[Fic] All of my feeling (1)
posted on 27 Apr 2008 19:25 by femodos in Fic-All-of-my-feeling[Fic] Super Junior
Paring : Park Jungsoo & Kim Heechul [Ft.Super Junior]
Author : FeMoDoS - [ปอนด์]
All of my feeling - [ปากดี ขี้เหงา เอาแต่ใจ]
- - -
Note : ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงและความสนุกสนานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำให้บุคคลที่ถูกนำชื่อมาใช้ให้เสื่อมเสียแต่อย่างใด และไม่ต้องการพาดพิงถึงกลุ่มคนหรือบุคคลอื่นใดที่ถูกเขียนลงไปทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจในสิ่งที่ต้องการเสนอ...เพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงเท่านั้น!
- - -
Chapter 1
ปึง!
เสียงปิดประตูดังลั่นบ้าน เรียกให้เด็กหนุ่มหลายคนที่นั่งคุยกันอยู่ถึงกับชะงักก่อนจะมองร่างบางที่เดินตัวปลิวเข้ามาอย่างรวดเร็วเดินผ่านเข้าห้องไป
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”
ภาษาเกาหลีสำเนียงจีนจากเด็กหนุ่มสัญชาติจีนพียงคนเดียวของวง ‘ฮันเกิง’ หรือ ‘ฮันคยอง’ เป็นเพียงเสียงเดียวที่ดังขึ้นมาก่อนจะตามด้วยอาการถอนหายใจของพี่ใหญ่อย่าง...คังอินหรือคิมยองอุน...
“ไม่รู้สิ ทะเลาะกันอีกมั้ง” ร่างท้วมตอบคำถามเหมือนไม่ใส่ใจ หากแต่อดนึกถึงคนที่จะต้องเดินตามเข้ามาอีกคนไม่ได้ แค่คิดก็เหนื่อยแทน..คิมฮีชอลกับปาร์คจองซู...คู่รักประสาทของวง ที่หาเรื่องทะเลาะกันได้ไม่เว้นแต่ละวัน จนต้องเหนื่อยเขาคังอินเป็นคนไปไกล่เกลี่ยตลอด เพราะน้องๆหลายคนกลัวที่จะเข้าใกล้...พี่ใหญ่เวลาโมโห…
คิดได้ไม่เท่าไหร่ คนที่เป็นโจทย์หรือจำเลยก็เดินเข้ามา ก่อนจะตรงไปที่ห้องของคนที่เดินเข้ามาเมื่อครู่ ประตูถูกปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยใจของน้องๆที่เพิ่มมากขึ้น
ใช่ว่า...จะเคลียร์กันให้เข้าใจ
หากแต่...ทุกครั้งที่ทะเลาะกันถ้าพวกคังอินไม่เข้าไปยุ่ง...ก็คงนาน..กว่าจะคืนดีกัน!
แวบเดียวที่อีทึกเดินเข้าไปในห้อง ไม่นานนักเสียงทะเลาะของหัวหน้าวงกับเจ้าหญิงที่ทุกคนฟังจนชินชาก็ดังขึ้นเหมือนเดิม
หากแต่คราวนี้กลับไม่มีคนสนใจ เพราะรู้ดีว่าต่อให้ไม่เข้าไปไกล่เกลี่ย..สองคนนั่นก็ไม่มีวันเลิกกันอยู่แล้ว...เพราะรักกันขนาดไหน แค่เรื่องพวกนี้คงไม่ทำให้ความสัมพันธ์ที่ยากจะมองเห็น หากแต่มีฐานที่มั่นคงสั่นคลอนได้หรอก
เพราะงั้น....เงียบไว้...แค่นั้นเดี๋ยวก็ดีกันเอง!
“อะไรของนาย วัປนี้นะฮีชอล...ไม่เป็นผู้ໃหญ่เลยรู้ตัวมั้ย” เสียงไม่ทุ้มไม่หวานเกินไปนักของอีทึก พูดเบาๆกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหากแต่...ไม่ได้หันหน้ากลับมามอง มือเรียวจึงเอื้อมที่จะดึงรั้งอีกฝ่ายให้หันกลับมาสบตาหรือมองหน้ากัน
“ก็หรือมันไม่จริง! วันนี้ใครๆก็เห็นว่านายไปยุ่งกับโกอารา!!” ฮีชอลหันหน้ากลับมามองอีทึก ก่อนจะตวาดเข้าให้ทีนึง...
