[Fic] Exodus 3
posted on 24 Apr 2008 13:15 by femodos in Fic-ExodusChapter 3
…แกร็ก…
ฮีชอลขยับมือเรียวเช็ดน้ำตาลวกๆ มองเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับข้าวต้มในมือ ลีซองมินก้าวเท้าเรียวของตัวเองเข้ามาหาก่อนจะวางถาดข้าวต้มบนโต๊ะด้านข้าง
“ร้องไห้ทำไมฮะ…เจ็บตาอีกเหรอ” เสียงหวานของซองมินเอ่ยถาม ร่างเพรียวบนเตียงที่เอาแต่ปาดน้ำตาออกเงียบๆ
“นายลองมาเป็นฉันมั้ยล่ะ…นี่ก็สองวันแล้วทำไมยังไม่หยุดไหลก็ไม่รู้เนี่ย” บ่นให้คนตัวเล็กด้านข้างฟัง ซองมินหัวเราะน้อยๆ…ก็สองวันนี้เขาต้องมารับหน้าที่ดูแลพี่ฮีชอลแทนพี่อีทึก ที่ไม่รู้ว่าทะเลาะอะไรกัน…รู้แต่ว่าพี่อีทึกแคร์พี่ฮีชอลมากกว่าใครเพื่อนถึงขนาดสั่งให้เขาเข้ามาดูแลคนคนนี้ตลอดเวลา…
...แต่จะให้ทิ้งคนตรงหน้าที่เพิ่งไปทำเลสิกมา ลีซองมินก็คงทำไม่ได้!...
“ฮ่ะๆ คุณหมอก็บอกแล้วนี่ฮะว่าประมาณสามวัน…พรุ่งนี้ก็น่าจะหยุด พี่ทนอีกสักวันเถอะ เดี๋ยวก็จะได้มองอะไรชัดๆแล้วไง”
“ซองมิน” เรียกชื่อคนตัวเล็กที่ลุกไปเปิดหน้าต่าง
“ฮะ?”
“นายรู้มั้ย…ว่าอีทึกกำลังแต่งเพลงอะไรอยู่”
ลีซองมินสะดุ้งน้อยๆกับคำถามของพี่ใหญ่ “เอ่อ…ก็เพลงที่จะคงจะเป็นเพลงที่จะต้องเปิดคิสไงฮะ…ว่าแต่แล้ววันนี้จะออกไปรายการผมได้รึเปล่าเนี่ย” เสียงหวานอึกอัก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปพูดเรื่องอื่นแทน
...ก็จะบอกได้ยังไงว่าเป็นเพลงที่จะแต่งให้พี่ฮีชอลกันเล่า!...
ฮีชอลผ่อนลมหายใจออกจากปากเรียวของตัวเองช้าๆ “คิดว่าได้…ถ้าไงตอนเย็นเดี๋ยวก็รู้แหละ”
“งั้น…มีอะไรก็เรียกผมนะฮะ เดี๋ยวผมจะนั่งแต่งเพลงอยู่ข้างนอก” ใบหน้าเนียนยิ้มหวานบอกพี่ชายหน้าสวยบนเตียง ฮีชอลทำหน้ายุ่งกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของน้องชายคนสนิท
ให้ตาย…ทำไมชีวิตพวกนี้มันมีแต่เพลงรึไงกันเนี่ย!?
สาบานต่อหน้าพระเจ้าได้ว่า…คิมฮีชอลคนนี้ไม่ได้กำลังน้อยใจสักนิด!
“ออกไปเลย! ฉันล่ะไม่เข้าใจพวกนายจริงๆ…จะแต่งเพลงกันไปถึงไหน มันสำคัญขนาดนั้นเชียว?” มือเรียกยกขึ้นไล่ทันที ก่อนจะบ่นพึมพำที่ซองมินต้องแอบอมยิ้มจางๆ
“อืม…ผมว่าผมเอาเข้ามาแต่งในห้องนี้ดีกว่า ให้พี่ช่วยด้วยคงไม่เป็นไร นะฮะ~ heechul umma!” เท้าเรียวของซองมินชะงักน้อยๆก่อนจะก้าวออกจากห้อง ใบหน้าหวานหันมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงเปลี่ยนความคิดกระทันหัน เดินเข้าไปหาฮีชอลอ้อนเสียงเล็กจนอีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าระอากับความเด็กของคนตรงหน้า
heechul umma!….งั้นเหรอ?
