[Fic] Exodus 11

posted on 01 Sep 2008 19:18 by femodos  in Fic-Exodus

Exodus

 


Chapter 11

 


“พี่ฮีชอล...กินแอปเปิ้ลหน่อยสิฮะ” เสียงหวานใสบอกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เจ้าของเสียงได้แต่ถอนหายใจยาวมองใบหน้าเนียนขาวซีดไร้สีเลือดของรุ่นพี่อย่างเหนื่อยใจ หันมองร่างโปร่งที่เดินเข้ามาหาก่อนจะจำใจลุกตามอีกฝ่ายไปนั่งกับสมาชิกคนอื่น


“พี่อีทึกล่ะ?” รยออุคถามคยูฮยอนที่อยู่ด้านข้าง พลางหันกลับไปมองร่างเพรียวบนเตียงขาวที่เอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างมาได้สักครู่แล้ว “ยังไม่มาอีกเหรอฮะ”


“เดี๋ยวก็มา...เฮ้อ~”


ผ่านมาสามวันแล้วที่พวกเขารู้เรื่องของพี่ฮีชอลกับจองฮี


สามวันแล้วที่พี่ชายคนสวยมักร่าเริงสดใสตลอดเวลาเอาแต่นั่งเงียบๆ แทบจะไม่แตะอะไรกินเลยด้วยซ้ำ ถ้าพี่อีทึกไม่อยู่ ถามอะไรก็นับคำตอบได้เลยด้วยซ้ำ จนพวกเราต้องผลัดเวรกันมาดูแลแบบนี้


เข้าใจอยู่หรอก....


แต่อาจจะไม่เท่าพี่อีทึก  ก็พวกเขาไม่เคยรู้จักคำว่าครอบครัวนี่...ถึงจะรู้ว่าการสูญเสียมันเป็นยังไงแต่...เขาก็ไม่เคยเจอการสูญเสียตรงๆแบบนี้


“...พี่ครับ  ออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยดีมั้ย” คิบอมสะกิดร่างเพรียวบนเตียง ใบหน้าหวานละสายตาหันกลับมามองครู่ใหญ่ก่อนที่จะพยักหน้ารับ “งั้นผมพาออกไปนะ”


คงมีเพียงคิมคิบอมคนเดียวละมั้งที่ฮีชอลยังพอเปิดใจให้บ้าง...

 

อากาศข้างนอกออกจะเย็นขึ้นเล็กน้อยจนคิมคิบอมต้องเดินกลับเข้าไปเอาเสื้อกันหนาวที่ห้องมาให้ร่างเพรียวหลังจากที่พาเดินออกมาไม่เท่าไหร่ก็รู้สึกว่าคนบนรถเข็นท่าจะหนาวกว่าเป็นแน่


ฮีชอลถอนหายใจออกมาหนักๆ ไม่ใช่ว่าเขาทำใจไม่ได้แต่เขาไม่อาจจะลืมมันลงได้ต่างหาก เสียววินาทีที่เขาจำได้...เสียววินาทีที่รู้สึกว่าความอบอุ่นขยายเข้าสู่หัวใจก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบ


เขารู้ว่าลูกรักเขา...


เขารู้ว่าตอนนั้นความสุขที่สุดมันเกิดขึ้น...แต่มันชั่วแวบเดียวจริงๆ


“ร้องไห้อีกแล้ว” เสียงที่จำได้ดีดังกระซิบข้างหู พร้อมกับความอบอุ่นที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากด้านหลัง ฮีชอลหัวเราะน้อยๆทั้งที่ยังคงมีหยดน้ำไหลออกมาจากดวงตาที่เคยกลมโตสดใส มือเรียวปาดมันออกก่อนจะนั่งลงคุกเข่าตรงหน้า


มือเล็กคู่นั้นเย็นเฉียบจนอีทึกนึกโกรธตัวเอง... “จองฮีจะเสียใจนะ ถ้าเห็นว่านายร้องไห้เพราะเขานะ” ถูเบาๆให้ความอบอุ่น ก่อนจะนาบให้ทาบลงกับแก้มเนียนของตัวเอง


