[Fic] Exodus 15
posted on 26 Mar 2009 20:46 by femodos in Fic-Exodus
เนื่องจากดองเรื่องนี้เอาไว้นานเกิน..ด้วยความผิดอันใหญ่หลวง วันนี้ก็เลยเอาคลิปที่เป็นที่มาของเรื่องนี้มาให้ดูประกอบไปด้วย ^-^* เพื่อเป็นการไถ่โทษ หุหุ
อันแรก...>,<~
อันที่สอง...ออกแนวเพิ่งได้เห็นเมื่อไม่นาน แต่ถ่ายได้ดีเลยทีเดียว มุมกล้องต่างจากของรายการอื่นพอสมควร แถมยังได้เห็นสีหน้าคุณแม่ของจริงก็ตอนนี้แล...คิมฮีอ่อนโยนจนอยากกอด (?) ฮ่าๆๆ
ปล.ทุกคลิปดปรดสังเกตสายตาและท่าทางของปะป๊ากับมะม๊าด้วยนะค่ะ ^0^
เพิ่มด้วยรูปมาตอกย้ำอีกรอบ ฮ่าๆๆ
จากใจชอบน้องคนนี้เหมือนฮีเลย ><~ ไม่รู้ทำไมถูกชะตาคนนี้อย่างบอกไม่ถูก
น่ารักน่าฟัดอะไรแบบนี้ อร๊ายยยย เพ้อ*
![]()
Exodus
Chapter 15
.....
โต๊ะอาหารถูกจัดเอาไว้แล้วเหลือเพียงแค่ให้พวกเขาทุกคนมาช่วยกันตกแต่ง อีทึก ฮีชอล ซองมินและฮยอกแจขยับมานั่งรวมกันที่ด้านข้าง มือเรียวแต่ละข้างต่างช่วยกันหยิบลูกโป่งขึ้นมาเป่าและจัดให้สวยงาม
“ตะกี้สนุกเนอะฮยอกแจ ชั้นได้อุ้มเด็กตัวแค่นี้เอง ฮยอกแจได้ป้อนนมด้วยใช่มั้ย” ซองมินหัวเราะพลางเอ่ยพูดเรื่องที่ผ่านมาเมื่อครู่ ซองมินหันไปยิ้มแฉ่งให้ฮยอกแจที่ทำหน้าที่สูบลมก่อนจะหันกลับมามองพี่ชายหน้าสวยที่นั่งด้านข้าง
แวบหนึ่งที่เห็นพี่อีทึกกระซิบอะไรให้พี่ฮีชอลสักอย่าง ก่อนที่ใบหน้าเนียนขาวจะขึ้นสีแดงปนชมพูอ่อนๆ ยกมือเรียวจะดันแก้มพี่อีทึกเบาๆอย่างอารมณ์ดี ซองมินสะกิดไหล่ของคนรักเบาๆ ฮยอกแจมองตามก่อนจะหัวเราะน้อยๆ ไม่กี่ครั้งหรอกที่จะเห็นพี่ฮีชอลกล้าแสดงออกแบบนี้
อีกอย่าง...เมื้อกี้พวกเขาก็เห็นคุณอีซึงฮวานเดินเข้าไปคุยกับช่างกล้อง สงสัย...คงให้ตัดภาพบางภาพออกแน่ๆ แต่ก็ดี...ถึงจะถูกตัดภาพออกบ้าง แต่พวกเขาก็ยังได้เห็นความน่ารักของพี่ฮีชอลกับพี่อีทึกล่ะนะ
“น้องๆมาแล้วค่ะ” เสียงหวานของพิธีกรหญิงตะโกนบอกพวกเขา ฮีชอลและอีทึกละมือจากการเป่าลูกโป่ง ก่อนที่ร่างเพรียวของอีทึกจะเอื้อมรับเด็กผู้ชายตัวเล็กที่คุณน้าต่างอุ้มพามาให้ นัยน์ตากลมโตมองอีทึกก่อนจะหันกลับไปมองเด็กอีกคนที่อยู่ด้านข้าง