“ก็ได้…เอามาสิ” ขยีผมนุ่มของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู เรียกให้ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะรีบสิ่งออกไปเอาของที่ว่าเข้ามานั่งแต่งกับร่างบางบนเตียง
กระดาษสีขาวสองสามแผ่นถูกวางลงบนเตียง ก่อนที่เจ้าของมันจะถลาไปหยิบที่กีตาร์ตัวโปรดที่มีเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นิ้วเรียวเล่นเพลงขยับไปมาก่อนจะเกิดเสียงเพลงที่ใบหน้าสวยของฮีชอลต้องนั่งนิ่งฟัง
ก็ในบรรดาซูปเปอร์จูเนียร์ทุกคน…เขาเป็นคนเดียวที่แต่งเพลงในอัลบั้มที่ผ่านมา และคอยจัดการเรื่องทำนองหรือเนื้อหาบางส่วน จนถึงเรื่องชื่อเพลง
แต่ก็ไม่คิดว่าตอนนี้… สมาชิกคนอื่นๆก็เริ่มที่จะทำสิ่งนี้กันได้แล้ว
ที่สำคัญ....ทุกคนทำได้ดีมากด้วยซ้ำ!
ฮีชอลละสายตาจากเนื้อเพลงในมือมองซองมินที่นั่งร้องเพลงกับกีตาร์ตรงหน้า…บางทีเด็กพวกนี้คงจะเริ่มเข้าใจมันและรู้จักมันมากกว่าแต่ก่อนที่เอาแต่คอยพึ่งคนอื่น…
…โตขึ้นแล้วสินะซองมิน…
“เป็นไงฮะ” ถามทันทีที่เล่นจบ มือเรียวสวยปรบมือให้สองสามที ก่อนจะเรียกให้คนตัวเล็กกว่ากระเถิบเข้ามาใกล้ “เนื้อหาตรงนี้…ฉันว่า….”
สายตามุ่งมั่นจนเปลี่ยนไปเกือบเป็นคนละคน พี่ฮีชอลเป็นแบบนี้เสมอ เวลาที่อยู่กับน้องๆหรือคนอื่นเจ้าตัวชอบที่จะเล่นสนุกเหมือนเด็กไปกับพวกเรา แต่เวลาไหนที่ถึงเวลางานพี่ก็จะเปลี่ยนไปเป็นคนที่รับผิดชอบสูงมาก
ทุกครั้งที่เห็น…ลีซองมินก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ
ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่ฮีชอลก็เป็นผู้ใหญ่กว่าคนอื่นๆเสมอ เหมือนกับพี่อีทึก…รายนั้นเองก็พอกัน ทำตัวงี่เง่าบ้าบอไปเรื่อย แต่พอเอาเข้าจริงก็เป็นลีดเดอร์ที่พึ่งพาได้เสมอในสายตาของพวกเรา
“พี่…ทะเลาะกับพี่อีทึกเหรอ”
“ห๊ะ?…อ่อ…เปล่าหรอก ช่วงนี้ฉันงานยุ่ง เลยไล่ตาบ้านั่นออกไปนอนกับฮยอกแจนะ เดี๋ยวจะชนกันเพราะเวลามากกว่า…นายก็รู้ ว่าฉันรับงานตรงกับคนอื่นที่ไหน อีตาบ้านั่นก็มีงานเยอะกว่าเดิมอีก บางที…ฉันเปลี่ยนห้องกับฮยอกแจคงจะดีกว่า” สะดุ้งน้อยๆละสายตาจากกระดาษในมือ ก่อนจะขยับปากพูดตอบคำถาม แต่ประโยคสุดท้ายกลับเบาจนซองมินแทบไม่ได้ยิน
