[Fic] Exodus 1
posted on 08 Apr 2008 10:12 by femodos in Fic-Exodus
ระหว่างที่คอยเรื่อง Still Belive ขอลงเรื่องนี้ให้ก่อนนะค่ะทุกคน อ่านเป็นฟิคฆ่าเวลาก็ได้ ฮ่าๆ ^W^ แต่ก็ฝากเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องนะ..แล้วจะกลับมาให้เร็วกว่าที่คิดจ้า!
Exodus
เสียงหัวเราะสดใสของสมาชิกอีกหลายคนที่พร้อมใจกันเดินมาที่ห้องของลีดเดอร์เหมือนปกติที่ทำทุกวัน แพรขนตางอนขยับกระพริบถี่ๆ ปรับแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องให้มองเห็นภาพต่างๆได้ชัดเจนขึ้นมาหน่อย
“พี่อีทึก! พี่ฮีชอล ตื่นรึยังฮะ…เช้าแล้วนะ” ร่างเพรียวพลิกตัวไปมาบนเตียง ตื่นตั้งนานแล้วแต่เพราะเป็นวันเสาร์ตื่นสายบางสักวันคงดีไม่น้อย แค่คิดก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ
เมื่อวานกว่าจะได้คุยกับอีทึก…ตาบ้านั่นก็เอาแต่นั่งแต่งเพลงจนไม่สนใจ ไม่ว่าจะแกล้งขนาดไหน บ่นสักเท่าไหร่ อีทึกก็ไม่สนใจ…สุดท้ายก็เลยต้องเอาเนื้อเพลงที่ตาบ้านั่นแต่งไปซ่อน คิดแล้วก็ต้องส่ายหัว เพราะอีทึกเป็นแบบนี้นะสิ…เวลาทำอะไรก็ทุ่มเทให้จนสุดท้ายเจ้าเองต่างหากที่ต้องมานั่งเครียด กลัวว่างานที่ทำจะออกมาไม่ดี
“ผมเข้าไปนะ” เสียงหวานของซองมินดังเบาๆ ก่อนเจ้าตัวจะเปิดประตูเข้ามาในห้อง ฮีชอลหยุดมองใบหน้าหวานที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม วันนี้ซองมินมาแปลก…ถึงขนาดเข้ามาในห้องของเขากับอีทึก
“มีอะไร ซองมิน” ใบหน้าหวานถามน้องร่วมวงคิ้วเรียวยกขึ้นอย่างสงสัย ร่างเพรียวขยับลุกขึ้นช้าๆ มือเรียวจัดทรงผมให้เข้าที่ ถามเสียงหวานมองใบหน้าเนียนของซองมินที่จ้องอีทึกอย่างขำๆ
“..วันนี้ พี่อีทึกบอกว่าจะเอาเพลงมาให้ผมดู แต่ผมรอไม่ไหวก็เลยมาดูก่อนฮะ”
“หมอนั่นยังไม่ตื่นหรอก…เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีสาม” ฮีชอลพูดพลางพยักหน้าไปที่ก้อนผ้าห่ม เท้าเรียวสาวเข้ามาใกล้กับร่างบางของซองมินมองใบหน้าอีทึกที่หลุดออกมาจากผ้าห่มนิดหน่อย
“ตีสาม! พวกพี่ทำอะไรกันนะ? หรือว่า..?!” นิ้วเรียวที่กำลังจะเอื้อมสะกิดร่างโปร่งใต้ผ้าห่มชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดของน้องชายคนสนิท ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง ก่อนจะต้องรีบยกมือปิดรอยคิสมารค์ที่อีกฝ่ายคงทำไว้เมื่อคืน…
“บ้า!! ลีซองมินนายหยุดคิดไปเลยนะ!…ตานี่นั่งแต่งเพลงให้นายนั่นแหละ…เหอะ ปลุกให้ด้วยแล้วกัน ชั้นไปอาบน้ำแล้ว!!” ตวาดใส่น้องชายข้างตัว เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อลีซองมินมองตามมองแผ่นหลังบางที่ลุกเดินเข้าห้องน้ำ ใบหน้าสวยหวานแดงขึ้นจนต้องกลั้นหัวเราะ ยิ่งท่าทางที่เอามือเรียวปิดที่คอแบบนั้นยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยแต่ก็…น่ารักเข้าไปอีก
