Fic-Exodus

[Fic] Exodus 10 TeukiiHeeChul

posted on 01 Aug 2008 23:29 by femodos  in Fic-Exodus

Exodus


 



Chapter 10

 

ปัง ปัง!


“ทงเฮ!” มือเรียวทุบประตูห้องของเด็กหนุ่มที่อยู่ในชั้นเดียวกัน ไม่นานหนักร่างเพรียวบางก็ปรากฏตัวก่อนจะมองพี่ใหญ่อย่างสงสัย


“ฮีชอลอยู่ไหน?” คิ้วเรียวสวยขมวดอย่างไม่เข้าใจคำถามของร่างสูง “พี่ถามว่าฮีชอลอยู่ไหน” ขึ้นเสียงกับเด็กหนุ่มจนชินดงต้องเดินออกมาตามเสียง


“ไม่...ไม่รู้ฮะ” ไหล่เล็กขยับถอยหลังชนกับชินดง มองพี่ใหญ่อย่างตกใจ “เกิดอะไรขึ้นครับ?  พี่ฮีชอลไม่อยู่ที่ห้องเหรอ” เสียงทุ้มของชินดงเอ่ยถามแทนทงเฮ

 

“ใช่....ไม่อยู่” ตอบรับ พลางนึกว่ามีที่ไหนอีกที่ฮีชอลจะไป


“พี่เขาออกไปไหนรึเปล่า” ชินดงถามกลับพยายามอย่างให้พี่ใหญ่ใจเย็น


“ชั้นดูแล้ว มือถือกระเป๋าตังค์ยังอยู่ในห้อง...พวกนายเห็นบ้างรึเปล่า” น้ำเสียงทุ้มหวานดูสั่นครือน้อยๆ ชินดงได้แต่ส่ายหน้าตอบพี่ใหญ่หันมองทงเฮที่ทำหน้านึก


“พี่!  ห้องน้ำ...ห้องน้ำนอกห้อง!” เพียงแค่นั้นอีทึกก็แทบจะถลากลับเข้าไปที่ห้องพร้อมกับร่างเพรียวของทงเฮที่วิ่งพลางตะโกนไล่หลัง “ผมได้ยินพี่เขาไปเข้าห้องน้ำ...แต่ไม่ได้สังเกตว่าออกมารึเปล่า”


อีทึกบิดลูกบิดประตูอ่างแรง ก่อนจะได้แต่ยืนนิ่งพอๆกับทงเฮที่กรีดร้องออกมาเสียงดัง ไม่ต่างจากชินดง “พี่ฮีชอล!!!”


อีทึกสะดุ้งสุดตัวกับเสียงที่น้องๆตะโกน  ก้าวยาวๆเข้าไปอุ้มร่างเพรียวที่นอนนิ่งกับพื้นห้องน้ำกลิ่นคาวเลือดถูกชะออกไปจากน้ำที่ไหลจากฟักบัว แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีเหลือให้ใจเสียได้ง่ายๆ ร่างโปร่งหันบอกชินดงที่ยืนตรงประตูเสียงดัง


“ไปเรียกคังอิน…บอกให้รีบเอารถออก…เร็ว!”


“คะ...ครับ!” ตอบรับเสียงสั่นก่อนจะออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว


ทงเฮมองพี่ใหญ่ที่อุ้มพี่ฮีชอลออกมาจากห้อง “ไปเอาเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูมาเร็วทงเฮ” หันบอกร่างเพรียวที่นั่งหน้าซีด ก่อนจะลุกไปตามที่อีทึกสั่ง


มือเรียวแกร่งลูบใบหน้าหวานอย่างเบามือที่สุด มองเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกสวยก่อนจะสะดุดสายตาที่ข้อเท้าเรียว รอยแดงจากการหกล้มจนเป็นทางยาวถึงขา สัมผัสมือเรียวบนหน้าผากเนียนกับต้นคอขาว ความร้อนทำให้อีทึกต้องโมโหตัวเองเข้าไปอีก