“อ้าว…แล้วยังงี้ ‘จองฮี’ ไม่เหงาเหรอฮะ” ถามกลับอย่างที่เคยเป็น แต่กลับทำให้ใบหน้าเนียนสวยนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับกระดาษในมืออีกครั้ง ซองมินถอนหายใจเบาๆ
เขารู้…รู้ดีว่าพี่ฮีชอลโกรธพี่อีทึก ก็รายนั้นเอาแต่มาหาเขาทุกวันแล้วก็สั่งให้ดูแลฮีชอลยังงู้นฮีชอลยังงี้ แต่พอถามกลับว่าทำไมไม่มาดูแลซะเองก็บอกแค่ว่า ‘ยังแต่งเพลงไม่เสร็จ’
เหตุผลมันตรงกันที่ไหนเล่า!! คนนึงบอกว่าตารางงานไม่ตรงเดี๋ยวเวลาจะตีกันเปล่าๆ อีกคนบอกว่ายังแต่งเพลงไม่เสร็จ…ไม่มีสมาธิ แล้วอันไหนมันของจริงกันเนี่ย!!
ลีซองมินอยากจะบ้าซะจริงๆ!
“อ๊ะ…นายเอาไปแต่งต่อแล้วกัน ฉันจะไปแต่งตัวแล้วเดี๋ยวจะออกไปอัดอินกิ แล้วไปที่กองถ่ายสักแปป อืม…สักใกล้ๆแล้วฉันจะไปคลื่นนาย” ขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะบิดไปมาซะสามที หันบอกเด็กหนุ่มที่นั่งงงอยู่บนเตียง
…rrrRRRRrrr…
“ยอโบเซโย! ฮะ…อีกสักยี่สิบนาทีได้มั้งฮะ อืม…ก็ได้ฮะ…ฮะ บาย” กรอกเสียงหวานลงไป พูดไม่กี่ประโยคก็กดวางโทรศัพท์ไว้ตามเดิมแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“เฮ้อ~ ปากแข็งจริงเลยพี่คนนี้…พี่อีทึกก็อีกคน เมื่อไหร่จะบอกนะว่าแต่งเพลงอะไรให้พี่เขา” พึมพำคนเดียว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดัง
หวังว่า…จะรีบคืนดีกันเร็วๆนะฮะพี่ฮีชอล พี่อีทึก
เท้าเรียวของร่างโปร่งบางก้าวออกมาจากห้องน้ำ ฮีชอลปิดประตูเบาๆ หันมองเด็กหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงกับเนื้อเพลงแผ่นเดิม
“อ้าว…ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะฮะ” ซองมินลดกระดาษในมือลงมองอีกคนที่เดินเข้ามาหา ร่างบางในชุดเสื้อเดรสยาวเกือบถึงเข่าสีแดง ถ้าเป็นคนอื่นใส่…คงไม่ดีแต่พี่ฮีชอล ใส่ขึ้นชะมัดเลย ยังกับผู้หญิงแน่ะ…!