…ขี้อายเหมือนกันนี่นา พี่ฮีชอล…
“ซองมิน!…มาดูข้าวให้หน่อยสิ พี่คังอินเขาจะทำมันไหม้แล้ว!!” ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ ประตูบานเดิมถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าของเพื่อนรัก ‘ลีทงเฮ’ ที่กำลังยืนทำหน้าเซงสุดๆ หัวเราะกับท่าทีของเพื่อน ก่อนจะถูกร่างเพรียวของทงเฮลากตัวออกไป ข้าวเช้าของวันนี้…จะได้กินรึเปล่าก็ต้องอยู่ที่เขาแล้วสินะ เพราะพี่ฮันเกิงกับซีวอนต่างก็ไปจีนกันทั้งคู่ ส่วนพวกรยออุค คยูฮยอนพวกนั้นก็คงจัดการกันเรียบร้อยแล้ว
“พี่ฮีชอลปลุกพี่อีทึกเองนะฮะ ผมไปดูกับข้าวให้ก่อน!” ตะโกนเสียงดังให้คนที่อยู่ในห้องน้ำได้ยิน ก่อนจะรีบวิ่งตามร่างเพรียวของทงเฮที่วิ่งไปดูหลังจากได้กลิ่นไหม้น้อยๆจากห้องครัว
นานพักใหญ่ที่ร่างเพรียวของฮีชอลจะเดินออกมาจากห้องน้ำ ใบหน้าสวยมองคนรักที่ยังนอนอยู่บนเตียง ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเข้าไปปลุก
“นี่! ตาบ้า…ทึกกี้!…ตื่นได้แล้ว” สะกิดร่างโปร่งเบาๆ อมยิ้มกับท่าทางของร่างสูงที่เอาแต่ขยับหนี
“อีทึก…ตื่นได้แล้ว! ถ้านายไม่ตื่นชั้นจะตีนายนะ!” เสียงหวานดังกว่าเดิมนิดหน่อย พลางดึงผ้าห่มออกจากร่างโปร่งที่เอาแต่ขยับพลิกตัวหนีไปเรื่อยๆ
“อือ…อีกแปปน่าาา เดี๋ยวชั้นลุกนะ…ฮีชอล” อีทึกพึมพำออกมาเบาๆ ฮีชอลถอนหายใจน้อยๆ เพราะเอาแต่นอนดึกนั่นแหละ…ถึงลุกไม่ขึ้นแบบนี้!
“งั้นชั้นไปแต่งตัวเสร็จแล้วนายต้องตื่นนะ!!”
“อืมม…” ตอบรับทั้งที่ยังปิดเปลือกตาอยู่ มือเรียวตีอีทึกที่แขนก่อนจะเดินเข้าไปแต่งตัวอีกที ถึงอย่างนั้นร่างโปร่งก็ยังแย้มรอยยิ้มอ่อนๆกับการกระทำของร่างบาง รู้ดีว่าอีทึกเป็นคนแบบไหน…ชอบทำทุกอย่างจนสุดความสามารถ
แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ ที่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องคอยดูอีทึกอยู่ห่างๆ ชอบทำงานจนลืมสนใจตัวเองและคนรอบข้าง เป็นห่วงรู้ดีว่าคนคิดมากอย่างอีทึกชอบจะเก็บงานมาคิดตลอดเวลา
เท้าเรียวของฮีชอลเดินเข้ามาในห้อง มองเตียงเปล่าของร่างสูงยิ้มๆ อย่างน้อยอีทึกก็ยังรู้เวลา เสียงกุกกักของคนในห้องน้ำทำให้ฮีชอลละสายตาจากโน้ตบุ๊กเครื่องโปรด นิ้วเรียวกดอ่านไซเวิลด์ของคนตัวสูงอย่างสนใจ
[LEETEUK] Cyworld Updated
080313 01:11
Top page
..PRAY...
Cover page
-ANGEL-
..Sentimental.. (อารมณ์อ่อนไหว)
Diary Page
คิดถึงเรื่องนั้นบ่อยมาก..นอนไม่หลับเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียว..^^;;
ทุกคนสบายดีรึป่าว???....
