[Fic] Still Believe - 9

posted on 31 Oct 2009 21:18 by femodos  in Fic-Still-Belive

Chapter 9

 


Still believe:

 

 

“เกิดอะไรขึ้นฮัน?” ซีวอนกอดปลอบคนตรงหน้าที่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ซ้ำยังดูเหมือนจะแย่เอามากซะด้วย มือเรียวจับขอบเสื้อของเขาเอาไว้แน่น ...ทั้งที่มันสั่นจนเขาเองยังแปลกใจ…

 

อะไรกันที่ทำให้คนอย่างฮันคยองต้องร้องไห้หนักขนาดนี้?

 

คิดก่อนจะลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ เสียงสะอื้นยังคงดังไม่หยุด  ถึงจะเบากว่าเก่า  แต่ก็ยังคงทำให้ซีวอนเจ็บเข้าไปอีก  ถึงอย่างนั้น.. ซีวอนก็ได้แต่เพียงนั่งนิ่งๆ กอดปลอบคนอ่อนแอให้แน่นขึ้น...ทั้งที่ตัวเขาเองก็แทบจะบ้าเมื่อเห็นฮันคยองร้องไห้ ยิ่งหนักขนาดนี้แต่เจ้าตัวเล่นไม่พูดอะไรเลย

 

เขาก็คงทำได้เพียงแค่ปลอบคนๆนี้เท่านั้น เพียงแค่คอยดูจนคนในอ้อมกอดสงบลงก็เท่านั้น ร่างสูงลอบถอนหายใจเบาๆ  ก่อนที่สายตาจะเหลือบมองไปเห็นคนที่จำได้ว่าอยู่กับฮันคยองก่อนจะลุกเดินออกไปเมื่อครู่...เสี้ยววินาทีที่เขาเดินเข้ามา

 

...พี่อีทึก…!

 

นัยน์ตาเรียวมองอีกคนที่นั่งเงยหน้ามองท้องฟ้าไปเรื่อย  ก่อนจะหันกลับมามองคนที่สั่นอยู่ในอ้อมกอด

 

“เกิดอะไรขึ้นฮันคยอง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามอีกครั้งหลังจากที่คนในอ้อมกอดพอจะหยุดร้องไห้ได้แล้ว ฮันคยองเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เหมือนจะบอกว่าไม่มีอะไร

 

“ทะเลาะกับพี่อีทึกเหรอ” ซีวอนยังคงถามร่างเพรียวในอ้อมกอดที่ตอนนี้กำลังขยับออกจากอกเขา ใบหน้าหวานชะงักไปแวบนึง แต่ก็พอจะทำให้คนที่มองอยู่รู้สึก ฮันคยองหันมามองหน้าคนถาม ดวงตาสวยสั่นไหว เหมือนกำลังสับสนเพียงแค่ได้ยินชื่ออีกฝ่าย

 

“ทำไม…ต้องทำร้ายตัวเองขนาดนั้นด้วย!!” เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆแต่ก็หนักแน่นตามแบบของฮันคยอง ให้ซีวอนหมุนหัวคิ้วด้วยความงง ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกรอบ

 

ซีวอนมองตามด้วยความหงุดหงิดเมื่อคิดไปถึงอีกคนที่ทำให้ ‘เพื่อน’ ของเขาเป็นแบบนี้ ถึงจะเป็นพี่อีทึกก็เถอะ

 

...หรือฮันคยองจะชอบ…พี่อีทึก!!!

 

“ฉันจะไปคุยกับอีทึกให้รู้เรื่อง!”  ร่างสูงบอกฮันคยอง ลุกขึ้นเต็มความสูงเดินออกไปโดยไม่ฟังเสียงที่เรียกชื่อของเขาเอาไว้เลย เพราะตอนนี้ความโกรธมันมีมากกว่า

 

...ทั้งที่ข้างในมันเจ็บเวลาเห็นฮันคยองร้องไห้ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกไม่เข้าใจกับคำพูดเหล่านั้น คำพูดที่ฮันคยองเอ่ยออกมาเพื่อจะบอกว่าตัดใจจากอีทึกงั้นเหรอ?