“หือ?…ทำไมล่ะไม่ดีเหรอ ฉันว่ามันสบายดี” ตอบรับก่อนจะก้มลงมองตัวเอง ไม่ดีตรงไหน…ปกติเขาก็ใส่แบบนี้อยู่แล้ว
“เปล่าฮะ…แค่รู้สึกว่า…พี่อ้วน..เฮ้ย! คือแบบ…ดูไม่ผอมเหมือนเมื่อก่อนแล้วรึเปล่าฮะ” เสียงหวานอึกอักอย่างเห็นได้ชัด ก็รู้ดีนี่ว่านิสัยของคนตรงหน้าเป็นยังไง…ไม่ชอบให้ใครมาพูดเรื่องความสวยความงามในทางแบบนี้
“เหรอ น่าจะมั้ง…ก็มีจองฮีแล้วนี่” หมุนตัวน้อยๆ มองตัวเองที่สะท้อนในกระจก ตอบรับอย่างไม่สนใจ…ทำไมจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ช่วงนี้เข้าดูมีเนื้อมีหนังขึ้นกว่าแต่ก่อน
แต่ที่ทำให้รู้สึกดีหน่อยก็เพราะท้องมันยังไม่โตแบบพวกผู้หญิงนี่สิ ไม่งั้นจะไปแก้ตัวกับผู้ใหญ่ยังไง?!…
ซองมินมองพี่ชายหน้าสวยตรงหน้า ชุดเดรสคลุมเข่าสีแดงยิ่งทำให้ผิวของฮีชอลที่ดูขาวอยู่แล้วกลับดูขาวเนียนเหมือนหิมะมากกว่าเดิมอีก ผมที่ทำสีส้มอ่อนของเจ้าตัวๆยาวปะบ่าแบบนี้…ทำให้ใบหน้าเรียวได้รูปกับปากสีชมพูอ่อนยิ่งดูชัดขึ้น ดวงตากลมโตแต่กลับสดใสร่าเริงจนละสายตาไม่ได้…มองไกลๆ ยังไงก็ผู้หญิงชัดๆ!
“นี่พี่อีทึก…คบกับผู้หญิงอยู่รึเปล่าเนี่ย?” เสียงหวานบ่นคนเดียวหลังจากที่มองร่างเพรียวของพี่ชายเดินไปหยิบมือถือที่วางบนโต๊ะ “ทำเขาท้อง...อีกต่างหาก”
ช่างกล้าเนอะพี่เรา....ฮ่าๆ
“ซองมิน” เรียกคนที่กำลังบ่นอยู่ ลีซองมินสะดุ้งสุดตัวรู้สึกเสียวสันหลังวาบมองพี่ตรงหน้าอย่างเป็นคำถามเพราะพูดอะไรไม่ออก “ฝากดูฮีบอมด้วยนะ แล้วก็อย่าลืมล็อกห้องด้วยล่ะ”
“ฮ…ฮะ!”
ส่ายหัวน้อยๆกับท่าทางของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่เริ่มจะดูเพี้ยนมากขึ้น…สงสัยอยู่กับพวกทงเฮ ฮยอกแจมากไปล่ะมั้ง มือเรียวคว้ากระเป๋าขึ้นมาสะพายก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ปล่อยให้ลีซองมินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ถ้าเกิดได้ยินว่าเราพูด…ว่าพี่อีทึกคบกับผู้หญิง นายคงได้ไปนอนหยอดน้ำเกลือแน่ๆ…ลีซองมิน ไม่คิดก่อนพูด…เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ”
.........................................................
.......................................................................
“อรุณสวัสดิ์ค่ะน้องฮีชอล…วันนี้แต่งมาน่ารักอีกแล้ว” เสียงหวานใสของสไตลิสต์ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องเสื้อผ้าและทรงผมเอ่ยทักทายทันทีที่เห็นร่างเพรียวเดินเข้ามากับผู้จัดการส่วนตัว
“อรุณสวัสดิ์ฮะ” เจ้าของชื่อเดินเลี่ยงออกมาจากคุณคิม ใบหน้าเนียนยิ้มหวานน้อยๆส่งให้กับคนตรงหน้าก่อนจะหันไปก้มหัวให้กับคนอื่นๆที่อยู่รอบๆ การทักทายที่ทำให้ทุกคนจนหลายคนอดเอ็นดูไม่ได้
“วันนี้มองไกลๆ นึกว่าผู้หญิงคนไหนเดินมากับคุณคิมแนะ!”
“นั่นสิ…นึกว่าแอบมีเด็กน่ารักแล้วไม่บอกซะอีก…ที่แท้ก็เจ้าหญิงฮีชอลของอินกินี่เอง! แต่วันนี้…แต่งซะยังกับผู้หญิงเลยนะ”
“มีแฟนยังจ๊ะ…น้องสาว ไปเที่ยวกับพี่มั้ย?”