หัวเราะน้อยๆกับข้อความตรงหน้า แน่ล่ะจะนอนหลับได้ยังไงก็เล่นแต่งเพลงแล้วก็ลบแก้ใหม่อยู่นั่นแหละ วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้…“เมื่อไหร่มันจะเสร็จกันล่ะ…ตาบ้า”
“ดูอะไรอยู่หือ?” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู จนไหล่บางสะดุ้งน้อยๆ ใบหน้าสวยหันกลับมามองคนถามอย่างหมั่นไส้ ก็ใครกันล่ะที่ทำให้เขาต้องมานั่งเป็นห่วงอยู่แบบนี้
“กว่าจะตื่นนะ! ไปกินข้าวได้แล้ว…เดี๋ยวผู้จัดการก็มารับ…ตาบ้า!! นายนี่น้าา ถ้าชั้นไม่อยู่ใครจะปลุกกัน?!” ถามกลับมากกว่าจะเป็นคำตอบที่ร่างสูงต้องการ อีทึกหัวเราะน้อยๆกับคำพูดของอีกฝ่าย
…คำพูดต่อว่าแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง…
มือเรียวโคลงศีรษะเล็กไปมา ก่อนจะจูบเบาบนแก้มเนียนจนคนตัวเล็กต้องหันมาตีซะยกใหญ่ ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างน่ามอง
“โอ๊ย…เจ็บนะ! ไปกินข้าวกันเหอะ…หิวแล้ว” มือเรียวดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะจูงอีกฝ่ายเดินออกจากห้อง
“แหม…กว่าจะออกมาได้นะฮะ นึกว่าจะต้องนั่งคอยจนท้องกริ่วแล้วซะอีก!” เสียงทุ้มแหบพล่าเอ่ยทันทีที่เห็นร่างเพรียวโปร่งของอีทึกกับฮีชอลเดินออกมาจากห้อง
“ถ้าหิวนักจะคอยทำไมเล่า!? แล้วยังจะมาทำครัวบ้านชั้นพังอีก คราวหลังนะ!…ถ้าหิวมากๆ นายก็ไปกินที่ห้องของคยูสิ!..จะมากินที่ห้องชั้นทำไม” บ่นเสียงดังใส่ร่างท้วมของคังอิน
“ถ้าไม่ติดว่าพี่อีทึกอยู่ห้องนี้ผมก็ไม่มาหรอก ใครจะอยากมาเจอพี่บ่นใส่ทุกเช้ากันล่ะ”
“อะไรนะ!! ทำไมจะต้องเกี่ยวกับอีทึกด้วย?!”
“เอาเหอะน่าา หิวกันแล้วก็กินเถอะ ฮีชอลมานั่งนี่สิ” เสียงทุ้มหวานขัดสงครามของเจ้าหญิงกับอสูรที่กำลังจะเกิด อีทึกบอกปัดก่อนจะเรียกให้คนสวยมานั่งด้านข้างของตัวเองฮีชอลแยกเขี้ยวใส่ร่างท้วม
“เชอะ! เข้าข้างกันดีนักนะ” เค้นเสียงเย็นใส่ร่างโปร่งที่นั่งด้านข้าง อีทึกโคลงหัวไปมาอย่างไม่สนใจ ก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้า
“นี่” เสียงหวานของซองมินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบบนโต๊ะอาหาร “พี่อีทึกแต่งเพลงเสร็จรึยังฮะ” ถามร่างสูงที่นั่งกินข้างเงียบๆกับฮีชอล
“อืม…ยังเลย” ตอบรับกลายๆ อย่างไม่สนใจ
“จริงสิ…พวกนายแต่งเพลงอะไรกัน ชั้นเห็นแต่งมาตั้งนานแล้วนะ…งานอะไรเหรอทึกกี้?” มือเรียวถือช้อนไว้ในมือ พลางเปิดปากถามเด็กหนุ่มอีกหลายคนที่นั่งอยู่กับโต๊ะ ปฏิกิริยาที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว เมื่อจู่ๆทุกคนก็สะดุ้งขึ้นมาน้อยๆเหมือนนัดกันเอาไว้
“อ่อ…ก็เพลงที่ผู้ใหญ่เขาให้ทำนะ ไม่มีอะไรหรอก” เสียงทุ้มตอบปัดๆ ดวงตากลมโตมองใบหน้าของน้องร่วมวงแต่ละคนที่ซีดขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แน่นะ?” ถามกลับอย่างคาดคั้น
“อื้อ”
“แล้วทำไมชั้นไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เสียงหวานยังคงถามต่อ อย่างอยากรู้เรื่องจริงๆให้ได้ อีทึกเหลือบมองใบหน้าเนียนของน้องแต่ละคนที่พร้อมใจกันก้มหน้าก้มตากินข้าว
“ก็นายงานเยอะ…อีกอย่าง ‘SJ-T’ ก็ยังไม่แน่ว่าจะกลับมาอีกรึเปล่า ผู้ใหญ่ก็เลยให้พวกชั้นแต่งเพลงไปก่อน” บอกอีกฝ่ายเสียงเบา ก่อนที่คนอื่นๆจะพร้อมใจกันคุยแข่ง เพราะรู้ดีว่าพี่ใหญ่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อยู่แล้ว
