต่างของห้อง สายตามองไปที่รุ่นน้องของตัวเองอย่างแจจุงกำลังเล่นหิมะกับยุนโฮ อีกมุมหนึ่งของบ้านก็จุนซูโลมาน้อยของเค้ากับยูชอน

 

“อยากออกไปเล่นด้วยเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหู ดังขึ้นเรียกให้ร่างบางหันไปมอง ส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

...ถึงจะอยากออกไปดูหิมะก็เถอะ แต่ก็ไม่อยากออกไปกวนน้องๆที่สนุกอยู่ โดยเฉพาะแจจุง...หมอนั่นคงอยากอยู่กับยุนโฮมากกว่า... แต่ถ้าเขาออกไป…แจจุงก็คงจะมาอยู่ด้วยจนไม่ได้อยู่กับยุนโฮ

 

อีทึกมองใบหน้าหวานที่ส่ายหน้าว่าไม่ไป แต่ดูตาสิ...เฮ้อ...ฮีชอล

มองแล้วก็ต้องลอบถอนหายใจเบาๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินเข้าไปหาร่างบางที่ยืนอยู่ที่หน้าต่าง มือเรียวจับมือบางไว้ ก่อนจะลากออกไปข้างนอก

 

“ทึกกี้! นายจะไปไหน!!”

 

“ก็ออกไปเล่นหิมะไง”

 

“ไม่เอา! เดี๋ยว...”  ท้ายประโยคหายไป เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้ว่า...ที่เขาไม่ออกไปเพราะอะไร? และเพราะเป็นเรื่องของแจจุงด้วยเขายิ่งไม่ต้องการจะให้ใครรู้เด็ดขาด

 

“เดี๋ยวอะไร?”  อีทึกหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามอง  ฮีชอลชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาคนถาม

 

“เดี๋ยวนายก็ไม่สบายอีกหรอก!” เสียงหวานพูดดังๆ เรียกสีหน้ามึนงงของคนที่ได้ยินได้อย่างง่าย

 

...ก็ส่วนมากที่ไม่สบายนะ ปกติแล้วก็เขาและฮีชอลเท่านั้นแหละ…คิดแล้วก็ต้องกลั้นยิ้ม อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าคนสวยตรงหน้าเป็นห่วงเหมือนกัน ดีใจจนบอกไม่ถูก...เพราะเขาเองก็สนใจคนตรงหน้าไม่แพ้ใครแน่นอน…

 

“นิดหน่อยน่าาา...นายก็อยากเล่นไม่ใช่เหรอ?” ถามกลับ

 

ตาเรียวมองใบหน้าหวาน จนฮีชอลต้องรีบเบือนหน้าหนี แสร้งทำเป็นมองดูน้องๆคนอื่นๆที่กำลังเล่นกันอยู่ที่หน้าบ้าน  ก่อนที่มือเรียวสวยจะถูกร่างสูงที่ยืนคุยเมื่อครู่ ดึงไปกุมไว้แล้วลากออกมา แม้ตอนแรกเจ้าตัวจะดื้อแค่ไหน

 

แต่มีหรือที่ลีดเดอร์อย่างอีทึกจะยอมแพ้ เพราะเขาเองก็รู้จักฮีชอลไม่แพ้กัน จนสุดท้ายฮีชอลต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจแล้วปล่อยให้ร่างสูงเดินพาเขาไปตามที่อีกฝ่ายต้องการเพราะไงก็คงไม่มีทางเปลี่ยนใจอีกคนได้...หรือ เพราะไม่อยากจะขัดใจกันแน่?…

 

เท้าเรียวสองคู่เดินออกมาจากตัวบ้าน ก่อนที่มันจะพาเจ้าของร่างไปอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่ หรือสวนทางด้านหลังของบ้าน ที่ตอนนี้เงียบสงบเพราะทุกคนมัวแต่ไปเล่นที่ด้านหน้ากันมากกว่า

 

ฮีชอลเดินตามร่างสูงไป จนกระทั่งทั้งคู่หยุดที่ใต้ต้นไม้ที่ตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวเนียน อีทึกนั่งลงที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ ก่อนจะปล่อยมือร่างบางที่จับมาตลอดทางให้เป็นอิสระ

 