หัวเราะกับคำพูดของเหล่าสตาฟ์ทั้งหลาย คำพูดสบายๆแซวกันไปมาจนรู้สึกสนิทกันเกือบเป็นพี่น้องแล้วก็ได้ จนอดที่จะตอบกลับตามกระสาคนรักสนุกแบบเขา
“ฮ่ะๆ คุณคิมมีไม่ได้หรอกฮะ เดี๋ยวผมโกรธเอา!”
“แล้วอีกอย่าง…เดี๋ยวเจ้าของเด็กคนนี้เขาจะมาหาว่าฉันไม่ดูแลนี่สิ พวกนายนะ…ไปทำงานเลยไป!” เสียงทุ้มแหบเจ้าของชื่อที่ฮีชอลเอ่ยขึ้นมาครู่ดังขึ้นสมทบกับบทสนทนา ที่เรียกให้คนตัวเล็กต้องหน้าแดงอย่างห้ามไม่ได้
“โห!…ใครเป็นเจ้าของเจ้าหญิงกันเนี่ย ดูสิหน้าแดงใหญ่เลย ฮ่ะๆ…จะใช่ คนที่มารับบ่อยๆรึเปล่ากันหวา? ที่ชื่ออะไรนะ…อะไรกี้ๆรึเปล่า เฮ้ย!…ซื้อแห้วกินกันได้เลยพวกเรา!” คนถูกพูดถึงได้แต่หน้าแดงเข้าไปใหญ่ ริมฝีปากสวยยกแยกเขี้ยวใส่อย่างโมโหและปิดบังความอาย ก่อนจะเชิดหน้าใส่อย่างเคย
“ล้อเล่นน่า!…ว่าแต่ไปแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวพวกพี่จะเรียกสแตนด์บายแล้ว จะได้เสร็จเร็วๆแล้วไปถ่ายที่อื่นต่อ…จะได้รีบกลับเร็วๆไง” หัวเราะกับคำพูดของสตาฟ์แต่ละคน แซวกันจนเกือบเป็นเรื่องธรรมดาตั้งแต่ก้าวเข้ามาในอินกิ ฮีชอลพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินตามร่างบางของพี่สไตล์ลิสเข้าไปในห้อง
ก็อีตาบ้าที่ไหนไม่รู้…มาคราวก่อนก็มายืนรอเขาออกจากเวทีตอนอัดเฮงบก จนพวกพี่ๆตกใจสงสัยกันไปใหญ่ ว่าทำไมถึงสนิทกันขนาดนั้น! เพราะเขาเองก็ไม่ได้ยอมสนิทกับใครถึงขั้นจับมือถือแขนได้ โชคดีว่าไม่มีใครได้ถ่ายอะไรเอาไว้ไม่งั้นมีหวัง…โดนผู้ใหญ่ดุแน่ๆ
“งั้นพวกเราสองคนขอลาไปก่อนนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม แล้วพบกันใหม่วันอาทิตย์หน้า…สวัสดีครับ/ค่ะ” ใบหน้าเนียนในเทปที่ถูกอัดเอาไว้ ฮีชอลมองภาพของตัวเองเงียบๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนก้มหัวขอบคุณสตาฟ์ทุกคน
“จะกลับแล้วเหรอฮีชอล” เสียงหวานของซองจีฮโย พิธีกรร่วมคู่กับเขาในรายการอินกิกาโย ใบหน้าสวยยิ้มสดใสทักทายร่างเพรียวอย่างสนิทสนม หญิงสาวในชุดเข้ารูปสีชมพูอ่อนเดินเข้ามาใกล้อย่างเคย ก่อนจะทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ว่างด้านข้างใกล้ๆกับร่างเพรียว
