Fic-Exodus

[Fic] Exodus 1

posted on 08 Apr 2008 10:12 by femodos  in Fic-Exodus

 

 

ระหว่างที่คอยเรื่อง Still Belive ขอลงเรื่องนี้ให้ก่อนนะค่ะทุกคน  อ่านเป็นฟิคฆ่าเวลาก็ได้ ฮ่าๆ ^W^  แต่ก็ฝากเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องนะ..แล้วจะกลับมาให้เร็วกว่าที่คิดจ้า!

 

 

Exodus

 

 

 

 

 เสียงหัวเราะสดใสของสมาชิกอีกหลายคนที่พร้อมใจกันเดินมาที่ห้องของลีดเดอร์เหมือนปกติที่ทำทุกวัน  แพรขนตางอนขยับกระพริบถี่ๆ ปรับแสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องให้มองเห็นภาพต่างๆได้ชัดเจนขึ้นมาหน่อย          
  

 พี่อีทึก! พี่ฮีชอล  ตื่นรึยังฮะเช้าแล้วนะร่างเพรียวพลิกตัวไปมาบนเตียง ตื่นตั้งนานแล้วแต่เพราะเป็นวันเสาร์ตื่นสายบางสักวันคงดีไม่น้อย  แค่คิดก็ได้แต่หัวเราะน้อยๆ            


เมื่อวานกว่าจะได้คุยกับอีทึก
ตาบ้านั่นก็เอาแต่นั่งแต่งเพลงจนไม่สนใจ ไม่ว่าจะแกล้งขนาดไหน บ่นสักเท่าไหร่ อีทึกก็ไม่สนใจสุดท้ายก็เลยต้องเอาเนื้อเพลงที่ตาบ้านั่นแต่งไปซ่อน  คิดแล้วก็ต้องส่ายหัว  เพราะอีทึกเป็นแบบนี้นะสิเวลาทำอะไรก็ทุ่มเทให้จนสุดท้ายเจ้าเองต่างหากที่ต้องมานั่งเครียด กลัวว่างานที่ทำจะออกมาไม่ดี
            


 
ผมเข้าไปนะเสียงหวานของซองมินดังเบาๆ ก่อนเจ้าตัวจะเปิดประตูเข้ามาในห้อง  ฮีชอลหยุดมองใบหน้าหวานที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
 วันนี้ซองมินมาแปลกถึงขนาดเข้ามาในห้องของเขากับอีทึก           


 
มีอะไร  ซองมินใบหน้าหวานถามน้องร่วมวงคิ้วเรียวยกขึ้นอย่างสงสัย  ร่างเพรียวขยับลุกขึ้นช้าๆ มือเรียวจัดทรงผมให้เข้าที่ ถามเสียงหวานมองใบหน้าเนียนของซองมินที่จ้องอีทึกอย่างขำๆ
            


 
“..วันนี้  พี่อีทึกบอกว่าจะเอาเพลงมาให้ผมดู  แต่ผมรอไม่ไหวก็เลยมาดูก่อนฮะ” 
            


 
หมอนั่นยังไม่ตื่นหรอก
เมื่อคืนกว่าจะนอนก็ตีสามฮีชอลพูดพลางพยักหน้าไปที่ก้อนผ้าห่ม  เท้าเรียวสาวเข้ามาใกล้กับร่างบางของซองมินมองใบหน้าอีทึกที่หลุดออกมาจากผ้าห่มนิดหน่อย            


 
ตีสาม! พวกพี่ทำอะไรกันนะ?  หรือว่า..?!” นิ้วเรียวที่กำลังจะเอื้อมสะกิดร่างโปร่งใต้ผ้าห่มชะงักทันทีที่ได้ยินคำพูดของน้องชายคนสนิท  ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง ก่อนจะต้องรีบยกมือปิดรอยคิสมารค์ที่อีกฝ่ายคงทำไว้เมื่อคืน
            


บ้า!! ลีซองมินนายหยุดคิดไปเลยนะ!…ตานี่นั่งแต่งเพลงให้นายนั่นแหละเหอะ  ปลุกให้ด้วยแล้วกัน ชั้นไปอาบน้ำแล้ว!!” ตวาดใส่น้องชายข้างตัว 
 เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อลีซองมินมองตามมองแผ่นหลังบางที่ลุกเดินเข้าห้องน้ำ  ใบหน้าสวยหวานแดงขึ้นจนต้องกลั้นหัวเราะ  ยิ่งท่าทางที่เอามือเรียวปิดที่คอแบบนั้นยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยแต่ก็น่ารักเข้าไปอีก   