“ชั้นคอยตรงนี้นะ” บอกร่างบางเสียงเบาๆ แล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามาใกล้จับปกเสื้อของอีกฝ่ายให้ตั้งขึ้น เพื่อที่จะได้กั้นความหนาวได้บ้าง แล้วยืนถุงมือให้ 

 

“นายไม่เล่นด้วยกันเหรอ”

 

“ไม่เอาหรอก...นั่งดูนายเล่นดีกว่า” ฮีชอลมองร่างสูงที่นั่งอยู่บนม้านั่งยิ้มๆ ก่อนจะยอมเดินไปเล่นหิมะโดยดี  อีทึกหันกลับมาสนใจหนังสือที่ถือติดมาด้วย มือเรียวเปิดอ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็ต้องชะงัก เมื่อมีอะไรปามาโดนด้านหลัง

 

...หิมะ!...

 

มือเรียวปิดหนังสือ ก่อนจะหันกลับไปมองคนทำที่ยืนยิ้มแฉ่งอย่างไม่เกรงกลัวอะไร อีทึกถอนหายใจเบาๆ แต่ใบหน้ากลับแต้มไปด้วยรอยยิ้ม แล้วลุกขึ้นยืน ร่างสูงสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ คนสวยของวงเค้า  ฮีชอลมองหน้าอีกทึกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะมองหาทางหนีทีไล่

 

เพราะเวลาเล่นแบบนี้ที่ไร....อีทึกก็ชอบแกล้งเขามากกว่าคนอื่นอยู่ดี...

 

ใบหน้าสวยหันหนีอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ แต่ก่อนที่มือเรียวของอีทึกจะถึงตัว ฮีชอลก็ปาหิมะใส่อย่างไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตั้งตัว 

 

อีทึกยกยิ้มก่อนที่มือเรียวจะก้มลมแล้วปั้นหิมะเป็นก้อนเล็กๆ ปาใส่ร่างบางที่ยืนอยู่อีกฝั่ง ก้อนหิมะสีขาวถูกปาโดนตัวของฮีชอล ใบหน้าหวานยกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้

 

ก่อนจะเกิดสงครามปาหิมะย่อมๆระหว่างลีดเดอร์ของวงอย่างอีทึก กับเจ้าหญิงสุดสวยอย่างฮีชอล

 

...นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ ออกมาเล่นอะไรแบบนี้ คงตั้งแต่ตอนเข้าบริษัทใหม่ๆเลยมั้ง? ที่เขาและฮีชอลต้องหมดเวลาแบบนี้ไป…


 

เสียงหัวเราะของคนหลายคน ดังขึ้นภายในบ้านของเหล่าดงบังชินกิ

 

ฮีชอลและอีทึกเลือกที่จะเดินมานั่งพักเหนื่อยหลังจากทำสงครามปาหิมะกันแล้วที่หน้าบ้าน มองดูน้องๆสองคู่ที่ตอนนี้มาเล่นด้วยกันแทน เพราะคงจะไม่มีอะไรสนุกไปกว่าการที่ได้ใช้เวลาไปกับคนรักและเพื่อนร่วมวง

 

ใบหน้าหวานมองยุนโฮที่แกล้งแจจุงของเขาอย่างสนุกสนาน เพียงแต่ตัวเองไม่ได้ออกไปเล่นด้วยก็เท่านั้น ร่างบางหันกลับมาที่คนข้างตัว...ที่น่าจะนั่งอยู่ด้วยกัน แต่ที่นั่งตรงนั้นมันกลับว่างเปล่า ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปเห็นคนที่กำลังมองหาเดินออกมาจากบ้านพร้อมกับถ้วยนมหลายถ้วย

 

มือเรียววางแก้วลงบนโต๊ะ ส่งให้คนสวยแก้วหนึ่ง

 

“กินสิ จะได้อุ่นๆ” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ พร้อมกับนั่งลงข้างร่างบาง ที่ยื่นมือออกมารับแก้ว …โกโก้ร้อน…

 

อมยิ้มน้อยๆ  คนตรงหน้ารู้ดีว่าเขาชอบอะไร…

 

มือเรียวยกแก้วขึ้นดื่มช้าๆ  มองเด็กหนุ่มกลุ่มเล็กตรงหน้าที่กำลังสนุกกันอย่างสนุกสนาน  “นี่ทึกกี้! ถ้าตอนนี้เราไม่ได้เป็นซูเปอร์จูเนียร์ แล้วพวกแจจุงไม่ได้เป็นดงบัง พวกเราจะยังอยู่ด้วยกันอยู่มั้ย”

 

“ถามอะไรแปลกๆ...ก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ!”  ฮีชอลยิ้มรับกับคำตอบที่ได้รับ...นั่นสินะ...

