[Fic] Be Amor...5
posted on 10 Aug 2008 16:21 by femodos in Fic-Be-Amor....
Chapter 5
ทั้งที่บอกว่าไม่เป็นไร....
แล้วทำไมผมยังเป็นแบบนี้อีกกันนะ?....
“ยอบาเซโย” นิ้วเรียวขยับกดรับสายโทรเข้าทันที หลังจากขอตัวเดินออกมาจากการถ่ายภาพลงปกนิตยสารรายเดือนเล่มใหม่
“พี่อีทึก! พี่ฮีชอลเข้าโรงพยาบาล” น้ำเสียงร้อนรนของซองมินทำให้อีทึกแทบจะปล่อยมือถือลงกับพื้น
“อะไรนะ!?”
“ขอโทษฮะ...พี่เขาเข้าห้องน้ำคนเดียวแล้วก็ล้ม” เก็บมือถือลงในกระเป๋า
เจ็บ....เจ็บจนชา...นี่เหรอที่บอกว่าไม่ต้องห่วง?
แบบนี้นะเหรอที่เรียกว่าเข้มแข็ง!
คนแบบนี้นะเหรอที่จะให้เขาทิ้งเอาไว้โดยที่ไม่ดูแล....คนแบบฮีชอลนะเหรอที่จะให้เขาทิ้งไปทั้งที่รักจนทำอะไรไม่ถูกแบบนี้!!
เท้าเรียวก้าวยาวๆไปหาผู้จัดการของตัวเอง พูดไม่กี่ประโยคร่างสูงก็แทบจะวิ่งออกไปจากตรงนั้น
...แกร็ก....
อีทึกปิดประตูลงเบาๆ มองร่างเพรียวที่นอนนิ่งในชุดของโรงพยาบาลชื่อดัง กับเด็กหนุ่มที่นั่งชิดติดขอบเตียงก่อนจะก้าวเข้าไป
“ซองมิน...”
“พี่ฮะ!...ผมขอโทษ” ลีซองมินสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะหันกลับไปหาร่างโปร่งที่เดินเข้ามาเงียบๆ อีทึกได้แต่ส่ายหน้าอย่างเคย รอยยิ้มสวยมีให้รุ่นน้องเพื่อคลายความเครียด
ทาบมือเรียวลงกับใบหน้าสวย
ฮีชอลขาว...ขาวมากกว่าสมาชิกคนอื่นๆด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ฮีชอลดูซีดและบอบบางกว่าเดิม
จนบ้างครั้ง....เขาก็กลัว....กลัวว่าจะทำให้แก้วที่ใสสะอาดแบบนี้แตกสลายไป
หากเขา.......แตะต้องมันมากเกินไป
อีทึกถอนหายใจยาว มือเรียวปัดปรอยผมที่ละใบหน้าสวยออกอย่างเบามือ
มองคนตรงหน้าที่นอนนิ่งราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง
ฮีชอลคือตุ๊กตาจริงๆนั่นแหละ....ตุ๊กตาที่เผลอได้รับหัวใจ....และหลงรักเจ้าของของมัน
แต่สุดท้ายมันก็แค่ตุ๊กตาตัวหนึ่ง.....เมื่อขาดหัวใจ....ก็ไม่มีชีวิตตามเดิม
เหลือเพียงแค่หุ่น......กับหัวใจที่แตกสลาย
ไม่ต่างอะไรจากที่ฮีชอลกำลังเป็นตอนนี้......