ขี้อายเหมือนกันนี่นา  พี่ฮีชอล
 




ซองมิน!…มาดูข้าวให้หน่อยสิ  พี่คังอินเขาจะทำมันไหม้แล้ว!!” ร่างบางสะดุ้งน้อยๆ ประตูบานเดิมถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าของเพื่อนรัก ลีทงเฮที่กำลังยืนทำหน้าเซงสุดๆ
 หัวเราะกับท่าทีของเพื่อน ก่อนจะถูกร่างเพรียวของทงเฮลากตัวออกไป  ข้าวเช้าของวันนี้จะได้กินรึเปล่าก็ต้องอยู่ที่เขาแล้วสินะ  เพราะพี่ฮันเกิงกับซีวอนต่างก็ไปจีนกันทั้งคู่  ส่วนพวกรยออุค คยูฮยอนพวกนั้นก็คงจัดการกันเรียบร้อยแล้ว 


พี่ฮีชอลปลุกพี่อีทึกเองนะฮะ  ผมไปดูกับข้าวให้ก่อน!” ตะโกนเสียงดังให้คนที่อยู่ในห้องน้ำได้ยิน ก่อนจะรีบวิ่งตามร่างเพรียวของทงเฮที่วิ่งไปดูหลังจากได้กลิ่นไหม้น้อยๆจากห้องครัว
 


นานพักใหญ่ที่ร่างเพรียวของฮีชอลจะเดินออกมาจากห้องน้ำ  ใบหน้าสวยมองคนรักที่ยังนอนอยู่บนเตียง  ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินเข้าไปปลุก
 


นี่!  ตาบ้าทึกกี้!…ตื่นได้แล้วสะกิดร่างโปร่งเบาๆ  อมยิ้มกับท่าทางของร่างสูงที่เอาแต่ขยับหนี
 


อีทึกตื่นได้แล้ว! ถ้านายไม่ตื่นชั้นจะตีนายนะ!” เสียงหวานดังกว่าเดิมนิดหน่อย  พลางดึงผ้าห่มออกจากร่างโปร่งที่เอาแต่ขยับพลิกตัวหนีไปเรื่อยๆ   
 


อืออีกแปปน่าาา  เดี๋ยวชั้นลุกนะฮีชอลอีทึกพึมพำออกมาเบาๆ  ฮีชอลถอนหายใจน้อยๆ เพราะเอาแต่นอนดึกนั่นแหละถึงลุกไม่ขึ้นแบบนี้!
 


งั้นชั้นไปแต่งตัวเสร็จแล้วนายต้องตื่นนะ!!”
 


อืมม…” ตอบรับทั้งที่ยังปิดเปลือกตาอยู่ มือเรียวตีอีทึกที่แขนก่อนจะเดินเข้าไปแต่งตัวอีกที  ถึงอย่างนั้นร่างโปร่งก็ยังแย้มรอยยิ้มอ่อนๆกับการกระทำของร่างบาง
 รู้ดีว่าอีทึกเป็นคนแบบไหนชอบทำทุกอย่างจนสุดความสามารถ   


แต่ก็เพราะแบบนี้แหละ ที่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต้องคอยดูอีทึกอยู่ห่างๆ  ชอบทำงานจนลืมสนใจตัวเองและคนรอบข้าง  เป็นห่วงรู้ดีว่าคนคิดมากอย่างอีทึกชอบจะเก็บงานมาคิดตลอดเวลา
 



 


เท้าเรียวของฮีชอลเดินเข้ามาในห้อง  มองเตียงเปล่าของร่างสูงยิ้มๆ  อย่างน้อยอีทึกก็ยังรู้เวลา  เสียงกุกกักของคนในห้องน้ำทำให้ฮีชอลละสายตาจากโน้ตบุ๊กเครื่องโปรด  นิ้วเรียวกดอ่านไซเวิลด์ของคนตัวสูงอย่างสนใจ
 


[LEETEUK] Cyworld Updated
080313
01:11

Top page


..PRAY...


Cover page

-ANGEL-

..Sentimental.. (อารมณ์อ่อนไหว)


Diary Page

คิดถึงเรื่องนั้นบ่อยมาก..นอนไม่หลับเลยแม้แต่ชั่วโมงเดียว..^^;;

ทุกคนสบายดีรึป่าว???....
  

 


หัวเราะน้อยๆกับข้อความตรงหน้า  แน่ล่ะจะนอนหลับได้ยังไงก็เล่นแต่งเพลงแล้วก็ลบแก้ใหม่อยู่นั่นแหละ วันๆเอาแต่คิดถึงเรื่องนี้
…“เมื่อไหร่มันจะเสร็จกันล่ะตาบ้า 


ดูอะไรอยู่หือ?” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู  จนไหล่บางสะดุ้งน้อยๆ  ใบหน้าสวยหันกลับมามองคนถามอย่างหมั่นไส้  ก็ใครกันล่ะที่ทำให้เขาต้องมานั่งเป็นห่วงอยู่แบบนี้
 