“อืม…เดี๋ยวจะไปอัดรายการอื่นต่อนะ...ว่างเหรอ” ตอบรับ ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับตารางงานในมือที่กำลังดูว่าจะต้องไปที่ไหนต่ออีก
“ฮ่ะๆ เปล่าหรอก…ก็แค่จะมาถามว่าจะเข้าบริษัทไปด้วยกันมั้ย? วันนี้ที่นั่นมีงานรับเด็กออดิชั่นใหม่เงียบๆนะ…ฮีชอลคงรู้แล้ว” ใบหน้า
เรียวเล็กคลี่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามพลางชวนอีกฝ่ายให้เข้าบริษัทก่อน
ใบหน้าเนียนของฮีชอลนิ่งหยุดคิดไปพักใหญ่…”จะลองแวบเข้าไปนะ ฉันไม่ได้ถูกเรียกให้เข้าไปนี่…เดี๋ยวจะวุ่นวายมากกว่า”
หัวเราะกับคำพูดของร่างเพรียว คิมฮีชอล…เท่าที่เธอเคยไปรับเด็กออดิชั่นใหม่ หลายต่อหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากจะเห็นหน้าพี่ฮีชอล ถ้าคนตรงหน้าของเธอไปจริงก็คงจะวุ่นวายไม่น้อย
“นั่นสินะ…เจ้าหญิงที่ใครต่อใครก็อยากเห็นไงล่ะ”
“ฮ่ะๆ พูดมากน่า…นู่นผู้จัดการมาแล้วไปเถอะ!” ฮีชอลตัดบทสนทนา พลางชี้มือไปที่ผู้จัดการส่วนตัวของหญิงสาว เธอพยักหน้ารับก่อนจะเดินห่างออกไป แต่เสียงทุ้มหวานที่ดังไล่หลังมาก็ทำให้เธออดที่จะยิ้มไม่ได้
“ถ้าไงว่างๆจะแอบเข้าไปก็แล้วกัน…อยากเห็นหน้าเด็กใหม่อยู่ไม่น้อย”
คิมฮีชอล…เป็นคนรักสนุกจริงอย่างที่ใครต่อใครว่า แต่ก็เข้าถึงยากไม่น้อย…ทั้งที่เธอกับเขาก็อยู่สังกัดเดียวกันแต่ก็แทบไม่ได้เจอกันเลยด้วยซ้ำนอกจากเวลามาอัดรายการแบบนี้…หรือตลอดเวลาที่เคยเป็น MC ด้วยกันมาก่อนก็เท่านั้น ผู้ชายคนนี้เหมือนน้องชายของเธออีกคน
“ไปกันได้แล้วฮีชอล” ผู้จัดการคิมเดินเข้ามาเรียก ร่างเพรียวพยักหน้ารับหันกลับไปขอบคุณสตาฟ์ทุกคน ก่อนจะเดินตามร่างท้วมของอีกฝ่ายออกไปอย่างรวดเร็ว
รถแวนสีเทาคันเดิมของบริษัทขับออกมาช้าๆ ฮีชอลขยับตัวปรับเบาะให้ตัวเองได้พิงหลังสักพัก หลับตาลงพักสายตา
“ยังเจ็บตาอีกรึเปล่า” เสียงทุ้มแหบคุ้นเคยเอ่ยถาม ฮีชอลลืมตาขึ้นมานิดหน่อยมองใบหน้ามีอายุของผู้จัดการคิมที่หันหลังกลับมามอง
“ก็นิดนึงฮะ เดี๋ยวก็คงหาย” ตอบรับเสียงเบา เบือนสายตามองออกไปตามทางด้านนอก เส้นทางเดินที่ใช้มาตลอดเวลา มองหญิงสาวมีอายุที่กำลังอุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมกอด นัยน์ตาเรียวสวยดูอบอุ่นและอ่อนโยน ‘แม่’ คงเป็นแบบนั้นทุกคนล่ะมั้ง