ที่เขารู้มาว่า ‘SJ-T’ จะเพอร์ฟอร์มก็ไม่รู้ว่าจะจริงรึเปล่า อีกอย่างถึงจะเป็นจริง…เขาก็แต่งเสร็จไปนานแล้ว แต่ที่กำลังแต่งอยู่ตอนนี้นะ…เพลงที่กะจะลงในอัลบั้มใหม่ต่างหาก เพลงที่เขาอยากจะแต่งให้ร่างบางด้านข้าง
“เอาจริงเหรอ? ให้ตายเถอะ! คุณอีคิดอะไรของเขาอยู่กันนะ?!!” พยักหน้ารับ ก่อนจะต้องบ่นออกมาเสียงดัง ถึงจะไม่เท่าเสียงคุยตอนนี้ก็เถอะ
“นั่นสิ…ว่าแต่วันนี้นายออกไปไหนรึเปล่า” หัวเราะน้อยๆกับการกระทำแบบเด็กๆของฮีชอล
“ไปสิ! อีกสามวันชั้นก็ต้องหยุดไปทำเลสิกงานยังเหลืออีกเพียบ สงสัยคงต้องให้พวกนั้น…มาช่วยแล้วล่ะ” บอกเสียงหวานก่อนจะใช้ส้อมจิ้มคิมบับรูปประหลาดตรงหน้าเข้าปาก
“อืม…ไม่เป็นไรหรอก พวกเราก็ว่างกันอยู่แล้วช่วงนี้…นายเองก็จะได้ไม่ต้องบ่นว่าเจ็บตาอีกเวลาตาอักเสบรู้มั้ยคนอื่นเขาเป็นห่วง” อีทึกยกมือเรียวลูบผมอีกฝ่ายอย่างเบามือ เอ็นดูแล้วก็เป็นห่วงคนตรงหน้ามากขนาดไหน
ตั้งแต่เกิดเรื่องกับเฮียวริ…ก็ไม่เคยคิดจะทำให้คนตัวเล็กต้องคิดมากอีก
“ฮีชอล!”
ร้องออกมาเสียงดัง ทันทีที่เห็นคนตัวเล็กลุกออกจากเก้าอี้พุ่งเข้าหาอ่างล้างจานด้านข้าน ก่อนที่ร่างโปร่งของตัวเองจะลุกขึ้นไปลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ ฮีชอลก้มหน้าอาเจียนอย่างนัก ไม่รู้ทำไมพอกินคิมบับแล้วถึงได้รู้สึกอยากอาเจียนขนาดนั้น…ไม่สิ พอได้กลิ่นอาหารพวกนั้น ภายในท้องมันปั่นป่วนจนแทบทรงตัวไม่อยู่ เหมือนกับมันโหวงเหวงแต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาด นิ้วเรียวสวยเกาะขอบอ่างแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือด กลิ่นอาหารบนโต๊ะทำให้อยากอาเจียนอีกไม่รู้สักเท่าไหร่
“เป็นอะไรไปฮีชอล?” น้ำเสียงร้อนรนของอีทึก เอ่ยถามทันทีที่ร่างเพรียวเมื่อครู่หันกลับมามอง ก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้นแผ่นหลังพิงกับเคาเตอร์ห้องครัว หอบน้อยๆ
“ซองมินไปเอายาดมในห้องที!” หันบอกน้องรักที่นั่งมองอย่างเป็นห่วง ใบหน้าหวานพยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งออกไปและกลับมาพร้อมยาดมในมือ อีทึกรับมาไว้ก่อนจะจัดการให้คนตัวเล็กดม ใบหน้าขาวเดิมของฮีชอลดูซีดเข้าไปอีกและพราวไปด้วยหยดน้ำอ่อนๆจนน่าเป็นห่วง ซองมินและทงเฮก้าวเข้ามาหาก่อนจะนั่งลงถูมือเรียวเล็กให้อุ่นขึ้น
“เหม็น…”
“ห๊ะ?!”
“เอาอาหารพวกนั้นออกไปที! เหม็นจะตายอยู่แล้ว!!” ร่างเพรียวหันมาบอกเสียงเบา ก่อนจะลุกกลับขึ้นไปอาเจียนอีกรอบ อีทึกได้แต่นั่งนิ่งก่อนจะหันกลับไปสั่งให้คังอิน ชินดงและฮยอกแจช่วยกันเก็บอาหารทั้งหมดออกไป ฮีชอลหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน มือเรียวเกาะอีทึกไว้แน่นทันทีที่ทรุดลงมานั่งอีกครั้ง เอนหัวลงซบกับไหล่ลาดของร่างเล็กอย่างทงเฮ
“เป็นอะไรฮะพี่ฮีชอล?”
มือเรียวของอีทึกทาบลงบนหน้าผากเนียน “ตัวก็ไม่ร้อน ไปนอนพักที่ห้องเถอะ” พูดจบก็ลงมืออุ้มร่างเพรียวบางของฮีชอลเข้าไปในห้อง
“คังอิน โทรหาตามหมอด่วนเลยนะ!” หันบอกร่างท้วมที่ยืนงงกับชินดงและฮยอกแจนอกห้อง คังอินสะดุ้งน้อยเมื่อมือเล็กของซองมินสะกิดที่ไหล่กว้าง ก่อนจะเดินเข้าไปโทรศัพท์ตามที่อีกฝ่ายสั่ง
.........................................................