ฮีชอลหัวเราะน้อยๆ เมื่อเห็นว่าอีทึกอุ้มเด็กจนบ้างครั้งเขาเองก็แอบนึกกลัวว่าเด็กจะตก แล้วยิ่งเห็นท่าทางแบนั้นก็ยิ่งนึกขำแทนที่จะทำให้เด็กหยุดร้องกลับทำให้เด็กร้องไห้ซะอย่างนั้น
ฮีชอลเบือนหน้ากลับมามองเด็กผู้ชายหน้าหวานที่นั่งอยู่ด้านข้างกับคุณน้า รอยยิ้มจางขึ้นบนใบหน้าสวยมือเรียวเอื้อมออกไปรับเด็กตัวเล็กมาอุ้มไว้กับตัก มองสภาพของเมมเบอร์แต่ละคนที่เริ่มจะทำให้เด็กร้องไห้มากกว่าจะมีรอยยิ้มซะอีก
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับคนดี” เบือนหน้ามองตามต้นเสียง อีทึกคงจะพยายามอย่างหนักที่จะทำให้เด็กหยุดร้อง จนอดไม่ได้ที่จะต้องลอบยิ้มกับท่าทีของคุณพ่อมือใหม่ที่อีทึกกำลังแสดงออก ถึงจะดูตื่นๆเพราะไม่เคยแต่ก็ดู...น่ารักไปอีกแบบ
เพียงไม่นานอีทึกก็เดินมาหาร่างเพรียว “อ้าว? แล้วเด็กไปไหนซะล่ะ” เสียงหวานเอ่ยถามคนข้างตัว ฮีชอลอุ้มเด็กหนุ่มในอ้อมกอดให้หันมาสนใจอีทึก
“เขาไม่ยอมหยุดร้องเลย” ตอบคำถาม คนได้ยินได้แต่หัวเราะออกมาเสียงดัง อีทึกยกมือเรียวขึ้นผลักหัวฮีชอลเบาๆก่อนจะหันมาสนใจกับเด็กที่ฮีชอลอุ้มอยู่ “ชื่อไรครับเนี่ย?”
เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางเอื้อมมือหวังจะแตะตัวแล้วก็ต้องชะงักเมื่อเจ้าตัวเล็กเขยิบหนีกอดคนที่อุ้มอยู่มากกว่า ฮีชอลเลยได้แต่หัวเราะมากกว่าเดิม “เขากลัวทึกกี้แหนะ” บอกพลางก้มลงไปหอมแก้ม
“ชื่อจองฮีล่ะดีมั้ย?” เงยหน้าขึ้นมาถามอีทึก
แวบนึงที่อีทึกชะงัก ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย “จองฮีเหรอ?...งั้นนี่ก็พ่อนะครับ ส่วนคนที่หนูกอดอยู่ก็คุณแม่ดีมั้ย” มือเรียวเอื้อมแตะพลางคุยกับจองฮีไปด้วย ฮีชอลนึกอย่างจะแย้งแต่ก็เงียบไปในที่สุด ก็ในเมื่อจองฮีไม่ได้นึกกลัวอีทึกอีก...
แค่เรียกชื่อ...อีทึกกับเขาก็ดูเหมือนครอบครัวขึ้นมาจริงๆ
ถ้าไม่ติดว่ากล้องกำลังจับภาพฮีชอลอยู่ป่านนี้เขาคงได้โอบเอวฮีชอลไปแล้ว อีทึกได้แต่คิดก่อนจะหันกลับมาเล่นกับจองฮีตามเคย
“นี่...อุ้มหน่อยสิ เขาอยากเอาลูกโป่งแหนะ” ฮีชอลสะกิดอีทึกเบาๆ ก่อนจะเอ่ยปากพลางเพยิดหน้าไปทางลูปโป่งที่อยู่ตรงหน้าที่จองฮีพยายามจะจับมันมาได้สักพักใหญ่ ไม่ใช่ว่าเขายกจองฮีไม่ไหวหรอกนะ...แต่ก็นั่นแหละให้ชูขึ้นสูงๆหลายๆรอบปล่อยให้เป็นหน้าที่พ่อดีกว่าไมใช่เหรอ?