“ชั้น....คิดถึงลูก” บอกเสียงหวาน อีทึกพยักหน้ารับ


“จองฮีไม่ได้หายไปไหน เขายังอยู่กับนาย...อยู่ตรงนี้” บอกคนตรงหน้าเบาๆแต่ชัดเจน นัยน์ตาเรียวสั่นไหวจับนิ้วเรียวของฮีชอลชี้ลงที่หน้าอกข้างซ้าย


“...หึ...” เสียงหัวเราะเบาๆ ดังรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เม้มติดกันจนแน่น อีทึกคลายยิ้มจางๆเมื่อเห็นว่าคนสวยเริ่มร้องไห้อีกรอบ


แต่ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้าย...เขารู้ว่าฮีชอลเข้าใจ....จองฮีไม่ได้หายไปไหนแต่อยู่ในใจของพวกเราสองคน


เพราะเขาคือลูก...ลูกของคิมฮีชอลและปาร์คจองซู


.........


เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆก่อนที่คนอีกฝั่งจะเปิดมันเข้ามาในห้อง ใบหน้าหล่อติดจะยุ่งหน่อยๆยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรักที่กำลังนั่งรอคนรักตัวเองออกจากห้องน้ำของโรงพยาบาล


“ดีขึ้นแล้วสินะ” คำพูดที่ไม่ต้องการคำตอบ...อีทึกแค่ยิ้มรับแฝงคำขอบคุณอย่างจริงใจ  “เดี๋ยวก็ออกจากโรงพยาบาลได้เลย ชั้นจัดการคุยกับผู้จัดการของฮีชอลเรื่องอาการไปเรียบร้อยแล้ว...เขาไม่รู้เรื่องนั้นแน่ๆ”


“อือ...แต่ผู้จัดการลีเขาก็เข้าใจนะ” พยักหน้ายืนยันกับสิ่งที่เพื่อนพูด


“ทึกกี้ชั้นว่า...อ๊ะ....หมอจองมิน” อีทึกเบือนหน้าจากเพื่อนรักไปตามเสียงมองร่างเพรียวที่เดินออกมากับชุดใหม่ที่เจ้าตัวเลือกเพื่อจะใช้ออกจากโรงพยาบาล อมยิ้มเมื่อเห็นว่าริมฝีปากสวยนั่นตกใจเล็กน้อยที่เห็นเพื่อนรักของเขาอยู่ด้วย


“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ”


“อา....ขอบคุณมากนะ” ฮีชอลขยับเดินเข้ามาหาอีทึกอย่างเคย ยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มเพื่อนรักของอีทึก


ถ้าเขาไม่รู้มาก่อนว่าคิมฮีชอลคือผู้ชาย....เขาคงเผลอคิดไปแล้วแน่ๆว่าจองซูไปคว้าเอาเจ้าหญิงที่ไหนมา...สวยอย่างที่ไม่เคยเห็น ยิ่งทรงผมที่ดูเข้ากับเจ้าตัวแบบนี้


ทั้งแววตาเรียวสวยนั่นดูจะเศร้าจนไม่ว่าใครต่อใครอยากจะเป็นคนเข้าไปปลอบก็เถอะ แต่ก็พอมองออกว่ายังไงฮีชอลก็ยังมีกำแพงใสบางๆกั้นตัวเองกับคนอื่นเอาไว้  ถ้าจะมีก็คงมีคนเดียว...ที่ผ่านกำแพงนั้นเข้าไปได้


คนที่ชื่อ...ปาร์คจองซู


จองมินยิ้มน้อยๆมองอีทึกที่เอื้อมมือโอบเอวบางของฮีชอลเอาไว้ มือเรียวแกร่งปัดปรอยผมออกให้อย่างเบามือ  “เอาล่ะจองซู...ชั้นว่าชั้นไปทำงานต่อดีกว่า” จนอดไม่ได้ที่จะบอกออกมาขำๆ


มองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อทันทีที่เจ้าตัวรู้ความหมาย ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเพื่อนรักที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียง “โชคดี...”