 

“พี่อีทึก!” เสียงห้าวดังมาก่อน เรียกให้คนที่นั่งมองท้องฟ้าอยู่ให้หันไปมอง ก่อนที่เจ้าของชื่อจะล้มลงไปที่พื้นด้วยหมัดหนักๆ ที่อีกฝ่ายมอบให้ทันที ทั้งที่ยังไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำ
  

แววตาเรียวฉายแววเจ็บปวดออกมาให้คนต่อยเห็น เพียงแวบเดียว...แวบเดียวเท่านั้น อีทึกเหลือบสายตาไปเห็นอีกคนที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้..ฮันคยอง

 

“ซีวอน...อีทึก!” เสียงหวานของฮันคยองหลุดออกมาเสียงดัง หลังจากเห็นหน้าของคนที่นั่งกองอยู่กับพื้น มุมปากซ้ายแตก ใบหน้าหวานหันมองคนข้างตัว ก่อนจะปลีกตัวเข้าไปหาอีกคน

 

“นายทำอะไรซีวอน!”

 

“นายต่อยหน้าอีทึกทำไม?” ฮันคยองมองคนหน้าคนทำที่กำลังหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย หลังจากเห็นท่าทางของฮันคยองกับอีทึก

 

“เพราะพี่อีทึกทำนายร้องไห้ไม่ใช่เหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยหลังจากพยายามสะกดอารมณ์ที่เกิดขึ้นภายใน ซีวอนหันตัวกลับอย่างหงุดหงิด มือเรียวยกขึ้นเสยผมลวกๆอย่างเคยทุกครั้งที่รู้สึก…ไม่ชอบใจ

 

ร่างสูงของอีทึกลุกขึ้นโดยมีฮันคยองคอยพยุง นัยน์ตาเรียวมองฮันคยองและซีวอนสลับกันไปมา ก่อนหันไปส่ายหน้ากับฮันคยองเบาๆ เอ่ยปากครั้งแรกหลังจากที่เงียบอยู่นาน

 

“ฉันว่าพวกนายคุยกันให้เรียบร้อยดีกว่า”

 

“แต่…”

 

“ฉันอยากอยู่คนเดียว!”  พูดจบเจ้าตัวก็เดินออกไปจากที่ตรงนั้น ปล่อยให้อีกสองคนยืนอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฮันคยองมองตามแผ่นหลังของอีทึกจนสุดสายตา

 

...สับสนสุดๆแล้วสินะ...

...แล้วชั้นจะช่วยอะไรพวกนายดีล่ะ...อีทึก...ฮีชอล…

 

ร่างเพรียวบางก้าวเท้าเข้ามาในร้านนัยน์ตาเรียวสวยมองสมาชิกคนอื่นๆที่กำลังกินเล่นกันอย่างสนุกสนาน  รอยยิ้มบางพรายจางๆบนแก้มเนียนจนเห็นลักยิ้มสวย

 

...ทุกคนกำลังสนุก...แต่เขา...?

 

ก่อนจะก้มมองตัวเอง...นึกไปถึงอีกคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่...เหงา...เหมือนกัน…ใช่รึเปล่าฮีชอล?

 

 นานแค่ไหนแล้วที่เฝ้าบอกตัวเองว่ามีความสุขและสนุกอยู่ตลอดมา...จนวันนี้ถึงได้รู้ว่าความจริงแล้ว  เขาเองก็ไม่ต่างอะไรจะตุ๊กตากลที่เสแสร้งทำตัวมีความสุขสนุกไปกับคนอื่น

 

...ทั้งที่ส่วนลึกในใจ...มันเหงาสุดๆ...