นี่เขาปล่อยให้ฮีชอลอยู่บ้านคนเดียวแบบนี้ได้ยังไงกัน?....ท่าทางง่วงๆเมื่อตอนเย็นคงกำลังจะบอกว่าตัวเองไม่สบายแน่ๆถึงจะไม่รู้แต่ฮีชอลก็เป็นแบบนี้...ยัยนี่ต่อให้รู้ก็ไม่บอกเขาอยู่ดี


“เฮ้อ~”


เสียงถอนหายใจเป็นรอบที่สิบหลุดออกจากปากของคังอินที่นั่งมองพี่ใหญ่เดินไปเดินมาหน้าห้องตรวจ ไอ้เป็นห่วงนะเขาพอรู้แต่...เดินไปเดินมาแบบนี้มันจะได้อะไรกัน? เดี๋ยวก็เป็นลมไปก่อนจะได้เจอพี่ฮีชอลซะมากกว่า


“นี่! พี่หยุดเดินได้มั้ย...เดี๋ยวก็เป็นลมหรอกพอพี่ฮีชอลตื่นพี่ก็จะไม่ได้ดูพี่เขาคนแรกนะ...ที่สำคัญผมเวียนหัวไปหมดแล้ว” บอกร่างสูงของอีทึก ก่อนจะส่ายหัวไล่ความงงออกไป หันมองสมาชิกคนที่อื่นที่นั่งเงียบไม่ต่างจากเขา


แต่ที่ต่างก็คงจะเป็นความห่วงมากกว่ามั้ง?.....ห่วงคนที่นอนอยู่ในห้อง


เพราะสภาพตอนที่เขาเห็นถึงไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก แต่ก็น่ากลัวเกินเหตุ...ขาที่เคยขาวกลับดูซีดและมีรอยแดงจากการล้ม แถมยังมีเลือดไหลอีกด้วย...


“ก็ชั้นเป็นห่วงนี่! ทั้งจองฮี ทั้งฮีชอล....ฮึ่ย!” ว่าพลางทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด ก้มหน้าลงจนแทบติดหน้าอก


เขาเป็นห่วง...ห่วงสองคนนั้นขนาดไหน?


เขาไม่อยากให้ฮีชอลต้องเจ็บ.....ที่สำคัญ....เขากลัวการสูญเสีย


เยซองที่นั่งอยู่ใกล้สุดเดินเข้ามาแตะไหล่อย่างเป็นห่วง ถึงจะไม่สนิทมากนักเพราะไม่ค่อยพูดแต่อีทึกก็รู้ดีว่าตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงฮีชอลขนาดไหน ไม่มีใครอยากให้สมาชิกในวงเกิดอุบัติเหตุด้วยซ้ำ


นานพอควรที่อีทึกเลือกจะนั่งเงียบๆก้มหน้าอยู่คนเดียว  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพบกับสมาชิกที่พร้อมใจกันมาหาทันทีที่รู้ข่าว ไม่ว่าจะซองมินหรือแม้แต่คิบอมที่ติดถ่ายละคร หันมองรอบด้านก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อเห็นผู้จัดการส่วนตัวของฮีชอลมาด้วย


ลุกเดินเข้าไปหาร่างโปร่งที่ยืนมองอยู่นอกประตู “สวัสดีครับ” ก้มหัวทักทาย ก่อนจะเบือนหน้ามองตามเข้าไปในห้อง


“เกิดอะไรขึ้นนะจองซู?....ทำไมจู่ๆฮีชอลก็ล้มไปแบบนั้น” เสียงทุ้มแหบถามเขาพร้อมกับเดินมานั่งที่ว่างด้านข้าง อีทึกอึกอักเล็กน้อยมองอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด


“ผมดูแลไม่ดีเองครับ”


ผู้จัดการคิมมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจหนักๆออกมา มือเรียวแตะบ่าของอีกฝ่ายอย่างเข้าใจ ....ไม่ใช่แค่เขารู้ว่าฮีชอลเป็นอะไรกับคนคนนี้...แต่เขารู้ว่าอีทึกกำลังรู้สึกยังไงด้วยซ้ำ


“ไม่เป็นไร....หมอนั่นแข็งแรงจะตายนายก็รู้” ยิ้มรับบอกอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี ทั้งที่ในแววตาสื่อความหมายที่อีทึกก็ได้แต่เงียบ