.......................................................................
ไม่นานหนักร่างโปร่งคุ้นตา ‘ปาร์คจองมิน’ คุณหมอส่วนตัวและเพื่อนสนิทของพี่อีทึก ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ทุกคนในวงไม่สบาย ก็ยินดีมารักษาให้ทันที
“สวัสดีครับ พี่จองมิน” น้ำเสียงคุ้นเคยของคังอินเอ่ยทักร่างสูงโปร่งอย่างสนิทสนม ใบหน้าหล่อคมคายจัดว่าหน้าตาดีที่เดียว ร่างสูงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้างตามเอกลักษณ์ของตัวเอง
“ใครไม่สบายเหรอ ถึงได้เรียกมาด่วนแบบนี้” ริมฝีปากเรียวเอ่ยถามน้องคนสนิทอีกคน ที่ว่างเมื่อไหร่ก็มักจะไปนัดดื่มด้วยกันเสมอ คังอินชี้นิ้วเข้าไปในห้อง ก่อนจะพาร่างโปร่งของจองมินตามเข้าไป
“จองมิน...หวัดดี” เสียงทุ้มนุ่มทักทายเพื่อนเก่า แต่ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่จองมินแปลกใจ ทุกทีไม่ว่าจะเจอเมื่อไหร่อีทึกหรือจองซูก็ไม่เคยจะเครียดอะไรขนาดนี้
“ใครเป็นไรเหรอจองซู”
“ฮีชอลนะ เอาแต่อาเจียนอย่างเดียวเลย” ตอบก่อนจะหันกลับไปลูบหน้าผากเนียนเบาๆอย่างอ่อนโยน มองใบหน้าหวานที่เปลือกตาปิดสนิท จองมินมองการกระทำของเพื่อนรักก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะเขาเองก็คงเหมือนกัน…หากว่า ‘คริส’ คนรักของเขาไม่สบายแบบนี้
ใช่…ทั้งเขาและจองซูต่างก็หลงรักผู้ชายหน้าหวานด้วยกันทั้งคู่ ทำไมจะไม่เข้าใจล่ะ…ความรู้สึกที่เป็นห่วง…ห่วงเอามากๆ
“อืม…ไหนขอดูหน่อยสิ” ตอบรับคำเพื่อนพร้อมรอยยิ้ม มือเรียวแตะบ่าของอีทึกอย่างให้กำลังใจ ร่างสูงคลายยิ้มบนใบหน้าที่เครียดเล็กน้อย
“งั้นพวกชั้น…ออกไปคอยข้างนอกนะ” บอกเสียงเบาเดินนำคนอื่นๆออกไป จองมินมองอีทึกขำๆ เบือนหน้ามองใบหน้าเนียนของเด็กหนุ่มอีกสองคนที่เดินตามอีทึกเหมือนไม่อยากออกไป
“เอ่อ…ให้สองคนนี้อยู่กับชั้นได้รึเปล่า” เสียงทุ้มแหบพล่าถามอีทึก ร่างสูงพยักหน้ารับน้อยๆ
“เดี๋ยวช่วยพยุงฮีชอลนั่งทีนะ” บอกร่างเพรียวบางของซองมินและทงเฮ เด็กหนุ่มสองคนยิ้มกว้างพยักหน้ารับเข้าช่วยพยุงร่างบางของฮีชอลพิงกับหัวเตียง
นานพอควรก่อนที่ร่างสูงของจองมินและซองมินก็เดินออกมา ใบหน้าหล่อคมคายดูแปล่งๆจนอีทึกใจเสีย ผิดกับสีหน้าอมยิ้มจนแก้มแทบแตกของซองมิน
“เป็นไงบ้าง” ถามเพื่อนรักของตัวเองทันทีที่ร่างสูงอีกคนนั่งลงกับโซฟา
จองมินถอนหายใจเหนื่อยๆ มือเรียวแตะบ่าของอีทึกจนใบหน้าเนียนคมคายหน้าถอดสี ท่าทางของจองมินทำให้อีทึกไม่สบายใจ ร่างสูงก้มหน้าหลบสายตาของอีทึก สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะผ่อนออกมาช้าๆ “ดีใจด้วยนะ…พวกนายกำลังจะมีลูก” เงยหน้าบอกอีทึกด้วยรอยยิ้ม
“ใช่! พี่อีทึกกำลังจะมีลูก เราจะมีหลานแล้วพี่คังอิน พี่ชินดง ฮยอกแจ!!” ซองมินพยักหน้ายืนยันกับคำพูดของจองมิน ใบหน้าหวานคลายยิ้มดีใจอย่างสุดๆ ก่อนจะกระโดดกอดฮยอกแจแบบเด็กๆ
“พูดบ้าอะไร! ฮีชอลจะมีลูกได้ยังไง?”