แต่เพียงแค่ฮีชอลไม่ได้เป็นอะไรมาก....เขาก็พอใจแล้ว
“...ฝากดูฮีชอลหน่อยนะ พี่จะออกไปหาเพื่อน” ละสายตาจากร่างเพรียวบนเตียงมาหาเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนเงียบๆ ลีซองมินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“เอาอะไรมั้ย...นมแล้วกันนะ” เสียงทุ้มถามซองมินที่นั่งกุมมือพี่ใหญ่อย่างเป็นห่วง อีทึกมองสองคนในห้องก่อนจะบอกกับตัวเองเบาๆ เพราะซองมินคงไม่มีกระจิตกระใจจำทำอะไรอีกแม้แต่จะพยักหน้าตอบเขา
“จองมิน...” อีทึกเรียกคนที่ยืนหันหลังออกไปนอหน้าต่างให้หันกลับ
“อ้าว...จองซู มาเรื่องสมาชิกในวงนายสินะ นั่งสิ” ร่างสูงขยับตามที่อีทึกเรียก ใบหน้าหล่อคมคายยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือเพื่อนสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน
ร่างเพรียวพยักหน้ารับก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับจองมิน “เรื่องฮีชอล...” ถามทันทีที่เห็นอีกฝ่ายนั่งลงตาม
“อืม ไม่มีอะไรมากหรอก...แค่ล้มแล้วกระแทกที่จมูกเล็กน้อยนะ....แต่ ชั้นว่ามันแปลกๆนะ” จองมินหยิบแฟ้มผู้ป่วยด้านข้างขึ้นมาเปิดอ่านอย่างที่เคยทำกับคนไข้รายอื่นๆ
“แปลก?” คิ้วเรียวยกขึ้นสูง มองจองมินที่พยักหน้ายืนยัน
“ฮีชอล....เขาทำงานหนักมากเหรอ” อีทึกพยักหน้ารับ “แล้วได้นอนบ้างรึเปล่า?...” น้ำเสียงทุ้มแหบหน่อยๆถามต่อ
อีทึกชะงักกับคำพูดของเพื่อนรัก
จริงอยู่ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา....ฮีชอลนอนไม่ค่อยหลับ
อาการแปลกๆที่เขาเห็นบ่อยคือสะดุ้งตกใจขึ้นมากลางดึก....แล้วก็กอดตัวเองเงียบๆ
แต่เขาก็พยายามให้ฮีชอลได้นอนตลอด.....จนพักหลังๆก็เห็นคนสวยหลับในอ้อมกอดของเขา
แต่สองสามวันที่เขา...ไปทำงานที่ยองทง
หรือว่าฮีชอล.....?!
“....จองซู ชั้นตรวจพบว่าฮีชอลระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากพักผ่อนน้อยและไม่ค่อยได้กินอาหารเลย ชั้นว่านายน่าจะรู้ไว้นะ....” จองมินคงเห็นเขาชะงักไปนาน เลยได้แต่พูดออกมาเอง
“อือ...”
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า....” ถามต่อ มือเรียวแตะบ่าเขาอย่างเป็นห่วง
“....นิดหน่อยนะ จริงสิ...นายมียานอนหลับบ้างมั้ย” อีทึกตอบรับเสียงเบา ก่อนจะหันกลับไปถามร่างสูงอีกครั้ง ใบหน้าหล่อของจองมินขมวดคิ้ว
“ก็มี...นี่จองซู นายคงไม่คิดจะ...”
“อื้อ....ช่วงนี้ชั้นต้องไปทำงานที่ยองทง ไม่ได้อยู่ดูแลฮีชอลเท่าไหร่....ก็เลย….” อีทึกขยับตัวเล็กน้อย ตอบคำถามเพื่อน แววตาเรียวสวยดูเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด
จองมินถอนหายใจยาว “อย่าเลยจองซู....มันไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเกิดว่าเขาหลับได้เพราะยาจริงๆ ก็คงดี...แต่มันไม่ใช่จองซู....ฮีชอลเขาหลับไม่ลงเลยด้วยซ้ำ”
“หมายความว่าไง?”
“เมื่อคืนชั้นลองให้เขากินแล้วล่ะ....แต่มันตรงกันข้าม เขาอาเจียนออกมาจนหมด....แล้วก็เพิ่งมาหลับได้ตอนเช้าๆนี่แหละ” หันหน้ามองอีทึกไม่หลบ “ชั้นว่า...เขามีความหลังอะไรที่เจ็บปวดรึเปล่า”
อีกครั้งที่อีทึกต้องเงียบ นัยน์ตาเรียวหลุบต่ำปกปิดความรู้สึกข้างใน
“อือ...”