 

เท้าเรียวก้าวเข้าไปหาร่างท้วมของคังอินที่นั่งอยู่กับฮยอกแจ สะกิดเบาๆให้อีกฝ่ายหันมาก่อนจะกระซิบลงข้างหู  เสียงเพลงที่ดังทำให้การพูดกันลำบากยิ่งขึ้น

 

“ฉันกลับก่อนนะ นายดูแลคนอื่นๆด้วยล่ะ” คังอินมองหน้าอีกฝ่าย พยักหน้ารับรู้ให้อีทึกเข้าใจ  ร่างสูงของอีทึกมองน้องๆแต่ละคนถอนหายใจเบาๆออกไปจากห้องที่มีแต่เสียงเพลง

 

 ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ว่าจะเมื่อไหร่…เขาเองก็พร้อมที่จะสนุกไปกับคนอื่นๆ  แต่ตอนนี้…ต่อให้ฝืนสักแค่ไหน  รอยยิ้มก็คงไม่อาจฝืนเกิดขึ้นมาได้อย่างที่ใจต้องการ

 

          เพิ่งจะรู้ตัว...ว่าความสุขที่ว่านั่น เขาเองยังหามันไม่เจอด้วยซ้ำ!

 

 “อีทึก!  จะกลับแล้วเหรอ”  อีทึกหันไปมองต้นเสียง พยักหน้าตอบลุงเจ้าของร้านที่กำลังจะเอาอาหารขึ้นมาให้สมาชิกคนอื่นอีก
 

“ครับ”

 

“จริงสิ ลุงยังไม่เห็นฮีชอลเลยไม่ได้มาด้วยเหรอ?  ปกติ...ถ้ามาฮีชอลเขาชอบลงมาช่วยป้าจุนฮีนะ วันนี้ไม่เห็นป้าเขาเลยให้มาถาม” ร่างสูงหลบทางให้อีกฝ่าย ก่อนจะชะงักกับคำถามเงยหน้ามองคนถาม ได้แต่ยิ้มรับจางๆ

 

“กำลังจะกลับไปดูนะครับ…ผมไปก่อนนะ สวัสดีครับ” ก้มหัวให้ผู้ใหญ่ ก่อนจะเดินกึ่งวิ่งออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว

 

...พอกันที กับความวุ่นวายต่างๆ…

 

………………………..

……………………………………

 

 

 “ซีวอน” เสียงหวานเรียกคนข้างตัวที่เอาแต่ยืนนิ่งเงียบตั้งแต่อีทึกเดินออกไป

 

“นายชอบ...พี่อีทึกเหรอ” หันมาถามอีกฝ่าย แต่ปลายเสียงกลับเบาและขาดหายไปจนฮันคยองจับได้ คนถูกถามชะงักไปกับคำถาม ก่อนจะเริ่มเข้าใจว่าทำไมคนใจเย็นอย่างซีวอนถึงต้องลงไม้ลงมือกับอีทึกด้วย ยิ้มกับความคิดของตัวเอง ก่อนจะชะงักน้อยๆรอยยิ้มค่อยๆหายไป

 

...หมายความว่านายเห็นชั้นเป็นแค่เพื่อนงั้นเหรอ...ซีวอน…

 

“เพราะงั้น…ก็เลยต่อยหน้าอีทึกงั้นเหรอ?”

 

“...ก็หมอนั่นทำนายร้องไห้” ตอบคนถามแต่สายตากลับก้มลงมองพื้น ไม่กล้ามองว่าตอนนี้คนต้องหน้าจะทำหน้าแบบไหน...ยอมรับ...ไม่อยากเห็นว่าดวงตาคู่นั้นต้องเจ็บปวด

 

“ซีวอน...ชั้นไม่ได้ชอบอีทึก” พูดเบาๆแต่เน้นให้ชัด จนคนฟังต้องเงยหน้าขึ้นมองสายตาฉายแววงุนงงกับสิ่งที่ได้ยิน

 

“แต่นาย..พูดแล้วก็ร้องไห้?”

 

“....”

 

“ชั้นขออะไรอย่างได้มั้ย? ซีวอน” เงียบไปนานจนในที่สุด ฮันคยองต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว คำพูดง่ายๆ แต่สำหรับฮันคยองมันคือเส้นด้ายเส้นสุดท้ายที่เขาจะสามารถเกาะเอาไว้

 

“อะไรเหรอ…ฮัน” สบตาอีกฝ่ายไม่หลบ ทั้งที่ในใจของซีวอนเองกำลังคิดอะไรไปมากมาย เกี่ยวกับร่างบางตรงหน้า

 

“ปล่อยฮีชอลไป…ได้มั้ย?”