อีทึกส่ายหน้าน้อยๆ
…ไม่เชื่อ…
ถึงในใจจะแอบดีใจก็เถอะ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้ที่ฮีชอลจะมีลูก…ถึงคนรักของเขาจะดูสวยดูบอบบางยิ่งกว่าผู้หญิง แต่ยังไงฮีชอลก็คือผู้ชาย!
“นั่นสิ! พี่ฮีชอลนี่นะจะมีลูก…เป็นไปไม่ได้!”
“จองซู…ชั้นเองก็เคยเจอเคสนี้มาแล้วเหมือนกัน ถึงจะตกใจก็เถอะ…ไม่นึกเลยนะว่านายกำลังจะมีลูก” จองมินขยับตัวน้อยๆ หันมองหน้าอีทึกไม่หลบ สายตามุ่งมั่นยืนยันจนอีทึกต้องถอนหายใจยอมรับความจริง
“สรุปว่า…ฮีชอลท้องจริงๆใช่มั้ย” ปากเรียวถามเพื่อนรักอีกครั้ง
“อื้อ! เข้าไปดูเขาหน่อยสิ…ท่าจะอึ้งไม่น้อยเหมือนกัน ชั้นให้ทงเฮดูอยู่นะ” พยักหน้ายืนยัน ก่อนจะไล่ให้ร่างสูงเข้าไปดูคนรัก
ประตูเรียวถูกเปิดขึ้นก่อนจะปิดลงช้าๆ ปรากฏร่างของลีดเดอร์ที่เดินเข้ามาในห้อง ทงเฮขยับตัวออกจากร่างบางที่ก้มหน้านิ่ง ลุกเดินออกไปจากห้องแต่ก็ไม่วายพูดแซวก่อน
“ดีใจด้วยนะฮะ…พี่อีทึก” อีทึกส่ายหัวน้อยๆ ยิ้มรับคำหยอกล้อของน้อง มองคนตัวเล็กที่นั่งเงียบก้มหน้าอยู่บนเตียงสาวเท้าเข้าไปหา
“ฮีชอล…” เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา ใบหน้าหวานเงยหน้าตามเสียงเรียก ก่อนที่ดวงตาคู่โตจะคลอไปด้วยหยดน้ำและไหลอาบแก้มเนียนสวยอย่างไม่รู้ตัว อีทึกถลาเข้าไปหาด้วยความตกใจ ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด “ร้องไห้ทำไม”
“ชั้น…ชั้นไม่รู้! มันบอกไม่ถูก…ดีใจ แต่ก็เสียใจ แล้วก็กลัว!..อึก…อีทึกชั้นกลัว…จะทำยังไงดี!?” เสียงหวานบอกอีทึกเบาๆ ก่อนจะโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของร่างสูง สะอื้นหนักจนร่างสูงต้องกอดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น
“จะทำยังไงดี?…ทึกกี้!…ชั้นจะมีเขาได้เหรอ…ลูก…เราจะมีเขาเหรอ…มันเป็นไปได้ยังไง!…ชั้น…อึก…ฮือ!” อีทึกไม่ตอบ ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบ เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นมาได้! พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน?…
นานกว่าฮีชอลจะสงบลง อีทึกกอดคนตัวเล็กเอาไว้ตลอดเวลา มือเรียวลูบเบาผมเนียนของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน จูบเบาลงบนขมับหวังปลอบให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
“เรา…เลี้ยงเขาได้นี่!…ไม่เป็นไรหรอก…มันต้องมีทางออก อีกไม่กี่ปีบางทีชั้นกับนายก็คงต้องกลายเป็นตาแก่ยายแก่ ดีออก!…เรามีลูกสักคนมาดูแล” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกข้างหูอีกฝ่าย เรียกให้ใบหน้าหวานแดงขึ้นมาจนอดหัวเราะไม่ได้
“หึ!…บ้า ใครจะเป็นตาแก่กับยายแก่กันห๊ะ?! ชั้นไม่ยอมแก่ง่ายๆหรอกน่า” ฮีชอลหัวเราะออกมาน้อยๆ หันกลับไปตวาดใส่ร่างสูงที่กอดอยู่
“นายนั่นแหละที่แก่!!” นัยน์ตากลมโตมองลึกลงในดวงตาสีนิลของอีทึก
“ทึกกี้…นาย…ดีใจมั้ย?” แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นอ้อมกอดที่คุ้นเคย ฮีชอลหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าซุกกับไหล่ลาดของอีทึก มือเรียวลูบเบาที่หลังเนียนเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นน้อยจากอีกฝ่าย
...ฮีชอลกำลังร้องไห้…
“ดีใจสิ…ดีใจมากด้วย ชั้นรักนาย…แล้วก็รักลูกของ ’เรา’ ด้วย!” เสียงสะอื้นดังอู้อี้ปนกับเสียงพูดของฮีชอลจนจับใจความไม่ได้
แต่มีอย่างเดียวที่อีทึกรู้…รัก…รักคนในอ้อมกอดมากกว่าเดิม
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน…หรือเกิดอะไรขึ้น…ก็ยังรักคนคนนี้…
…ก๊อก ก๊อก...