ทำไม....แผลในใจของฮีชอลมันถึงได้ใหญ่ขนาดนี้กันนะ?
ทั้งที่เขาเห็น.....ตอนกลางวันที่เข้มแข็งแค่ไหนนั่น.....คงเพราะฝืนจนสุดกำลังเลยสิท่า....
แต่ทำไมทุกครั้งที่อยู่กับเขา....ทำไมถึงแสดงอาการแบบนั้นออกมาตลอด.....
แล้วถ้าขาดเขาไปอีกคน....ฮีชอลจะไม่หายไปเลยเหรอ....
“ชั้น....จะให้เขาอยู่ที่นี่ จนกว่านายจะกลับมาดีมั้ย” จองมินบอกอีทึก น้ำเสียงหนักแน่นนั่นเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด “นายไปกี่วัน...?”
“เหลืออีกสาม...” เงียบไปนานก่อนจะตอบกลับ
บางทีที่จองมินเสนอ...อาจจะดีที่สุด
ดีกว่าที่เขาจะให้ฮีชอลไปอยู่คนเดียวที่ห้อง....อย่างน้อยก็ยังมีจองมินคอยดูแล
“งั้นก็ตกลงตามนี้เถอะนะ....ได้ยินว่าฮีชอลทำเลสิกมาด้วย อันตรายนะถ้าให้อยู่ที่บ้านคนเดียว” อีทึกมองเพื่อนรักของตัวเองเงียบๆ
“อืม...แล้วจะไปคุยกับผู้จัดการให้” ตอบรับเสียงเบา จองมินได้แต่ยิ้มรับ...มองเพื่อนรักอย่างเห็นใจ
ดูก็รู้....ว่าจองซูคิดยังไงกับฮีชอล….
ถึงเขาจะรู้จักว่าจองซูเป็นคนรักเพื่อนพ้องมากแค่ไหน....แต่มันก็ต้องมีขอบเขตบ้าง
แววตาอ่อนโยนที่สะท้อนเงาของฮีชอลออกมาทุกครั้งที่เอ่ย....แค่นั้นก็ทำให้เขายินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อนอย่างจองซูแล้วล่ะ
“ไปดูเขาหน่อยสิ....บ้างทีอาจจะตื่นแล้วก็ได้” เสียงทุ้มบอกอีทึก มือเรียวแตะบ่าสองสามทีอย่างที่เคยทำ ให้กำลังใจ
....
เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ อีทึกหันมองต้นเสียงที่เป็นเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายสองสามคน ก่อนจะหันกลับไปสนใจกับนมอุ่นๆตรงหน้าที่กำลังสั่งจากร้าน
“ขอโทษค่ะ...พี่อีทึกรึเปล่าค่ะ” ร่างสูงชะงักมือเรียวที่กำลังจะส่งแบงค์ให้กับคนขาย พยักหน้าโดยที่ยังไม่หันไปมอง
“มีอะไรรึเปล่าครับ?”
“คือ....พวกเราได้ข่าวว่าพี่ฮีชอลเข้าโรงพยาบาล...เอ่อ...คงจะจริงสินะค่ะ” ไม่แปลกเลยที่เด็กสาวพวกนี้จะกล้าคุยกับเขา อีทึกพยักหน้ารับกับรอยยิ้มจางๆ
เพราะถ้าพวกเขาเป็นเอลฟ์แน่นอน...เขาคงอายที่จะคุย
ถ้าเขาเป็นแฟนคลับของคนอื่นๆ ก็คงมีบ้างที่จะเขิน.....เวลาที่ต้องมาพูดคุยตรงๆกับพวกเขา
แต่นี่....เด็กสาวพวกนี้คือสมาชิกคนหนึ่งของฮีชอล
แฟนคลับโดยเฉพาะของฮีชอล....กลุ่มคนที่ฮีชอลเรียกว่ากลีบดอกไม้
มันต่างจากแฟนคลับคนอื่นโดยสิ้นเชิง....