ใบหน้าสวยหันมองซองมินและฮยอกแจที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ไม่ได้ต่างจากพวกเขาสักนิด...เพราะฮยอกแจเองก็อุ้มเด็กไม่เป็นมีแต่จะทำให้ร้องไห้มากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายซองมินต้องเป็นฝ่ายมาเอาไปอุ้มเอง
“โอ๊ย...จองฮีอย่าเหยียบสิ” เสียงของอีทึกทำให้ฮีชอลหันกลับมามองก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง จองฮีคงกลัวตกล่ะมั้งเลยพยายามที่จะเอาเท้าเหยียบหน้าของอีทึก ใบหน้าหล่อหันมองก่อนจะได้แต่ยิ้มแหยะแล้วส่งจองฮีคืนให้กับเขา
อ้อมแขนเรียวกระชับเจ้าตัวเล็กให้แน่น พลางมองอีทึกที่เอื้อมจับลูกโป่งส่งให้จองฮีกับเจ้าตัวเล็กที่ได้แล้วก็ปล่อยหลุดตลอดเวลา ใบหน้าเนียนสวยอมยิ้มอย่างมีความสุขไม่ต่างจากอีทึก ยิ่งนานเข้าก็รู้สึกเหมือนจองฮีจะติดฮีชอลมากกว่าเดิม ทุกครั้งที่อีทึกจะแกล้งเจ้าตัวเล็กก็มักจะเบือนหน้าซบไหล่ฮีชอลตลอดเวลา
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าครอบครัวได้ยังไง?
“ขอโทษนะค่ะ เดี๋ยวจะพาน้องไปแต่งตัวแล้วค่ะ” หญิงสาวมีอายุเดินเข้ามาใกล้ เธอยืนมองภาพของอีทึกกับฮีชอลเงียบๆมาพักใหญ่ ก่อนจะต้องตัดสินใจเรียกให้เด็กหนุ่มทั้งคู่ยอมให้จองฮีกับเธอ
“อ๊ะ...ครับ” อีทึกตอบรับก่อนจะขยับหลบให้ฮีชอลส่งจองฮี แวบหนึ่งที่ร่างเพรียวหันกลับมามองเขา “ไปสิ...เดี๋ยวชั้นจะไปช่วยเหมือนกัน” พยักหน้าให้กับฮีชอลก่อนจะเดินไปพร้อมๆกัน
“บางที...ทึกกี้ก็เป็นพ่อคนได้นะ” เสียงหวานกระซิบข้างหูก่อนจะเดินเลี่ยงหายไปเร็วๆ อีทึกแย้มยิ้มอย่างดีใจ ฮีชอลเองก็เหมาะที่จะเป็นแม่เหมือนกันล่ะนะ
ร่างโปร่งนั่งลงข้างๆกับคุณน้าก่อนจะช่วยหยิบเสื้อและกางเกงให้ แต่สุดท้ายเลยต้องเป็นคนแต่งตัวให้เองท่ามกลางความช่วยเหลือของบรรดาคนเลี้ยง ฮีชอลเดินเลี่ยงจากเด็กคนอื่นมาดูอีทึกที่กำลังขะมักเขม้นแต่งตัวให้กับจองฮี
หัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นว่าอีทึกดูเกร็งๆอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะเดินเข้าไปหา
“ให้ช่วยมั้ย” ถามขำๆ อีทึกพยักหน้าอย่างไม่ต้องเอ่ยมือเรียวเอื้อมรับเด็กจากอีทึกมาอุ้มก่อนจะจับให้อีกฝ่ายยืนแล้วให้อีทึกช่วยใส่กางเกง ใบหน้าสวยพยายามยื่นเข้าไปใกล้จองฮีเพื่อดึงความสนใจ อีทึกหัวเราะกับท่าทางของฮีชอลแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันใช้ได้จริงๆ
เมื่อครู่กว่าเขาจะจับให้อยู่นิ่งได้ก็แทบแย่...