ประตูปิดลงไปแล้ว เหลือเพียงแค่ความเงียบกับคนอีกสองคนที่ยังคงนั่งอยู่ในห้อง อีทึกดึงคนตัวเล็กที่ยืนอยู่เข้ามากอดเงียบๆ


ไม่ว่ายังไงเขาก็อยากให้ฮีชอลรู้ว่า...เขายังอยู่กับฮีชอลตลอด


 “กลับกันเถอะ....ชั้นอยากกลับแล้วล่ะ” ฮีชอลดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของอีทึกเบาๆ มือเรียวสวยจับใบหน้าของอีกฝ่ายขึ้นมามองรอยยิ้มสวยขอบคุณฉายชัดขึ้นบนแก้มเนียน ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มแดงจะทาบทับลงกับริมฝีปากของอีทึก


ร่างสูงชะงักเล็กน้อยมองใบหน้าสวยที่ค่อยๆขยับออกห่าง อีทึกยิ้มหวานยกมือเรียวขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาให้ “ไม่เป็นไรแล้ว” บอกร่างเพรียวข้างหู มือแกร่งกระชับมือเนียนจนแน่น


ก่อนที่อีทึกจะขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินจูงมือฮีชอลออกไป ความอบอุ่นที่ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วคงไม่จำเป็นต้องเอ่ย แค่อย่างเดียวที่เขารู้และเชื่อมั่นมาตลอด...


ไม่ว่าเมื่อไหร่...ก็จะอยู่ด้วยกัน


แม้ว่ามือที่ว่างอีกข้างนึงอยากจะจูงมือเล็กๆของเด็กที่อยากเห็นหน้ามากที่สุด...แต่ในเมื่อความเป็นจริงมันไม่อาจเป็นอย่างนั้น  เขาก็คงต้องยอมรับมันแต่โดยดี


แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่เปลี่ยนไป...คือคำว่าครอบครัว ปาร์คจองซูคิมฮีชอลและปาร์คจองฮี จะคงเป็นครอบครัวที่เขารักและนึกถึงตลอดเวลา


“ชั้นรักอีทึกนะ...”


“หือ..?” เท้าเรียวหยุดชะงักหันมามองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ แวบหนึ่งที่อีทึกยืนนิ่งก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง...มือแกร่งเอื้อมสอดผ่านกลุ่มผมเนียนรั้งให้คนตัวเล็กก้าวเข้ามาใกล้ กระซิบเสียงหวานเบาๆข้างหู คำที่ทำให้คิมฮีชอลอดไม่ได้ที่จะยิ้มหวานตอบกลับ


คำที่ราบเรียบ...ที่ได้ยินเสมอ หากแต่ไม่เคยสักครั้งที่จะทำให้ใจดวงนี้เบื่อที่จะรับฟัง


“ชั้นเองก็รัก...รักคิมฮีชอลกับปาร์คจองฮี...”


“รักมากครับ...เจ้าหญิง”


…..

 


คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะลืมเรื่องร้ายๆให้ออกไปจากความทรงจำของตัวเอง...แต่การจะยืนยัดและยอมรับความจริงนั้นต่างหากที่ยากเย็นกว่า


สำหรับเขา...มันช่างยากเย็นมากเหลือเกิน  หากต้องเผชิญปัญหาที่เกิดนี้เพียงคนเดียว การสูญเสีย...สิ่งที่สำคัญที่สุด


สูญเสีย...คนที่ได้ชื่อว่า ‘ลูก’


นิ้วเรียวขยับคลิกเม้าส์ไปเรื่อยเปื่อยหน้าโฮมเพจต่างๆเปิดขึ้นมากมายก่อนจะถูกปิดลงพร้อมกับอาการถอนหายใจหนักๆ คิมฮีชอลขยับตัวเล็กน้อยลุกออกจากโต๊ะทำงานสีขาวของอีทึก ทิ้งตัวลงกับเตียง


ถ้าบอกว่าจะไม่คิดถึงเลยก็คงทำไม่ได้ แต่จะรักษาสัญญาที่ให้กับอีทึกก็ช่างยากเย็นเหมือนกัน...ในเมื่อเขายังแอบร้องไห้อยู่ทุกวันแบบนี้ เสียงสะอื้นเบาๆดังรอดจากริมฝีปากอิ่มซีด ให้คนนอกห้องได้แต่ยินนิ่งรอให้อีกฝ่ายเงียบลงก่อน