กลีบดอกไม้จะรักและแคร์ฮีชอลมากกว่าใคร....อันนี้เขารู้
แต่ไม่คิดว่าพวกพวกเธอ....จะรักและเป็นห่วงฮีชอลถึงขนาดนี้ก็เท่านั้น!
“แล้วพี่เขา...เป็นอะไรมากรึเปล่าค่ะ” น้ำเสียงใสๆ เป็นห่วงจนเห็นได้ชัด อีทึกหันมองเด็กสาวอีกสองคนด้านหลังที่ยืนเงียบๆแต่ดวงตากลับมีหยดน้ำคลออยู่
“ไม่เป็นไรแล้วครับ...สบายใจได้นะ แค่หกล้มเล็กน้อย” อีทึกตอบคำถามเด็กสาวก่อนจะมองหาที่คุยที่มันดีกว่านี้...เพราะหากใครมาเห็นเขาก็คงกลายเป็นข่าวอีกแน่ “ไปหาที่เงียบๆดีกว่ามั้ย”
จะว่าเขาชินกับแฟนคลับของฮีชอลก็ได้...
ก็ในเมื่อเขาเป็นลีดเดอร์....เจอแฟนคลับหลายแบบแต่ที่ทำให้เขาสบายใจมากที่สุดก็คง...yuri9doo
พวกเธอไม่ได้กรี๊ดกร๊าดแบบแฟนคลับคนอื่นๆ....
พวกเธอแค่มาถามอาการ ถามอะไรที่เกี่ยวกับฮีชอลแล้วก็จากไป....พวกเธอเป็นแบบนี้เสมอ
“อ๊ะ...ขอโทษค่ะ! ว่าแต่พี่ว่างเหรอค่ะ” เด็กสาวที่เรียกว่ามีใบหน้าน่ารักคนหนึ่งถามกลับอย่างเป็นห่วง
“ก็พอมีเวลาคุยกับน้องๆล่ะ” บอกพลางเดินนำไปหาที่เงียบๆมุมอื่นของโรงพยาบาล
“ขอโทษนะค่ะที่พวกเรามารบกวน....คือพวกเราเป็นห่วงพี่ฮีชอลนะค่ะ จู่ๆก็ปิดไซเวิล์ดหายไป...แล้วก็แปลกๆ” ทั้งสามคนก้มหัวขอโทษเขาอย่างทุกครั้ง ก่อนจะบอกสาเหตุที่ทำให้พวกเธอยอมหยุดเรียนมาที่นี่
“ไม่เป็นไร...”
“เอ่อ....พี่อีทึกพักกับพี่ฮีชอลสินะค่ะ” พยักหน้ารับ “รบกวน....ช่วยดูแลพี่ฮีชอลหน่อยนะค่ะ”
เป็นครั้งแรกที่เขาต้องยักหัวคิ้วขึ้นเป็นคำถาม....ทำไมพวกเธอถึงเป็นห่วงฮีชอลขนาดนี้?
“ได้สิ....แต่ทำไม?”
“พวกเราเป็นกลีบดอกไม้ค่ะ.....” เสียงหวานเอ่ยบอกเขา อีทึกได้แต่นั่งเงียบฟังไปเรื่อยๆ
ทำไมกันนะ....เพราะฮีชอลรู้เรื่องแบบนี้รึเปล่า?
ถึงได้ข่าวว่าฮีชอลยอมทำทุกอย่างเอกลีบดอกไม้ ออกมาปกป้องตลอดเวลา...ไม่ว่าจะจากแอนตี้ จากนักข่าวจากคนอื่นๆ....
เหมือนอย่างที่กลีบดอกไม้ก็สู้เพื่อปกป้องฮีชอลเช่นกัน.....