 

อีทึกนั่งมองน้องๆเล่น ก่อนจะรู้สึกถึงสัมผัสที่ไหล่ขวาของตัวเอง ฮีชอลเอนหัวมาซบลงที่ไหล่ของเค้า “ขอนอนหน่อยนะ ทึกกี้~”

 

ร่างสูงขยับนิดนึงเพื่อให้อีกฝ่ายนอนได้สบายที่สุด เป็นคำตอบให้ร่างบาง ดวงตาคู่สวยปิดลงทันที โดยไม่ฟังหรือรับรู้อะไรอีก 

 

“ง่วงเหรอ เข้าไปนอนข้างในมั้ย”

 

“อืม.. เมื่อเช้าพวกนั้นมันกวน นอนไม่หลับเลย”  ริมฝีปากสวยขยับบ่น ให้อีกฝ่ายฟัง อีทึกได้ยินก็อมยิ้ม ..นั่นสินะ เสียงดังแบบนั้นต่อให้เป็นเค้าก็คงนอนไม่หลับ..

 

พี่ใหญ่สองคนนั่งดูเพื่อนรุ่นน้องเล่นกันสักพัก ไม่นานนักยุนโฮก็จูงมือแจจุงเดินเข้ามาหา พร้อมกับจุนซูและยูชอน โดยที่รอยยิ้มไม่ได้เลือนหายไปจากใบหน้าเลยแม้แต่น้อย

 

“เฮ้อ...เหนื่อยจัง โอ๊ย! ตีชั้นทำไมอ่ะแจจุง” เสียงทุ้มของยุนโฮดังทำลายความเงียบในบริเวณนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะร้องออกมาเสียงดังเมื่อโดนคนสวยข้างตัวตีเข้าที่แขนอย่างแรงทีนึง

 

“พี่ฮีชอล หลับอยู่ไม่เห็นรึไง” เสียงหวานว่าเข้าเบาๆ พร้อมทั้งชี้มือไปที่ร่างบางที่นอนหลับบนตักของลีดเดอร์วงตัวเอง ยุนโฮมองตาม ก่อนจะอมยิ้มที่เห็นพี่ชายคนสนิทของตนหลับอย่างไม่รู้เรื่อง เพราะถ้าเป็นปกติคงทีการเถียงกันดังไปทั่วแน่ๆ

 

อีทึกมองน้องแต่ละคนที่เข้ามานั่งที่โต๊ะตัวเดียวกัน

 

“อ่ะ…นม ยังอุ่นๆอยู่ จะได้ไม่หนาว” บอกแต่ละคนที่เข้ามานั่งพัก ก่อนจะเหลือบมองคนที่นอนหลับบนตักของตัวเอง แล้วกระชับเสื้อโค้ทตัวใหญ่ห่มให้ร่างบางที่หลับอยู่ ท่ามกลางสายตาของรุ่นน้องอย่างยุนโฮและแจจุง

 

ไม่มีคำพูดใดออกมา..นอกจากการกระทำที่สื่อทุกอย่าง..สำหรับคนสองคน

 

“ชอล...ฮีชอล” อีทึกปลุกคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงมาได้พักใหญ่

 

“อื้อ...” เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก่อนจะพบว่าตัวเองเข้ามานอนในบ้านของดงบังชินกิเรียบร้อยแล้ว มองไปรอบห้องก็พอจะรู้ว่าเป็นห้องของแจจุง คงหลังจากที่เขาหลับไปแล้ว คนข้างตัวคงจะอุ้มเข้ามานอนต่อในห้องนี้เป็นแน่

 

“กลับกันเถอะ เย็นแล้วเดี๋ยวพวกนั้นจะเป็นห่วง” เสียงทุ้มบอกอีกฝ่าย ฮีชอลพยักหน้ารับ แล้วลุกเดินเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับร่างสูง