ใช่! คิมฮีชอลกำลังโกรธ..ไม่สิ! กำลังหึง...หึงคนตรงหน้ากับรุ่นน้องร่วมค่ายที่คนๆนี้เคยบอกว่าสนใจ..!!
“มีเหตุผลหน่อยสิ...ฉันก็คุยกับทุกคน ไม่ได้คุยกับอาราเขาคนเดียวสักหน่อย” อีทึกพยายามพูดเสียงเย็น ให้อารมณ์ของคนตรงหน้าเย็นตาม ฮีชอลมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด
ใช่...อีทึกก็เป็นแบบนี้ทุกที..!!
แต่ที่เค้าโมโหนะ เพราะคนตรงหน้าเอาแต่...พูดคุยกับคนอื่น จนลืมไปล่ะมั้งว่ามาด้วยกันกับน้องๆและ ‘แฟนตัวเอง’
ลืมไปว่ายังมีอีกสิบกว่าชีวิตที่ยืนคอยพี่ใหญ่ของบ้านที่คุยกับใครต่อใครจนลืมที่จะสนใจน้องๆ และลืมที่จะหันกลับมามองหน้าคนที่ได้ชื่อว่า ‘แฟน’ อย่างคิมฮีชอลคนนี้!
“ใช่สิ! คุยกับทุกคน..โดยเฉพาะอาราใช่มั้ยล่ะ! ...คุยจนลืมไปมั้งว่าฉันยืนอยู่ข้างตัวนายตลอดเวลา!!!”
“ฮีชอล~ ฉันไม่ได้ลืม แต่นายจะให้ฉันสนใจแต่นายมันก็เป็นไปไม่ได้หรอกนะ...เราอยู่ในฐานะไหนต่อหน้าคนอื่น..อย่าลืมสิ” อีทึกส่ายหน้าไปมากับความคิดของคนตรงหน้า
ไม่ใช่ไม่ชอบ...เขารู้ดีว่าฮีชอลกำลังโมโห...ที่เขาไม่ได้สนใจฮีชอลเลยสักนิด...แต่ที่เขาต้องทำแบบนั้นก็เพราะไม่อยากให้เกิดกระแสหรือข่าวลือเสียหายของคนตรงหน้าอีก แค่นี้ฮีชอลก็โดนจับคู่กับแทบจะเรียกได้ว่า...ทุกคนในวงแล้ว
แล้วใครจะอยากให้แฟนตัวเองไปขึ้นชื่อว่าเป็นอะไรกับคนนั้นคนนี้นักล่ะ...อย่างน้อยอีทึกคนนึงที่ไม่ชอบ!
แต่ถ้าเกิดข่างลือระหว่างเขากับฮีชอล...บางทีอาจจะกลายเป็นข่าวใหญ่จนบริษัทมีปัญหาเลยก็ได้
ยิ่งตอนนี้เขาดูแมนมากขึ้นเท่าไหร่...ฮีชอลก็ต้องตกเป็นคู่กับอีทึกเร็วเท่านั้น...แล้วทีนี้! ใครหลายคนก็คงสังเกตเห็นอะไรแปลกๆระหว่างความสัมพันธ์ของเขากับฮีชอลออกอยู่ดี
เพราะสำหรับคู่อื่นๆ มองดูยังไง..ก็ยังเหมือนพี่ชายกับน้องชาย หรือพี่สาวกับน้องชายมากกว่า! แต่ถ้าเป็นเขาอีทึก...
ถ้ามีข่าวว่าคปาร์คจองซูหรืออีทึก...สนิทกับคิมฮีชอลจนเกินคำว่าเพื่อน...
รับรองว่ากระแสคงมาแรงกว่าเป็นไหนๆ แค่นี้ยังมีคนจับตามองทึกซินมากจะตาย!!
“รู้!! ฉันรู้ว่าเราอยู่ในฐานะไหน...แต่ทำไมนายถึงได้ไม่แม้แต่จะเหลือบมามองฉันบ้าง! หึ...ลืมไปอาราเขาสวย เขาน่ารัก คงชอบใจสินะ!...ฉันมันก็แค่....!”