กว่าจะตื่นนะ! ไปกินข้าวได้แล้วเดี๋ยวผู้จัดการก็มารับตาบ้า!!  นายนี่น้าา ถ้าชั้นไม่อยู่ใครจะปลุกกัน?!” ถามกลับมากกว่าจะเป็นคำตอบที่ร่างสูงต้องการ  อีทึกหัวเราะน้อยๆกับคำพูดของอีกฝ่าย  
 


คำพูดต่อว่าแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบัง
 


มือเรียวโคลงศีรษะเล็กไปมา  ก่อนจะจูบเบาบนแก้มเนียนจนคนตัวเล็กต้องหันมาตีซะยกใหญ่ ใบหน้าหวานแดงระเรื่ออย่างน่ามอง 
 


โอ๊ยเจ็บนะ! ไปกินข้าวกันเหอะหิวแล้ว  มือเรียวดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะจูงอีกฝ่ายเดินออกจากห้อง
  



แหมกว่าจะออกมาได้นะฮะ  นึกว่าจะต้องนั่งคอยจนท้องกริ่วแล้วซะอีก!” เสียงทุ้มแหบพล่าเอ่ยทันทีที่เห็นร่างเพรียวโปร่งของอีทึกกับฮีชอลเดินออกมาจากห้อง  
 


ถ้าหิวนักจะคอยทำไมเล่า!? แล้วยังจะมาทำครัวบ้านชั้นพังอีก  คราวหลังนะ!…ถ้าหิวมากๆ นายก็ไปกินที่ห้องของคยูสิ!..จะมากินที่ห้องชั้นทำไมบ่นเสียงดังใส่ร่างท้วมของคังอิน
 


ถ้าไม่ติดว่าพี่อีทึกอยู่ห้องนี้ผมก็ไม่มาหรอก  ใครจะอยากมาเจอพี่บ่นใส่ทุกเช้ากันล่ะ
 


อะไรนะ!! ทำไมจะต้องเกี่ยวกับอีทึกด้วย?!”
 


เอาเหอะน่าา  หิวกันแล้วก็กินเถอะ  ฮีชอลมานั่งนี่สิเสียงทุ้มหวานขัดสงครามของเจ้าหญิงกับอสูรที่กำลังจะเกิด  อีทึกบอกปัดก่อนจะเรียกให้คนสวยมานั่งด้านข้างของตัวเอง
ฮีชอลแยกเขี้ยวใส่ร่างท้วม             


เชอะ! เข้าข้างกันดีนักนะเค้นเสียงเย็นใส่ร่างโปร่งที่นั่งด้านข้าง  อีทึกโคลงหัวไปมาอย่างไม่สนใจ  ก่อนจะลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้า
            


นี่เสียงหวานของซองมินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบบนโต๊ะอาหาร
พี่อีทึกแต่งเพลงเสร็จรึยังฮะถามร่างสูงที่นั่งกินข้างเงียบๆกับฮีชอล            


อืมยังเลยตอบรับกลายๆ อย่างไม่สนใจ
            


จริงสิพวกนายแต่งเพลงอะไรกัน  ชั้นเห็นแต่งมาตั้งนานแล้วนะงานอะไรเหรอทึกกี้?” มือเรียวถือช้อนไว้ในมือ  พลางเปิดปากถามเด็กหนุ่มอีกหลายคนที่นั่งอยู่กับโต๊ะ ปฏิกิริยาที่ทำให้ต้องขมวดคิ้ว  เมื่อจู่ๆทุกคนก็สะดุ้งขึ้นมาน้อยๆเหมือนนัดกันเอาไว้     
            


อ่อก็เพลงที่ผู้ใหญ่เขาให้ทำนะ  ไม่มีอะไรหรอกเสียงทุ้มตอบปัดๆ ดวงตากลมโตมองใบหน้าของน้องร่วมวงแต่ละคนที่ซีดขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
            


แน่นะ?”  ถามกลับอย่างคาดคั้น
            


อื้อ
 


แล้วทำไมชั้นไม่เห็นรู้เรื่องเลยเสียงหวานยังคงถามต่อ อย่างอยากรู้เรื่องจริงๆให้ได้  อีทึกเหลือบมองใบหน้าเนียนของน้องแต่ละคนที่พร้อมใจกันก้มหน้าก้มตากินข้าว
 


ก็นายงานเยอะอีกอย่าง ‘SJ-T’ ก็ยังไม่แน่ว่าจะกลับมาอีกรึเปล่า  ผู้ใหญ่ก็เลยให้พวกชั้นแต่งเพลงไปก่อนบอกอีกฝ่ายเสียงเบา ก่อนที่คนอื่นๆจะพร้อมใจกันคุยแข่ง เพราะรู้ดีว่าพี่ใหญ่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อยู่แล้ว
 