“ฮยอกแจ...นายว่าพี่อีทึกกับพี่ฮีชอลเหมาะสมกันมั้ย” ซองมินสะกิดชายเสื้อของฮยอกแจเบาๆ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อหันมองหน้าคนรักอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเบือนไปตามปลายนิ้วที่คนตัวเล็กชี้
ภาพตรงหน้าทำให้ได้แต่อ้าปากค้าง...พี่ชายหน้าสวยกับลีดเดอร์ที่บางครั้งก็เท่ห์ไม่หยุด กำลังช่วยกันแต่งตัวให้กับจองฮีและที่สำคัญ...พวกเขาดูราวกับพ่อแม่จริงๆ
ครอบครัวของพี่อีทึกกับพี่ฮีชอล...
“ฮ่าๆ นายคิดว่าไงล่ะ? ชั้นชอบนะที่มีพ่ออีทึกกับแม่ฮีชอล” บอกยิ้มๆก่อนจะกลับมาสนใจกับการแต่งตัวต่อ “อ่อ...แล้วชั้นก็อยากให้พ่อกับแม่มีลูกสะใภ้ที่ชื่อซองมินด้วยนะ” หันกลับไปกระซิบซองมินข้างหู คนได้ยินหน้าแดงจัดจนเป็นลูกตำลึง
“เสร็จแล้ว” อีทึกบอกเสียงดังก่อนจะถอนหายใจหนักๆทีนึง เพิ่งจะรู้ว่าการเลี้ยงลูกมันเหนื่อยแบบนี้เองสินะ เหลือบมองอีกคนข้างตัวที่แทนที่จะเหนื่อยกลับยังดูสนุกกว่าด้วยซ้ำ
“ชั้นชอบเวลาที่จองฮีใส่ชุดนี้จัง” บอกเสียงหวานก่อนจะกดจมูกของตัวเองลงกับแก้มของจองฮี อีทึกอมยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนจะเลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ
“แล้วไม่ชอบชั้นในชุดนี้บ้างเหรอ?” ถามอย่างอ้อนๆก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหา ฮีชอลหันมาแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะใช้มือที่ว่างอยู่อีกข้างผลักหน้าอีทึกออกไปห่างๆ เรียกให้คนตัวสูงกว่าหัวเราะอีกครั้งก่อนจะเป็นฝ่ายขโมยหอมแก้มซะเอง
“ทำอะไรนะ! “ร้องเสียงหลง ถึงจะมีคนอยู่ไม่เยอแต่ก็มากพอที่จะทำให้เป็นข่าว อีทึกหัวเราะไม่ตอบก่อนจะก้มลงหอมแก้มจองฮีแทน
“ก็หอมแก้ม...มะม๊ากับจองฮีเอง ปะป๊าผิดด้วยเหรอ” เสียงทุ้มดูงอแงหันไปถามจองฮีที่เอาแต่หัวเราะคิกแบบเด็กๆ พยายามยื่นมือเข้ามาจับใบหน้าของอีทึก ฮีชอลถอนหายใจเบาๆก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆพลางอุ้มจองฮีไปนั่งทีเก้าอี้ตรงโต๊ะ
อีทึกมองคนตัวเล็กที่เดินอุ้มลูกงอนไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะเหลือบไปเห็นอีกสองหนุ่มที่เขาเกือบลืมว่ามาด้วยกันแล้วซะอีก เท้าเรียวก้าวเข้าไปใกล้ “ว่าไง...ทำอะไรกัน” ทักน้องๆมองซองมินที่กำลังส่งเด็กคืนให้กับคุณน้า