พูดไม่ทันจบปากเรียวสีกุหลาบก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากเรียวของอีทึก มือเรียวสวยของฮีชอลพยายามดันอีกฝ่ายออกห่าง เม้มปากแน่นไม่ให้อีกฝ่ายได้เข้ามาลิ้มรสความหอมหวาน
หากแต่เพียงแค่อีทึกใช้ลิ้นดุนดันเบาๆที่ริมฝีปากล่าง ก็เหมือนบังคับร่างกายตัวเองไม่ได้ ปากเรียวเผยอขึ้นน้อยๆให้อีกฝ่ายได้เข้ามารุกรานตามความพอใจ เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับหายไปหมดก่อนจะถูกมือเรียวของอีกฝ่ายดึงรั้งให้โอบล้อมคอตัวเอง
ลิ้นชื้นกวาดไล่ลิ้นเรียวอย่างชำนาญ ยิ่งหนีมากเท่าไหร่กลับยิ่งถูกกวาดความหอมหวานไปมากเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องตามใจ...คนตรงหน้าอยู่ดี!
ฮีชอลหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้คนอย่างอีทึกทำอย่างที่ตัวเองต้องการ ร่างสูงผละออกเมื่อเห็นว่าฮีชอลเงียบลง ใบหน้าเนียนสวยก้มลงมองพื้นไม่มีวี่แววว่าจะเงยขึ้นมาสบตากับเขาสักนิด จนอีทึกอดไม่ได้ที่จะใช้มือของตัวเองดึงรั้งหน้าสวยหวานให้ขึ้นมาสบตากัน
“อย่าคิดมากสิ ฉันรู้ว่านาย...ไม่พอใจที่ฉันไปยุ่งกับคนอื่นๆแล้วไม่สนใจนาย แต่...อย่าลืมว่าเรื่องของเรามันไม่เหมือนน้องๆนะฮีชอล…ไม่เหมือนพวกทงแฮหรือยุนโฮ...เราทำแบบนั้น...ไม่ได้” กระซิบข้างหูร่างบาง ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้เหมือนเดิม
ฮีชอลมองคนตรงหน้าพักใหญ่ถอนหายใจเบาๆ “..ขอโทษ...ช่วงนี้มันมีเรื่องให้คิดมากนะ...” ตอบอีกฝ่าย ก่อนจะทิ้งตัวเองลงบนเตียง ซุกหน้าลงกับหมอนใบโปรด จนอีทึกต้องอมยิ้ม...อย่างน้อยฮีชอลก็ยังเข้าใจอะไรง่ายเหมือนเดิม
ร่างสูงนั่งลงด้านข้าง มือเรียวลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ..ต่อหน้าคนอื่น..คิมฮีชอลเป็นผู้ใหญ่..ความรับผิดชอบสูงจนอีทึกแทบจะกลายเป็นคนที่ทำตัวเป็นเด็กซะเองมากกว่า...แต่เวลาที่คนตรงหน้าอยู่กับเขาทีไร...
ฮีชอลก็คือเด็กที่ไม่ยอมโตเสมอเหมือนที่เขาเคยพูด “คิมฮีชอลผู้ชายที่อายุ 20 ตลอดกาล”
“ฉันเหมือนเด็กมากใช่มั้ย” เสียงหวานถาม อีทึกเรียฃตัวเองอฯกจากห้วงคิดก่อนຊะหันกลัບมามองคนตรงหน้า ฮีชอลหน้าบึ้งเหมือนเด็กๆ จนอีทึกอดที่จะหัวเราะไม่ได้
“ທำไมถึงถามแบบนั้ນล่ะ” มือเรียวยัງคงลูบผมนิ่มของอีกฝ่ายเหมือนเดิม หากแต่แววตากลับช้องมองคนตรงหน้าที่ี่เลื่อนตัวเองมานอนบนตักของเขาแทน
“โดนใครว่ามาอีกเหรอ...คังอิน หรือซีวอน”
ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำ ซ่อนทุกอย่างไม่ให้คนตรงหน้าเห็น ก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วพยักหน้าช้าๆ
“อื้อ...จุนซูกับยูชอน...บอกว่าฉันเหมือนเด็ก...บอกว่าเป็นคนเอาแต่ใจ ปากแข็งแล้วก็ขี้เหงา...แบบนี้อีทึกไม่เบื่อเหรอ” เสียงหวานตอบ ก่อนที่ปลายประโยคจะเบาจนอีทึกแทบจะจับใจความไม่ได้ เพราะเหมือนฮีชอลบ่นกับตัวเองมากกว่า..เลยไม่ได้คิดที่จะสนใจ