ที่เขารู้มาว่า
‘SJ-T’ จะเพอร์ฟอร์มก็ไม่รู้ว่าจะจริงรึเปล่า  อีกอย่างถึงจะเป็นจริงเขาก็แต่งเสร็จไปนานแล้ว แต่ที่กำลังแต่งอยู่ตอนนี้นะเพลงที่กะจะลงในอัลบั้มใหม่ต่างหาก  เพลงที่เขาอยากจะแต่งให้ร่างบางด้านข้าง 


เอาจริงเหรอ?  ให้ตายเถอะ! คุณอีคิดอะไรของเขาอยู่กันนะ?!!” พยักหน้ารับ ก่อนจะต้องบ่นออกมาเสียงดัง  ถึงจะไม่เท่าเสียงคุยตอนนี้ก็เถอะ
 


นั่นสิว่าแต่วันนี้นายออกไปไหนรึเปล่าหัวเราะน้อยๆกับการกระทำแบบเด็กๆของฮีชอล
 


ไปสิ!  อีกสามวันชั้นก็ต้องหยุดไปทำเลสิกงานยังเหลืออีกเพียบ  สงสัยคงต้องให้พวกนั้นมาช่วยแล้วล่ะบอกเสียงหวานก่อนจะใช้ส้อมจิ้มคิมบับรูปประหลาดตรงหน้าเข้าปาก
 


อืมไม่เป็นไรหรอก  พวกเราก็ว่างกันอยู่แล้วช่วงนี้นายเองก็จะได้ไม่ต้องบ่นว่าเจ็บตาอีกเวลาตาอักเสบรู้มั้ยคนอื่นเขาเป็นห่วงอีทึกยกมือเรียวลูบผมอีกฝ่ายอย่างเบามือ เอ็นดูแล้วก็เป็นห่วงคนตรงหน้ามากขนาดไหน  
 


ตั้งแต่เกิดเรื่องกับเฮียวริ
ก็ไม่เคยคิดจะทำให้คนตัวเล็กต้องคิดมากอีก      

 

 






ฮีชอล!”


ร้องออกมาเสียงดัง ทันทีที่เห็นคนตัวเล็กลุกออกจากเก้าอี้พุ่งเข้าหาอ่างล้างจานด้านข้าน  ก่อนที่ร่างโปร่งของตัวเองจะลุกขึ้นไปลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ
 ฮีชอลก้มหน้าอาเจียนอย่างนัก ไม่รู้ทำไมพอกินคิมบับแล้วถึงได้รู้สึกอยากอาเจียนขนาดนั้นไม่สิ  พอได้กลิ่นอาหารพวกนั้น  ภายในท้องมันปั่นป่วนจนแทบทรงตัวไม่อยู่  เหมือนกับมันโหวงเหวงแต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาด  นิ้วเรียวสวยเกาะขอบอ่างแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือด กลิ่นอาหารบนโต๊ะทำให้อยากอาเจียนอีกไม่รู้สักเท่าไหร่   


เป็นอะไรไปฮีชอล?” น้ำเสียงร้อนรนของอีทึก เอ่ยถามทันทีที่ร่างเพรียวเมื่อครู่หันกลับมามอง ก่อนจะค่อยๆทรุดลงนั่งกับพื้นแผ่นหลังพิงกับเคาเตอร์ห้องครัว หอบน้อยๆ
 


ซองมินไปเอายาดมในห้องที!” หันบอกน้องรักที่นั่งมองอย่างเป็นห่วง ใบหน้าหวานพยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งออกไปและกลับมาพร้อมยาดมในมือ
 อีทึกรับมาไว้ก่อนจะจัดการให้คนตัวเล็กดม  ใบหน้าขาวเดิมของฮีชอลดูซีดเข้าไปอีกและพราวไปด้วยหยดน้ำอ่อนๆจนน่าเป็นห่วง ซองมินและทงเฮก้าวเข้ามาหาก่อนจะนั่งลงถูมือเรียวเล็กให้อุ่นขึ้น  


เหม็น…”
 


ห๊ะ?!”
 


เอาอาหารพวกนั้นออกไปที! เหม็นจะตายอยู่แล้ว!!” ร่างเพรียวหันมาบอกเสียงเบา  ก่อนจะลุกกลับขึ้นไปอาเจียนอีกรอบ อีทึกได้แต่นั่งนิ่งก่อนจะหันกลับไปสั่งให้คังอิน ชินดงและฮยอกแจช่วยกันเก็บอาหารทั้งหมดออกไป
 ฮีชอลหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน  มือเรียวเกาะอีทึกไว้แน่นทันทีที่ทรุดลงมานั่งอีกครั้ง เอนหัวลงซบกับไหล่ลาดของร่างเล็กอย่างทงเฮ


เป็นอะไรฮะพี่ฮีชอล?”
 