 

“อ้าวจะกลับแล้วเหรอฮะ” จุนซูเงยหน้ามองคนสองคนที่เดินออกมาจากห้องของแจจุง ก่อนจะถามพร้อมรอยยิ้ม

 

“อื้อ แล้วคนอื่นไปไหนกันล่ะ” ฮีชอลตอบคำถามน้อง สายตามองหาคนอื่นๆที่น่าจะอยู่ด้วย

 

“ยุนโฮและแจจุงออกไปหาผู้จัดการฮะ ส่วนยูชอนอยู่ในครัว ชางมินคงจะอ่านหนังสืออยู่บนห้อง” เสียงหวานของโลมาน้อยตอบ ร่างบางพยักหน้ารับ

 

“นั่นสินะ...ตั้งแต่มายังไม่เห็นชางมินเลย...ไม่ได้อยู่บ้านเหรอ” ฮีชอลเอ่ยปากถามถึงน้องอีกคนที่เป็นสมาชิกร่วมวง ถึงจะไม่สนิทกัน  แต่เพราะเคยร้องเพลง show me you love นั่นแหละถึงทำให้ได้สนิทกับสมาชิกคนอื่นๆมากว่าเดิม  และชางมินเองก็เป็นเด็กที่น่าเอ็นดูมากๆ...สำหรับฮีชอล


 

“ชางมินเพิ่งกลับมานะ...เห็นว่าไปบ้านคุณพ่อมา” อีทึกตอบกลับแทนจุนซู ...เพราะสายตาของฮีชอลที่มองต่างหาก...คงรู้สินะว่าชางมินต้องมาหาเขาแล้วแน่ๆ

 

 “ก็คริสต์มาสนี่นา…” พึมพำเบาๆ

 

“งั้นพวกชั้นกลับก่อนนะ ฝากบอกคนอื่นด้วยแล้วกัน”

 

“ทำไมล่ะฮะ มีงานเหรอ”

 

“อ๋อ เปล่าหรอกแต่เดี๋ยวพวกนั้นจะไม่มีอะไรกินกันนะสิ…กลัวมันจะกัดกันตายซะก่อน!” ฮีชอลบอกอีกฝ่าย เรียกเสียงหัวเราะจากจุนซูได้ไม่ยาก คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินออกไปส่งพี่สองคนที่ประตูบ้าน

 

“ไปนะ จุนซู ดูแลตัวเองด้วยนะ” เสียงทุ้มของอีทึกบอกคนตัวเล็กตรงหน้า แล้วเดินออกมาเรียกรถแท็กซี่ที่ผ่านมาพอดี ก่อนจะขึ้นรถไปกับคนสวยของวง

 

 “อ่อ!  จริงสิ…เมอร์รี่คริสต์มาสนะ…ฝากบอกคนอื่นๆด้วยล่ะ”  ฮีชอลหันมองหน้าอีทึกก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน มือเรียวยกขึ้นโบกให้คนตัวเล็กที่ยืนยิ้มกว้าง…

 

 “ฮะ…เมอร์รี่คริสต์มาสฮะ  พี่อีทึก พี่ฮีชอล!”

++++++++++++++++++

 

 “พวกเราสี่คน…อยู่ด้วยกันตลอด จนวันนึง…วันที่ฮีชอลต้องเข้าโรงพยาบาล อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น…ชั้นไม่รู้ว่าทำไม?…ทำไม! ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปแบบนี่!! ชั้นเองก็อยากรู้เหมือนกัน  ตอบชั้นได้มั้ยฮัน!?…บอกชั้นทีสิ!!”