มือเรียวยกมือถือเครื่องโปรดขึ้นมาก่อนจะกดเบอร์โทรออก
…
…
“ยอบาเซโย” กรอกเสียงหวานไปตามปลายสาย
- ฮีชอล? ว่าไงลูก…มีอะไรถึงโทรมาหาแม่เนี่ย ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกหืม? – น้ำเสียงทุ้มนุ่มหวานอ่อยโยน ที่เอ่ยถามถึงจะดูไม่ชอบใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วงเสมอ
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ…” ตอบกลับเสียงเบา จนปลายสายหัวเราะกลับมาเล็กน้อย
- อืมม แต่แม่ยังคิดว่าฮีชอลยังเด็กอยู่เลยนี่ ไม่เห็นจะโตเลย…กินข้าวบางรึเปล่าลูก ไม่สบายก็ต้องกินยานะ…แล้วทะเลาะกับจองซูอีกรึเปล่า – ฮีชอลก้มหน้า เขาชอบฟังเสียงของแม่แบบนี้…ไม่ว่าเมื่อไหร่
ทุกครั้งที่เขาทำผิด ทั้งที่เมื่อก่อนคิมฮีชอลก็เป็นเด็กนิสัยไม่ดีไม่น้อย เกเรตามประสาเด็กๆ แต่แม่ก็…ไม่เคยโกรธ ไม่เคยว่า…มีแต่คอยห่วงตลอดเวลา เขาเคยทำให้พ่อกับแม่เสียน้ำตาไปไม่น้อย…
“ก็มีบางครับ แต่อีทึก…ก็คอยดูแลตลอด เขาเหมือนพ่อเลยด้วยซ้ำ” นัยน์ตากลมโตสั่นไหวทันทีที่เอ่ยถึงอีทึก เหมือนพ่องั้นเหรอ?…ก็จริงนี่ อีทึกกำลังจะเป็นพ่อคน หัวเราะกับคำพูดของตัวเอง
- ฮ่ะๆ ก็จองซูเขาเป็นผู้ใหญ่นี่ มีแต่ลูกแม่นี่แหละ…ที่ไม่โตสักที! แล้วเมื่อไหร่จะไปดูแลจองซูเขาได้ล่ะฮะ? ต้องให้เขาดูแลอยู่เรื่อยลูกคนนี้นี่! – บ่นตามประสา ฮีชอลได้แต่ฟังเงียบๆ จะไปเถียงอะไรก็คงไม่ได้…เพราะมันก็จริงไม่น้อย
อีกอย่าง...แม่ชอบแล้วก็ปลื้มอีทึกมากกว่าใครเลยด้วยซ้ำ!!
“แม่…”
- หือ? มีอะไรรึเปล่าฮีชอล…ไม่สบายเหรอ หรือว่าทะเลาะกับจองซู – แม่คงจะเป็นห่วงจริงๆ เพราะน้ำเสียงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นร้อนรนจนเห็นได้ชัด
“ผม…ผมจะมีหลานให้แม่แล้วนะ” ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยไปตามจริง
- จริงเหรอ? ฮีชอล! – ถามกลับอย่างไม่เชื่อ ก็จริงนี่นา…ใครจะเป็นเชื่อว่าผู้ชายอย่างเขาจะท้องได้ แต่แม่คงจะไม่คิดถึงขนาดนั้น…แค่น้ำเสียงก็พอฟังออกว่าแม่กำลังดีใจ
“มั้งฮะ…” หัวเราะน้อยๆ จะพูดยังไงดีล่ะ?