มือเรียวของอีทึกทาบลงบนหน้าผากเนียน
ตัวก็ไม่ร้อน ไปนอนพักที่ห้องเถอะพูดจบก็ลงมืออุ้มร่างเพรียวบางของฮีชอลเข้าไปในห้อง  


คังอิน  โทรหาตามหมอด่วนเลยนะ!” หันบอกร่างท้วมที่ยืนงงกับชินดงและฮยอกแจนอกห้อง  คังอินสะดุ้งน้อยเมื่อมือเล็กของซองมินสะกิดที่ไหล่กว้าง  ก่อนจะเดินเข้าไปโทรศัพท์ตามที่อีกฝ่ายสั่ง
 

 


.........................................................

....................................................................... 


 


 
ไม่นานหนักร่างโปร่งคุ้นตา
ปาร์คจองมินคุณหมอส่วนตัวและเพื่อนสนิทของพี่อีทึก  ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ทุกคนในวงไม่สบาย ก็ยินดีมารักษาให้ทันที 


สวัสดีครับ พี่จองมินน้ำเสียงคุ้นเคยของคังอินเอ่ยทักร่างสูงโปร่งอย่างสนิทสนม  ใบหน้าหล่อคมคายจัดว่าหน้าตาดีที่เดียว ร่างสูงพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มกว้างตามเอกลักษณ์ของตัวเอง
 


ใครไม่สบายเหรอ ถึงได้เรียกมาด่วนแบบนี้ริมฝีปากเรียวเอ่ยถามน้องคนสนิทอีกคน ที่ว่างเมื่อไหร่ก็มักจะไปนัดดื่มด้วยกันเสมอ  คังอินชี้นิ้วเข้าไปในห้อง ก่อนจะพาร่างโปร่งของจองมินตามเข้าไป 
 


จองมิน...หวัดดีเสียงทุ้มนุ่มทักทายเพื่อนเก่า แต่ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่จองมินแปลกใจ  ทุกทีไม่ว่าจะเจอเมื่อไหร่อีทึกหรือจองซูก็ไม่เคยจะเครียดอะไรขนาดนี้
 


ใครเป็นไรเหรอจองซู
 


ฮีชอลนะ  เอาแต่อาเจียนอย่างเดียวเลยตอบก่อนจะหันกลับไปลูบหน้าผากเนียนเบาๆอย่างอ่อนโยน มองใบหน้าหวานที่เปลือกตาปิดสนิท จองมินมองการกระทำของเพื่อนรักก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
 เพราะเขาเองก็คงเหมือนกันหากว่า คริสคนรักของเขาไม่สบายแบบนี้


ใช่
ทั้งเขาและจองซูต่างก็หลงรักผู้ชายหน้าหวานด้วยกันทั้งคู่  ทำไมจะไม่เข้าใจล่ะความรู้สึกที่เป็นห่วงห่วงเอามากๆ            


อืมไหนขอดูหน่อยสิตอบรับคำเพื่อนพร้อมรอยยิ้ม มือเรียวแตะบ่าของอีทึกอย่างให้กำลังใจ ร่างสูงคลายยิ้มบนใบหน้าที่เครียดเล็กน้อย
 


งั้นพวกชั้นออกไปคอยข้างนอกนะ  บอกเสียงเบาเดินนำคนอื่นๆออกไป
 จองมินมองอีทึกขำๆ  เบือนหน้ามองใบหน้าเนียนของเด็กหนุ่มอีกสองคนที่เดินตามอีทึกเหมือนไม่อยากออกไป


เอ่อให้สองคนนี้อยู่กับชั้นได้รึเปล่า  เสียงทุ้มแหบพล่าถามอีทึก ร่างสูงพยักหน้ารับน้อยๆ
 


เดี๋ยวช่วยพยุงฮีชอลนั่งทีนะบอกร่างเพรียวบางของซองมินและทงเฮ  เด็กหนุ่มสองคนยิ้มกว้างพยักหน้ารับเข้าช่วยพยุงร่างบางของฮีชอลพิงกับหัวเตียง
 

 




นานพอควรก่อนที่ร่างสูงของจองมินและซองมินก็เดินออกมา ใบหน้าหล่อคมคายดูแปล่งๆจนอีทึกใจเสีย ผิดกับสีหน้าอมยิ้มจนแก้มแทบแตกของซองมิน
 


เป็นไงบ้างถามเพื่อนรักของตัวเองทันทีที่ร่างสูงอีกคนนั่งลงกับโซฟา 


จองมินถอนหายใจเหนื่อยๆ มือเรียวแตะบ่าของอีทึกจนใบหน้าเนียนคมคายหน้าถอดสี  ท่าทางของจองมินทำให้อีทึกไม่สบายใจ
 ร่างสูงก้มหน้าหลบสายตาของอีทึก สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะผ่อนออกมาช้าๆ ดีใจด้วยนะพวกนายกำลังจะมีลูกเงยหน้าบอกอีทึกด้วยรอยยิ้ม 


ใช่! พี่อีทึกกำลังจะมีลูก  เราจะมีหลานแล้วพี่คังอิน พี่ชินดง ฮยอกแจ!!” ซองมินพยักหน้ายืนยันกับคำพูดของจองมิน  ใบหน้าหวานคลายยิ้มดีใจอย่างสุดๆ ก่อนจะกระโดดกอดฮยอกแจแบบเด็กๆ
 


พูดบ้าอะไร! ฮีชอลจะมีลูกได้ยังไง?”