“ขอโทษนะค่ะ...ที่พูดอะไรไปเรื่อย วันนี้พวกเราแค่อยากจะมาถามอาการนะค่ะ...แล้วก็เอาของมาฝาก....จากกลีบดอกไม้ที่โรงเรียนค่ะ” อีทึกยิ้มจาง เอื้อมมือออกไปรับถุงกระดาษสองสามถุงมาถือเอาไว้
“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะค่ะ....เอ่อ....พี่ค่ะ...รบกวนอย่าบอกพี่ฮีชอลนะค่ะ” ไม่นานมากทั้งสามคนก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะขอตัวกลับ
“ทำไมล่ะ?....ฮีชอลน่าจะดีใจออก” อีทึกถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
“.....บอกว่าจากกลีบดอกไม้ส่งมาให้ก็พอค่ะ” มองเด็กสาวที่มองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมา แล้วตอบคำถามเขาด้วยรอยยิ้ม
นี่ไงที่บอกว่าต่างจากคนอื่น....
กลีบดอกไม้ของฮีชอลไม่เคยทะเลาะกัน....ไม่เคยบอกว่านี่ของชั้นหรือแสดงออกให้ฮีชอลเห็นว่าชั้นทำ
ทุกครั้งที่ฮีชอลได้รับของ....เขาเองก็จะได้ยินจากปากเรียวสวยคู่นั่นว่า..’จากกลีบดอกไม้’…
เคยสงสัยหลายครั้ง...ว่ากลีบดอกไม้ที่พูดถึงนะ...คือคนคนเดียวรึเปล่า?
แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว....ว่าคือทุกคนที่รักฮีชอล
บางครั้งเขาก็เคยแอบถามเรื่องกลีบดอกไม้กับแฟนเซอร์วิส....
แต่ทุกครั้งที่ได้คำตอบก็ไม่เคยเข้าใจ....ฮีชอลชอบบอกว่า....ถ้าเขารักใคร....กลีบดอกไม้ก็จะรักด้วย...
เพราะงั้นเรื่องทะเลาะกันเพราะแฟนเซอร์วิสคงไม่มีทาง....
ต่างจากของเขา....ที่มีแต่ทะเลาะกันเรื่องคู่
ทั้งที่เขาก็อยากจะบอก....ว่าเขาไม่ได้รักกับคนนี้....ไม่ได้ชอบคนนั้น....แต่ก็ไม่มีใครฟัง
ต่างคนก็ต่างเลือกคู่ของตัวเอง....
แต่ของฮีชอลไม่ใช่!...พวกเธอไม่ได้ถามเขาสักคำว่าทำไมพี่ฮันคยองไม่ดูแล ทำไม...ซีวอนถึงไม่สนใจ แต่พวกเธอเพียงแค่...ขอร้องให้เขาดูแลเท่านั้น
เพราะพวกเธอ....รักฮีชอลจากใจ
อีทึกผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ มือเรียวถือถุงกระดาษสามถุงกับแก้วนมที่ยังอุ่นอยู่เดินกลับไปที่ห้องช้าๆ
เสียงกุกกักจากหน้าห้องเรียกให้ซองมินขยับตัว บอกพี่ชายหน้าสวยก่อนจะลุกขึ้นไปดูที่ประตู ชะงักเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือลีดเดอร์ของตัวเอง พูดคุยไม่กี่คำก็เดินออกไปนอกห้อง
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามร่างเพรียวที่นั่งมองเขาเดินเข้ามาในห้อง ฮีชอลพยักหน้าน้อยๆมองถุงกระดาษในมือของอีทึกอย่างเป็นคำถาม
“กลีบดอกไม้มาเหรอ” อีกครั้งที่อีทึกต้องเงยหน้ามองร่างเพรียวบนเตียง เสียงหวานทำให้เขางงว่าอีกฝ่ายรู้ได้ยังไง
“...ถุงแบบนั้น....มีแต่กลีบดอกไม้ที่ใช้ เห็นตราด้านล่างมั้ย...?” บอกเสียงเบาตอบคำถามอีทึก มองร่างเพรียวที่ยกถุงขึ้นมาดู
by…Petal …
หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะขยับหยิบถุงในมือไปให้ร่างเพรียวบนเตียง นั่งลงด้านข้างมองฮีชอลที่หยิบของออกมา
“พวกเขามาถามอาการนายนะ” อีทึกบอกฮีชอลเบาๆ ใบหน้าสวยหันมามองก่อนจะหันกลับไปสนใจของในมือต่างเดิม
เพราะพวกเราคือกลีบดอกไม้....