ประตูห้องถูกเปิดออก ก่อนที่ร่างเพรียวของบรรดาน้องคนอื่นๆจะเดินเข้ามาพร้อมกับปาร์คจองมิน อีทึกละสายตาจากร่างเพรียวบนเตียงที่นอนหลับสนิท หันมองคนอื่นๆอย่างเคย ปากเรียวสวยเจือรอยยิ้มหวาน
“ว่าไงฮะ…พี่ฮีชอลหลับแล้วเหรอ”
“อื้อ เพิ่งหลับนะ นั่งสิจองมิน…พวกนายด้วย” เอ่ยปากชวนคนอื่นๆที่เข้าในห้อง ร่างสูงขยับออกห่างจากคนที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเข้าไปนั่งคุยกับคนอื่นๆที่พร้อมใจกันนั่งลงกับเตียงของเขา
“เขาว่าไงบ้างล่ะ” จองมินเอ่ยปากถาม มองใบหน้าหวานขาวเนียนติดจะซีดจนดูน่ากังวลที่หลับสนิทอยู่บนเตียงอย่างเอ็นดู
“…ไม่รู้สิ แต่ชั้นกับเขาก็คงจะ…เอาเด็กไว้นั่นแหละ ลูกของชั้นนี่น่า!” ตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มือเรียวปัดผมออกจากหน้าผากเนียน
“ดีแล้วละฮะ ผมอยากเล่นกับหลานเร็วๆจัง! เนอะ…ทงเฮ” ซองมินลุกขึ้นยืน เท้าเรียวเดินเข้าไปหาฮีชอล อมยิ้มกว้างจนน่าเอ็นดูพยักหน้าเห็นด้วยกับทงเฮและคนอื่นๆ
“แล้วนี่…นายว่างเหรอ มีงานรึเปล่า” ละสายตาจากร่างเพรียวของซองมินและทงเฮ กลับมาถามเพื่อนสนิท
“งาน! บ้าจริง...ซองมิน ทงเฮ ไปเร็ว!! เมื่อกี้ผู้จัดการโทรเข้ามาแล้วนี่น่า” คังอินทวนคำร่างสูงอีกครั้ง ก่อนจะตกใจสะดุ้งสุดตัวเรียกชื่อเด็กหนุ่มหน้าหวานอีกสองคนที่ยังคงเล่นกันอยู่ หันมองฮยอกแจและชินดงที่มีอาการไม่ต่างกัน
“พี่…พวกผมไปก่อนนะ! อ่อ…ส่วนพี่อีทึกนะ เดี๋ยวตอนดึกออกไปเร็วๆด้วยล่ะ” ฮยอกแจตะโกนบอกพี่ใหญ่อีกสองคน พลางจูงมือเรียวของซองมินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว อีทึกพยักหน้ารับมองจองมินที่ยิ้มขำๆ
“พวกนายนี่งานยุ่งเหมือนเดิมเลยนะ”
“ก็นะ…แล้วนายล่ะ ว่างรึเปล่า…นี่ก็เก้าโมงกว่าแล้วไม่ไปทำงานเหรอ” หัวเราะน้อยๆ ถามเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง เพราะยังเช้าอยู่เขาก็เลยเรียกออกมาจนลืมดูเวลา
“วันนี้ว่างนะ…แต่เดี๋ยวจะกลับไปดูคริสหน่อย…ไม่สบายอยู่” บอกอีทึก ใบหน้าเนียนหล่อแย้มรอยยิ้มจนร่างสูงอดที่จะแซวไม่ได้
“เป็นอะไรมากรึเปล่า?…จะกลับก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวชั้นดูฮีชอลเอง”
“อ่อ…ให้กินยาแล้วนะ คริสเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร จริงสิ…ช่วงนี้ก็ดูแลฮีชอลเขาหน่อยนะ อาจจะตามอารมณ์ยากบ้าง แต่ก็เข้าใจ…นิดนึง” จองมินเอ่ยยิ้มๆ มองฮีชอลก่อนจะหันกลับมาพูดกับอีทึก
“อารมณ์เหรอ?…ชินแล้วล่ะ ยัยนั่นนะเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย จนพวกนั้นนะกลัวกันสุดๆ” โคลงหัวไปมาอย่างอารมณ์ดี ทุกครั้งที่พูดถึงฮีชอลอีทึก…มีแต่รอยยิ้มเสมอ…
“แต่นายก็ชอบ…ไม่สิ…รัก ‘เขา’ มากสินะ” คำพูดตรงๆที่ทำให้อีทึกต้องหัวเราะแก้เขิน ใบหน้าหล่อซับสีจางๆ จนคนมองต้องหัวเราะตาม