“พี่มาก็ดีช่วยยกของไปวางที่โต๊ะหน่อยสิฮะ” ลีซองมินบอกเสียงหวานก่อนจะหันไปรับจากผลไม้จากฮยอกแจ อีทึกพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปช่วย
มือเรียววางของไว้บนโต๊ะพลางมองฮีชอลที่กำลังนั่งคุยเล่นกับจองฮีราวหลุดไปอยู่ในโลกกันแค่สองคน ก่อนที่จะเดินกลับมาหยิบเอาลุกดป่งหลายๆลูกไปไว้ที่โต๊ะบ้าง มือเรียวยื่นลูกโป่งสีขาวให้กับจองฮีอีกครั้ง ก่อนจะนั่งลงด้านข้างของฮีชอล
“หิวรึยังเนี่ย” นัยน์ตากลมโตของฮีชอลหันมามองอย่างไม่เข้าใจ
“นายถามจองฮีหรือถามชั้น” แขนเรียวกระชับให้จองฮียืนบนโต๊ะอีกรอบ พลางหันกลับมาถามอีทึกที่กำลังนั่งผูกลูกโป่งด้านข้าง
“ถามจองฮี...เอ๊ะ แต่ถ้านายจะหิวก่อนก็ไม่ว่านะแต่อย่าไปแย่งของจองฮีเขาล่ะ” หัวเราะน้อยๆก่อนจะแกล้งฮีชอลเข้าซะบ้าง ไหล่กว้างเอื้อมขยับหนีเล็กน้อยเผื่อว่าคนตัวเล็กจะเกิดนึกอยากลงโทษเขาขึ้นมา
“ไม่มีทาง! ชั้นจะไปทำแบบนั้นกับจองฮีได้ไง นายนั่นแหละ...จองฮีดูพ่อหนูสิใจร้ายเนอะ”หันมาตวาดใส่เบาๆ ก่อนจะกลับไปขอความเห็นจากจองฮีที่นั่งมองพวกเขาสองคนแล้วเอาแต่หัวเราะ
“ฮ่าๆๆ สรุปว่ายังไม่หิวนะ...ชั้นกลัวว่านายจะเอาแต่เล่นกับจองฮีจนลืมกินอะไรซะบ้าง” น้ำเสียงทุ้มแฝงแววห่วงใย ฮีชอลพยักหน้ารับโดยไม่หันไปมอง ใบหน้าสวยรู้สึกจะร้อนขึ้นมาหน่อยๆก่อนที่คนตัวเล็กจะแกล้งกลับไปให้ความสนใจกับจองฮี
“นี่จองฮี...ตาบ้าเนี่ยนิสัยไม่ดีเลยว่ามั้ย” พูดกับเด็กตัวเล็กตรงหน้า อีทึกหัวเราะกับตัวเอง เหลือบมองเห็นฮยอกแจที่เดินเข้ามา
“แม่คร้าบบ...ไหนจองฮี~ ขอผมอุ้มบ้างสิ” เด็กหนุ่มแรปเปอร์ประจำวงเดินเข้ามาพร้อมกับอ้าแขนจะเข้ามากอดจองฮี จนฮีชอลอดที่จะแกล้งไม่ได้ มือเรียวเอื้อมกั้นจองฮีกับฮยอกแจเอาไว้ห่างๆให้เด็กหนุ่มได้แต่ยืนมองกับรอยยิ้มแหยะๆ
“เขากลัวนาย” ฮีชอลบอก มือเรียวอุ้มจองฮีขึ้นมาไว้ที่หน้าอก หันนิดนึงเพื่อให้จองฮีเงยหน้ามองฮยอกแจและก็เป็นไปตามขาด ใบหน้าเนียนขาวของจองฮีทำท่าเบ้ปากจนอีทึกต้องหัวเราะออกมา
“เขากลัวนายจริงๆนะฮยอกแจ”
“อะไรอ่ะ...ผมน่ากลัวตรงไหน? ผมเป็นพี่เขานะ!” ฮยอกแจขยับถอยออกมาก้าวเล็กๆ ชี้ตัวเองสลับกับจองฮีไปมา ทำหน้าเบ้ไม่แพ้กันจนฮีชอลต้องลุกพาจองฮีไปที่อื่น ขืนอยู่ตรงนั้นมีหวังจองฮีได้ติดนิสัยบ้าๆจากฮยอกแจแน่ๆ