อีทึกส่ายหน้าน้อยๆ
 


ไม่เชื่อ
 


ถึงในใจจะแอบดีใจก็เถอะ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้
! เป็นไปไม่ได้ที่ฮีชอลจะมีลูกถึงคนรักของเขาจะดูสวยดูบอบบางยิ่งกว่าผู้หญิง แต่ยังไงฮีชอลก็คือผู้ชาย! 


นั่นสิ!  พี่ฮีชอลนี่นะจะมีลูกเป็นไปไม่ได้!”
 


จองซูชั้นเองก็เคยเจอเคสนี้มาแล้วเหมือนกัน  ถึงจะตกใจก็เถอะไม่นึกเลยนะว่านายกำลังจะมีลูกจองมินขยับตัวน้อยๆ หันมองหน้าอีทึกไม่หลบ สายตามุ่งมั่นยืนยันจนอีทึกต้องถอนหายใจยอมรับความจริง
 


สรุปว่าฮีชอลท้องจริงๆใช่มั้ยปากเรียวถามเพื่อนรักอีกครั้ง
 


อื้อ! เข้าไปดูเขาหน่อยสิท่าจะอึ้งไม่น้อยเหมือนกัน  ชั้นให้ทงเฮดูอยู่นะพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะไล่ให้ร่างสูงเข้าไปดูคนรัก
 


ประตูเรียวถูกเปิดขึ้นก่อนจะปิดลงช้าๆ ปรากฏร่างของลีดเดอร์ที่เดินเข้ามาในห้อง  ทงเฮขยับตัวออกจากร่างบางที่ก้มหน้านิ่ง ลุกเดินออกไปจากห้องแต่ก็ไม่วายพูดแซวก่อน 
 


ดีใจด้วยนะฮะพี่อีทึกอีทึกส่ายหัวน้อยๆ ยิ้มรับคำหยอกล้อของน้อง มองคนตัวเล็กที่นั่งเงียบก้มหน้าอยู่บนเตียงสาวเท้าเข้าไปหา
 


ฮีชอล…” เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา
 ใบหน้าหวานเงยหน้าตามเสียงเรียก  ก่อนที่ดวงตาคู่โตจะคลอไปด้วยหยดน้ำและไหลอาบแก้มเนียนสวยอย่างไม่รู้ตัว  อีทึกถลาเข้าไปหาด้วยความตกใจ ดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ร้องไห้ทำไม 


ชั้นชั้นไม่รู้!  มันบอกไม่ถูกดีใจ  แต่ก็เสียใจ แล้วก็กลัว!..อึกอีทึกชั้นกลัวจะทำยังไงดี!?” เสียงหวานบอกอีทึกเบาๆ  ก่อนจะโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของร่างสูง  สะอื้นหนักจนร่างสูงต้องกอดอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น
 


จะทำยังไงดี?…ทึกกี้!…ชั้นจะมีเขาได้เหรอลูกเราจะมีเขาเหรอมันเป็นไปได้ยังไง!…ชั้นอึกฮือ!”
 อีทึกไม่ตอบ  ร่างสูงได้แต่นิ่งเงียบ  เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นมาได้! พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน?… 


นานกว่าฮีชอลจะสงบลง  อีทึกกอดคนตัวเล็กเอาไว้ตลอดเวลา มือเรียวลูบเบาผมเนียนของอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน จูบเบาลงบนขมับหวังปลอบให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
 


เราเลี้ยงเขาได้นี่!…ไม่เป็นไรหรอกมันต้องมีทางออก  อีกไม่กี่ปีบางทีชั้นกับนายก็คงต้องกลายเป็นตาแก่ยายแก่  ดีออก!…เรามีลูกสักคนมาดูแลเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอกข้างหูอีกฝ่าย  เรียกให้ใบหน้าหวานแดงขึ้นมาจนอดหัวเราะไม่ได้
 


หึ!…บ้า  ใครจะเป็นตาแก่กับยายแก่กันห๊ะ?! ชั้นไม่ยอมแก่ง่ายๆหรอกน่าฮีชอลหัวเราะออกมาน้อยๆ หันกลับไปตวาดใส่ร่างสูงที่กอดอยู่


นายนั่นแหละที่แก่!!”
 นัยน์ตากลมโตมองลึกลงในดวงตาสีนิลของอีทึก


ทึกกี้นายดีใจมั้ย?”
 แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นอ้อมกอดที่คุ้นเคย  ฮีชอลหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าซุกกับไหล่ลาดของอีทึก มือเรียวลูบเบาที่หลังเนียนเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นน้อยจากอีกฝ่าย 


...ฮีชอลกำลังร้องไห้
 


ดีใจสิดีใจมากด้วย  ชั้นรักนายแล้วก็รักลูกของเราด้วย!” เสียงสะอื้นดังอู้อี้ปนกับเสียงพูดของฮีชอลจนจับใจความไม่ได้ 
 


แต่มีอย่างเดียวที่อีทึกรู้
รักรักคนในอ้อมกอดมากกว่าเดิม


ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน
หรือเกิดอะไรขึ้นก็ยังรักคนคนนี้   

 

 







ก๊อก  ก๊อก...      
 