 

“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนที่ฮันคยองถามไปเมื่อครู่

 

นานก่อนที่ดวงตาสวยของร่างเพรียวมองหน้าของซีวอน มองลึกลงไปในดวงตาหวานที่เข้าเจ้ากับตัวหนักหนา...แค่มองสายตาของซีวอน...ฮันคยองก็ได้รู้แล้วว่าสิ่งที่ถามไปมัน

 

...เป็นไปไม่ได้!…

 

ชายตรงหน้าของเขาตอนนี้ในสายตาไม่มีพื้นที่ให้คนอย่างเขา ‘ฮันคยอง’ ได้ก้าวเข้าไปอยู่อีกแล้ว...นี่คือเดิมพันครั้งสุดท้าย เดินพันด้วยความสัมพันธ์ของเขากับคนตรงหน้า...

 

และแน่นอน...เขาแพ้!

 

เดิมพันที่ฮันคยองเลือกที่จะสูญเสียเพื่อคนสามคนที่เขาเองก็รักไม่แพ้กัน คนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเพื่อนสนิทคนที่ไว้ใจได้ตลอดไม่ว่าเมื่อไหร่..’คิมฮีชอล’..เจ้าหญิงที่อ่อนแอ กับอีกคนคนที่เขารักจนหมดใจ ‘ชเวซีวอน’ เจ้าชายที่แสนดี และคนที่เขาอยากให้มีความสุขและรอยยิ้มอย่างเคย ‘ปาร์คจองซู’ ลีดเดอร์ที่สำคัญ

 

“ทำไมล่ะฮัน?”  น้ำเสียงที่เบาและสั่นเกินกว่าที่เจ้าตัวจะระงับเอาไว้ได้ กับแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ฮันคยองเคยบอกว่ามันอบอุ่น ตอนนี้มัน..กำลังหวั่นไหวเพราะคำพูดของคนที่ได้ชื่อว่าสนิทที่สุด...คนที่เข้าใจมากที่สุด...ตอนนี้มันกำลังบ่งบอกว่าเจ้าตัวรู้สึกยังไง

 

...ใช่ ตอนนี้ซีวอนกำลังสับสน ‘ฮันคยอง’ ...จากคนที่เคยเอาใจช่วยเขามาตลอดเวลา จากคนที่ไม่ว่าเขาจะมีความสุขหรือทุกข์ก็ค่อยอยู่เคียงข้าง แต่ตอนนี้คนๆนั้นกำลังหักหลังความเชื่อใจของเขา

 

ทั้งที่รู้ว่าฮีชอลคือคนที่ซีวอนต้องการ...คือคนที่ซีวอนรักจนไม่เหลือใจเอาไว้ให้ใครอีกแล้ว  

 

ทั้งที่เชื่อมาตลอดว่าสามารถจะเอาชนะใจของคนสวยปากแข็งคนนั้นได้ นั่นก็เพราะคำพูดที่เคยบอก คำปรึกษาที่ออกมาจากฮันคยอง คนที่อยู่เคียงข้างตลอดเวลา 

 

แม้ว่าบางครั้งตัวเขาเองก็เลือกที่จะทำได้แค่มอง ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของร่างบางเขาก็ยิ้มออก เพียงแค่เห็นมันก็มีความสุขแต่ตอนนี้คนตรงหน้าของเขากำลังบอกให้เขาหยุด…แล้วปล่อยเธอไปจากมือของเขา!

 

“...เพื่อตัวของนายและ...เพื่อฮีชอล!”

 

“เพื่อชั้นงั้นเหรอ !?! นายบอกให้ชั้นเลิกรักคนที่ชั้นรักหมดใจ...เพื่อชั้นงั้นเหรอฮันคยอง!” มือหนาเอื้อมมาคว้าไหล่บางเอาไว้ ก่อนที่อารมณ์ที่พยายามเก็บมาทั้งหมดจะระเบิดออกมา...เขย่าไหล่ลาดบางด้วยแรงอารมณ์

 

แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าเจ็บ...แต่ตอนนี้ใจของเขาก็เจ็บไม่กัน...เจ็บที่โดนคนที่เชื่อใจมากที่สุดบอกให้ทิ้งสิ่งที่เขารักมากที่สุด!...แต่ที่มากกว่านั้น...เจ็บในสิ่งที่ฮันคยองกำลังทำ