“ฮ่าๆๆ ไปแกล้งพี่ฮีชอลเค้า!” ซองมินวางจานส้มลงบนโต๊ะ หันมาแขวะใส่คนรักของตัวเอง “นายนะมานี่เลยมาอุ้มน้องได้แล้วเดี๋ยวจะได้พาน้องไปเป่าเค้กซะที” มือเรียวเอื้อมคว้าของมือของฮยอกแจให้เดินตามมาอุ้มน้องไปรวมกับพี่อีทึกและพี่ฮีชอล
ไม่นานนักทั้งนักข่าวและช่างกล้องต่างก็เตรียมเก็บของหลังจากที่ได้ภาพและคลิปตามที่ต้องการ ฮีชอลยืนอุ้มจองฮีมองเหล่านักข่าวทุกคนที่ค่อยๆทยอยกันกลับ เหลือเพียงแค่พวกเขาซุปเปอร์จูเนียรทั้งสี่ที่ยังคงอยู่ด้วยกับพวกจองฮีต่อ
“ทำอะไรอยู่นะ” เสียงทุ้มของอีทึกเอ่ยเรียกให้ฮีชอลหลุดออกจากภวังค์ ร่างเพรียวหันกลับมาก่อนจะยิ้มให้กับอีทึกแขนเรียวเอื้อมส่งจองฮีให้อีทึกอุ้มบ้าง
“ตัวหนักไม่เบาเลยนะจองฮี ดูสิ..ยังจะให้แม่เค้าอุ้มอีก” อีทึกรับจองฮีมาอุ้ม ปากเรียวเอ่ยพูดกับเด็กในอ้อมกอดขำๆ ที่เจ้าตัวพยายามจะร้องให้ฮีชอลอุ้มตามเดิม แวบนึงที่ฮีชอลหัวเราะก่อนที่เจ้าตัวจะเอื้อมมือเกาะแขนของอีทึกแล้วพากันเข้าไปในห้อง
เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังช่วยกันเก็บสถานที่ พวกเขาเลยรับหน้าที่ดูแลคนที่ยังไม่ยอมนอน...แบบจองฮี
“วันนี้สนุกดีเนอะ” ฮีชอลเปรยเบาๆทันทีที่ก้าวเข้ามาถึงห้อง นอกจากเขาแล้วก็มีเพียงแค่ซองมินที่ยังคงอยู่กับเด็กคนอื่นๆที่กำลังจะหลับ อีทึกวางจองฮีลงกับเก้าอี้ด้านข้างฮีชอลส่วนตัวเองก็นั่งลงกับพื้น มือเรียวเอื้อมลูบผมจองฮีเบาๆ
มองเจ้าตัวเล็กที่พยายามลุกขึ้นยืนเกาะฮีชอล สลับกับร่างเพรียวที่ยืนนิ้วเรียวของตัวเองให้จองฮี ฮีชอลตกใจน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังยืนอยู่เสียหลักจะล้ม แล้วก่อนได้แต่ถอนหายใจเมื่ออีทึกเองก็ไวพอที่จะรับอีกฝ่ายไม่ให้ล้มหน้าคะมำ
“เป็นอะไรไป? ไม่เห็นเหมือนเมื่อกี้เลย” คิ้วหยักกดลงเล็กน้อยก่อนที่จะอุ้มจองฮีมานั่งบนตัก เงยหน้ามองฮีชอลอย่างเป็นห่วง
“ทึกกี้...ถ้าชั้นขอเอาจองฮีกลับไปที่บ้านสักคืน จะได้มั้ย” น้ำเสียงเหงาๆบอก อีทึกมองใบหน้าเนียนสวยที่กำลังยิ้มจางๆให้กับจองฮี มือเล็กพยายามเอื้อมไขว่คว้าจับมือคนรักของเขา ถอนหายใจหนักๆรู้ดีหรอกว่าต้องรู้สึกใจหายเป็นธรรมดาที่อยู่ๆก็มา แล้วก็จากไป
แต่...ที่นี่จะยอมให้พวกเขาเอาจองฮีกลับไปที่บ้านเหรอ?