พวกเขาสองคนรู้ดีว่าฮีชอลไม่ได้แข็งแรงอะไรขนาดนั้น...ที่ทำเหมือนแข็งแรง ก็แค่เปลือกนอก ไม่งั้นงานแต่ละงานที่ออกมาทุกคนคงจะเห็นฮีชอลได้ตลอดไปแล้ว...แต่เปล่า  ฮีชอลต้องเลือกงานตามความเหมาะสม...นี่คือสาเหตุที่แฟนๆรู้


แต่ที่แฟนคลับไม่รู้...ฮีชอลจะไม่ออกงานพร่ำเผื่อ การเดินทางไปที่ต่างอากาศบ่อยๆไม่ใช่เรื่องดีสำหรับฮีชอลอย่างที่คนอื่นเข้าใจ  คนตัวเล็กของเขาบอบบางกว่าที่ทุกคนเห็น แค่อากาศเปลี่ยน...อาการไม่สบายก็ปรากฏ  จนผู้จัดการคิมต้องเป็นคนจัดตารางงานให้เป็นพิเศษ
 

ใช่....จริงอยู่ที่ฮีชอลงานเยอะ ไม่ว่าจะละคร เพลง การแสดง พิธีกร และงานชิ้นใหม่ที่กำลังทำ แต่ฮีชอล...ก็ไม่เคยออกนอกเขตโซลไปไหนไกลๆนอกจากจะมีความสำคัญจริงๆ


“ชั้นยังมีงานค้างอยู่....เดี๋ยวจะมาใหม่ตอนดึกก็แล้วกัน” ผู้จัดการคิมเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองร่างสูงข้างตัวที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบๆ มือแกร่งแตะบ่าอีทึกก่อนจะบีบเบาๆ


“ฮีชอลไม่เป็นอะไรหรอก...ถ้าฟื้นแล้วโทรไปบอกชั้นด้วยนะ”
คำพูดสุดท้ายของผู้จัดการคิมทำให้อีทึกได้แต่ยิ้มรับอย่างอดไม่ได้ เพราะเขาเองก็ภาวนาอย่างนั้นตลอดเวลาเหมือนกัน...

 

“ขอ...ขอโทษค่ะ คุณจองซูใช่มั้ยค่ะ?” เสียงหวานใสของพยาบาลสาวเรียกสติอีทึกกลับมาอย่างยากเย็น ร่างสูงโปร่งพยักหน้ารับเรียกรอยยิ้มสวยจากปากอิ่มของเธออย่างห้ามไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นแววตาก็ยังดูหมองอยู่ดี “คุณหมอจองมินเรียกพบค่ะ”


ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างร้อนรน มือเรียวแกร่งเปิดประตูห้องตรวจสีขาวช้าๆ มองร่างของเพื่อนสนิทที่นั่งหน้าเครียดกับชาร์ตของอาการคนไข้ในมือ


“..จองมิน”


“จองซู!” เจ้าของชื่อเงยหน้ามองตาเสียงเรียก ปาร์คจองมินขยับตัวเล็กน้อยเรียกชื่ออีกฝ่ายกลับก่อนจะถอนหายใจยาว ยิ้มให้อย่างเหนื่อยจนเห็นได้ชัด “เป็นไงบ้าง”


คิ้วเรียวสวยขยับอย่างไม่เข้าใจคำถาม ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาอย่างรอสิ่งที่จองมินจะพูดต่อ อะไรบางอย่างในตัวได้แต่ทำให้อีทึกยิ้มไม่ออก...ความรู้สึกสูญเสียนี่มันคืออะไร?


“จองซู....ฮีชอลเขา.......”

 

 

 

 

 

บอกแล้วว่าหากมีกล่องที่สามารถเก็บความสุขเอาไว้ได้...ผมก็ยินดีที่จะตามหามันแล้วยิบยื่นให้กับฮีชอล...


เก็บความสุขที่สำคัญที่สุดให้กับคนที่ผมรัก....

 

 


.....แกร็ก......