 

“นาย...ยังเป็นเพื่อนชั้นอยู่รึเปล่า!” ฮันคยองหยุดมองคนที่กำลังบีบไหล่ของเขาให้เจ็บ คำถามที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากของคนที่ตัวเองรัก

 

...ถึงแม้จะรู้ตัวว่าเป็นได้แค่เพื่อน…แต่ทุกครั้งที่ได้ฟังมันเหมือนเข็มเป็นพันเล่มที่ทิ่มลงกลางหัวใจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า…ให้หัวใจที่เจ็บช้ำอยู่แล้ว…แหลกละเอียดเข้าไปอีก

 

“ตอบฉันสิ ฮันคยอง!”

 

“...เพราะเป็นเพื่อนไง...” คำพูดที่หลุดออกไป ทำให้อีกฝ่ายปล่อยมือจากไหล่บาง เหมือนจะดีขึ้นแต่...เปล่า! ซีวอนเงยหน้ามองท้องฟ้าเหมือนกำลังทำใจ ก่อนจะหันหลับมามอง  ไม่เหลือเค้าเดิมของคนที่แสนดีคนนั้นเอาไว้อีกแล้ว

 

“...ไม่ใช่ นายไม่ใช่...เพื่อน!” พูดจบซีวอนก็เดินพาตัวเองกลับเข้าไปในห้องพร้อมกับหัวใจที่เจ็บปวดไม่แพ้กัน ปล่อยอีกคนที่ยืนอึ้งอยู่กับคำพูด…เพียงแค่สองประโยค

 

‘…ไม่ใช่...เพื่อน’  ฮันคยองหัวเราะเบาๆให้กับตัวเอง...สุดท้ายก็เหลือคนเดียวสินะ

 

“นี่สินะ...ผลที่ตามมาจากการเดิมพัน” ฮันคยองหลับตาลงเหมือนจะหนีจากเสียงพูดของซีวอน แต่มันกลับก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา ซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ราวกลับตอกย้ำให้คนที่สูญเสียทุกอย่างแบบเขาเจ็บปวดเล่น

 

...พระเจ้าสิ่งที่ผมทำลงไปมันถูกแล้วใช่มั้ย?…

 

เงยหน้ามองท้องฟ้า ก่อนจะปล่อยให้น้ำสีใสไหลอาบแก้ม น้ำตาที่ออกมาจากคนที่เดิมพันทุกอย่างเพื่อความสุขของคนสามคน แม้ตัวเองจะต้องเจ็บ ต้องโดนเกลียด แต่มันก็คุ้มใช่มั้ย? เพื่อคนที่เรารัก...เพื่อให้พวกเขาหลุดออกจากกรงล้อของความเจ็บปวดซักที...มันถูกแล้วใช่มั้ย?!

 

 …………………………..

 ………………………………………………

 

เสียงเพลงหวานเข้ากับบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่วุ่นวายอย่างโซล  อุณหภูมิติดลบก็ไม่ทำให้ความสวยงามและผู้คนที่ออกมาเดินกันจางหายไปเลยสักนิด

 

 แสงสีมากมายถูกแต่งแต้มให้เข้ากับบรรยากาศวันคริสต์มาสที่ใกล้จะถึงเข้ามาเรื่อยๆ  ต้นคริสต์มาสสีเขียวถูกเอามาตั้งเอาที่ใจกลางจัตุรัสของเมืองหลวง ก่อนจะถูกประดับประดาด้วยบรรดากล่องของขวัญสีสด และกระดิ่งอีกมากมาย

 

 ความสวยงามที่ถูกบรรจงสร้างขึ้นเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้คนนับหมื่นที่มาเดิมท่องเที่ยวยามค่ำคืน  จนดูราวกับความวุ่ยวายเล็กๆกำลังก่อตัวขึ้นจากความสวยงามตรงหน้า

 