“เฮ้อ...ฮีชอล น้องเขาแหย่เล่น นายก็รู้...อย่าคิดมากสิ” บอกอีกฝ่าย ก่อนจะเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนตักตัวเองเงียบไป
เปลือกตาของร่างบางปิดสนิทจนอีทึกอดที่จะยิ้มไม่ได้...ใช่! คิมฮีชอลเหมือนเด็ก...ถ้าไม่ดูแลก็คงไม่ได้ คิดแล้วก็จัดแจงให้ร่างบางนอน ก่อนจะลุกออกจากห้องไปช้าๆ
เหนื่อยมาทั้งวัน...เพราะเป็นงานพบปะสังสรรค์ของเหล่าคนดังในค่าย ไม่แปลกเลยที่จะเหนื่อยกว่าปกติ…โดยเฉพาะร่างบาง เพราะใครหลายคนที่รู้จักตั้งแต่ก่อนเดบิวต์มากมายก็พากันมา
สุดท้ายก็ต้องทักทายกับคนอื่นๆ จนแทบไม่มีเวลาพักหาอะไรลงท้องเลยด้วยซ้ำ ยิ่งตอนนี้ฮีชอลเป็นทั้งนักร้องนักแสดง...ผู้ใหญ่หลายคนก็พากันมาดูหน้าดูตา...เหมือนที่คนอีกมากมายอยากเห็นคนสวยของเค้า
อีทึกปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะเดินออกมาสมทบกับน้องๆแต่ละคนที่กลับมาและอยู่กันพร้อมหน้า
“ดีกันแล้วสินะ” เสียงทุ้มเรียกคนที่เพิ่งนั่งลงด่านข้างให้หันกลับไปมอง ก่อนจะยิ้มน้อยๆตอบไป คังอินเองก็เข้าใจในคำตอบเพราะ...เสียงที่ดังเมื่อครู่ก็เงียบกันไปนานแล้ว...คนด้านข้างคงจัดการเจ้าหญิงจอมวีนจนเข้าใจแล้ว
ถึงได้...เงียบแบบนี้
“ทะเลาะเรื่องอะไรกันล่ะฮะ” ลีซองมินที่นั่งด้านข้างอีกคน อดไม่ได้ที่จะถามลีดเดอร์ เพราะ...เท่าที่เห็นวันนี้เมื่อเช้าก็ดีๆกันอยู่ แต่พอเข้างานปับทั้งพี่ฮีชอลและพี่อีทึกก็หายวับไปเลย...
จนมาเจอว่าพี่ชายคนสวยของเขาถูกบรรดาพวกผู้ใหญ่กักตัวไว้อยู่ มองหาพี่อีทึกก็เห็นว่า...ไม่ต่างกันหากแต่..คนที่กักตัวพี่อีทึกเอาคงมีแต่พวกสาวๆเท่านั้น!...แถมยังมีโกอาราอีกต่างหาก! จนอดที่จะคิดไม่ได้ว่า... ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้รึเปล่า
“...ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ” ตอบกลับไป ก่อนจะหันไปสนใจกับตารางงานของวันพรุ่งนี้ที่อยู่ในมือของคังอิน ซองมินมองพี่ใหญ่...ใบหน้าหวานเหนื่อยหน่ายอย่างเห็นได้ชัด ถอนหายใจหนักๆทีนึง
...เรื่องเดิม?...
คงไม่ใช่หรอกมั้ง... เพราะถ้าเป็นเขาสิ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ขึ้นมามากที่สุดคงหนีไม่พ้น...แฟนเซอร์วิส...
พี่อีทึกไม่เคยรู้อะไรเลยว่าทำไมพี่ฮีชอลถึงได้ขี้เอาแต่ใจแบบนั้น...เพราะถ้าเป็นเค้า...ลีซองมินก็คงทำเหมือนกัน! ในเมื่อไม่ว่าจะหันไปทางในก็เห็นทุกอย่าง
...ที่ไม่ใช่ตัวเองกับพี่อีทึก…
เห็น...พี่อีทึกอ้อนพี่คังอิน
เห็น...พี่อีทึกยิ้งหวานให้
เห็น....พี่อีทึกสนใจ
เห็น...คนที่ตัวเองรักหัวเราะอย่างมีความสุขกับคนอื่น จนอดไม่ได้ที่จะต้องเรียกร้องความสนใจ...ให้เขาหันกลับมาดูเราบ้าง...ให้หันมาสนใจเราบ้าง...มีตัวเองอยู่ในสายตาบ้าง เพราะไม่มั่นใจกับเสียงที่ได้ยินมา
...คังทึก...