 

อีทึกก้าวช้าๆเข้ามาในห้องพักฟื้นพิเศษที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ บรรยากาศเงียบๆในห้องทำให้ก้าวขาลำบาก นัยน์ตาสีมะฮอกกานีมองคนที่นอนนิ่งบนเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย  แผ่นอกบางขยับขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้ฮีชอลกำลังนอนหลับสนิท


“ขอโทษ....” เสียงทุ้มนุ่มสั่นไหวอย่างอดไม่ได้ ก่อนที่หยดน้ำตาจะไหลออกจากดวงตาคู่สวยหยดลงบนผ้าห่มผืนบางของโรงพยาบาลจนเป็นรอย มือเรียวเอื้อมกระชับมือของอีกฝ่ายขึ้นมาเกาะกุม


‘ขอโทษนะจองซู....แต่ชั้นช่วงจองฮี....ไม่ทัน’


คำพูดสุดท้ายที่จองมินพูดกับเขาทำให้ได้แต่นิ่งเงียบ  จองฮี...ลูกของเขา คนที่เขาและฮีชอลตั้งใจว่าจะดูแลอย่างสุดความสามารถ คนที่กำลังจะเกิดมาเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าเขากับฮีชอลเป็นอะไรกัน


แต่สุดท้าย....ความสุขที่ว่านั่นก็หายไป


เขาดีใจที่ฮีชอลไม่ได้เป็นอะไรมาก....แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจขนาดนี้มาก่อน


มือเรียวแกร่งลูบผมเนียนของฮีชอลเบาๆ ราวกับปลอบโยน ปลอบโยนทั้งตัวเองและคนที่กำลังจะต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริงข้อนี้


แค่คิดเขาก็แทบไม่อยากเอ่ยปากบอกเรื่องนี้กับฮีชอลเลยด้วยซ้ำ!


“นี่....จองฮี  ลูกจะรู้มั้ยว่าพ่อกับแม่รักลูกแค่ไหน  อยากให้ลูกอยู่ด้วยแค่ไหน...อึ่ก...พ่อขอโทษนะ...ขอโทษที่ดูแลลูกไม่ดี...” เสียงทุ้มแหบค่อยๆหายไป ราบเรียบแต่เจ็บปวด อึกเผลอบีบมือของร่างเพรียวบนเตียงแน่น


เขาเจ็บ...


แต่ฮีชอลจะเจ็บกว่าสักแค่ไหน...


“อือออ....” อีทึกขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงแรงขยับตัวจากร่างเพรียวบนเตียง


“ฮีชอล...เป็นไงบ้าง” รอยยิ้มสวยอบอุ่นถูกมอบให้กับคนรักตรงหน้า ก่อนอีทึกจะจัดแจงขยับปรับเบาะให้อีกฝ่ายนั่งได้สะดวกขึ้น


“หิวมั้ยอยากกินอะไรรึเปล่า  หายปวดหัวรึยัง” คำถามมากมายถูกร่างสูงเอ่ยถามเหมือนต้องการปิดบังอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวสวยขมวดน้อยๆเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติของอีทึก หากแต่ก็ไม่คิดจะเอ่ยถาม...


ในเมื่อรู้ดีว่าคนตรงหน้าแคร์เขาอย่างกับอะไรดี...ถึงมันจะแปลกไปกว่าเดิมก็เถอะ


“อีทึก...จองฮีล่ะ ทำไมชั้นถึงรู้สึก...” ปากเรียวอิ่มติดซีดเล็กน้อยเอ่ยถามอีทึกเป็นคำแรกหลังจากที่ส่ายหน้าและพยักหน้าเป็นคำตอบตลอด และมันก็เป็นคำถามที่อีทึกไม่อยากให้มันออกมาจากปากของฮีชอลมากที่สุด


ใบหน้าหล่อเบือนหนีไปอีกฝ่ายก่อนจะก้มหน้าลง ราวกับว่าไม่ได้ยินคำถามจากฮีชอลยิ่งทำให้คนตัวเล็กบนเตียงใจเสีย  มือเรียวขยับดึงออกจากมือของอีกฝ่าย ลูบท้องตัวเองไปมา


“...เกิด...เกิดอะไรขึ้นอีทึก...เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเรา?!!” ได้แต่ก้มหน้าเงียบๆต่อไป ทั้งที่รู้ว่าการทำแบบนี้มีแต่จะทำให้ฮีชอลรู้สึกแย่ขึ้นไปอีก แต่จะให้เขาบอกตรงๆ...เขาเองก็รู้ว่าฮีชอลใจไม่แข็งพอที่จะรับฟังเรื่องแบบนี้...ยิ่งในสภาพแบบนี้ “ปาร์คจองซูตอบซิ!! จองฮี...จองฮีเป็นอะไร  เขายังอยู่กับชั้นใช่มั้ย!! บอกชั้นสิอีทึก....บอกชั้น!!!”