อาจจะมีบ้างที่ต่างคนก็มีความรู้สึกแตกต่างกันไป....แต่อย่างหนึ่งที่เรามีเหมือนกัน.....รักพี่ฮีชอล
พวกเราอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่ฮีชอล....อาจจะฟังดูงี่เง่า....แต่พี่เขาเหมือนขอนไม้ให้กับพวกเรา
รอยยิ้มของพวกเราเกิดจากพี่ฮีชอล....
เพราะงั้นถึงอยากจะดูแลคนที่เป็นกำลังใจให้พวกเรามีชีวิตอยู่ไงล่ะค่ะ
ฮีชอลคงรู้เรื่องนี้ล่ะมั้ง....ถึงได้ยินดีทำงานที่ผู้ใหญ่ยื่นให้อย่างไม่มีบ่น
เพราะรู้ว่ามีอีกหลายคนที่รอดูตัวเองอยู่ตลอดเวลา....
และรู้ว่าพวกเขาจะยิ้มออก....ถ้าเห็นรอยยิ้ม ถึงได้พยายามทำงานและฝืนยิ้มทำตัวร่าเริงตลอด....
เพื่อปกป้องและให้กำลังใจกลีบดอกไม้อย่างนั้นนะเหรอ?
“นี่” น้ำเสียงหวานกับนิ้วเรียวสะกิดที่ไหล่ของอีทึก ร่างสูงสะดุ้งน้อยๆยิ้มจางเป็นคำถาม “กินมั้ย?...เค้กสตรอเบอรรี่”
“อือ....” ตอบรับก่อนจะเอื้อมมือไปจัดการแทนฮีชอล เพราะสายน้ำเกลือที่ติดอยู่คงทำให้ลำบากเล็กน้อยในการขยับ
ไม่นานนักเค้กสตรอเบอรรี่ก็ถูกจัดมาอยู่ในจาน อีทึกวางมันลงบนตักของฮีชอลมองร่างเพรียวที่ตักขึ้นมากินอย่างเอ็นดู
“พวกเขารู้ด้วยเนอะ...ว่านายชอบอะไร”
“อือ....กลีบดอกไม้ของชั้นเขาก็เป็นแบบนี้แหละ” ชะงักมือเรียวที่จะตักเค้กเข้าปากก่อนจะตอบรับคำพูดของอีทึก “ทึกกี้บอกว่าชั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“...ไม่เป็นไร” น้ำเสียงทุ้มบอกฮีชอลก่อนจะยกมือขึ้นเช็ดครีมสดที่ติดมุมปาก “...จองมินบอกว่านายพักผ่อนน้อย...นอนไม่หลับหรอ”
คิ้วเรียวสวยขมวดขึ้นน้อยๆ “จองมิน?...อ่อ...เพื่อนทึกกี้หรอกหรอ”
“อือ...”
“ชั้นนอนไม่หลับ....เมื่อไหร่นายจะกลับ” น้ำเสียงเหงาจากฮีชอลทำให้อีทึกได้แต่นั่งเงียบ....มองร่างเพรียวที่วางเค้กในมือลง หันมองเขาไม่หลบอย่างเคย “ไม่อยากอยู่ที่นี่....”
มือเรียวของอีทึกยกขึ้นลูบหัวเล็กอย่างเบามือ “อีกสามวัน....ทนหน่อยนะ”
รู้ดี....ว่าฮีชอลไม่ชอบการนอนโรงพยาบาลสักเท่าไหร่
เหตุการณ์ครั้งก่อนตอนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนั้น....ยังฝังลึกลงในใจของฮีชอล
ไม่ต่างไปจากเขาสักเท่าไหร่....มันเจ็บและอึดอัด....จนหายใจไม่ออก
....