ประตูห้องถูกเปิดออก  ก่อนที่ร่างเพรียวของบรรดาน้องคนอื่นๆจะเดินเข้ามาพร้อมกับปาร์คจองมิน  อีทึกละสายตาจากร่างเพรียวบนเตียงที่นอนหลับสนิท หันมองคนอื่นๆอย่างเคย ปากเรียวสวยเจือรอยยิ้มหวาน
 


ว่าไงฮะพี่ฮีชอลหลับแล้วเหรอ
 


อื้อ  เพิ่งหลับนะ  นั่งสิจองมินพวกนายด้วยเอ่ยปากชวนคนอื่นๆที่เข้าในห้อง  ร่างสูงขยับออกห่างจากคนที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเข้าไปนั่งคุยกับคนอื่นๆที่พร้อมใจกันนั่งลงกับเตียงของเขา
 


เขาว่าไงบ้างล่ะจองมินเอ่ยปากถาม มองใบหน้าหวานขาวเนียนติดจะซีดจนดูน่ากังวลที่หลับสนิทอยู่บนเตียงอย่างเอ็นดู 
 


“…ไม่รู้สิ  แต่ชั้นกับเขาก็คงจะเอาเด็กไว้นั่นแหละ  ลูกของชั้นนี่น่า!” ตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น มือเรียวปัดผมออกจากหน้าผากเนียน
 


ดีแล้วละฮะ  ผมอยากเล่นกับหลานเร็วๆจัง! เนอะทงเฮซองมินลุกขึ้นยืน เท้าเรียวเดินเข้าไปหาฮีชอล อมยิ้มกว้างจนน่าเอ็นดูพยักหน้าเห็นด้วยกับทงเฮและคนอื่นๆ
 


แล้วนี่นายว่างเหรอ  มีงานรึเปล่าละสายตาจากร่างเพรียวของซองมินและทงเฮ กลับมาถามเพื่อนสนิท  
 


งาน! บ้าจริง...ซองมิน ทงเฮ ไปเร็ว!! เมื่อกี้ผู้จัดการโทรเข้ามาแล้วนี่น่าคังอินทวนคำร่างสูงอีกครั้ง  ก่อนจะตกใจสะดุ้งสุดตัวเรียกชื่อเด็กหนุ่มหน้าหวานอีกสองคนที่ยังคงเล่นกันอยู่  หันมองฮยอกแจและชินดงที่มีอาการไม่ต่างกัน
 


พี่พวกผมไปก่อนนะ! อ่อส่วนพี่อีทึกนะ  เดี๋ยวตอนดึกออกไปเร็วๆด้วยล่ะฮยอกแจตะโกนบอกพี่ใหญ่อีกสองคน พลางจูงมือเรียวของซองมินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว  อีทึกพยักหน้ารับมองจองมินที่ยิ้มขำๆ
 


พวกนายนี่งานยุ่งเหมือนเดิมเลยนะ
 


ก็นะแล้วนายล่ะ  ว่างรึเปล่านี่ก็เก้าโมงกว่าแล้วไม่ไปทำงานเหรอหัวเราะน้อยๆ ถามเพื่อนรักอย่างเป็นห่วง เพราะยังเช้าอยู่เขาก็เลยเรียกออกมาจนลืมดูเวลา
 


วันนี้ว่างนะแต่เดี๋ยวจะกลับไปดูคริสหน่อยไม่สบายอยู่บอกอีทึก ใบหน้าเนียนหล่อแย้มรอยยิ้มจนร่างสูงอดที่จะแซวไม่ได้
 


เป็นอะไรมากรึเปล่า?…จะกลับก่อนก็ได้นะ  เดี๋ยวชั้นดูฮีชอลเอง
 


อ่อให้กินยาแล้วนะ  คริสเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร  จริงสิช่วงนี้ก็ดูแลฮีชอลเขาหน่อยนะ  อาจจะตามอารมณ์ยากบ้าง แต่ก็เข้าใจนิดนึงจองมินเอ่ยยิ้มๆ มองฮีชอลก่อนจะหันกลับมาพูดกับอีทึก  
 