ไม่เว้นแม้แต่บ้านของสมาชิกร่วมค่ายอย่างดงบังชินกิ ที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายกับการจัดปาร์ตี้เล็กๆเป็นส่วนตัว หลังจากไม่ได้มีเวลาพักแบบนี้มานาน...สำหรับคนที่ทำงานตลอดเวลาอย่างพวกเขา ..ความสุขเล็กน้อยที่สร้างขึ้นกับมือ

 

ม้านั่งในสวนหลังบ้านคงจะเป็นที่เดียวที่ตอนนี้อีทึกจะสามารถหลบออกจากความวุ่นวายต่างๆได้ ทั้งเสียงเพลง เสียงพูดคุย...เพียงพอสำหรับคนที่ต้องการจะหาที่เงียบๆพักทุกอย่าง

 

ปล่อยใจไปกับบรรยากาศรอบตัว ให้ความคิดความเจ็บปวดที่คอยหลีกหนีมาตลอด กลับเข้าสู่สถานที่ของมัน…หัวใจ

 

ร่างสูงของหัวหน้าวงรุ่นน้องอย่างอีทึก เหลือบมองน้องรุ่นพี่ที่กำลังยิ้ม พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน  และทุกสิ่งล้วนออกมาจากจิตใจจริงๆ ผิดกับเขารอยยิ้มที่ยิ้มออกมาทุกวันนี้มันคงจะเป็นเพียงภาพลวงตามากกว่า
 

...ทำไมกันนะ การแสดงออกจากใจมันถึงได้ยากเย็นเพียงนี้?…

 

ขาเรียวสูงของยุนโฮก้าวเข้ามาใกล้คนที่นั่งมองสมาชิกคนอื่นๆของวงอยู่  “ทำไมมานั่งหลบมุมอยู่คนเดียวล่ะ?” ก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างด้านข้างของลีดเดอร์รุ่นพี่ ยุนโฮหันมาถามคนด้านข้างที่เอาแต่นั่งเงียบหลังจากมาหาที่บ้าน

 

...สังเกตมานานแล้วว่าคนคนนี้คงจะมีอะไรในใจ…

 

...เพียงแต่ไม่ถาม เพราะถ้าเจ้าตัวไม่พูดออกมาเองก็คงจะเหมือนฮีชอลนั่นแหละ...พวกปากแข็ง!...

 

อีทึกหันมองคนถามนิดๆ แล้วต่างฝ่ายก็หันกลับมามองบรรยากาศในงานที่กำลังสนุกสนานพร้อมกัน

 

“ขอโทษนะ...ที่มาแบบไม่บอก” ยุนโฮยิ้มน้อยๆ ส่ายหัวเหมือนบอกว่าไม่เป็นไร เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่...ถึงไม่ขอโทษ...เขาก็ไม่เคยคิดว่าเป็นเรื่องผิดสักครั้ง

 

“ยุนโฮ...นายยังคบกับดานะอยู่รึเปล่า”

 

“หือ ทำไมถามยังงี้ล่ะ” เสียงทุ้มตอบกลับมาเป็นคำถามซะมากกว่าที่จะตอบ

 

“นั่นสินะ...ทำไมกัน” เสียงตอบเบาๆกับทำให้คนถามหันกลับมามอง ใบหน้าอีกฝ่ายเพียงครึ่งหนึ่งแม้จะยิ้มแต่มันก็ยังฉายความสับสนวุ่นวายออกมาอย่างชัดเจน

 

เพื่อนรุ่นพี่อย่างอีทึก เห็นบ้าๆรั่วๆ แต่จริงแล้วก็เป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งพอๆกับฮีชอลนั่นแหละ...ซะจนบ้างครั้งเขายังสงสัยเลยว่าคนอย่างอีทึกจะเก็บทุกอย่างมากเกินไปรึเปล่า?...