อีทึกได้แต่กำมือแน่นจนแทบเห็นข้อเลือด...เสียงหวานที่ตะโกนถามเขาพร้อมกับมือเรียวขาวที่มีสายน้ำเกลือติดเอื้อมมาเขย่าไหล่ของเขาหวังให้ตอบคำถาม


“ขอโทษฮีชอล...ขอโทษ” พูดได้แค่นั้น ก็คงเพียงพอที่จะให้ฮีชอลเข้าใจทุกอย่าง เข้าใจคำตอบของเขาว่าเกิดอะไรขึ้น มือเรียวสวยตกลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง มีเพียงเสียงหวานที่พึมพำว่าไม่เชื่อหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากซีดที่เคยสวยคู่นั้น


“นายโกหก...บอกชั้นสิอีทึกว่า....โกหก!”


“....”


“ไม่จริง....ล้อเล่นใช่มั้ย?...ทั้งหมดนี่คือเรื่องโกหกใช่มั้ย!!”


“ฮีชอล....”


“..อึ่ก....ทำไม?....ทำไมไม่พูดล่ะว่านายโกหก....ทำไม!!!!!!”


อีทึกมองสภาพร่างเพรียวตรงหน้าก่อนจะตัดสินใจดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด...กอดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้  เสียงสะอื้นหนักๆในอ้อมกอดทำให้อีทึกได้แต่ปล่อยน้ำให้ไหลอาบแก้มเงียบๆ


“ทำไม...ทำไมล่ะ  ชั้นไม่ดีตรงไหน?...จองฮี....ไม่เชื่อ...ต้องไม่เป็นไรสิ...เขาเป็นลูกของชั้นนะ!...เขา..อึ่ก...ทำไม!...ฮือออ” ประโยคยาวๆหลุดออกมาจากปากเรียวไม่ขาดสาย คำพูดที่ทำให้อีทึกเลือกที่จะกอดฮีชอลให้มากกว่าเดิม


เขารู้ว่าฮีชอล...รักจองฮีแค่ไหน


ไม่ต่างจากที่เขารักนั่นแหละ...เพราะเด็กคนนี้คือลูกของเขากับฮีชอล!


เสียงสะอื้นดังหลุดรอดออกมาจากบานประตูสีชา  เรียกให้ใบหน้าเนียนสวยของเด็กหนุ่มวงบอยแบนด์ที่กำลังจะเข้ามาเยี่ยมได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆ ร่างเพรียวของทงเฮขยับเข้าซุกหาไออุ่นจากอ้อมกอดของคิบอมอย่างไม่ต้องสงสัย


ไม่ต่างจากคิบอมที่ได้แต่ยืนเงียบๆ...


รอคอยให้เสียงสะอื้นนั้นหยุดลงซะที  เสียงสะอื้นจากการสูญเสีย...เสียงสะอื้นที่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นและต้องมาได้ยินแบบนี้


“กลับกันเถอะ...ทงเฮ  เราค่อยมาพรุ่งนี้ดีกว่านะ” กระซิบบอกคนในอ้อมกอดที่ยินร้องไห้ตัวสั่นเบาๆ มือแกร่งโอบไหล่เนียนให้กระชับเข้าหาตัวพาเดินออกไปจากตรงนั้น


ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ฮีชอลร้องไห้ในอ้อมกอดของอีทึกจนเผลอหลับไป...รู้แค่ว่าแม้แต่เวลาที่กำลังจัดที่นอนให้กับอีกฝ่ายหยดน้ำตาก็ยังคงไหลออกมาจากหางตาไม่หยุด ยิ่งทำให้อีทึกได้แต่เช็ดน้ำตาออกให้เบาๆ


“ขอโทษนะ...ฮีชอล จองฮี”


.......


จะโดนคนอ่านฆ่ามั้ยเนี่ย? T___T