“รักสิ…รักมากซะด้วย ชั้นขอบเขาที่เขาเป็นคนแบบนี้ เขาเข้มแข็ง…มากจนชั้นเองอดเป็นห่วงไม่ได้” ตอบรับอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนเรื่อง
“คงจะจริง…ชั้นเองก็เคยได้ยินจาก ‘คริส’ ว่าฮีชอลนะเข้มแข็ง…แต่ก็น่าเป็นห่วงจริงๆนั่นแหละ เอ่อ…ชั้นว่าชั้นกลับก่อนดีกว่า” จองมินรับคำอีทึก ก่อนจะรีบขอตัวกลับ จนร่างสูงอดแซวไม่ได้ “คิดถึงคริสขึ้นมาล่ะสิ”
หัวเราะกับสิ่งที่อีทึกพูด แต่มันก็คือเรื่องจริง พอเห็นอีทึกเป็นห่วงฮีชอลขนาดนี้เขาก็อดคิดถึงคริสขึ้นมาไม่ได้…ไม่รู้ว่าตอนนี้คนตัวเล็กของเขาจะยังนอนอยู่รึเปล่า
“ฮีชอลนี่…น่าอิจฉานะ ถ้าคนอื่นที่ชอบนายมาเห็น…พวกเขาคงจะอิจฉาฮีชอลที่นายรักและเป็นห่วงเขาแบบนี้” อีทึกส่ายหัวเป็นคำตอบที่จองมินพูดเมื่อครู่ “ชั้นต่างหากที่ต้องอิจฉา”
“หือ?”
“ฮีชอล…มีคนอีกมากมายที่คอยดูแลเขา ทั้งกลีบดอกไม้ ทั้งน้องๆ ครอบครัวและคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเอลฟ์หรือแม้แต่นาย ทุกครั้งที่พวกนายเป็นห่วงเขา…ส่วนหนึ่งในใจของฮีชอลก็จะมีเรื่องของพวกนายตลอดเวลา จนบ้างทีชั้นเอง…ยังกลัวว่าในหัวใจของฮีชอลจะมีชั้นอยู่รึเปล่า?” อีทึกลูบเบาบนผมเนียน มองคนตัวเล็กที่หายใจเขาออกอย่างสม่ำเสมอ
“คิดมากน่า…เขารักนายนะ…เชื่อในตัวเขาบ้างจองซู ชั้นยอมรับนะว่าอิจฉาพวกนาย ทั้งที่แสดงออกไม่ได้แต่นายก็รักและห่วงใยเขา จนชั้นเองยัง…ยอมแพ้เลย” จองซูเปรยยิ้มๆ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองอีทึกที่ห่มผ้าให้ฮีชอล ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับเขา
“จองมิน…อย่ายอมแพ้สิ กว่าชั้นกับเขาจะได้ขนาดนี้…เรา…เจ็บกันมามาก”
”นั่นสินะ…สักเดือนหน้าแล้วชั้นจะมาตรวจให้ใหม่แล้วกัน” จองมินขยับกระเป๋า มือเรียวจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ ก่อนจะส่งยาให้อีทึกถุงหนึ่ง ร่างโปร่งรับยามาแบบงงๆ มองเพื่อนสนิทด้วยสายตาเป็นคำถาม
“เขาไม่สบายอยู่…แต่เขาขอยานี่ให้นาย บอกว่า ‘ทึกกี้บ่นว่าปวดหลังบ่อยๆ’ ชั้นเอายาติดมาด้วยก็เลยให้ซะเลยแล้วกัน” รอยยิ้มอบอุ่นทั้งนัยน์ตาและเรียวปาก ทำให้จองมินได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ อิจฉาคนสองคนนี้จริงๆ รัก…และห่วงใยมากกว่าใครเพื่อน
“ขอบใจนะ…จองมิน วันหลังจะชวนไปดื่มด้วยกันแล้วจะพาฮีชอลไปด้วย”
“เอาสิ…ไปนะ โชคดีล่ะ” โบกมือลาให้ร่างสูง ก่อนจะปิดประตูลงช้าๆ มือเรียวยกซองยาในมือขึ้นดู อมยิ้มกับความน่ารักของอีกฝ่าย
“ยัยบ้า…นายนี่น้าา” พึมพำเบาๆ
.........................................................
.......................................................................
TBC.