 

กลัวว่าเพื่อนรุ่นพี่คนนี้จะล้มเหมือนกัน เพราะมันคงจะเจ็บมากกว่าคนอื่นๆเป็นแน่ เพียงแต่อีทึกเรียนรู้ความเจ็บปวดมาแล้วนั่นแหละ  ถึงทำให้ยุนโฮวางใจว่าลีดเดอร์รุ่นพี่

 

...จะผ่านทุกอย่างได้…

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดห่วงไม่ได้ สามปีที่เขาได้อยู่ใกล้ชิดคนสองคนอย่างอีทึกและฮีชอล ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ทำให้เขารู้ว่าถ้าคนใดล้มอีกคนจะช่วยพยุงขึ้นมา แต่ทำไมตอนนี้เหมือนพวกเขาสองคนจะล้มลงทั้งคู่

 

...แล้วใครกันล่ะที่จะฉุดพวกเขาออกจากหลุมดำ…

 

“แล้วพี่กับนาราล่ะ” ทั้งที่ปกติการคุยเรื่องนี้ มันจะทำให้คนอย่างอีทึกยิ้มออกมาได้ง่าย แต่ทำไมยิ่งเขาถามหรือพูดถึงหญิงสาวที่เคยได้ชื่อว่าเป็นความสุขคนตรงหน้า อีทึกเหมือนจะสับสนและแย่เข้าไปใหญ่

 

“ฉัน...คงจะเลิกกับเขาเร็วๆนี้” พูดจบก็หลับตาปล่อยตัวเองให้อยู่กับความเงียบสงบของอากาศและความคิดมากมาย จนยุนโฮต้องขยับถอดเสื้อโค้ทตัวใหญ่มาคลุมให้แทน ถ้าหากปล่อยให้นั่งแบบนี้นานๆสงสัยอีทึกคงจะต้องไม่สบายเป็นแน่
 

“ขอบใจนะยุนโฮ...” เจ้าของชื่อเพียงแค่ยิ้มรับแม้จะรู้ว่าคนพูดไม่มองตอบมาก็เถอะ

 

…นั่นสินะ...

 

ยิ่งตอนนี้คนอย่างอีทึกมีงานมากมาย การดูแลกันความใกล้ชิดมันก็ยากมากขึ้น และยังจะต้องปิดบังคนอื่นอีก...เพราะเหตุผลนี้รึเปล่านะ ถึงอยากจะหยุดเรื่องนี้เอาไว้...แต่ถ้าไม่ใช่ ก็คงไม่พ้นเรื่องของความจริงที่อีทึกหลอกตัวเองมาตลอดงั้นสิ

 

 …เรื่องที่เขาเองก็เคืองใจไม่น้อย…

 

 …เรื่องของพี่ฮีชอล…

 

 “ชั้น...เคยรัก ‘นารา’ บ้างรึเปล่ายังไม่รู้เลย...ยุนโฮ” ความรู้สึกที่บอกว่าต้องการจะดูแลคนที่เหมือนเข้มแข็งแต่จริงๆแล้วอ่อนแอ ทำให้เขาอยากจะปกป้องผู้หญิงตัวเล็กบอบบางคนนั้น

 

 แต่ถ้าถามว่าเขารักนาราบ้างรึเปล่า...เขาเองก็คงตอบไม่ได้

 

“ถ้างั้นตอนนี้พี่...กำลังคิดถึงใครกันล่ะ?  คนที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้ ผมว่า…คงไม่ใช่เรื่องของ ‘พี่นารา’ ใช่มั้ยครับ” ยุนโฮชะงักปลายเท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกไปจากที่ตรงนี้ หวังจะให้อีทึกได้อยู่คนเดียวต่อ แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนใจถอยหลังกลับมานั่งเคียงข้างเช่นเดิม

 

“ชั้น...กำลังคิดถึง ‘พี่ชายของนาย’”

 

TBC.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮ่ วอนแกต่อยทึกกี้ไมฟระ ไม่รู้เรื่องเลยนะ

“ชั้น...กำลังคิดถึง ‘พี่ชายของนาย’”


โดนล่ะปอน กร้ากกกก

เจ๋งๆๆ

#1 By แมวบุ่นโข่ (118.172.72.33) on 2009-11-03 10:57

เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกตัวเองแล้วสินะ..พี่ทึก

หวังว่าตอนนี้คงไม่สายเกินไปนะคะ

ตอนนี้สงสารกะเหรี่ยงมากมาย..จะยกโทษให้เรื่องใน

คอนนะ...ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยว..ฮ่าๆๆ

#2 By ps_joyy (124.120.111.171) on 2009-12-04 00:40