“ฮีชอล..” เรียกชื่ออีกฝ่าย
“ได้มั้ย?” นัยน์ตากลมโตหันกลับมามองอย่างเด็กๆ อีทึกเลยได้แต่ก้มหน้าไม่รู้จะพูดยังไง เพราะฮีชอลรู้ดีว่าดวงตาแบบนั้นนี่แหละที่ทำให้เขาใจอ่อนจนถึงทุกวันนี้ “อยู่กับแม่ก่อนนะครับจองฮี เดี๋ยวพ่อมา” อีทึกอุ้มจองฮีส่งให้ฮีชอล ก่อนจะลุกเดินออกไป ใบหน้าสวยก้มลงจูบเบาๆที่ผมเนียนของจองฮีก่อนจะกอดอีกฝ่ายให้แน่นกับตัวเอง
ถ้าบอกว่าครั้งนี้ขอเห็นแก่ตัว...จะแย่เกินไปมั้ย?
เขาอยากพาจองฮีกลับไปที่บ้าน แม้คืนเดียวก็ยังดี...ขอแค่คืนเดียวก็ได้ให้เขาได้อยู่กับจองฮี ได้ใช้เวลาสั้นๆอยู่ด้วยกันในฐานะของ ‘แม่’ จะได้รึเปล่า?
เขาอยากพาจองฮีกลับไปที่บ้าน แม้คืนเดียวก็ยังดี...ขอแค่คืนเดียวก็ได้ให้เขาได้อยู่กับจองฮี ได้ใช้เวลาสั้นๆอยู่ด้วยกันในฐานะของ ‘แม่’ จะได้รึเปล่า?
ฮีชอลปรือตาลงเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่เอ่อคลออยู่ที่หน่วยตา ก่อนที่หยดน้ำตาจะค่อยๆไหลอาบแก้มเนียนสวย มือเรียวเอื้อมรั้งตัวจองฮีให้แนบแน่นกว่าเดิม เสียงสะอื้นดังรอดออกมาไม่ขาดสายก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงร้องไห้ของจองฮี
ทั้งที่ใครต่อใครบอกว่าจองฮีเป็นคนเก่ง..ไม่ร้องไห้ง่ายๆ เพราะตั้งแต่ที่ฮีชอลอุ้มจองฮีก็ไม่เคยร้องไห้เลยสักครั้ง มีแต่หัวเราะกับเล่นอย่างเดียว ซ้ำยังเป็นเด็กที่ฉลาดไม่อายกล้องเลยสักนิด แล้วทำไม...จู่ๆถึงร้องไห้?