อารมณ์เหรอ?…ชินแล้วล่ะ  ยัยนั่นนะเดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย  จนพวกนั้นนะกลัวกันสุดๆโคลงหัวไปมาอย่างอารมณ์ดี  ทุกครั้งที่พูดถึงฮีชอลอีทึกมีแต่รอยยิ้มเสมอ
 


แต่นายก็ชอบไม่สิรัก เขามากสินะ  คำพูดตรงๆที่ทำให้อีทึกต้องหัวเราะแก้เขิน ใบหน้าหล่อซับสีจางๆ จนคนมองต้องหัวเราะตาม
 


รักสิรักมากซะด้วย  ชั้นขอบเขาที่เขาเป็นคนแบบนี้  เขาเข้มแข็งมากจนชั้นเองอดเป็นห่วงไม่ได้ตอบรับอย่างไม่คิดจะเปลี่ยนเรื่อง
 


คงจะจริงชั้นเองก็เคยได้ยินจาก คริสว่าฮีชอลนะเข้มแข็งแต่ก็น่าเป็นห่วงจริงๆนั่นแหละ  เอ่อชั้นว่าชั้นกลับก่อนดีกว่าจองมินรับคำอีทึก ก่อนจะรีบขอตัวกลับ จนร่างสูงอดแซวไม่ได้
 คิดถึงคริสขึ้นมาล่ะสิ


หัวเราะกับสิ่งที่อีทึกพูด  แต่มันก็คือเรื่องจริง
 พอเห็นอีทึกเป็นห่วงฮีชอลขนาดนี้เขาก็อดคิดถึงคริสขึ้นมาไม่ได้ไม่รู้ว่าตอนนี้คนตัวเล็กของเขาจะยังนอนอยู่รึเปล่า 


ฮีชอลนี่น่าอิจฉานะ  ถ้าคนอื่นที่ชอบนายมาเห็นพวกเขาคงจะอิจฉาฮีชอลที่นายรักและเป็นห่วงเขาแบบนี้
 อีทึกส่ายหัวเป็นคำตอบที่จองมินพูดเมื่อครู่ ชั้นต่างหากที่ต้องอิจฉา 


หือ?”
 


ฮีชอลมีคนอีกมากมายที่คอยดูแลเขา  ทั้งกลีบดอกไม้ ทั้งน้องๆ ครอบครัวและคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเอลฟ์หรือแม้แต่นาย ทุกครั้งที่พวกนายเป็นห่วงเขาส่วนหนึ่งในใจของฮีชอลก็จะมีเรื่องของพวกนายตลอดเวลา  จนบ้างทีชั้นเองยังกลัวว่าในหัวใจของฮีชอลจะมีชั้นอยู่รึเปล่า?” อีทึกลูบเบาบนผมเนียน  มองคนตัวเล็กที่หายใจเขาออกอย่างสม่ำเสมอ  
 


คิดมากน่าเขารักนายนะเชื่อในตัวเขาบ้างจองซู  ชั้นยอมรับนะว่าอิจฉาพวกนาย  ทั้งที่แสดงออกไม่ได้แต่นายก็รักและห่วงใยเขา จนชั้นเองยังยอมแพ้เลยจองซูเปรยยิ้มๆ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองอีทึกที่ห่มผ้าให้ฮีชอล ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับเขา
 


จองมินอย่ายอมแพ้สิ  กว่าชั้นกับเขาจะได้ขนาดนี้เราเจ็บกันมามาก
 


นั่นสินะสักเดือนหน้าแล้วชั้นจะมาตรวจให้ใหม่แล้วกันจองมินขยับกระเป๋า มือเรียวจัดเสื้อคลุมให้เข้าที่ ก่อนจะส่งยาให้อีทึกถุงหนึ่ง  ร่างโปร่งรับยามาแบบงงๆ มองเพื่อนสนิทด้วยสายตาเป็นคำถาม
 


เขาไม่สบายอยู่แต่เขาขอยานี่ให้นาย  บอกว่า ทึกกี้บ่นว่าปวดหลังบ่อยๆชั้นเอายาติดมาด้วยก็เลยให้ซะเลยแล้วกันรอยยิ้มอบอุ่นทั้งนัยน์ตาและเรียวปาก ทำให้จองมินได้แต่ส่ายหัวน้อยๆ อิจฉาคนสองคนนี้จริงๆ รักและห่วงใยมากกว่าใครเพื่อน
 


ขอบใจนะจองมิน  วันหลังจะชวนไปดื่มด้วยกันแล้วจะพาฮีชอลไปด้วย” 
 


เอาสิไปนะ  โชคดีล่ะโบกมือลาให้ร่างสูง  ก่อนจะปิดประตูลงช้าๆ  มือเรียวยกซองยาในมือขึ้นดู  อมยิ้มกับความน่ารักของอีกฝ่าย 
 


 
ยัยบ้านายนี่น้าาพึมพำเบาๆ    


.........................................................

.......................................................................


TBC.