 

เปลือกตาคู่สวยของอีทึกหลุบต่ำ หลังจากที่เล่าเรื่องที่ผ่านมาให้กับคนคนนี้ฟัง…น้ำเสียงแหบของร่างสูงสั่นเครือจนฮันคยองรู้สึก

 

ก่อนที่น้ำตามากมายจะร่วงพรูออกมาจากดวงตาคู่สวย อีทึกกำลังร้องไห้…ถึงเขาจะเห็นอีทึกร้องไห้บ่อยๆ แต่ครั้งนี้…ความรู้สึกมันต่างออกไป

 

อีทึก…นางฟ้าอีทึกที่ฮันคยองเห็น...ไม่เคยมีแววตาที่แข็งกระด้าง หากแต่แววตาของอีทึกมีแต่ความอ่อยโยนเสมอ แต่ตอนนี้แววตาที่ว่าของอีทึกกลับเต็มไปด้วยความเศร้าชัดเจนจนฮันคยองมองข้ามไปไม่ได้

 

             อีทึกจะรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้ตัวเอง...กำลังสับสน...และเจ็บปวดแค่ไหน

 

คนตรงหน้าของฮันคยองตอนนี้ทำให้ดวงตาเรียวที่แสนซื่อของร่าง
โปร่งเพรียวคลอไปด้วยหยดน้ำแค่มองมันก็ทำให้เขาอยากร้องไห้ รู้สึกเจ็บ....เจ็บแทนคนตรงหน้า เหมือนหัวใจกำลังถูกบีบ ราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ…


...ทำไมทั้งอีทึกและฮีชอลถึงทำให้เขาเจ็บได้เพียงนี้?…

 

ความอบอุ่น...ความเจ็บปวดที่คั่นกลางสองคนนี้...เพียงแค่คอยมองความเป็นไปของคนสองคน ที่คนหนึ่งคือเพื่อนสนิทของเขา อีกคนหนึ่งก็คือหัวหน้าวงที่เขาเองก็รู้สึกรักและแคร์

 

ทั้งที่คนทั้งสองคนน่าจะรู้ใจกันดีที่สุด..แต่ทำไม?...เรื่องราวง่ายๆมันถึงกลายเป็นเรื่องยากและมีแต่จะทำให้เจ็บปวด…

 

อีทึกเงยหน้ามองท้องฟ้า...กี่ครั้งแล้วนะ?...ก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้สายลมเย็นเบาพัดผ่านมอบความเย็นให้บางสัดนิด...ก็ยังดี   ร่างสูงโปร่งนั่งมองท้องฟ้ามืดสนิทเงียบๆ  มือเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาออกก่อนจะลุกไปหาที่นั่งอื่นเพียงคนเดียว

 


ฮันคยองมองคนข้างตัว สุดท้าย…ก็ไม่รู้...ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำร้ายสองคนนั่น หยดน้ำใสค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย...ปล่อยให้มันไหลไปไม่มีแม้เสียงสะอื้น ...มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่อยู่รอบตัว

 

 เขาไม่รู้ว่าใครผิด?…ทั้งอีทึกและฮีชอลเพียงแค่เอาแต่หนี! หนีในสิ่งที่ตัวเองกลัว…ทั้งที่รู้ว่าเรื่องที่ทำจะทำให้เราเจ็บปวด แต่อีทึกกับฮีชอลก็ยินดีที่จะรับมัน

 

 ถ้าจะโทษตอนนี้…ฮันคยองจะโทษโชคชะตาที่เอาแต่เล่นตลกได้รึเปล่า?…

 

“นาย…จะแอบร้องไห้คนเดียวรึเปล่าฮีชอล” พึมพำกับตัวเอง

 

...มีคนเคยบอกผมว่า มนุษย์เท่านั้นที่ร้องไห้ได้ แล้วทำไมกัน? พวกมนุษย์ถึงเกลียดการร้องไห้  คงเพราะไม่อยากรู้ว่าตอนเอง...อ่อนแอ หรือ ...พวกมนุษย์รู้ว่าการร้องไห้ไม่ช่วยอะไรกันนะ

 

“ฮันคยอง”...เสียงทุ้มของคนตัวสูงที่สุดในกลุ่มเอ่ยออกมาเบาๆ หลังจากมองหาอีกฝ่ายแล้วแต่กลับไม่เห็นตัวเลย มีเพียงคนอื่นๆที่กำลังจัดการกับของกินจนไม่ทันรู้สึกว่ามีใครหายไป เพราะต่างก็สนุกอยู่กับการร้องเพลง การเล่นเกม และอาหารตรงหน้า

 

ซีวอนเดินออกมาตามหาเพื่อนสนิทของตน มือเรียวถือแก้วที่ใส่นมอุ่นๆเอาไว้ ...เขารู้ดีว่าฮันคยองคงยังไม่ได้เข้าไปหาอะไรกินแน่ๆ...เพราะเขาเองอยู่กับฮันคยอง...มากกว่าใคร