ไม่ใช่ครั้งแรกที่อีทึกเลือกที่จะทำแบบนี้...ตราบใดที่เขาและฮีชอลยังทำใจเรื่องจองฮีไม่ได้ ก็คงยากที่จะสั่งให้ใครสักคนเลิกที่จะแอบร้องไห้เงียบๆแบบนั้น


เพราะเขาเองก็เข้าใจในตัวของฮีชอล....บางทียังแอบอยากไปร้องไห้คนเดียวเงียบๆ พอนึกถึงช่วงเวลาที่เคยมีจองฮีอยู่ใกล้ๆ


“กลับมาแล้วเหรอพี่อีทึก!” คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองก่อนจะยิ้มให้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือชินดง “ทำไมไม่เข้าห้องล่ะครับ...พี่ฮีชอลก็อยู่นะ วันนี้เห็นเอาแต่เล่นเกมทั้งวันเลย”


อีทึกหัวเราะกับสิ่งทีอีกฝ่ายพูด มือเรียวแตะบ่าน้องรักที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องครัว “ปล่อยไปเถอะ...เดี๋ยวก็ไม่ได้ว่างแล้วล่ะ” ใบหน้าหล่อยิ้มเล็กน้อยพลางนึกถึงงานที่เขาเพิ่งรู้มา...อดไม่ได้ที่จะกังวลแทนด้วยซ้ำ


งานที่เขาไม่อยากให้ฮีชอลทำ


งานที่จะเรียกความทรงใจในส่วนลึกกลับคืนมา...


“กลับมาแล้วทำไมไม่เข้าห้องล่ะตาบ้า” ใบหน้าสวยหวานพองลมเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ “หิวเหรอ?...ชั้นไปหาอะไรให้แล้วกัน” ฮีชอลดันอีกฝ่ายเข้าห้องไปเบาๆ


“ไปอาบน้ำไป....เดี๋ยววันนี้พวกน้องๆจะมากินอะไรที่ห้อง ชั้นกับพวกซองมินทำกับข้าวเอาไว้แล้ว” บอกพร้อมกับยิ้มกว้างอย่าอารมณ์ดี จนอีทึกได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ...ก็ในเมื่อสักครู่เขาแน่ใจว่าคนคนนี้เพิ่งร้องไห้ไปแน่ๆ


ดวงตากลมโตที่บวมเล็กน้อยเป็นหลักฐานได้ดี...แต่ถ้าฮีชอลไม่อยากจะพูด เขาก็จะไม่ถาม...ได้แต่รอเวลาให้ช่วยรักษาความเจ็บปวดนั่นล่ะ


“หิวสิ...หิวมากด้วยแต่อยากกิน...คนบางคนมากกว่า” เสียงทุ้มกระซิบเบาข้างหู อีทึกยิ้มขำเมื่อเห็นว่าใบหน้าสวยเหวอไปเล็กน้อยก่อนจะขึ้นสีระเรื่อจนเกือบแงดงจัด
 

“พูดบ้าๆ  เชิญนายไปหากินคนเดียวเลยไป!!” ใบหน้าสวยอมลมจนแก้มป่อง นิ้วเรียวฟาดใส่คนตรงหน้าไม่ยั้งทั้งผลักทั้งทุบและดันจนอีทึกได้แต่หัวเราะเสียงดัง ยิ่งให้คนตัวเล็กกว่านึกเคืองขึ้นมา


“ฮ่าๆๆ...เดี๋ยวก็โดนตีตายหรอกพี่  เจ้าหญิงของเรายิ่งอารมณ์แปรปรวณอยู่แล้ว” เสียงกัดดังๆจากเจ้าน้องรักที่ฮีชอลนึกอยากจะวิ่งเตะให้เข้าโรงพยาบาลสักรอบ ใบหน้าสวยหันจากอีทึกมองคังอิน “แล้วนายอยากโดนแทนล่ะคัง...อ๊ะ”