- อย่ามาโกหกแม่นะ! เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะไปหาเรากับจองซู คอยดูถ้าโกหกแม่…แม่จะตีให้เข็ดเลย เอาสิ! - ฮีชอลหัวเราะเบาๆกับคำพูดของแม่ตัวเอง
“จริงเหรอฮะ”
- พรุ่งนี้แม่จะไปบ้านยายหน่อย แต่เดี๋ยวจะแวะไปหาลูกกับจองซูนะ...เช้าๆก็คงถึงจ๊ะ มีธุระอะไรกันรึเปล่า? -
“ได้ฮะ…ผมต้องวางแล้ว แล้วเจอกันนะฮะ…บายครับ” บอกลาอีกฝ่าย มือเรียวเก็บมือถือลงกระเป๋าเสื้อ ก่อนผู้จัดการคิมจะหันมาสั่งให้เขาเตรียมตัวให้พร้อม แล้วลงจากรถไปอัดรายการต่อ
เท้าเรียวสองคู่ก้าวยาวๆเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของเหล่าซูปเปอร์จูเนียร์ มือแกร่งของผู้จัดการคิมปิดประตูก่อนจะย้ายตัวเข้าไปนั่งคุยกับมิสเตอร์อีทันที ฮีชอลวางกระเป๋าลงกับที่วางด้านหลังที่มีกระเป๋าของน้องๆเต็มไปหมด
วันนี้เขาว่างก็เลยขอผู้จัดการคิมให้เข้าบริษัท จะได้เข้ามาดูท่าเต้นหรืองานที่ต้องทำบาง ไม่ใช่ว่าหายไปทำงานของตัวเองอย่างเดียวเลย
“อ้าว…ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ล่ะ งานหมดแล้วเหรอ” เยซอง เดินเข้ามาก่อนจะถามอย่างแปลกใจที่จู่ๆคนที่นานครั้งจะเข้ามาซ้อมเต้นอย่างเขา มาอยู่ที่ห้องแบบนี้
“อืม…ทำอะไรกันอยู่” ถามกลับเสียงใส ก่อนจะเหลือบมองหาคนที่อยากคุยด้วย
“ก็ซ้อมเต้นเหมือนเดิมนะ ว่าแต่หาพี่อีทึกเหรอ…นู่น!…นั่งอยู่นู่นแนะ…เข้าไปหาหน่อยก็ดีนะ เอาแต่นั่งซึมแบบนั้นมาสองวันแล้ว” พูดจบก็เดินกลับไปซ้อมเต้นตามเดิม
ฮีชอลมองคนที่นั่งพิงกำแพงในมุมเงียบๆ ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปหา นั่งลงข้างอีกฝ่ายเงียบๆ มองใบหน้าหล่อที่ปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน
“นี่” นิ้วเรียวสวยสะกิดเบาๆที่ไหล่กว้าง คนถูกเรียกลืมตาขึ้นมองก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง “ทำไมมานอนตรงนี้…อย่าบอกนะว่าไม่ได้นอนเลยนะ!”
“เปล่า…ก็แค่นอนไม่หลับ โดนแฟนตัวเองไล่ออกจากห้องมาอย่างนั้นใครจะไปหลับลงกันล่ะ” พูดเสียงเบา ก่อนจะเอนศีรษะตัวเองลงพิงกับไหล่เล็กของอีกฝ่าย
ฮีชอลพ่นลมหายใจออกน้อยๆ ทั้งที่กะว่าจะด่าอีกสักรอบแต่พอได้ยิน…ก็ว่าไม่ลง เลยได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายล้มตัวลงนอนบนตักทั้งอย่างนั้น
มองร่างสูงที่ปิดเปลือกตาสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอบอกได้ดีว่าตอนนี้คนตรงหน้ากำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา นิ้วเรียวปัดปรอยผมที่ตกละใบหน้าออกอย่างเคย “อยากเป็นหมีแพนด้ารึไงกันเนี่ย…ตาบ้าเอ๊ย!”
“ขอโทษนะ…ฮีชอล” เสียงทุ้มพึมพำจากปากเรียวของอีทึก ฮีชอลหันกลับมามองคนที่นอนปิดตาอยู่บนตักอย่างไม่เข้าใจ…ละเมองั้นเหรอ?
ก้มหน้าลงจนแทบสัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่าย “นาย…กำลังทำอะไรอยู่กันแน่?” ถามเบาๆ อย่างไม่ต้องการคำตอบ แววตากลมโตมองใบหน้าเนียนของอีทึก เพราะอีทึกเป็นคนชอบเก็บอะไรไว้คนเดียวบ่อยๆ ต้องคาดคั้นถึงได้รู้ว่าในใจลึกๆของคนคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่
.........................................................
.......................................................................
Tags: fic, heechul, leeteuk, supre junior, teukcin5 Comments