 

ขาเรียวเดินออกมาถึงระเบียง  อากาศเย็นสบายจนเผลอที่จะระบายยิ้มออกมาไม่ได้ ก่อนสายตาจะพลันมองเห็นคนสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันตรงม้านั่ง คิ้วหนาหมุนเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

 

...พี่อีทึก… 

 

แค่เห็นขาเรียวก็ชะงักอยู่กับที่...ก้าวไม่ออก ได้แต่ยืนมองจนร่างสูงของอีทึกลุกออกไป  อีทึกงั้นเหรอ ไม่ชอบใจเลยที่เห็นอีทึกกับฮันคยองแบบนี้

 

ซีวอนแสร้งทำหน้าตาย ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ มือเรียววางแก้วนมเอาไว้ที่โต๊ะข้างๆ แล้วหันไปหาอีกคนที่ยังคงเงียบอยู่

 

...เกิดอะไรขึ้น?…

 

“ฮันคยอง…!” เสียงทุ้มเรียกเบาๆ ให้อีกฝ่ายหันกลับมามอง ทันทีที่เห็นหยดน้ำตาสวยไหลอาบแก้มขาวซีดของฮันคยอง   ซีวอนก็แทบคลั่ง...ไม่อยากให้คนคนนี้ร้องไห้  เขาไม่ชอบน้ำตาของฮันคยอง…
 

“ซีวอน..อ..ทึก..ทำไม?” พูดได้แค่นั้นร่างเพรียวของฮันคยองก็โถมเข้าสู่อ้อมกอดของร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้า หยดน้ำตามากมายไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย เสียงสะอื้นที่ยืนยันได้ว่าคนในอ้อมกอดของซีวอนกำลังเจ็บ

 

...แต่ทั้งหมดยิ่งทำให้ซีวอนเจ็บมากกว่าหลายเท่า

 

ฮันคยองสะอื้นไห้อย่างหนัก  มือเรียวดึงเสื้อของอีกฝ่ายไว้จนแน่น...เหมือนเป็นที่ยึดเหนี่ยวเอาไว้

 

ยึดเอาไว้...ไม่ให้ตัวเองจมลงไปมากกว่านี้...จมลงไปพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นอยู่ในหัวใจบอบบาง...จากความรู้สึกความอึดอัดทรมานของคนทั้งสองคน…

 

ทำไมถึงได้เจ็บขนาดนี้?? เหมือนหัวใจกำลังโดนกรีดด้วยมีดแหลม

 

...ความอบอุ่น...ความโหยหา...ความเสียใจ...มิตรภาพ...อะไรกันที่ทำร้ายสองคนนั้นอยู่!?  เพียงแค่หายใจยังเจ็บแทบตาย ..แล้วทำไมทั้งอีทึกและฮีชอลถึงไม่แสดงอาการแบบนี้ออกมา

 

ทั้งที่สองคนนั้นคงอยากจะร้องไห้มากที่สุดเลยก็เป็นได้  แต่ทำไมถึงยังทนเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ถึงขนาดนี้กันนะ ตอบฉันทีได้มั้ย...คิมฮีชอล!!!!..

 

 ………………………………

 ……………………………………………

 

TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่า เล่นหิมะๆๆ อยากเล่นมั่ง


ว่าแต่เวลาแห่งความสุข ช่างผ่านไปเร็ว


เริ่มดำดิ่งสู่ความเจ็บแล้วซิเนี่ย คึคึ


ตอนต่อไปเลย กิ้ววว

#1 By แมวบุ่นโข่ (118.172.72.33) on 2009-11-03 10:50

จุดเริ่มต้นมันอยุ่ตรงไหนกันนะ

ทำไมอะไรๆมันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย

ช่งท้ายๆที่ได้รู้ความรุ้สึกของแต่ละคน

มันบีบหัวใจดีจริงๆ..น้องปอนด์..เศร้าจัง

น้ำตามันไหลมาจากไหนก็ไม่รู้..ฮือๆ

#2 By ps_joyy (124.120.111.171) on 2009-12-04 00:26