พูดไม่ทันจบร่างทั้งร่างก็ถูกอีทึกดึงเข้าไปกอดซะอย่างนั้น ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงอ่อนๆ เมื่อเห็นว่าน้องๆที่กำลังเดินเข้ามาหยุดชะงักกันหมด  ก่อนจะยิ้มเจ้าเหล่กันแทบทุกคน


“แหม~ ไม่ต้องมาหวานตรงนี้ก็ได้ฮะพี่อีทึก...พี่คังอินเขาแค่เพิ่งทะเลาะกับคยูมาก็แค่นั้นเอง ใช่มั้ย...คยูฮยอน” เสียงหวานแอบกัดนิดๆของซองมินบ่นออกมาเสียงดัง ราวกับประชดแทนเพื่อนรักที่เดินตามหลังมาเงียบๆ


มองคังอินที่สะดุ้งน้อยๆเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มคนรักเดินเลี่ยงเข้าห้องไปไม่แม้แต่จะมองหน้าตัวเอง คิงยองอุนแยกเขี้ยวใส่เด็กหนุ่มคนพูดก่อนจะรีบถลาตามเข้าไปให้น้องคนอื่นๆเดินเข้าไปในห้องครัวอย่างอารมณ์ดี


อีทึกมองคนตัวเล็กที่โดนเขากอดอยู่หัวเราะขำกับเรื่องเมื่อครู่ ใบหน้าสวยหันมาหาก่อนจะก้มลงเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอยู่ห่างจากอีทึกไม่เท่าไหร่ บอกเสียงเบาให้นึกเอ็นดู “นี่! ปล่อยได้แล้ว...ชั้นจะไปหาอะไรมาให้กิน...ปล่อยสิ”


“ทึกกี้...” เสียงหวานเรียกชื่อเขาเบาๆอย่างสงสัยว่าทำไมถึงไม่ปล่อยตัวเอง แวบหนึ่งที่เห็นร่างสูงเบือนหน้าไปอีกทาง ก่อนจะได้แต่หัวเราะขำๆเมื่ออีทึกกระซิบคำตอบข้างหู “อย่าทำแบบนี้...กับคนอื่นนะ” บอกเสร็จก็หันหลังกลับเข้าห้องทันที


ปล่อยให้ฮีชอลยืนหน้าแดงอมชมพูอยู่คนเดียว 


ทำไมนะเหรอ?


บางมุม...อีทึกก็แมนกว่าคนอื่นเยอะ แต่บางมุมอีทึก...ก็น่ารักกว่าใครเหมือนกัน และเมื่อครู่อีทึกก็ทำให้เขารู้สึกเขินอย่างสุดๆทั้งที่อีทึกต่างหากที่ควรจะเขิน...!!


“บ้า!!” ตะโกนไล่หลังไปหลังจากที่เผลอเอามือจับแก้มตัวเองและรู้ว่ามันร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะได้แต่เดินหน้าง้อเข้าห้องครัวไปทั้งที่ความจริงแล้วก็อดดีใจไม่น้อย


เท้าเรียวก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะทิ้งตัวลงกับเตียงนุ่มซุกหน้าลงกับหมอนใบโปรด...เมื่อครู่เกือบจะยืนไม่อยู่  เขารู้จักฮีชอลมานานและอยู่กับฮีชอลมานาน แต่ไม่มีเลยสักครั้งที่จะทนกับท่าทางน่ารักแบบเมือครู่ได้


มีคนเคยบอกว่าเขาไม่หวง...ใครต่อใครบอกว่าปาร์คจองซูคนนี้ไม่ใช่คนขี้หึง


ถ้าจะตอบว่าจริงๆแล้วผมหวงล่ะ...ผมขี้หึงล่ะ? พวกคุณจะเชื่อมั้ย? ผมปาร์คจองซูไม่ต่างจากฮีชอลเลยด้วยซ้ำ  บางทีอาจจะมากกว่าก็ได้...ก็ในเมื่อฮีชอลทั้งสวยทั้งน่ารักแบบนี้  แล้วผมจะไม่หึงเขาได้ยังไง?

....

TBC.