ยิ่งเป็นคนที่รู้จักพี่อีทึกดีแบบนั้น....ก็ยิ่งรู้ว่าพี่อีทึกเป็นคนที่แคร์คนอื่นมาก... ไม่ว่าจะน้องๆในวงหรือ...คนอื่นๆในค่ายเดียวกันหรือต่างค่าย ยิ่ง...กับพวกคนที่เคยปลื้มอย่างโกอารา หรือ จางนารา...ก็ยิ่งรู้สึกกลัว
...กลัวว่าตัวเองจะหมดความสำคัญ...
“ใครบอกกันนะ…ว่าพี่อีทึกนิสัยดี...ไม่เห็นจะต่างจากพวกซีวอนและพี่คังอินเลย” ซองมินบ่นพึมพำเบาๆ หากแต่คนที่นั่งอยู่ด้านข้างทั้งหมดกำลังสนใจกับหนังตรงหน้า...และตารางงานในมือ...เลยไม่มีใครสนใจที่จะฟัง
ไม่งั้นซองมินก็ไม่กล้าพูดอะไรแบบนี้หรอก!!
เพียงเท่านั้น...ร่างเล็กของเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนช้าๆก่อนจะเดินเข้าไปนอนที่ห้อง....ห้องเดียวกับพี่ฮีชอล!
เท้าเรียวของซองมิน เดินเข้ามาในห้องเบาๆ ก่อนจะค่อยๆปิดประตูลงเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในห้องด้วยกำลังหลับสนิทอยู่ เดินเข้าไปหา...พี่ชายคนสวยคิ้วเรียวสวยหมุนขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มหน้าหวานมองคนตรงหน้า ถอนหายใจเบาๆ
...เป็นห่วง...
หลายวันมานี้ซองมินสังเกตเห็นอาการแปลกๆของพี่ฮีชอล...จากคนที่เดิมก็เงียบอยู่แล้ว ยิ่งเงียบลงไปอีกจนอดไม่ได้ที่จะต้องคอยมองอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายก็เห็นว่าพี่ชายคนสวยกำลังกังวลเรื่องแฟนเซอร์วิสอยู่...
อัลบั้มสองกำลังจะออก...งานมากขึ้น พี่ฮีชอลเลยต้องเคลียร์งานทั้งหมดจนแทบไม่มีเวลานอนเลยด้วยซ้ำ พวกเรายังได้นอนได้พักแต่พี่ฮีชอล เช้า...ก็ออกไปถ่ายละคร กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน แล้วยังต้องมาซ้อมท่าเต้น ซ้อมเนื้อร้องในอัลบั้มที่สองอีก
แต่ที่น่าเหนื่อยใจมากที่สุดคงไม่พ้นเรื่องของ...พี่อีทึกกับพี่คังอิน...สองคนนั้นถึงจะรู้ดีว่าไม่มีอะไร แต่นับวันบรรดาแฟนคลับก็ยิ่งเชียร์กันมากขึ้นเรื่อยๆ ...มากขึ้นจน…น่ากลัว ...
กลัวว่าถ้าความจริงถูกเปิดเผยออกไป พวกเอลฟ์เหล่านั้นจะรับได้มั้ย?
วันๆเวลาที่จะมองหน้ากันของพี่อีทึกกับพี่ฮีชอลยังแทบไม่มี หอพักที่อยู่ก็คนละที่...ถ้าไม่ได้ทำงานด้วยกันในวันนั้นพี่ฮีชอลก็แทบจะไม่มีโอกาสได้มานอนที่บ้านแบบนี้หรอก!!
เฮ้อ...ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยแทน จนอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองตัวเอง
ถ้าลีซองมินต้องกลับมาคู่กับคยูอยอนอีกจะเป็นยังไงนะ? ในเมื่อตอนนี้คยูฮยอนกลับมาแล้ว...บรรดาแฟนเซอร์วิสฮยอกมินจะยังคิดเหมือนเดิมรึเปล่า? หรือว่ากระแสอึนเฮมันจะมาแรงเกินไปกันนะ
แล้วพี่คังอินล่ะคยูฮยอนกลับมา พี่เขาก็น่าจะ...แสดงออกมาบ้างได้แล้วนะ...
ในเมื่อความสัมพันธ์มากกว่าพี่น้องแล้วนี่!!
“ทำไม..แฟนเซอร์วิสถึงได้น่าปวดหัวขนาดนี้กันนะ” บ่นเบาๆ มือเรียวเอื้อมดึงผ้าห่มที่ร่นลงมาถึงช่วงเอวขึ้นคลุมให้ร่างบางที่นอนออยู่บนเตียง ก่อนจะพาร่างตัวเองไปนอนที่เตียงบ้าง
….
TBC.