มีคนเคยบอกว่า....สายสัมพันธ์ของแม่แม้เพียงข้ามคืน...ก็สื่อถึงลูกได้ไม่ยาก
ถ้าเขาจะเชื่อคำๆนี้จะได้มั้ย? เชื่อว่าจองฮีก็รู้สึกเสียใจอย่างเขาได้มั้ย? ถ้าเขาจะบอกลาจองฮีตรงนี้เพราะมันหมดหน้าที่แล้วแบบอย่างงั้นเหรอ
“จองฮี! “ เสียงเรียกชื่อของซองมินดังมาจากอีกฝั่งเมื่อจู่ๆก็มีเสียงเด็กดังร้องมาแบบนั้น ลีซองมินเลยตกใจนึกได้เพียงแค่จองฮีคนเดียวที่ไม่ได้เข้ามานอนกับเพื่อนคนอื่นๆ ก่อนจะชะงักเท้าหยุดอยู่กับที่เมื่อเห็นว่าฮีชอลเองก็ร้องไห้อยู่เหมือนกัน
ได้แต่ยืนมองเงียบๆ ภาพที่พี่ฮีชอลกอดจองฮีเอาไว้แน่นทำให้เขาขยับขาไม่ออก นั่นคือสภาพของคนเป็นแม่อย่างนั้นเหรอ? เสียใจสินะเวลาที่ต้องแยกจากลูกตัวเอง...
ดวงตาเล็กเงยขึ้นมองเพดานอย่าห้ามไม่ได้ รู้ดีว่าถ้าก้มลงมาเมื่อไหร่น้ำตาคงไหลตามออกมาแน่ๆ เสียงร้องไห้ของจองฮีช่างฟังดู...เศร้าและทำร้ายจิตใจมากจริงๆ
ซองมินสะดุ้งน้อยๆ รู้สึกถึงมือแกร่งที่แตะลงมาที่ไหล่ หันกลับมองร่างเพรียวของฮยอกแจที่ยืนอยู่ด้านหลัง โถมเข้ากอดอย่างไม่ต้องเอ่ยปาก สงสาร...สงสารพี่ฮีชอลเหลือเกิน ถ้าทำได้เขาก็อยากให้จองฮียังคงอยู่เหมือนเดิม...ไม่ไปไหน
นานที่ฮยอกแจปล่อยให้ซองมินร้องไห้เงียบๆ ส่วนตัวเองก็ได้แต่ยกมือขึ้นปาดหยดน้ำที่เอ่อคลอเป็นพักๆ จน
กระทั่งเห็นร่างเพรียวของพี่อีทึกที่เดินเข้ามาหา แทบจะไม่ต้องเอ่ยเรียกอีทึกพยักหน้ารับราวกับรู้เรื่องทุกอย่างดี
ขายาวก้าวเข้าไปหาฮีชอลอย่างรวดเร็ว “ฮีชอล...” เรียกชื่ออีกฝ่าย ใบหน้าสวยเปรอะไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นมอง อีทึกถอนหายใจยาวก่อนจะดึงทั้งฮีชอลและจองฮีเข้ามากอด
ขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดฮีชอล อีทึกขยับออกห่างมองฮีชอลที่เปลี่ยนเป็นอุ้มจองฮีในท่านอนแทน “...กลับกันเถอะ” เสียงทุ้มเรียกสติฮีชอลให้หันมามอง อีกครั้งที่ฮีชอลต้องถอนหายใจ
แววตากลมโตก้มมองจองฮีสลับกับอีทึก “พาเขาไปนอนก่อนนะ” บอกอีทึกเบาๆ เสียงหวานราบเรียบติดจะแหบหน่อยๆ อีทึกมองร่างเพรียวที่ลุกขึ้นยืนพลางอุ้มจองฮีไว้กับตัวเองแล้วได้แต่ยิ้มจางๆ มือเรียวคว้าข้อศอกเนียนเอาไว้
“ทำไม?” ถามร่างสูง
“ก็พาเขากลับไปนอนที่บ้านไง” สิ้นคำพูดของอีทึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อ ก่อนที่รอยยิ้มสวยก็ฉายบนแก้มเนียน อีทึกมองคนตรงหน้าอย่างเอ็นดูก่อนจะขอเป็นฝ่ายอุ้มจองฮีแทน ฮีชอลฉีกยิ้มกว้างพลางเกาะแขนอีทึกออกไปหาพวกฮยอกแจกับซองมิน
ขอบคุณนะ....อีทึก
ขอบคุณที่ทำเพื่อชั้นขนาดนี้...ขอบคุณจริงๆ
....
TBC.



